กล้องซูมติดมือถือ หรือมือถือมีกล้องซูม รีวิว Samsung Galaxy S4 Zoom ตอนที่ 3

Print Friendly

Samsung Galaxy S4 Zoom

เอาละครับ ได้เวลาปิดฉากการรีวิว Samsung Galaxy S4 Zoom แล้วครับ และแน่นอน เมื่อเจ้านี่เป็น Android smartphone ดังนั้นผมก็จะขอปิดฉากการรัวิวตามแบบฉบับของ Android smartphone ครับ นั่นคือ พูดถึงเรื่องของการใช้งานด้านมัลติมีเดีย เอามาดูหนังฟังเพลง แล้วก็เอามาเล่นเกมด้วย และสุดท้าย ก็เป็นเรื่องของการใช้งานถ่ายรูป ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่ผมค่อนข้างคาดหวังเอาไว้มากที่สุดเลยทีเดียว เพราะเห็นกันชัดๆ ว่าจุดเด่นของเจ้านี่จริงๆ คือเรื่องการถ่ายรูปครับ … และจากที่ผมได้ลอง Samsung Galaxy Camera มาแล้ว ก็อยากรู้เหมือนกันว่า แล้ว Samsung Galaxy S4 Zoom นี่เป็นยังไง

 

การใช้งานด้านมัลติมีเดียบน Samsung Galaxy S4 Zoom

เดี๋ยวนี้สเปกระดับ Dual-core CPU เนี่ย มันไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถรับชมไฟล์วิดีโอความละเอียด 1080p ได้เสมอไปนะครับ แต่ไม่ต้องห่วง สำหรับ Samsung Galaxy S4 Zoom นั้น สเปกมันแน่พอที่จะดูได้สบายๆ อยู่ครับ … ขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว ไม่เล็กไม่ใหญ่ ใช้ดูวิดีโอก็เพลินๆ ดี แต่ที่ชอบที่สุดคือการที่เจ้านี่ใช้หน้าจอ Super AMOLED ด้วย (เป็นความชอบส่วนตัวของผม) เลยทำให้ภาพสีสันสด จัดจ้าน เวลาแสดงผลสีดำ ก็ดำดีดูเด่น ได้ใจจริงๆ

 

ลำโพงของ Samsung Galaxy S4 Zoom ก็ยังคงรักษามาตรฐานของตนเองไว้อยู่ครับ เป็นลำโพงที่ให้มิติของเสียงที่ดีอยู่ แสดงรายละเอียดของเสียงได้ครบถ้วน ย่านเสียงสูงก็มีความใสชัดเจน ไม่แหลมเสียดหูจนเกินไป แต่หากจะไปฟังพวกเพลงร็อคอาจจะขาดอรรถรสไปหน่อยครับ … เสียดายที่ว่าไม่ได้หูฟังมาลองใช้ด้วย ก็เลยต้องเอาหูฟังส่วนตัวใช้แทนนะครับ ผลที่ได้ก็ประทับใจอยู่ครับ ยังแสดงเสียงได้มีมิติดี แต่ละย่านก็ถูกแสดงออกมาได้อย่างสมดุลทั้งสูงกลางต่ำ แต่ก็เช่นเคย ไม่เหมาะกับการนำมาฟังเพลงแนวร็อคซักเท่าไหร่นะครับ

จุดที่อาจจะทำให้ได้ประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็คือเรื่องของขนาดที่หนาเอาเรื่อง และน้ำหนักที่หนักเกิน Android smartphone ทั่วไป มันทำให้รู้สึกว่าไม่เหมาะกับการเอามาถือดูซักเท่าไหร่น่ะครับ แต่วางบนตักก็ยังพอไหวนะ

 

ลองเอา Samsung Galaxy S4 Zoom มาเล่นเกมดูบ้าง

ในการเล่นเกม 3D นั้น ด้วยสเปกระดับ Dual-core CPU/GPU นั้น รองรับเกมในปัจจุบันได้สบายๆ ครับ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้กราฟิกระดับสุดยอดสุดๆ อะไรนัก อย่างเช่น Asphalt 7: Heat ที่ผมใช้ในการรีวิวครั้งนี้เป็นต้น หากเทียบกับพวก Android smartphone ระดับไฮเอนด์ที่ใช้ Quad-core CPU/GPU ละก็ จะรู้เลยว่ารายละเอียดของกราฟิกแตกต่างกันอยู่พอสมควรครับ

 

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Samsung Galaxy S4 Zoom

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Samsung Galaxy S4 Zoom

 

การเล่นเกมที่ได้ ก็ลื่นไหลดีครับ ไม่มีสะดุด เฟรมเรตที่ได้ก็น่าประทับใจอยู่ … ของแบบนี้มันรู้สึกได้ตอนที่เล่นเลยครับ ถ้าเกมมันกระตุก มันสะดุด ตอนบังคับรถความเร็วสูงๆ ระดับ Tier 7 ในฉากอย่าง Los Angeles นี่จะรู้สึกเลยว่าเล่นยากมาก บังคับรถไม่ได้ดั่งใจเลยล่ะ แต่ความรู้สึกแบบนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นบน Samsung Galaxy S4 Zoom แต่อย่างใด

แต่ก็เช่นเคย ถ้าจะให้พูดถึงประสบการณ์ในการเล่นเกมละก็ ตัวเครื่องที่หนักหน่อย และรูปร่างหน้าตาของมันเนี่ยก็ทำให้รู้สึกว่าเล่นเกมแล้วมันลำบากพอสมควร

 

เอา Samsung Galaxy S4 Zoom มาถ่ายรูปดูบ้าง

นี่คือสิ่งที่ตั้งใจจะรีวิวมากที่สุดแล้วครับ การใช้ Samsung Galaxy S4 Zoom มาถ่ายรูปเนี่ย … ก่อนอื่นต้องคุยกันเรื่องของซอฟต์แวร์กันก่อนครับ ซึ่งเจ้านี่แตกต่างจากพวก Android smartphone ของ Samsung ที่ผ่านมา แต่ออกแนว Samsung Galaxy Camera มากกว่าครับ สังเกตดูได้ ต้องแตะไอคอน > ตรงมุมบนซ้ายมือเพื่อเรียก Settings ขึ้นมา และตรงทางขวาก็มีปุ่ม Mode เพื่อเลือกโหมดถ่ายภาพ

 

User Interface ของ Camera app บน Samsung Galaxy S4 Zoom

User Interface ของ Camera app บน Samsung Galaxy S4 Zoom

 

และด้วยความที่มีชื่อของ Samsung Galaxy S4 อยู่ด้วย ก็เลยทำให้ Samsung Galaxy S4 Zoom มีโหมดถ่ายภาพแบบที่มีใน Samsung Galaxy S4 อย่าง Animated photo, Drama, Eraser, Sound & Shoot อะไรแบบเนี้ย

 

โหมดต่างๆ ที่มีใน Samsung Galaxy S4 ก็มาด้วย

โหมดต่างๆ ที่มีใน Samsung Galaxy S4 ก็มาด้วย

 

และที่ Samsung Galaxy S4 Zoom นี่ก็มีโหมดที่พวก Android smartphone ธรรมดาๆ เขาไม่มีกันด้วย (แต่มีใน Samsung Galaxy Camera) นั่นก็คือ Professional mode นั่นแหละครับ เราปรับแต่งอะไรต่อมิอะไรได้มากมายเลยในโหมดนี้

 

โหมดถ่ายรูปแบบ Professional ของ Samsung Galaxy S4 Zoom

โหมดถ่ายรูปแบบ Professional ของ Samsung Galaxy S4 Zoom

 

แต่ที่เพิ่มเข้ามาจากที่เคยมีใน Samsung Galaxy Camera ก็คือ My Mode ที่ให้เลือกเฉพาะโหมดที่เราชอบใช้ถ่ายรูปบ่อยๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเลือกโหมดถ่ายรูปให้วุ่นวาย

 

My Mode บน Samsung Galaxy S4 Zoom

My Mode บน Samsung Galaxy S4 Zoom

 

ในส่วนของการใช้งานด้านฮาร์ดแวร์ … ไม่มีอะไรมากมายครับ แต่หลักๆ ที่แตกต่างไปจากพวก Android smartphone ทั่วๆ ไป มีด้วยกัน 4 จุดเลย นั่นคือ

  • มีปุ่มชัตเตอร์ชัดเจน เหมือนกล้องดิจิตอล
  • มีแฟลชจริงจังแบบกล้องดิจิตอล
  • มีเลนส์ซูม 10x โดยสามารถซูมได้ด้วยการหมุนแหวนที่อยู่รอบๆ เลนส์ … มันไม่ใช่การหมุนแบบ Physical นะครับ … แหวนนี้มันทำหน้าที่เป็นเหมือน Jog dial ที่ไว้ปรับการซูมมากกว่า เราสามารถปรับการซูมได้ด้วยการกดปุ่ม + หรือ – บนหน้าจอด้วยเช่นกัน
  • มีช่องสำหรับต่อกับขาตั้งกล้องด้วย

ในขณะที่การเอามาใช้ดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกม มันก็ดูขัดๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แต่เวลาเอามาถ่ายรูปแล้วเนี่ย มันให้อารมณ์ของการเป็นกล้อง Digital compact เลยทีเดียวครับ … และแน่นอน ด้วยเลนส์ระดับนี้ เซ็นเซอร์ระดับนี้ เวลาถ่ายภาพในที่แสงดีๆ ละก็ ค่อนข้างสวยทีเดียวล่ะ แถมซูมได้อีก 10x ด้วย

 

 

ก็เป็นอบ่างที่คาดนั่นแหละครับ ในสภาพแสงดีๆ แล้ว Samsung Galaxy S4 Zoom ถ่ายภาพได้สวยดีเลยทีเดียวละครับ และซูมระดับ 10x นี่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วทีเดียวสำหรับการใช้เป็นกล้องดิจิตอลทั่วไป … แต่จากที่ลองถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ต้องบอกว่า Samsung Galaxy S4 Zoom ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะซูมแบบสุดๆ ไปเลยด้วยละก็นะ

 

ถ่ายในโหมด Light trace (ชัตเตอร์ช้าพิเศษ)

ถ่ายในโหมด Light trace (ชัตเตอร์ช้าพิเศษ)

 

Samsung Galaxy S4 Zoom สามารถถ่ายในโหมดหลายๆ โหมด ที่ปกติเป็นเรื่องของกล้องดิจิตอลจริงๆ อย่างเช่น Light trace ได้โอเคเลยนะครับ … ในรูปตัวอย่างผมไปถ่ายที่ BTS วงเวียนใหญ่มา เสียดายไม่มีขาตั้งกล้อง เลยพยายามได้ดีที่สุดแค่นี้ แอบติดเบลอนิดหน่อย ไม่ไหวจริงๆ พยายามถือนิ่งๆ 10 วินาทีเนี่ย เหอๆ … ที่ Samsung ยังขาดไปก็คือ ไหนๆ ก็มี Tap-to-Focus แล้ว แต่ก็ยังคงไม่ให้ปรับ Exposure ได้อยู่ดี ก็ไม่รู้ว่าทำไมยังไม่ทำ -_-”

ในการถ่ายวิดีโอ เจ้านี่ก็สเปกแรงพอที่จะถ่ายวิดีโอระดับ 1080p ได้ และด้วยความที่เซ็นเซอร์ใหญ่มาก เลยทำให้ถ่ายภาพวิดีโออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แม้จะในสภาพที่แสงไม่มาก อย่างเช่นในห้องนอนที่เปิดไฟแบบประหยัดพลังงาน (แบบในห้องนอนของผม) แต่ก็เช่นเคย Tap-to-Focus ทำได้แค่ปรับโฟกัสให้ แต่ไม่สามารถปรับ Exposure ได้

โหมดที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S4 Zoom ในการถ่ายวิดีโอมี 2 โหมด คือ Multi motion ที่ให้เราสามารถตั้งถ่ายวิดีโอที่เฟรมเรตสูงๆ ได้ (เวลาเอามาเล่นจริง มันจะกลายเป็น Slow motion ไป) ซึ่งทำได้สูงสุดถึง 120fps ที่ความละเอียด 768×512 พิกเซลเลยทีเดียว และยังมีโหมด Wind cut ที่ช่วยลดทอนเสียงลมพัดที่จะเข้ามากวนไมโครโฟนได้อีกด้วย … แต่จากที่ลองดู ถ้าลมไม่แรงก็พอไหว แต่ถ้าลมแรงๆ ก็ไม่รอดเหมือนกันนะเออ

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy S4 Zoom

จนถึงตอนนี้ผมยังกังขาว่า กลุ่มเป้าหมายที่ Samsung มองว่าจะเป็นสาวๆ วัยรุ่น สาวๆ สมัยใหม่ ที่ชอบถ่ายรูป เขาจะสนใจเจ้านี่จริงๆ ไหม เพราะเอาเข้าจริงๆ เจ้านี่มันน่าจะเรียกว่าเป็นกล้องดิจิตอลที่สามารถโทรศัพท์ได้มากกว่า (พิจารณาจากรูปร่าง ขนาด และ น้ำหนัก) แต่หากใครอยากจะได้ Android smartphone ที่พกทีเดียวแล้วได้ทั้งโทรศัพท์มือถือ เล่นเน็ตได้ แถมยังทำหน้าที่เป็นกล้องดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบได้ด้วย เจ้านี่ก็อาจจะตอบโจทย์ครับ และด้วยสนนราคา 15,800 บาท  ที่ Samsung ตั้งใจจะขาย มันก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ แต่ทำใจไว้ก่อนเลยครับ เรื่องการพกพา ให้คิดซะว่ากำลังพกกล้องดิจิตอลติดตัวมากกว่าพก Android smartphone แน่นอน

ถ้าถามผมนะ … หากต้องการจะซื้อ Samsung Galaxy S4 Zoom ละก็ ปัจจัยมันต้องมาจากการอยากได้กล้องดิจิตอลที่สามารถโทรศัพท์ได้ มากกว่าการที่อยากได้โทรศัพท์ที่มีกล้องดิจิตอลพร้อมเลนส์ซูมครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. pumpkinzmin says:

    ขอบคุณสำหรับรีวิวทั้ง 3 ตอนค่ะ ทำให้มีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อมาใช้งานจริงๆเลยค่ะ
    แต่ก็จริงนะคะ มองว่าเป็นกล้องดิจิตอลที่สามารถโทรศัพท์ได้มากกว่าค่ะ เพราะตอนแรกสนใจ Samsung Galaxy Camera มากๆ แต่ติดตรงมันใช้โทรไม่ได้นี่แหละค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: