ลองเล่น iOS7 Beta 1 ตอนที่ 2

 ระบบปฏิบัติการ iOS7

วันที่ 2 ของการลองเล่น iOS7 Beta 1 … ผมสังเกตว่ามีคนคลิกไปลิงก์ที่ดาวน์โหลด iOS7 อยู่ไม่น้อยเลย ผมเลยต้องขอเตือนย้ำอีกนะครับ ว่าแม้ iOS7 Beta 1 มันอาจจะมีช่องโหว่ที่ยอมให้เราติดตั้งได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน UDID แต่ในเวอร์ชันหน้ามันอาจจะไม่มีช่องโหว่นี้ (เพราะมันกลายเป็นเรื่องฮือฮาบนอินเทอร์เน็ตอยู่ไม่น้อย) ดังนั้นอาจกลายเป็นว่าคุณต้องทนใช้เวอร์ชันทดลองนี่ไป ทนกับบั๊กมหาศาลต่อไปอีกนานเลยนะครับ … และเท่าที่ผมลองเล่นมา 1 วัน ต้องขอบอกว่า บั๊กเพียบเลยจริงๆ

 

iOS7 Beta 1 อาจแด๊กแบตฮวบๆ ได้ และทำเครื่องอุ่น-ร้อน ตลอดเวลา

อยากเตือนเอาไว้ก่อนนะครับ iOS7 ตอนนี้ยังเป็นตัวทดลองรุ่นแรก หรือ Beta 1 อยู่ บั๊กเพียบ และอาจก่อให้เกิดปัญหากับ iPhone ของคุณได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางคนอาจเจอปัญหา บางคนอาจโชคดีกว่าไม่เจอ มันมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ แต่ปัญหานึงที่ผมเจอกับ iPhone 5 ของผม ก็คือแบตเตอรี่ลดฮวบๆ ครับ แบบว่าถ้าคำนวณแล้ว เต็มร้อยหมดเกลี้ยงได้ใน 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว และสาเหตุก็ต้องมาจาก App บางตัวทำงานตลอดเวลาแน่ๆ (คงเป็นผลมาจาก ระบบจัดการเรื่อง Multitasking ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ Process บางตัวค้าง) ผลข้างเคียงอีกอย่างก็คือ เครื่องอุ่น-ร้อน ตลอดเวลาเลย

เท่าที่ผมสังเกตดู หากเปิด App ค้างเอาไว้ (พูดง่ายๆ ยังคงอยู่ในหน้าจอ App) แม้จะปิดจอ iOS7 Beta 1 ก็จะพยายามให้ App นั้นทำงานต่อ เช่น พยายามอัพเดตข้อมูล ซึ่งนั่นแหละ ตัวทำให้เปลืองแบตเตอรี่เลยครับ … ผมลองชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม แล้วกดปุ่ม Home เพื่อกลับมาอยู่หน้าจอหลัก (พูดง่ายๆ App ทุกตัวถูก Pause หมด) พบว่า แบตเตอรี่ไม่ถูกสูบไปไหนเลย และเครื่องก็เย็นเฉียบดี

 

Search หายไปได้แล้ว?!?

ก่อนหน้านี้ หากเราเลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายสุด มันก็จะเข้าไปที่หน้าจอ Search ครับ … ซึ่งมันหาได้ทุกอย่าง ทั้ง App, Contact หรือแม้แต่ค้นจาก Search engine ให้ ก็ดูสะดวกดี แต่ความยุ่งยากก็คือ ถ้าเราจะค้นหาอะไรซักอย่างตอนที่เราอยู่หน้าจอขวาสุด เราก็ต้องปัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หน้าจอไปทางซ้ายสุด ถึงจะค้นหาได้

 

 

แต่ใน iOS7 นี่ Apple เล็งเห็นถึงแนวทางการใช้ Gesture ให้หลากหลายขึ้น ดังนั้น การเอานิ้วแตะตรงส่วนใดของหน้าจอก็ได้ แล้วลากลงมาด้านล่าง ก็จะเป็นการเรียก Search box ออกมาครับ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่หน้าไหน ก็สามารถเข้าถึง Search box ได้หมดเลย พอพิมพ์สิ่งที่ต้องการจะค้นหาแล้ว มันก็จะค้นหาได้หมดเลย ทั้ง Apps, Contacts, เพลง, ตารางนัดหมาย หรือแม้แต่อีเมล์

 

Gesture สำหรับ Back

อย่างที่บอก Apple เริ่มเอา Gesture ต่างๆ มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในนั้นคือ การแตะจากขอบด้านซ้ายของหน้าจอไปทางขวา เพื่อใช้แทนการ Back ไปยังหน้าจอก่อนหน้า และการแตะจากขอบด้านขวาไปทางซ้าย เพื่อใช้แทนการ Forward ไปยังหน้าจอถัดไป (ในกรณีที่เราเพิ่งถอยกลับมา) … ซึ่ง App ที่มาพร้อมกับ iPhone ส่วนใหญ่ จะใช้ Gesture นี้ได้ เช่น เปิดอ่านอีเมล์อยู่ ก็ Back กลับไปที่ Inbox ได้ หรือ เปิดอ่านเว็บอยู่ ก็ Back หรือ Forward ได้

 

ใช้ Gesture แทน Back กับ Forward ได้

ใช้ Gesture แทน Back กับ Forward ได้

 

ไม่ใช่ทุก App ที่จะมี Back และ Forward ครับ App ไหนที่การลากจากซ้ายไปขวา หรือ จากขวาไปซ้าย แล้วมันทำฟังก์ชั่นอื่น ก็จะไม่สามารถทำ Gesture เพื่อ Back หรือ Forward ได้ เพื่อไม่ให้เกิดสับสน

แน่นอนว่าในอนาคต App ต่างๆ ที่ปรับให้รองรับ iOS7 ก็จะใช้ลูกเล่นนี้ได้ครับ … แต่ตอนนี้ ใช้เฉพาะกับ App ที่มากับ iPhone ไปก่อน

 

Multitasking ของ iOS7 beta 1

Apple เขาเรียก Multitasking บน iOS7 ว่าเป็น Full multitasking แล้ว แต่อย่าไปคิดว่ามันคือการที่เราจะสามารถเปิดวิดีโอให้รันไปเรื่อยๆ แล้วเราไปเปิด App อื่นได้พลางๆ นะ … มันไม่ใช่อะไรแบบนั้น … แต่ Apple เขาเพิ่มคุณสมบัติการทำงานในระดับ Background ให้ดีกว่าเดิม 2 ตัว คือ

  • Intelligent scheduling ที่จะจำพฤติกรรมการใช้งาน App ของเรา แล้วจะดึงข้อมูลอัพเดตมาให้เราตามเวลาที่เราชอบใช้บ่อยๆ เช่น ผมชอบตื่นมาตอน 5:30 น. ก็ดูว่ามีใครทวีตหาบ้าง iOS7 ก็จะทำการอัพเดต Twitter Timeline ของผมเมื่อถึงเวลานั้น (เข้าใจว่า App ต้องปรับให้รองรับคุณสมบัตินี้ก่อนด้วย ดังนั้นตอนนี้หมดสิทธิ์ลอง)
  • Opportunistic update ที่จะเลือกอัพเดตข้อมูลให้​ โดยพิจารณาว่า App นั้นเปิดอยู่ไหม ถ้าเปิดอยู่ก็อัพเดตให้บ่อยหน่อย หรือถ้าเชื่อมต่อ WiFi อยู่ ก็อาจจะดึงข้อมูลให้บ่อยหน่อยได้ เพราะประหยัดแบตเตอรี่กว่า และไม่เปลือง Mobile Internet ด้วย

นอกจากนี้ ก็มีการปรับปรุงหน้าตาของ App switcher ใหม่ จากเดิมพอกดปุ่ม Home สองจึ้กแล้วมันจะเห็นไอคอนของ App แล้วเราต้องแตะค้างเอาไว้ เพื่อกดปิด แต่งวดนี้ หน้าตาเหมือนของ webOS เลยครับ เราจะเห็น Thumbnail ของ App ที่เปิดอยู่ แล้วเราอยากจะปิดอันไหน ก็แตะที่ Thumbnail ของมัน และปัดขึ้นด้านบน เพื่อปิด

 

App switcher ของ iOS7

App switcher ของ iOS7

 

ไอ้พวกตัวควบคุมการเล่นเพลง การล็อกการหมุนหน้าจอ อะไรพวกนี้ มันถูกย้ายไปอยู่ Control Center แล้ว … ดังนั้น หน้าจอนี้ มีไว้เพื่อสลับ App และ ปิด App เท่านั้นเอง

 

iOS7 beta 1 ทำให้เรารู้ว่า Lightning cable มันฉลาดกว่าที่คิด

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า Lightning cable ของ Apple นั้น มีความซับซ้อนมากกว่าการเป็นสายเคเบิ้ลธรรมดาๆ ครับ … มันมีแผงวงจร และมีชิปอยู่ด้วย ซึ่งคนก็คาดเดาไปต่างต่างนานากันว่า มันมีอะไว้ทำอะไร บางคนบอกว่าเอาไว้เพื่อที่จะแปลงสัญญาณ เพื่อทำให้เจ้าสายนี้สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเสียงด้านไหนก็ตาม

 

ด้านในของหัวต่อ Lightning จะเห็นว่ามีชิปของ Texas Instruments ด้วย

ด้านในของหัวต่อ Lightning จะเห็นว่ามีชิปของ Texas Instruments ด้วย

 

แต่มีคนไปค้นคว้าหาคำตอบแบบจริงจังมาก นั่นคือเว็บไซต์ Chipworks.com ซึ่งพบว่า เจ้าชิปที่ว่า มันเป็น Security chip แบบง่ายๆ ที่น่าจะเอาไว้ใช้เพื่อส่งข้อมูลบอกกับอุปกรณ์ว่า นี่เป็น Lightning cable แท้หรือเปล่า อะไรทำนองนั้น และอาจเอาไปประยุกต์ใช้กับการกำหนดว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยนั้น จะสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของพวก iDevices ได้มากน้อยแค่ไหนด้วย

และดูมันจะเป็นจริงนะครับ อย่างน้อยๆ มันก็บอกกับ iPhone ได้ล่ะ ว่า Lightning cable นั้นเป็นของจริงรึเปล่า … เพราะมีคนลองเอา Lightning cable ของเก๊ไปลองเสียบกับ iPhone ที่ลง iOS7 beta 1 ดูแล้ว ปรากฏว่ามันฟ้องว่า สายมันไม่ได้ถูก certified แล้วอาจจะทำงานกับ iPhone นี้ได้ไม่สมบูรณ์

 

คำเตือนของ iOS7 เมื่อมีการเสียบ Lightning cable เก๊

คำเตือนของ iOS7 เมื่อมีการเสียบ Lightning cable เก๊

ภาพจาก: Apple Insider

 

ยังมีอะไรให้พูดถึงอีกเยอะเลย … ไว้อ่านต่อตอนหน้านะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: