รีวิว i-mobile IQX สเปกแรง กล้องสวย ในราคาไม่ถึงหมื่น ตอนที่ 2

i-mobile IQX

 

เอาล่ะ ได้เวลาพูดถึงประสบการณ์ในการใช้งาน i-mobile IQX กันแล้วครับ … จริงๆ ผมต้องบอกว่า รุ่นที่ผมใช้ในการรีวิวนี่เป็น i-mobile IQX A มากกว่านะ เหอๆ (มันใช้กับ 3G 900/2100MHz ครับ และแอบลำบากนิดนึง เพราะผมใช้ TrueMove เป็นหลัก ซึ่งยังดูไม่ค่อยกระตือรือร้นกับ 3G 2100MHz นัก เนื่องจากแบนด์วิธบนย่าน 850MHz เขาว่ายังเหลือเฟืออยู่) … ในตอนที่สองก็เช่นเคยครับ เราจะมาพูดถึงประสบการณ์ในการใช้งานโดยทั่วไปของ i-mobile IQX กันว่ามันเจ๋งจ๊าบแค่ไหน … ซึ่งถ้าจะให้สปอยล์ละก็ คงต้องบอกว่า i-mobile ทำออกมาได้ดีทีเดียวละครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน i-mobile IQX ในเรื่องทั่วๆ ไป

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ถ้าไม่นับเรื่องวัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกแล้ว แต่เจ้านี่มันทำให้นึกถึงตอนใช้ iPhone 5 แบบไม่ใส่เคสเหมือนกันแฮะ คือ มันบาง และ เบาเอาเรื่องเลยครับ สำหรับ Android smartphone ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้วแบบนี้ และงวดนี้ i-mobile เขาก้าวไปอีกขั้นนึงแล้ว เพราะแม้ว่าโดยภาพรวมจะดูเหมือนเป็น Android 4.2 ทั่วๆ ไป แต่มีหลายๆ จุดที่ i-mobile เขาปรับมาเพื่อให้เข้ากับการใช้งานโดยเฉพาะเลย

 

 

นอกจากนี้ ในเมื่อปัจจุบันนี้ Micro SIM เริ่มเป็นที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายแล้ว i-mobile ก็เลยจัด IQX ให้รองรับ SIM Card ทั้งสองแบบเลยครับ คือ รองรับ 2 SIM โดย SIM นึงเป็น SIM ขนาดธรรมดา และอีกอันเป็น Micro SIM เรียกว่าไม่หวั่นแล้ว ยกเว้นจะเป็น Nano SIM นั่นแหละ (ฮา) … ทั้งสองสล็อตนั้น สามารถรองรับ 3G ได้หมด แต่จะรองรับได้แค่ทีละ SIM เท่านั้นเอง

 

หน้าจอ SIM Management ของ i-mobile IQX

หน้าจอ SIM Management ของ i-mobile IQX

 

ระบบจัดการ SIM ของ i-mobile IQX นั้น จะให้เราตั้งได้ว่า การทำงานใด (SMS, Call, Data connection) จะเลือกใช้ SIM ตัวไหนเป็นหลัก หรือจะให้ถามทุกครั้งก่อนที่จะเรียกใช้

 

 

จุดที่ผมว่า i-mobile ทำออกมาได้ดีใน Firmware ตัวล่าสุดที่ผมได้ลอง (ผมได้ลอง Firmware เวอร์ชันก่อนหน้านี้ ยังไม่มีฟีเจอร์นี้) คือ กราฟแสดงข้อมูล และ Toggle icon ในการเลือก SIM ใช้งานที่อยู่ใน Notification area และจะแสดงเฉพาะตอนที่อยู่ในโหมดที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ (ตอนจะโทร หรือ ในหน้า Contact) เท่านั้น

 

มี App bundled มาพอสมควร แต่ไม่ชอบก็เอาออกได้

House brand อย่าง i-mobile ยังไม่มีงบมากพอขนาดที่จะมีทีมพัฒนา Exclusive app แต่ทาง i-mobile ก็เลือกที่จะทำการติดตั้ง App ต่างๆ ที่คิดว่าผู้ใช้งานน่าจะใช้ เช่น Barcode Scanner, ES File Explorer, ES Task Manager, Hotmail, K-MOBILE BANKING, LINE, Little Big City Freemium, OfficeSuite, WeChat, Whatsapp อะไรพวกเนี้ย มาให้เลย

 

ไม่ชอบ App ไหน ก็ไปที่ Manage Apps แล้ว Uninstall ได้

ไม่ชอบ App ไหน ก็ไปที่ Manage Apps แล้ว Uninstall ได้

 

ปกติ App พวกนี้ หากมีมากเกินไป และเราไม่ได้ใช้ เรามักจะเรียกว่า Bloatware ครับ ถ้าเกิดมันฝังมากับ ROM ก็จะทำให้เปลืองเนื้อที่ไปเปล่าๆ เพราะเราจะไป Uninstall ไม่ได้ แต่ว่า i-mobile เขายอมให้เรา Uninstall พวก App ที่เขายัดมาให้ครับ ถือเป็นเรื่องดี … แต่อยากจะ comment ว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว น่าจะทำให้การ Uninstall พวก App มันง่ายกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ว่าต้องไป Manage Apps แล้วเลือกทีละอัน นี่ยังดีตรงที่อันไหน Uninstall ไม่ได้ ก็จะไม่มีปุ่ม Uninstall ให้อ่ะนะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: