รีวิว Sony Xperia L สวยน่าใช้ ราคามิตรภาพ ตอนที่ 3

Sony Xperia L

และแล้ว ก็มาถึงตอนจบของการรีวิว Sony Xperia L ครับ ตามธรรมเนียม ตอนนี้เราจะต้องมาคุยกันเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และการถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ ว่าทำได้ดีแค่ไหน จากสเปกของฮาร์ดแวร์ที่ได้เห็นแล้ว ก็ทำให้ผมรู้สึกคาดหวังกับเรื่องคุณภาพของเสียงเมื่อใช้งานกับชุดหูฟัง (ด้วยความที่เป็น Sony Xperia และจากที่ผมได้เคยรีวิวมา คุณภาพของเสียงเมื่อใส่ชุดหูฟังมันก็ดีจริงๆ) และการถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซลล่ะนะ … ส่วนที่เหลือก็น่าจะตามสเปกครับ ไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่ถึงกับแย่

 

ดูเรื่องความสามารถด้านมัลติมีเดียของ Sony Xperia L กันก่อน

ก่อนอื่น ก็ต้องคุยกันเรื่อง WALKMAN app ก่อนครับ อันนี้เป็น App ที่ทาง Sony เขาเอามาใส่แทน Music app ดั้งเดิมของ Android เพราะทาง Sony มองว่า App ของตนเองมีประสิทธิภาพ มีลูกเล่นมากกว่าของ Google … ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงครับ

 

 

จุดเด่นของ WALKMAN ก็ยังอยู่ที่ความสามารถในการเพิ่มคุณภาพเสียง โดยเฉพาะในส่วนของ Sound enhancements ที่ช่วยให้ปรับระดับของเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้ และ Clear bass ที่ปรับระดับของเสียงย่านเบสได้แบบชนิดที่เรียกว่า ไม่ไปกระทบเสียงย่านอื่นๆ เลย (ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีแบรนด์ใดที่ทำได้ดีขนาดนี้)

ลองเอามาเล่นไฟล์วิดีโอดูบ้าง ไฟล์ในเครื่องที่ให้มา ตอนแรกเห็นดูแล้วชัดดี แต่พอเอามาเช็คดู ปรากฏว่ามันเป็นแค่ความละเอียด 480p เท่านั้นเอง เลยเอาใหม่ ยัดไฟล์วิดีโอตอนพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอนเข้าไปแทน และไหนๆ ก็ไหนๆ เลยยัดไปทั้งแบบ 720p และ 1080p ด้วยเลย (คือ ผมเกรงว่าสเปกระดับนี้ มันไม่แรงพอที่จะเปิดไฟล์ 1080p)

 

 

และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ เปิดไฟล์ 720p ได้สบายๆ ไม่มีกระตุกเลย แต่ว่าเปิด 1080p ไม่ได้ครับ มันฟ้องว่า Can’t play video อ่ะ … ตรงนี้มีข้อสังเกตว่า ความสามารถในการปรับคุณภาพเสียงของ Movie app  แม้จะทำได้ดีเหมือนพวกรุ่นท็อปที่ผมรีวิวมา แต่เจ้า Sony Xperia L นี่ไม่มี BRAVIA Engine 2 นะครับ

มาที่เรื่องคุณภาพของเสียงกันบ้าง … ลำโพงของ Sony Xperia L นี่ผมยอมรับว่าดีไซน์วางไว้ในตำแหน่งที่ดีมากครับ โอกาสที่จะโดนอะไรมาอุดให้เสียงเงียบไปมีน้อยมาก (แต่การที่มีอะไรมาบัง อาจทำให้เสียงแปร่งๆ ไปบ้างนั้นยังมีอยู่) แต่ก็เช่นเคย ลำโพงของ Sony นั้นทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งมันก็ชัดเจนมาจากการได้ลอง Xperia มาหลายรุ่นแล้ว ว่า Sony เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงของลำโพงจากตัวเครื่องมากนัก

ในทางกลับกัน พอเอามาใช้ร่วมกับหูฟังแล้ว คุณภาพเสียงแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยรับ การแสดงย่านเสียงก็ยังคงมีความสมดุลดีจริงๆ ฟังก์ชั่นที่ Sony เขาให้มาบนโปรแกรม WALKMAN อย่าง ClearAudio+ นี่ก็ช่วยเพิ่มคุณภาพของเสียงได้ดีขึ้น มีพลังขึ้น แม้อาจจะต้องแลกกับการเสีย Character ของเพลงบางเพลงไปบ้าง อันนี้แนะนำว่าเลือกเปิดใช้เมื่อจำเป็นก็จะดี แต่โดยส่วนตัว ใช้แค่ Sound enhancements ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

ลองเอา Sony Xperia L มาเล่นเกมดู

โดยความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ เกมบน Mobile device นี่ ขาดเกมที่ดึงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์อย่างเต็มที่ไปนานแล้วนะ แม้ว่าค่ายเกมอย่าง Gameloft ที่มีเกมใช้กราฟิกจัดหนักจัดเต็มออกมาบ้าง (เช่น Asphalt 7: Heat, Modern Combat 4, Dungeon Hunter 4 อะไรแบบนี้) แต่เอาเข้าจริงๆ ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์ยุคใหม่แบบที่มีในปัจจุบัน มันน่าจะมีเกมที่กราฟิกแจ่มกว่านั้นออกมาได้แล้ว

สุดท้าย ก็เลยได้แต่ลองเล่นเกม Asphalt 7: Heat ดูครับ ซึ่งเกมนี้แม้กราฟิกจะสวยสุดยอด แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ได้แค่แยกแยะถึงระดับ Dual-core CPU ที่ประสิทธิภาพดีๆ เท่านั้นแหละ และแน่นอน Sony Xperia L ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด การเล่น Asphalt 7: Heat ทำออกมาได้ดี จริงๆ แล้ว ผมลองนึกย้อนไปถึงตอนรีวิว Quad-core ราคาประหยัดอย่าง Oppo Find Clover แล้ว ผมพบว่า Sony Xperia L แม้จะเป็นแค่ Dual-core แต่ก็ให้การเล่นเกม Asphalt 7: Heat ที่ลื่นไหลกว่าอีกด้วยซ้ำ

 

Asphalt 7: Heat บน Sony Xperia L

Asphalt 7: Heat บน Sony Xperia L

 

ลองเอา Sony Xperia L มาถ่ายรูปและวิดีโอดู

User Interface ของ Sony Xperia L ทำออกมาได้ดี ใช้ง่าย แต่ก็ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรไปกว่าแบรนด์อื่นๆ นะครับ … โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่ายังไม่มีแบรนด์ใดที่ทำ User Interface ของ Camera app ออกมาได้ดีเยี่ยม (ตรงนี้ดูๆ แล้ว Google พยายามทำ UI แบบใหม่ออกมา ดูทันสมัยดี แต่คนใช้งานยังรู้สึกไม่ถนัดอยู่) แต่ก็อีกนั่นแหละ มันยังยึดติดกับ UI ของพวกกล้อง Compact เพื่อความเข้าใจง่ายอยู่ครับ

ฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่าง Tap-to-Focus นี่ ทาง Sony ก็มีมาให้ แต่ว่าทำได้แค่ปรับโฟกัสนะ Exposure ทำไม่ได้ มันจะเป็นการปรับแบบออโต้เอง โดยเลือกจากการตั้งค่า Metering ว่าจะเป็นแบบ Spot, Center หรือ Average ครับ ถ้าไม่ชอบที่มันปรับแบบออโต้ ก็ไปปรับแบบ Manual เองได้อีกที

ถ้าให้ออกความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ Sony ควรปรับปรุงเกี่ยวกับ User Interface ของตัวเอง ผมว่าควรจะลดความ “เยอะ” ลงมาหน่อยจะดีกว่า เพราะจากที่ดู มันมีฟังก์ชั่นหลายอย่างที่มันซ้ำซ้อนเกินไปครับ เช่น ตอนเข้าไปเลือกโหมดถ่ายภาพ ก็มีโหมด กล้องหน้า หรือ วิดีโอกล้องหน้า ให้เลือก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว มีการออกแบบปุ่มชัตเตอร์ และ ปุ่มวิดีโอชัตเตอร์ และปุ่มสลับกล้อง มารอเอาไว้อยู่แล้ว ไอ้โหมดต่างๆ พวกนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเลย

ทีนี้มาดูคุณภาพของภาพถ่ายกันบ้างครับ … ดูตัวอย่างจากด้านล่างเลยครับ

 

 

โดยส่วนตัว ผมมองว่าคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ออกแนวเฉยๆ ครับ ไม่ได้โดดเด่นอะไร สีสันไม่ได้สดจัดจ้าน แต่คุณภาพก็ไม่ได้แย่อะไรนัก แต่เมื่อลองถ่ายในสภาวะแสงน้อยหน่อย จะเห็นว่าเมื่อขยายภาพออกมาแล้ว ก็จะเห็น Grain ของเม็ดสีชัดเจนขึ้น และมี Noise เยอะพอประมาณ

ในเรื่องของวิดีโอ เจ้านี่แม้จะมีความละเอียดของเซ็นเซอร์ภาพอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล แต่ด้วยข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ เลยถ่ายได้แค่ระดับ 720p เท่านั้นนะครับ และไม่สามารถใช้คุณสมบัติ Tap-to-Focus ได้ แต่สามารถถ่ายวิดีโอแบบ HDR ได้ และความเร็วในการปรับโฟกัสกับ Exposure ของภาพก็รวดเร็วดี … คุณภาพของวิดีโอที่ได้ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

 

ภาพรวมของการใช้งาน Sony Xperia L

ถ้ามองในแง่ของความเป็นแบรนด์ Sony ก็ต้องถือว่าเจ้า Sony Xperia L นี่ให้ประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับราคา และสนนราคา 9,900 บาท แล้วได้ Android smartphone แบรนด์ Sony นี่ก็ถือว่าโอเคแล้วนะครับ ราคาไม่เกินเอื้อมมากนัก … ด้านประสบการณ์ในการใช้งาน ก็ถือว่าแม้จะไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะบ่นกัน เพราะถ้าอยากได้แบบนั้น คงต้องไปหาระดับไฮเอนด์มาใช้แล้ว แต่ Sony Xperia L นี่ก็ให้ประสบการณ์ที่ไม่เลวครับ ลื่นไหลดี

แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ซีเรียสกับเรื่องของแบรนด์ ด้วยสนนราคาระดับนี้ เรายังมีโอกาสได้สเปก CPU ที่ดูแรงกว่า (ในเรื่องของตัวเลข … แต่จริงๆ แล้ว ประสิทธิภาพของ Dual-core CPU ของ Sony Xperia L ดูจะทำได้ดีกว่า ในแง่ของการเล่นเกมนะ) และมีกล้องดิจิตอลที่ดีกว่า … อันนี้ก็แล้วแต่จะคิดจริงๆ ครับ ว่าคุณมองเรื่องอะไรสำคัญกว่า ระหว่างแบรนด์กับสเปก หากปัจจัยด้านราคาเหมือนๆ กัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: