ลองใช้ ลองชิล TrueMove H 3G+ Ultra Surf 2 กรุงเทพ-บางแสน

Print Friendly

TrueMove H 3G+ Ultra Surf 2

 

วันนี้ผมมีภารกิจต้องไปบรรยายให้น้องๆ นักศึกษาปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เขาฟัง เลยขอถือโอกาสรีวิวอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไป ทำงานไป แบกโน้ตบุ๊ก หรือ MacBook ไป แล้วงานก็ยังต้องการอินเทอร์เน็ตนอกสถานที่อีก … หลายคนคงจะคิดว่า เอ๊ะ! จะห่วงอะไร ก็มีสมาร์ทโฟนที่สามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้โดยเฉพาะอยู่แล้วนี่นา … ก็แหม บางมีมันไม่สะดวกนะครับ แบตมือถือเดี๋ยวนี้ก็อยู่กันไม่ค่อยจะเต็มวันกันอยู่แล้ว ยังจะต้องมาเปลืองกับการแชร์เน็ตผ่าน WiFi นี่อีกเหรอ บางคนก็เลยเลือกที่จะใช้ Aircard มากกว่าน่ะ

นี่ยังไม่นับอีกหลายๆ คน ที่จนบัดนี้ก็ยังไม่คิดว่าจะต้องใช้สมาร์ทโฟนด้วยนะเออ … แต่จะยังไงก็ช่างเหอะ สมมติว่า ด้วยเหตุผลบางประการ คุณต้องมี Aircard เอาไว้ใช้งาน … แล้ว TrueMove H 3G+ Ultra Surf 2 นี่ มันมีดียังไงหว่า

 

ดีไซน์ เรียบๆ สวย แต่เปลืองพอร์ตไปหน่อย

โดยส่วนตัว มองว่าดีไซน์ของเจ้า TrueMove H 3G+ มันดีสวยเก๋ดี เลือกสีเดียวกับอลูมิเนียมเลย ถ้าเอามาใช้คู่กับ MacBook ละก็ มันเข้ากันดีมาก ดังนั้น ในการรีวิวนี้ ผมก็เลยเลือกที่จะลองมันกับเครื่อง MacBook ของผมครับ

 

ดู TrueMove H 3G+ Ultra Surf 2 กันชัดๆ

ดู TrueMove H 3G+ Ultra Surf 2 กันชัดๆ

 

เป็น Aircard ที่ไม่ “เยอะ” ครับ ขนาดไม่เล็กเกินเหตุ ไม่ใหญ่บึ้มเกินไป แต่ก็ยังไม่วาย เสียบใช้แล้ว ดันไปกินเนื้อที่ USB พอร์ตข้างๆ จนได้ ถ้าคุณจะเอาไปใช้จริงๆ แล้วมีความจำเป็นต้องใช้พอร์ต USB เพื่อการอย่างอื่น ก็อาจต้องหาสาย USB extension ไปเสียบเพิ่มด้วยครับ ไม่งั้นจะใช้งานที เสีย USB ที 2 พอร์ตเลย … แต่สำหรับโน้ตบุ๊กบางรุ่นบางยี่ห้อ มันจะมีพอร์ต USB พอร์ตนึงอยู่เป็นเอกเทศ เสียบเจ้านี่ไปแล้วก็ไม่เบียดเบียนใครครับ

 

เสียบ MacBook แล้ว ล่อพื้นที่ไป 2 พอร์ตเลย

เสียบ MacBook แล้ว ล่อพื้นที่ไป 2 พอร์ตเลย

 

จุดเด่นคือพร้อมใช้งาน

เจ้า Aircard นี่พร้อมใช้งานครับ แค่เสียบเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Mac OSX (เวอร์ชัน 10.5 ขึ้นไป) ก็ไม่ใช่ปัญหา แค่เสียบเข้าไปปุ๊บ มันก็จะมองเป็น Removeable drive ทันที แล้วก็จะมีไฟล์ติดตั้งซอฟต์แวร์ใช้งานมาให้ด้วย … การติดตั้งก็ไม่ยาก แค่ตอบตกลง (OK) หรือ ใช่ (Yes) หรือ ติดตั้ง (Install) ไปตามสมควร ผมเชื่อว่าใครๆ ก็ติดตั้งได้สบายๆ

 

ใช้กับซิม TrueMove H 3G+ ที่ต้องทำก็แค่ Connect

ใช้กับซิม TrueMove H 3G+ ที่ต้องทำก็แค่ Connect

 

ติดตั้งเสร็จ จากนั้นแค่เรียกโปรแกรม TrueMove H high-speed connection ขึ้นมา ก็พร้อมเชื่อมต่อแล้วครับ คลิก Connect ก็ต่อเน็ตแล้ว … ตัวโปรแกรมนอกจากจะใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และแสดงสถานะสัญญาณ (ดูที่มุมด้านล่างซ้ายมือ) และความเร็ว Download/Upload ขณะนั้นแล้ว ก็ยังแสดงสถิติการใช้งานได้อีกด้วย

 

โปรแกรม TrueMove H high-speed connection แสดงสถิติการเชื่อมต่อได้

โปรแกรม TrueMove H high-speed connection แสดงสถิติการเชื่อมต่อได้

 

โปรแกรม TrueMove H high-speed connection นี่สามารถใช้รับส่ง SMS ได้ สามารถเช็คยอดเงินได้ จะเติมเงินก็ทำได้เช่นกัน เรียกว่าสะดวกดี และครบเครื่องในโปรแกรมตัวเดียวเลย

และเมื่อเปิดใช้งาน มันก็จะทำการเปิดหน้าเว็บ http://hlife.truecorp.co.th/ ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะแสดงโปรโมชั่นที่ใช้อยู่ และ ปริมาณการใช้งานให้เราได้รู้ครับ … ข้อดีคือ มันเหมือนกับเป็นการเตือนให้เรารู้ก่อนใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของผู้ที่ไม่ได้ใช้แพ็กเกจเน็ตไม่จำกัด (แต่ถึงจะใช้แบบไม่จำกัดก็เหอะ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเราจะใช้เน็ต 3G ความเร็วสูงสุด 42Mbps ได้แค่ไม่กี่ GB เท่านั้น จากนั้นความเร็วจะตกลงมาอย่างน่าใจหาย … เหอๆ) แต่ผมมองว่าสิ่งที่ TrueMove H ควรปรับปรุงก็คือ การทำให้หน้าแสดงข้อมูลนี้ เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้ต้องไปสิ้นเปลืองดาต้าของลูกค้า … ณ ปัจจุบันเห็นพวกไอคอน และโฆษณาอยู่บ้าง (จริงๆ ก็ไม่ได้กินเนื้อที่เยอะหรอกครับ แต่ทำให้เรียบเข้าไว้มันก็ดีกว่าจริงๆ)

ความสะดวกสบายอีกอย่างที่ผมเห็นก็คือ ในกรณีที่เราใช้งานจนหมดปริมาณที่กำหนด แล้วติด FUP (Fair Usage Policy) จนความเร็วตกลงมาเหลือระดับต่ำกว่า EDGE แล้ว แต่เราเกิดต้องการใช้งานที่ความเร็วสูงๆ อีก เราก็สามารถซื้อแพ็กเกจเสริมได้เลย โดยเลือกได้หลากหลายแบบ ตามความจำเป็นในการใช้งานครับ

 

ใครอยากจะเพิ่มปริมาณการใช้งานที่ความเร็วสูงสุด ก็ทำได้เลย

ใครอยากจะเพิ่มปริมาณการใช้งานที่ความเร็วสูงสุด ก็ทำได้เลย

 

ความเร็ว และ พื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ TrueMove H 3G+

ขอพูดถึงเรื่องพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณก่อน … ในฐานะที่ผมเป็นลูกค้า TrueMove H 3G+ อยู่แล้ว​ (โดยส่วนตัว เปิดไว้ตั้ง 4 เบอร์ … ก็ไม่รู้จะเปิดไปทำบ้าอะไรเยอะๆ เหมือนกัน -_-”) ต้องบอกว่า ณ ขณะที่เขียนบล็อกตอนนี้อยู่ ก็ต้องถือว่า TrueMove H 3G+ เป็นผู้ให้บริการ 3G ที่มีพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ มากที่สุดแล้วล่ะ แต่ผมก็ยังขอบอกว่า ในการเลือกผู้ให้บริการ ควรจะพิจารณาพื้นที่ที่เราอยู่ด้วยครับ ว่าค่ายไหนเขาสัญญาณดีกว่ากัน … ผมแค่ตอบในภาพรวม และในฐานะที่ผมใช้งานมา ซึ่งผมเองก็มีเดินทางไปต่างจังหวัดบ้างอะไรบ้าง และในฐานะที่ก็บ้าเปิดเบอร์มันแทบทุกเครือข่าย (TrueMove H, AIS, dtac, TOT3G) ผมก็ได้มีโอกาสทดสอบพื้นที่การให้บริการของผู้ให้บริการทุกราย ในจังหวัดที่ผมไป เช่น นครราชสีมา, ระยอง, ชลบุรี, เพชรบุรี, นครนายก, เชียงใหม่ ประมาณเนี้ย ผมก็ต้องบอกว่า โดยรวมประทับใจ TrueMove H 3G+ มากที่สุด

แต่ก็อยากจะฝากบอก TrueMove H ว่า ในกรุงเทพนั้น มีหลายพื้นที่เลยครับ ที่เป็นเหมือนช่องว่างระหว่าง Cell Site เพราะผมสังเกตได้จากการที่ เมื่อผ่านมาถึงจุดนี้แล้ว สัญญาณเน็ตจะหลุดไปซะเฉยๆ เลย (และหากยังอยู่ในบริเวณนั้น ก็อย่าหวังว่าจะต่ออินเทอร์​เน็ตได้) ในด้านเทคนิค ผมไม่อยากจะวิเคราะห์วิแคะว่ามันน่าจะมาจากอะไร เพราะทางวิศวกรน่าจะรู้ดีกว่าผม … ก็ถือซะว่าเป็น Feedback จากบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ตัวเล็กๆ ตาดำๆ อย่างผมก็แล้วกันนะครับ

ด้านความเร็วนั้น ชี้ชัดให้เห็นได้มากกว่าครับ ผมลองใช้บริการ Speedtest.or.th โฉมใหม่ดูซะเลย ได้ความเร็วดาวน์โหลด 7.48Mbps และอัพโหลด 1.90Mbps ก็ถือว่าเร็วดีใช้ได้ครับ ติดว่า Ping เยอะไปหน่อย ตั้ง 162ms แน่ะ (แต่ก็มีการทดสอบบางหน ที่ผมได้ 85ms นะ) ในภาพรวม นี่ยังห่างไกล 42Mbps ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดเยอะ แต่ในแง่ของการใช้งาน นี่มันก็เร็วน้องๆ เน็ตบ้านแล้ว (บ้านผม airnet 10Mbps)

 

ทดสอบความเร็วด้วย Speedtest.or.th

ทดสอบความเร็วด้วย Speedtest.or.th

 

มันแค่น่าเสียดายที่ ความเร็วระดับนี้ มันถูกจำกัดเอาไว้ที่ 1GB (แพ็กเกจสมาร์ทพลัส 399 ที่ผมเลือกอ่ะ) ถ้าเกิดกว่านี้ ก็โบกมือลาครับ (ฮา) … แต่ก็ต้องมองอีกนั่นแหละ ว่านี่มันคือ Mobile Internet ที่เอาไว้ใช้ทำงานนอกสถานที่ ไม่ใช่เอาไว้ใช้เพื่อความบันเทิงเหมือนตอนเล่นเน็ตบ้านอ่ะนะ

แล้วถ้าทดสอบความเร็วกับต่างประเทศล่ะ จะเป็นยังไง?!? เออ นั่นดิ … งั้นผมก็เลยขอลองทดสอบความเร็วซัก 3 ประเทศ ได้แก่ อเมริกา, ญี่ปุ่น และ เกาหลี ก็แล้วกันนะครับ … ออกตัวก่อนนะครับ การทดสอบนี้ กระทำขึ้นจากการใช้งานจริง บนรถยนต์โตโยต้าวีออส (รุ่นแรกสุด) ที่กำลังวิ่งบนทางด่วนมุ่งหน้าชลบุรี ด้วยความเร็วในระดับที่ออกจากบ้านที่พระรามสอง มาถึงชลบุรีในเวลาชั่วโมงเดียว ฉะนั้น ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นนะครับ

 

เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซสต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซสต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ลองทำ Speed Test กับเซิร์ฟเวอร์ที่บอสตัน เมตซาชูเสต ค่า Ping ก็ค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ความเร็วในการดาวน์โหลด ถือว่าใช้ได้เลยครับ … ขาอัพโหลดไม่แรงซักเท่าไหร่ แต่ก็พอกินพอใช้อยู่

 

กรุงโซล ประเทศเกาหลี

กรุงโซล ประเทศเกาหลี

 

Speed Test ไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่กรุงโซล ประเทศเกาหลีดูบ้าง ค่า Ping ก็น้องๆ ไปอเมริกาเลยครับ ความเร็วดาวน์โหลดที่ได้ มากกว่า 1Mbps แต่ก็ช้ากว่าไปอเมริกาอยู่เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

 

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

ลองอีกซักประเทศ ไปที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ค่า Ping ดีขึ้นมาก และความเร็วในการดาวน์โหลดก็เยี่ยมไปเลย … แต่ความเร็วในการอัพโหลดนี่ไม่เท่าไหร่แฮะ

การทดสอบด้วย Speed Test พวกนี้ ข้อดีคือ ได้จำลองการใช้งานจริงไปยังประเทศต่างๆ ครับ แต่มันก็มีข้อจำกัดคือ แต่ละเซิร์ฟเวอร์นั้น ก็มีแบนด์วิธที่แตกต่างกันออกไป มีจำนวนผู้ใช้งานที่มาทำการทดสอบแตกต่างกันออกไป ดังนั้นนี่จึงเป็นแค่การทดสอบแบบคร่าวๆ มากครับ แต่จากที่ได้ทำการทดสอบหลายๆ ประเทศ หลายๆ เมือง (ทั้งครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ที่ผมเคยทำกันเล่นๆ มา) ก็ต้องบอกว่า ความเร็วของ TrueMove H 3G+ ในการเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศนั้น ไม่ได้เร็วปรี๊ดปร๊าดสุดๆ แต่ก็ถือว่ารวดเร็วพอที่จะใช้ทำงานทั่วๆ ไป เช่น ท่องเว็บ, ดู YouTube, เช็คอีเมล์ ดาวน์โหลดไฟล์แนบ อะไรพวกนี้สบายๆ อยู่ครับ แต่อย่าไปคิดว่าจะใช้ Mobile Internet มาดาวน์โหลดหนังจาก Bittorrent หรือไปดาวน์โหลดโปรแกรมใหญ่ๆ ล่ะ ความเร็วมันไม่ไวขนาดนั้น และปริมาณการใช้งานที่ความเร็วสูงสุดก็ถูกจำกัดด้วย FUP นะครับ

 

โดยภาพรวมของการใช้งาน Truemove H 3G+ Aircard Ultra Surf 2

ต้องขอบอกว่าเป็น Aircard ที่ใช้งานได้ง่ายดีครับ และไม่ต้องไปกังวลว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการอะไรด้วย เพราะไอ้สองระบบปฏิบัติการยอดนิยมอย่าง Windows และ Mac OSX ก็รองรับหมดแล้ว … โปรแกรม TrueMove H high-speed connection ก็ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แถมยังรองรับการเช็ค SMS, ทำ Phonebook ได้อีก อยากจะเช็คยอด เช็คแพ็กเกจ หรือเติมเงินจากโปรแกรมเลยก็ทำได้

ใช้คู่กับเครือข่าย TrueMove H 3G+ ก็เวิร์กเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าสนนราคา 1,990 บาท แอบแพงไปนิดนึงครับ แม้จะบอกว่า เป็นเพราะเจ้านี่ให้ความเร็วได้สูงสุด 42Mbps ก็ตามที แต่จากที่ทดสอบกัน ก็จะเห็นได้ว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว ความเร็วมันไปได้อย่างเก่งๆ ก็ซัก 10Mbps ครับ ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่า แล้วใช้ Aircard แบบ 21Mbps จะประหยัดกว่าไหม … ผมว่าอันนี้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการอย่าง TrueMove H ที่จะต้องสร้างให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง Aircard 21Mbps และ 42Mbps ละครับ

ป.ล. บล็อกตอนนี้ ทั้งตอนเขียนและอัพโหลดรูป ใช้ TrueMove H 3G+ ผ่านเจ้า Aircard Ultra Surf 2 ตัวนี้ทั้งสิ้นครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. mana says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: