รีวิว Oppo Find Clover ระดับ Quad-core ราคาไม่ถึงหมื่น ตอนที่ 2

Oppo Find Clover

แอบนอกเรื่องไปพักใหญ่ๆ แต่ได้เวลาที่จะมารีวิวเจ้า Oppo Find Clover กันต่อแล้วครับ ว่าเป็นยังไงบ้างกับประสบการณ์ใช้งานสำหรับ Android Smartphone สนนราคาไม่ถึงหมื่นตัวนี้ … ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าทำใจไว้นิดนึงนะครับ Android Smartphone ที่อยู่ในระดับล่าง จนถึง ค่อนไปทางระดับกลางนั้น มักจะไม่ค่อยมี App อะไรพิเศษๆ ใส่มาเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมหรอกนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า หากมันให้ประสบการณ์ในการใช้งานพื้นฐานได้โอเค ที่เหลือเดี๋ยวหาเพิ่มจาก Google Play เอา หุหุ

 

User Interface ของ Oppo Find Clover

 

หน้า Lock screen ของ Oppo Find Clover

หน้า Lock screen ของ Oppo Find Clover

 

เช่นเคย Oppo ยังเลือกใช้ User Interface สีสันสดใส ผู้ใช้งานวัยรุ่นน่าจะชอบครับ เพียงแต่หน้า Lock screen นี่ออกจะมีข้อจำกัดไปหน่อย คือจะปลดล็อกได้เฉพาะจากการใช้นิ้วแตะที่หน้าจอ แล้วลากจากทางซ้ายไปทางขวาเท่านั้น … ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก เพราะปัจจุบัน Slide to unlock ของ iPhone เองก็เป็นแบบนี้อยู่ เพียงแต่ว่า 1) Android ค่ายอื่นๆ เขาให้แตะแล้วลากได้อิสระกว่านั้น ใครที่ชินกับค่ายอื่นๆ มาใช้ อาจจะใช้ Lock screen ของ Oppo Find Clover นี่ไม่สะดวกใจตอนแรก และ 2) แม้ Oppo จะแอบทำคำใบ้ไว้ว่าจะต้องแตะลากจากไหนไปไหน (มันเหมือนการถอดเอาปกแผ่นเสียงออก) แต่ถ้าไม่สังเกต ก็จะไม่รู้ครับ

 

 

หน้า Home screen ก็คือเหมือนกับ Android ทั่วๆ ไปครับ สามารถเพิ่มได้ทั้งหมด 9 หน้า รวมกับหน้าพิเศษของ Oppo ที่เป็น Music player อีก 1 หน้า ก็เป็น 10 หน้าพอดี การเพิ่ม Widget, App shortcut หรือจะเปลี่ยนธีม เปลี่ยน Effect ในการเปลี่ยนหน้า Home screen ก็ง่ายครับ แค่แตะหน้าจอค้างไว้ หรือไม่ก็กดปุ่ม Menu ก็ได้

หน้า Music play ที่เป็นหน้าพิเศษบน Home screen นั้น ทาง Oppo พยายามให้อารมณ์ของการเล่นแผ่นเสียง ดังนั้นจะเปิดฟังเพลง ก็แค่เอาหัวอ่านแผ่นเสียงมาวางบนแผ่นเสียง ก็เล่นแล้ว (จะลากมาวาง หรือจะแตะที่หัวอ่านก็ได้เหมือนกัน​) … ดูคลาสสิกดี แต่ไม่ให้เราเลื่อนเพลงไปเพลงถัดไป หรือเพลงก่อนหน้าเลย เสียดายแฮะ

 

หน้า App tray ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ ก็เหมือนๆ กับ Android อื่นๆ ทั่วๆ ไป … เพิ่มความสะดวกเข้ามาให้ในการ Uninstall app ก็คือ แตะที่ Icon ค้างไว้ แล้วมันก็จะมีปุ่ม x เพื่อให้แตะแล้ว Uninstall ได้เลย เหมือนพวกระบบปฏิบัติการ iOS และ Android อีกหลายๆ ยี่ห้อ

 

มาดู App ที่มีมาให้กันใน Oppo Find Clover กันบ้าง

ดูๆ แล้ว Oppo จะเน้นการเชื่อมต่อกับ Facebook และ Instagram เป็นหลักมากๆ มันจะมี App ชื่อ My Facebook อยู่ ซึ่งให้เราเชื่อมต่อได้กับ Facebook และ Instagram เลย และเมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้ว ใน Photo app ของเราก็จะเพิ่มอัลบั้ม Instagram ของเราขึ้นมา (ชื่อของอัลบั้มคือชื่อ Instagram user ของเรา) ส่วน Facebook นั้นก็คือ app ที่มากับเครื่องอยู่แล้ว

 

Photo app ของ Oppo Find Clover เชื่อมกับ Instagram ได้

Photo app ของ Oppo Find Clover เชื่อมกับ Instagram ได้

 

ใครที่ชอบฟังวิทยุ ไม่ต้องห่วง Oppo Find Clover มาพร้อมกับ FM Tuner ครับ แค่เสียบหูฟัง แล้วเปิด FM Radio app ก็สามารถฟังวิทยุได้แล้ว และแน่นอน ชุดหูฟังทำหน้าที่เป็นเสาอากาศให้ แต่หากไม่อยากฟังผ่านหูฟัง แตะปุ่ม Menu แล้วเลือก Speaker เพื่อให้เสียงผ่านลำโพงเอาก็ได้

 

FM Radio

FM Radio

 

และแน่นอน พวกบริการตระกูล NearMe ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • NearMe Apps ที่เป็นเหมือน App Store สำหรับพวก Oppo เขา
  • NearMe Wallpapers ที่เป็นแหล่งรวบรวม Wallpaper ให้ดาวน์โหลดไปใช้งาน
  • NearMe Sync เป็นบริการให้ Sync ข้อมูลไปเก็บไว้บน Cloud
  • NearMe Note ซึ่งในหน้าจอจะเขียนว่าชื่อ Notes เฉยๆ อันนี้เป็นโปรแกรมจดโน้ตที่เดี๋ยวนี้เหมือนจะเป็นเทรนด์ของ Smartphone ไปแล้ว

 

 

NearMe Notes นี่ ดูเหมือนจะหาวิธีตอบโจทย์การจดโน้ตด้วยลายมือสำหรับอุปกรณ์หน้าจอเล็กๆ และไม่ได้มี Stylus เฉพาะทางอย่าง Galaxy Note กับ S Pen ได้ครับ นั่นคือ จดไปเถิด แล้วเดี๋ยวมันจะย่อยเป็นขนาดเล็กๆ ลงไปบนสมุดโน้ตเอง ก็เป็นแนวคิดที่ดีเหมือนกันครับ  เราสามารถแทรกข้อความที่เขียน หรือ วาดรูปลงไปในสมุดโน้ตได้ โดยโปรแกรมจะมองพวกนี้เป็น Object เป็นชุดๆ ไป … แต่ในโหมดวาดรูป เราก็เลือกสีสันของปากกา และชนิดของหัวปากกาได้เหมือนพวกโปรแกรมจดโน้ตนะครับ

 

NearMe Notes มองรูปวาดหรือข้อความที่จดด้วยลายมือเป็น Object บนสมุดโน้ต

NearMe Notes มองรูปวาดหรือข้อความที่จดด้วยลายมือเป็น Object บนสมุดโน้ต

 

จากที่ทดลองใช้มาหลายวัน สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานสะดุดที่สุด ก็เห็นจะเป็นเรื่องของเนื้อที่เก็บข้อมูลที่ให้มาจำกัดเสียเหลือเกิน คือมี ROM แค่ 4GB เท่านั้น แต่แน่นอนว่าเหลือใช้จริงไม่ถึงด้วยซ้ำ … ถ้าไม่หา MicroSD Card มาเสริมเพิ่มเข้าไปละก็ ออกอาการหงุดหงิดได้เลยเชียวล่ะครับ ยังดีว่าเดี๋ยวนี้ MicroSD Card ไม่แพงเท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากจะซื้อหามาเพิ่ม ผมแนะนำว่าเล็งพวก Class 4 ขึ้นไปนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: