วันแรก ณ ไต้หวัน กับทีมสื่อที่ได้รับเชิญจาก Ford Thailand

Ford Thailand media team

 

ตามที่ได้บอกไว้ว่า 2-5 มิถุนายนนี้ ผมได้รับเชิญจากทาง Ford Thailand ให้มาเปิดหูเปิดตาที่ประเทศไต้หวันครับ ช่วงนี้เขากำลังจะมีงาน Computer Expo ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียและ Ford ก็เป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงหนึ่งเดียวภายในงาน ซึ่งทำให้หลายๆ คนสงสัยกันว่า เอ๊ะ แล้ว Ford มีอะไรกับงานนี้ … ผมลองไปหาข้อมูลมา พบว่าทาง Ford เขาเตรียมประกาศสิ่งที่เรียกว่า Major smart technologies ไว้หลายตัวเลย ดังนั้นคงต้องรอดูพรุ่งนี้ และ วันมะรืน ที่ผมจะได้ไปชมของจริงกันว่าจะมีอะไรมาฝากบ้าง แต่วันนี้ ขอชิลๆ และเล่าประสบการณ์ในต่างแดนกันก่อน

ถ้าเกิดใครค้นหาข้อมูลใน Google จะพบว่า การเข้าประเทศไต้หวันนั้นจะต้องมีการขอวีซ่าซะก่อน โดยจะต้องไปกรอกข้อมูลใบสมัครขอวีซ่า ซึ่งมันจะถามจุกจิกมากมาย แถมข้อมูลบางอย่างที่เราไม่คิดว่าเราจะมี เช่น ที่อยู่ติดต่อในประเทศไต้หวัน คนรู้จักในประเทศไต้หวัน อะไรพวกนี้ จะทำเรามึนมาก เพราะไม่ใส่อะไรก็ไม่ได้ มันไม่ยอมให้ไปต่อ (แต่ฟังจากผู้รู้ ให้ใส่ที่อยู่โรงแรม และเบอร์โทรโรงแรมไปครับ หากอันไหนไม่มีจริงๆ ใส่ “None” ไปซะเลย) ส่วนพวกเอกสารที่ต้องเตรียม ก็คล้ายๆ กับการขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาครับ

แต่กรณีที่เรามีวีซ่าสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ที่ทางไต้หวันเขามีการยกเว้นไว้ เราสามารถใช้วีซ่าเข้าประเทศนั้นๆ ที่ยังไม่หมดอายุ มาใช้เป็นวีซ่าเข้าไต้หวันได้เลยนะ อย่างกรณีผม มีวีซ่าเข้าสหรัฐอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องไปเสียเวลาขอวีซ่าไต้หวันอีก เพียงแต่สิ่งนึงที่ต้องจำไว้คือ มันต้องไปกรอกแบบฟอร์มขอยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศไต้หวันที่อีกเว็บอ่ะ

จะบอกว่าก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เมื่อเช้าก็เลยวุ่นวายมาก เพราะประการแรก ลืมไปว่าพิมพ์ใบสมัครขอวีซ่ามา ก็ต้องไปใช้บริการของ CAT ที่ชั้น 6 สนามบินสุวรรณภูมิ (ค่าใช้บริการเน็ต 20 นาที 100 บาท แพงโฮก และค่าพิมพ์อีกหน้าละ 10 บาท แพงอีกเช่นกัน) ปัญหาคือ พิมพ์มาเสร็จ เขาก็บอกว่าไม่ถูกต้องอีก เพราะมันไม่ใช่ใบคำขอที่ถูกต้อง … ต้องลำบากเจ้าหน้าที่สายการบินบอก URL ที่ถูกต้อง ถึงไปกรอกถูกที่ ถึงจะได้ตั๋วเครื่องบินมานี่แหละ

 

นี่คือใบขออนุญาตยกเว้นการขอวีซ่าไต้หวันที่ถูกต้อง

นี่คือใบขออนุญาตยกเว้นการขอวีซ่าไต้หวันที่ถูกต้อง

 

ที่เหลือก็ฉลุยแล้วครับ … ไม่ได้มาที่สุวรรณภูมิซะนาน ปรากฏว่าเขาปรับปรุงในส่วนของตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว งวดนี้จะตรวจพาสปอร์ต ต้องขึ้นไปชั้นบน แล้วค่อยเดินลงมาชั้นล่าง วุ่นดีแท้ แต่ในส่วนของการตรวจ e-Passport นี่ แหล่มเป็ดมาก รวดเร็ว และเรียบง่ายขึ้นเยอะเลยครับ ต้องขอชมเชย

แต่การได้ไปใช้บริการของ CAT ทำให้พบว่า ควรมีการปรับปรุงด่วนนะครับ จุดให้บริการอินเทอร์เน็ตที่จะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ แต่ยังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP แถมยังใช้ Internet Explorer 6 นี่ไม่ไหวจริงๆ นะครับ

เรื่องการบินไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที แต่เจอพิษสนามบินสุวรรณภูมิเข้าไป เครื่องล่าช้าไปเกือบชั่วโมง เพราะการจราจรทางอากาศหนาแน่นคับคั่งมากมาย … มาถึงสนามบิน Taiwan Taoyuan International Airport หลังจากที่พวกเราผ่าน ตม. เขามาได้ และเอากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ไปซื้อ SIM Card ครับ จะได้มีอินเทอร์เน็ตใช้ หุหุ

 

แพ็กเกจ Fareastone

แพ็กเกจ Fareastone

 

ถามคนไทยที่มาไต้หวันบ่อยๆ เขาบอกว่า Chunghwa เนี่ย สุดยอดแล้ว แต่ถามคนที่นี่เขาบอกว่าค่ายนี้คนใช้เยอะแล้ว ความเร็วเริ่มตก (คงประมาณ AIS 3G 900MHz บ้านเรา) ดังนั้น แนะนำว่าใช้ของ Fareastone ดีกว่า ถ้าจะใช้แค่อินเทอร์เน็ตอย่างเดียว เพราะ 5-day unlimited นี่ NT$300 เท่านั้นเอง ถ้าอยากโทรด้วย ใช้เน็ตด้วย Taiwan Mobile ก็มีแพ็กเกจ NT$500 แล้วใช้เน็ตได้ 5 วันไม่จำกัด และมีค่าโทรให้อีกจำนวนนึง … แต่เท่าที่ลอง Speed test แล้ว Fareastone นี่เน็ต 3G แรงกว่า Taiwan Mobile อยู่หลายช่วงตัว (Speed test ที่ผมวัด มันได้ราวๆ DL6-15Mbps UL400kbps ครับ)

 

ถ่ายที่หน้าที่พัก โรงแรม Regent Taipei ครับ

ถ่ายที่หน้าที่พัก โรงแรม Regent Taipei ครับ

 

ที่พักของทริปนี้ของพวกเราคือ Regent Taipei ครับ อยู่ห่างจากสนามบินราวๆ 45 นาที ด้วยรถยนต์ … มาถึงเราก็เก็บสัมภาระต่างๆ แล้วก็พักผ่อนนิดหน่อย ชาร์จแบตมือถือด้วยในตัว ส่วนผมก็ได้เริ่มต้นเขียนบล็อกการเดินทางของพวกเราเป็นวันแรกไปบางส่วน จากนั้นก็จะได้เวลาตระเวณทำความรู้จักกับกรุงไทเปบ้างไม่มากก็น้อยแล้ว

 

มาซื้อตั๋ว MRT แบบ 3-day pass

มาซื้อตั๋ว MRT แบบ 3-day pass

 

เราไม่ได้ทำอะไรมากครับ ไปลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่ เขาเรียก MRT เหมือนบ้านเรา และในฐานะนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมาอยู่ 4 วัน เราก็ซื้อบัตร 3-day pass ซะเลย จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียค่ารถไฟฟ้าเท่าไหร่ สนนราคาก็ NT$440 ครับ ก็ราวๆ 447 บาทครับ

เป้าหมายวันนี้ของเรา คือห้าง SOGO ฮะ เพราะ @sharkshows ขอมาดูร้านขาย Casio G-Shock ส่วนพวกเราก็ได้เปิดหูเปิดตา ได้เห็นอะไรของประเทศเขา ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตดังนี้

  • MRT ของไต้หวัน สถานีอลังการคล้ายๆ กับของฮ่องกง บางสถานีมันจะมีพวกห้างใต้ดินที่เชื่อมต่อกับ MRT ด้วย
  • ความซับซ้อนของสถานี MRT ที่นี่ มากมายกว่าที่ฮ่องกงเยอะ ไม่ดูแผนผังสถานีให้ดีๆ อาจจะงงได้ว่าที่ไหนไปไหนกันแน่ (แต่อาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกสถานีหรอกนะ)

 

สถานี MRT ที่ไต้หวัน ซับซ้อนใช่ย่อย

สถานี MRT ที่ไต้หวัน ซับซ้อนใช่ย่อย

 

  • Google Maps มีประโยชน์ในการนำทางได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางด้วย MRT เพราะมันจะช่วยบอกได้ว่าจะเดินทางไปจุดหมายปลายทาง ต้องขึ้น MRT สายไหน ไปอย่างไร

 

Google Maps นำทางเนี่ย ฟินสุดแล้ว

Google Maps นำทางเนี่ย ฟินสุดแล้ว

 

  • ถ้าวัฒนธรรมการขึ้นรถไฟฟ้าของคนญี่ปุ่นคือ เงียบๆ ไม่คุยแม้แต่โทรศัพท์ ส่วนของไทยคือมีคุยบ้างแต่ก็เหนียมๆ หน่อย หลายๆ คนอาจก้มหน้าก้มตาทวีตๆ โพสต์ๆ หรือจะ LINE คุยกันก็ตามแต่ … แต่ที่ไต้หวันนี่ บน MRT มันคือตลาดสดครับ คุยกันล้งเล้งไปหมดเลย

ตอนมาถึง ก็เพิ่งทราบว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวตอน 12:43 น. เวลาประเทศไทย (ที่นี่ 13:43 น. แต่พวกผมยังลอยอยู่บนท้องฟ้า ปลอดภัยดี) โดยเขาบอกว่าอยู่แถวๆ เขตหนานโถว ตอนกลางของไต้หวัน ที่กรุงไทเปเนี่ย ต้องตึกสูงๆ ถึงจะรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ดังนั้น หากใครเป็นห่วงพวกเรา ไม่ต้องกังวลครับ พวกเรายังปลอดภัยดี … คนที่ไทเปก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้อะไรเหมือนกัน เพราะก็ยังเห็นออกมากิน ออกมาช้อป ตามปกติครับ

หลักๆ วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมากครับ เป็นเหมือนแค่เตรียมการมาพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสื่อที่ทาง Ford Thailand เขาเชิญมาสัมผัสกับ Smart technologies ครับ … พรุ่งนี้เราจะได้เข้าร่วมฟัง Ford เขาแถลงข่าว และเดี๋ยวผมจะกลับมาอัพเดตให้ได้อ่านกันว่า แล้ว Ford เขามีเทคโนโลยีอะไรมาอวดในรถยนต์ของเขา ที่ทำให้มันเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์กันครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: