เก็บตก Nokia Lumia 920 ตอนที่ 3

Print Friendly

Nokia Lumia 920

เอาละครับ มาปิดฉากการรีวิว Nokia Lumia 920 กันดีกว่า บรรยากาศยามเย็นที่ผมกำลังรีวิวอยู่นี่ มันกำลังจะมีฝนตกกระหน่ำแน่ๆ เลย ฟ้าร้องครืนๆ ด้วย แต่ไม่ใช่ปัญหา การรีวิวทำในบ้านนิ อิอิ และในตอนนี้เราก็จะมาปิดท้ายด้วยประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม และการถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ … พอมาพูดถึงการใช้งานด้านมัลติมีเดียแล้ว ก็น่าคิดว่า เอ๊ะ แล้ว Windows Phone 8 อย่าง Nokia Lumia 920 จะใช้กับเครื่อง Mac ได้ไหมนะ ไม่ต้องห่วงนะครับ ใช้งานด้วยกันได้ครับ

 

การเชื่อมต่อระหว่าง Nokia Lumia 920 กับเครื่องคอมพิวเตอร์

เวลาจะใช้งานด้านมัลติมีเดีย หลายคนนึกถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะโหลดพวกไฟล์เพลงและหนังเข้าไปในเครื่อง ถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8 ผู้ใช้งานจะสะดวกสบายสุดๆ เพราะมันรองรับการเชื่อมต่อกับ Windows Phone แบบเต็มที่เลยครับ แค่เสียบไปปุ๊บ ก็พร้อมใช้ แต่ถ้าใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ก็จะต้องไปดาวน์โหลด Zune มาใช้เพื่อเชื่อมต่อครับ

 

Windows Phone app บน Mac OSX

Windows Phone app บน Mac OSX

 

ในกรณีของเครื่อง Mac ก็เช่นกัน ไปที่ Mac App Store แล้วไปค้นหา Windows Phone app แล้วติดตั้งครับ ฟรี และใช้เวลาในการดาวน์โหลดไม่นาน ติดตั้งเสร็จแล้วก็พร้อมเสียบ Nokia Lumia 920 เพื่อ Sync ได้เลย … อ้อ! แต่การ Sync ข้อมูลต่างๆ มันไม่ได้ใช้ตัว Windows Phone app ในการจัดการเลยครับ มันไปพึ่งพาอาศัย iTunes ล้วนๆ ครับ เพลง, รูปภาพ วิดีโอคลิป และพวกหนังต่างๆ ดึงจาก Playlist ของ iTunes ทั้งนั้นเลย การใช้ถ่ายโอนไฟล์ก็เลยออกแนว iTunes ชอบกล เหอๆ

 

ลองใช้งานดูหนังฟังเพลงบน Nokia Lumia 920

ถ้าเป็นบน Android ผมก็แค่เสียบเข้าไป เปิดใช้งานแบบ USB Mass Storage ก็พร้อมโอนไฟล์หนังและเพลงไปใช้งานแล้ว แต่พอเป็น Windows Phone 8 ที่ใช้งานบน Mac OSX ผมก็ต้องเอาไฟล์หนังทดสอบของผม ไปไว้ใน iTunes ก่อน ถึงจะ Sync มันเข้ามาใน Nokia Lumia 920 ได้ … แถม พวกคลิปบางอัน มันจะถูกมองว่าเป็น Home Video ก็จะ Sync ไปบน Nokia Lumia 920 ไม่ได้ด้วยนะ ต้องไปที่ iTunes ไปหาคลิปนั้น แล้วดึง Context menu ขึ้นมา แล้วเลือก Get info เพื่อเปลี่ยนประเภทของไฟล์เป็น Movies ก่อน ถึงจะ Sync ได้ (ซับซ้อนเอาเรื่อง และผู้ใช้งานทั่วไปไม่น่าจะเข้าใจ)

 

บางไฟล์ต้องไปปรับ Media Kind ก่อน ถึงจะ Sync ได้

บางไฟล์ต้องไปปรับ Media Kind ก่อน ถึงจะ Sync ได้

 

เอาล่ะ แต่เมื่อโอนไฟล์ได้แล้ว ก็ได้เวลาเอามาดูหนังฟังเพลงกันครับ ซึ่งแม้ว่า Nokia Lumia 920 จะสเปกแค่ Dual-core CPU แต่มันก็เป็นความเร็ว 1.5GHz รุ่นใหม่อย่าง Snapdragon S4 นะครับ ดังนั้น ไฟล์คลิประดับ 1080p นี่ดูได้สบายๆ ไร้กังวลเลยทีเดียว

 

Dual-core 1.5GHz แต่ก็ดูคลิป 1080p สบายๆ นะเออ

Dual-core 1.5GHz แต่ก็ดูคลิป 1080p สบายๆ นะเออ

 

ด้านคุณภาพของเสียง แน่นอนว่าผมต้องให้ @mrkui เขาเป็นคนรีวิวครับ ซึ่งได้ความว่าแบบนี้ …

ลำโพงให้เนื้อเสียงที่หนาและน้ำหนักที่ดี แต่โทนเสียงออกไปทางทึบ เสียงค่อนข้างกระจุกที่ตำแหน่ง Center ทำให้รายละเอียดอื่นๆ ค่อนข้างถูกลดความชัดเจนลงไปบ้าง และเมื่อเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น เสียงจะพร่า เบลอ ขึ้นเรื่อยๆ

ทดสอบฟังจากหูฟังได้น้ำหนัก และมิติที่ดี การแบ่งย่านค่อนข้างดี ชัดเจน เวลาฟังเพลงที่มีรายละเอียดเยอะๆ จะไม่ปนกันมั่ว โทนเสียงค่อนข้างออกไปทางแห้ง และติดแข็งนิดๆ เนื้อเสียงจะฟังไม่หนามาก เวลาขยายเสียงให้ดังขึ้น จะรู้สึกกระด้างไปหน่อย

การเตือนเรื่องอันตรายจากการเร่งระดับเสียง ซึ่งปกติมือถือโดยทั่วไปจะขึ้นตอนที่เร่งระดับเสียงเวลาใช้งานช่องหูฟัง แต่เครื่องนี้ดันขึ้นตอนเร่งระดับเสียงลำโพง และไม่ขึ้นอีกตอนใช้งานหูฟัง ออกจะเป็นเรื่องแปลกไปสักนิด

 

ซื้อเพลงมาฟัง (ได้) แต่ซื้อหนังมาดู (ยัง)

ใช้ iPhone มี iTunes Store ซื้อเพลงมาฟัง ซื้อหนังมาดูได้ … Windows Phone ก็มี Music Store ให้ซื้อเพลงได้นะครับ (แต่หนังนี่ยังไม่ได้) แต่มันมีข้อให้ติ 2 เรื่อง คือ ราคาซื้อต่อเพลงในบางอัลบั้มมันแพงไปหน่อย เมื่อเทียบกับ iTunes Store แต่เวลาซื้อเป็นอัลบั้มก็ราคาไม่แตกต่างกันครับ เพลงไทยก็มีให้ซื้อนะ … อีกจุดนึงที่ต้องติคือ ตัวอย่างเพลงที่ให้ฟัง คือ เอาท่อนแปลกๆ มาให้ฟัง เลยไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะซื้อฟังดีไหม ในกรณีที่ไม่เคยฟังมาก่อน (ฮาสุดคือ Hotel California ครับ เอา 30 วินาทีช่วงโซโล่กีต้าร์มาใหัฟัง ไม่ได้ฟังเนื้อเพลงเลย กรรม)

แต่โปรแกรมเล่นหนัง เล่นเพลง ของ Windows Phone 8 ถือว่า OK นะครับ ในความเห็นของผม ลูกเล่นไม่เยอะ แต่มันเพียงพอ และใช้งานสะดวกดีด้วย พก Nokia Lumia 920 ไว้ดูหนังฟังเพลงบ้าง ก็ไม่น่าจะติดปัญหาอะไร

 

เอา Nokia Lumia 920 มาเล่นเกม

จากประสบการณ์เล่นเกมบน Android Smartphone ผมบอกได้ว่า สเปกระดับ Dual-core 1.5GHz แรม 1GB เนี่ย เล่นเกม 3D กราฟิกหนักๆ ได้ในระดับที่ดีแล้ว ดังนั้น Nokia Lumia 920 นี่ก็ไม่น่าจะติดปัญหาอะไร และจากที่ลองเล่น Asphalt 7: Heat ดูแล้ว ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ เล่นได้เพลินๆ เลยแหละ และข้อดีคือ เราไม่ต้องซื้อเกมมาลุ้นว่าจะสนุกไหมด้วย เราสามารถดาวน์โหลดตัวทดลองมาเล่นก่อนได้ครับ

 

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Nokia Lumia 920

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Nokia Lumia 920

 

แต่ต้องไม่ลืมว่า Windows Phone มันมีข้อจำกัดตรงที่ว่า ซื้อ App มาแล้วติดตั้งได้แค่ 5 เครื่องครับ ชะรอยว่า Microsoft มองว่าคนคนนึงไม่น่าจะมีอุปกรณ์พวกนี้เป็นของตัวเองเกิน 5 เครื่อง ต่อให้ทั้งครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก รวมกันก็เหอะ ซึ่งโดยส่วนตัว ก็เห็นด้วยกับ Microsoft นะครับ แต่มันทำให้ผมในฐานะ Blogger ลำบากหน่อยน่ะ เพราะถ้าเกิดซื้อมาติดตั้งแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะ Uninstall ออก เพราะเวลามีเครื่องใหม่มา จะได้สามารถลงต่อได้

กลับมาที่การรีวิวการเล่นเกมกันต่อครับ … กราฟิกของเกม Asphalt 7: Heat ที่ได้ สวยงามดี เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ก็อยู่ครบถ้วนดี และการควบคุมเกมก็ลื่นไหลดีครับ การบังคับด้วย Accelerometer และ Gyroscope ก็ทำได้ดีครับ เพียงแต่ด้วยตัวเครื่องหนัก 185 กรัม มันแอบหนักมือไปหน่อยเวลาเล่น

 

เอามาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันบ้าง

Camera app ของ Windows Phone 8 ด้อยกว่าคู่แข่งอย่างระบบปฏิบัติการ iOS และ Android แบบเห็นๆ ครับ แต่ Nokia Lumia 920 ไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้น เพราะในขณะที่ปกติแล้วการถ่ายรูปจะใช้ Camera app พื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Windows แต่ว่า Windows Phone 8 เขามีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Lens ซึ่งก็เหมือนกับการเปลี่ยนเลนส์กล้องนั่นแหละ แต่อันนี้คือการเปลี่ยนไปใช้ App อื่นเพื่อถ่ายรูป (จริงๆ แล้วมันก็คือการเรียก App อื่นขึ้นมาถ่ายรูปเลยนะ)

 

 

ซึ่งทาง Nokia เขาก็เตรียม Cinemagraph ให้เราถ่ายรูปภาพเคลื่อนไหว แล้วสร้างภาพเคลื่อนไหวเฉพาะจุดขึ้นมาแชร์กับเพื่อนๆ ได้ หรือไม่ก็เข้า Panorama app เพื่อถ่ายภาพพาโนราม่า ซึ่งก็ถ่ายได้ไม่ยาก ไม่แพ้คู่แข่งรายใดเลย และยังมี Smart Shoot ที่ใช้ความสามารถในการถ่ายภาพเป็นชุด เพื่อคัดเลือกช็อตที่ดีที่สุดเก็บไว้ หรือจะผสมผสานกับคุณสมบัติการจดจำใบหน้า (Face recognition) เลือกเปลี่ยนเฉพาะใบหน้าของใครในรูปก็ได้ (แต่ต้องให้ระบบตรวจจับใบหน้าเจอนะ)

การถ่ายรูป ไม่สามารถเลือกความละเอียดของภาพได้ แต่เลือกอัตราส่วนการถ่ายภาพได้ระหว่าง 16:9 และ 4:3 ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อขนาดของภาพเอง คือ 7 ล้านพิกเซล (กรณี 16:9) และ 8 ล้านพิกเซล (กรณี 4:3) … คุณภาพของภาพที่ได้ บอกได้เลยว่า ดีทีเดียวครับ เรียกว่าไม่ผิดหวังเลยสำหรับ Nokia Lumia 920 ในคราวนี้ ลองดูรูปตัวอย่างที่ถ่ายด้านล่างได้ครับ

 

 

น่าเสียดายที่ยังไม่มีความสามารถในการทำ Tap-to-Focus เลยทำให้การปรับโฟกัสไม่ได้ตรงจุดที่ต้องการเป๊ะๆ และการปรับ Exposure ก็ยังต้องอาศัยการปรับแต่งตรง Settings อยู่

ด้านการถ่ายวิดีโอนั้น เลือกได้ 2 ความละเอียดครับ คือ 720p และ 1080p ก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน แต่ความที่ไม่มี Tap-to-Focus ก็จะทำให้การถ่ายทำวิดีโอแบบ Home Video มันอาจจะมีช็อตที่หลุดโฟกัสหรือสมดุลแสงไม่เหมาะสมได้บ้าง … แต่โดยความเห็นส่วนตัว ผมชอบความสามารถในการถ่ายภาพนิ่งมากกว่าครับ

 

เอาล่ะ มาพูดถึงภาพรวมของ Nokia Lumia 920 กันบ้าง

ถ้าไม่มองว่าโลกเราตอนนี้ Social media มันครองเมืองแล้ว และมันมีมากกว่าแค่ Facebook กับ Twitter ด้วย ก็ต้องบอกว่า Nokia Lumia 920 ตอบโจทย์ในการใช้งานในฐานะ Smartphone เพียงพอแล้วนะครับ ส่วนประเด็นเรื่องจำนวนของ App (ทั้ง App ทั่วไป และ เกม) ในระยะยาวมันจะเริ่มน้อยลงๆ ไปเอง หาก Windows Phone ได้รับความนิยมมากขึ้น (ณ ตอนนี้ก็ถือว่าส่วนแบ่งตลาดเติบโตขึ้นไม่น้อยแล้วนะ) ก็ต้องมองดูว่า Microsoft จะแก้เกมยังไงต่อไป (ขออย่างเดียว อย่าไปอินดี้แบบ Xbox One มากก็แล้วกัน)

หลายๆ คนอาจมองว่าราคาของ Nokia Lumia 920 กับ Nokia Lumia 820 นี่แตกต่างกันมาก ในขณะที่ CPU/GPU/RAM นี่เหมือนกันเลย แต่ต้องบอกว่า ความต่างของมันอยู่ตรงความละเอียดของหน้าจอ Lumia 920 นี่ 720p (IPS LCD) กับ Lumia 820 นี่ 480p (AMOLED) เองนะครับ และ Lumia 920 ก็ใช้ Gorilla Glass 2 ด้วย และมี Internal Storage 32GB ในขณะที่ Lumia 820 มีแค่ 8GB เท่านั้น (แต่ Lumia 820 เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 64GB)

ก็ต้องดูว่า พร้อมจะจ่ายเพิ่มเพื่อสเปกโดยรวมที่สูงกว่าไหม หรือว่างบน้อย ได้สเปก CPU/GPU ดีแล้ว อย่างอื่นน้อยหน่อยก็ได้ (หุหุ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: