Augmented Reality … Your device’s new screen

อุปกรณ์ Scouter ใน Dragonball Z ก็เป็น Augmented Reality แบบนึง

 

ผมเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Augmented reality หรือ AR เอาไว้เมื่อนานมาแล้วในบล็อกเก่าแก่ของผม ย้อนกลับไปดูก็ตั้ง 3 ปีมาแล้วนะเนี่ย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Augmented reality เนี่ยพัฒนาไปเยอะมากครับ และในอีกไม่นานนี้ เราคงจะได้ใช้อะไรที่คล้ายๆ กับไอ้ Scouter ในการ์ตูนเรื่อง Dragonball Z ซะที และไม่ได้ใช้แค่วัดพลังต่อสู้ของคู่ต่อสู้ซะด้วยนะ แต่ทำประโยชน์ได้มากกว่านั้น … เอาแค่ใกล้ตัวสุดๆ เลย เราก็ได้เห็นตัวอย่างจาก Google Glass มาแล้ว เพียงแต่จนถึงตอนนี้ เชื่อว่าหลายๆ คน ก็ยังงงๆ อยู่เวลาได้ยินชื่อ Augmented reality ว่ามันคืออะไร

ผมเลยมีความรู้สึกว่า น่าจะเอาเรื่องราวของ Augmented reality มาเล่าสู่กันอ่านอีกซักครั้งก็ไม่เลวนะครับ แต่จะแตกต่างจากคราวก่อนที่ผมเขียน เพราะอันนั้นผมเขียนในเชิง ความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ในเชิงธุรกิจ แต่งวดนี้ จะเกี่ยวกับสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ในฐานะผู้ใช้งานจะได้ใช้กันครับ

 

อะไรคือ Augmented Reality

เราผ่านหูผ่านตาเทคโนโลยี Augmented reality มาเยอะครับ แต่เราอาจไม่เคยรู้หรอกว่ามันเรียกว่า Augmented reality … อย่างที่ผมได้พูดถึงไปตั้งแต่ตอนเกริ่นนำแล้ว ไอ้ Scouter ในการ์ตูน Dragonball Z ที่ชาวไซย่าเขาใส่กัน นั่นก็ใช้เทคโนโลยี Augmented reality ครับ

 

เบจิต้า กับ Scouter ครับ

เบจิต้า กับ Scouter ครับ

 

คำว่า Reality เป็นคำนาม แปลว่าความเป็นจริง ในขณะที่คำว่า Augment นั้นแปลว่า ทำให้เพิ่มขึ้น หรือ เสริมให้มีมากขึ้น พอมาใส่ -ed เข้าไป ก็แปลว่า ถูกทำให้เพิ่มขึ้น หรือ ถูกเสริมให้มีมากขึ้น …​ พอเอามารวมกัน กลายเป็น Augmented reality ก็เลยพอจะแปลได้ว่า “ความจริงที่ถูกเพิ่มเติมเสริมให้มีข้อมูลมากขึ้น” นั่นเอง

ในบล็อกตอนเก่าของผม ผมก็ให้ความหมายของเทคโนโลยี Augmented reality เอาไว้แบบนี้ครับ

“การใช้ภาพกราฟิกที่ได้จากคอมพิวเตอร์เ้ข้าไปต่อเติมเสริมแต่งเข้ากับภาพในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมให้กับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นๆ”

ยกตัวอย่างเช่น ในภาพยนตร์เรื่อง Terminator นั้น ตอนที่หุ่นยนต์ล่าสังหารจับภาพของ จอห์น คอนเนอร์ ได้ ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาว่า MISSION PRIORITY OVERRIDE … TARGET: JOHN CONNOR … OBJECTIVE: TERMINATE

ไอ้ข้อมูลที่เพิ่มเข้ามานี่แหละ คือ Augmented reality ครับ

 

เทคโนโลยี Augmented reality ที่ปรากฏในเรื่อง Terminator

เทคโนโลยี Augmented reality ที่ปรากฏในเรื่อง Terminator

 

Augmented Reality … Your device’s new screen

ปัจจุบัน การพัฒนาเทคโนโลยีการแสดงผลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมันเริ่มขัดแย้งกันครับ ผู้คนอยากได้หน้าจอแสดงผลใหญ่ๆ อันนี้คงไม่มีใครแย้ง สังเกตได้จากขนาดของหน้าจอ Smartphone ที่เริ่มขยับขยายกันมาจนถึงระดับ 5 นิ้ว หรือ 5 นิ้วเศษๆ แล้ว ในขณะที่ความต้องการที่จะพกพาสะดวกก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่มีทางพกพาสะดวกแน่ๆ

Augmented reality เลยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นทางออกครับ เพราะข้อดีของจอแสดงผลแบบแว่น ที่ฉายภาพเข้าสู่ดวงตาโดยตรง ก็คือ มันทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนเห็นหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ได้ ทั้งๆ ที่ตัวอุปกรณ์มันเล็กนิดเดียว อย่างในกรณีของ Google Glass นี่ โดยสเปกแล้ว ภาพที่เห็นจากหน้าจอปริซึ่มของ Google Glass จะเทียบเท่ากับการมองหน้าจอระดับไฮเดฟินิชั่นขนาด 25 นิ้วจากระยะ 8 ฟุต

แล้วว่าแต่ว่าเจ้า New screen นี่มีออกมากันบ้างแล้วหรือยัง หรือว่าจะยังมีแค่ Google Glass ที่เรายังต้องรอจนเงกหนอ?!?

 

AiRScouter จาก Brother Industries

เชื่อไหมล่ะว่า Google นี่ไม่ใช่รายแรกที่คิดเรื่องนี้ครับ หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต ซักสองปีกว่าๆ มาแล้ว Brother บริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นเขาทำอุปกรณ์ที่ชื่อว่า AiRScouter มาครับ แต่ในตอนนั้นมันทำหน้าที่เป็นแค่เครื่องฉายภาพเข้าสู่ดวงตาของเราเท่านั้น ยังไม่ได้ถึงขนาดเป็นคอมพิวเตอร์พกพาแต่อย่างใด

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=9I0hF0cbw8E[/tube]

 

แต่นั่นก็เป็นการเปิดทางสู่ความเป็น Augmented reality ครับ เพราะเจ้า AiRScouter นี่เป็นจอแสดงผลแบบที่ผู้ใช้งานยังสามารถใช้สายตามองสภาพแวดล้อมภายนอกได้ตามปกติ ภาพที่ฉายจาก AiRScouter จะเข้ามาเสริมข้อมูลให้กับผู้สวมใส่ ยกตัวอย่างเช่น บอกวิธีการประกอบอุปกรณ์โดยไม่ต้องไปเปิดดูคู่มือให้วุ่นวาย แบบในวิดีโอด้านล่างนี่เป็นต้น

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=-dOX2Vwk8So[/tube]

 

หน้าตาของ AiRScouter ก็เป็นแบบรูปด้านล่างนี่แหละครับ … มีข้อสังเกตเกี่ยวกับ AiRScouter อยู่ 2 อย่างครับ อย่างแรกก็ที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ เจ้านี่เป็นแค่เครื่องฉายภาพ มันยังต้องมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ประมวลผล แล้วส่งภาพมาให้ AiRScouter แสดงผล และอย่างที่สองก็คือ เป้าหมายของ Brother ดูเหมือนจะเป็นการนำ AiRScouter ไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมซะมากกว่าครับ (พอจะเดาๆ ได้จากวิดีโอข้างบนนั่นแหละ)

 

หน้าตาของ AiRScouter

หน้าตาของ AiRScouter

 

ข้อจำกัดที่ทำให้ผู้คนจะไม่ได้ใช้ AiRScouter เลยก็คือ อย่างแรก มันไม่วางจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นครับ และอย่างที่สอง คือ สนนราคาของมันคือ 199,800 เยน หรือประมาณ 5.87 หมื่นบาท!!! แพงเวอร์ … เจ้านี่เพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อราวๆ ต้นไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว (พ.ศ. 2555) ครับ

 

Moverio BT-100 จาก Epson

ได้ยินชื่อ Epson แล้ว เราก็จะนึกถึงเครื่องพิมพ์ หรือที่เราเรียกว่า พริ้นเตอร์ ครับ แต่เชื่อไหมว่า Epson เขาทำเจ้าแว่นทำนองนี้ออกมาแล้ว และวางจำหน่ายแล้วด้วย (ใครอยากซื้อ ตอนนี้ Amazon.com เขาวางจำหน่ายอยู่ สนนราคา $400.98 ครับ) … Moverio นี่รันระบบปฏิบัติการ Android ครับ แต่เวอร์ชันเก่าไปหน่อย คือ 2.2 และในการใช้งานจริงๆ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ออกแนว Augmented reality นัก เพราะภาพมันจะออกมาเต็มตาจนมองสภาพแวดล้อมอื่นๆ ไม่เห็นเลย ภาพที่ได้จะเหมือนกับมองจอ 80 นิ้ว ที่ระยะห่าง 16.4 ฟุต

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=nwhJJNnMaNg[/tube]

 

พัฒนาการที่ Moverio BT-100 มีมากกว่า AiRScouter ก็คือ มันมีหน่วยประมวลผลในตัว และสามารถรับอินพุตได้ด้วย เพียงแต่ต้องรับจากอุปกรณ์อินพุตคล้ายๆ กับ TouchPad ที่ติดมาด้วย … ด้วยสนนราคาที่ถูกกว่า AiRScouter นี่ เลยทำให้น่าสนใจกว่า แต่ถ้าถามผม มันก็ติดแค่ว่าเป็น Android 2.2 นั่นแหละครับ ถ้าใครอยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าตัวนี้ ติดตามได้ทาง MoverioChannel บน YouTube ครับ

 

Google Glass จาก Google

ถือว่าเป็นตัวที่ผมว่า ใครๆ ก็รู้จักกันอย่างแพร่หลายที่สุดแล้ว เจ้า Google Glass จาก Google เนี่ย … เจ้านี่มีหน่วยประมวลผลในตัว สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องง้อเครื่องคอมพิวเตอร์ … ดูจากรูปลักษณ์แล้ว มันคือ Gadget ที่สามารถทำงานได้ในแบบ Moverio ในขณะที่ยังมีขนาดพกพาสะดวกในแบบคล้ายๆ กับ AiRScouter เลย แถมยังมีกล้องดิจิตอลติดมาให้กับ Google Glass อีก เรียกว่าครบเครื่องเรื่อง Mobile device มากๆ

 

Google Glass

Google Glass

 

Google เปิดให้ดูวิดีโอแล้วว่าการใช้ Google Glass นั้นให้ประสบการณ์ยังไง

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=v1uyQZNg2vE[/tube]

 

จะเห็นได้ว่า Google เลือกใช้การสั่งงานด้วยเสียง การจับการเคลื่อนไหวของดวงตา (การกระพริบตาเพื่อถ่ายรูป) และการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ที่เกิดจากการผงกหัว เพื่อเป็นอินพุตของ Google Glass ซึ่งทำให้มันดูไฮเทคมากมาย … ทว่ากว่าจะจำหน่ายได้จริงๆ อย่างเร็วๆ ก็น่าจะต้นปีหน้าครับ ส่วนตอนนี้ Google เขาก็ทำการแจกจ่ายให้กับเหล่านักพัฒนาไปลองใช้แล้ว และใครที่เข้าร่วมโครงการ #ifihadglass ของ Google ก็เตรียมตัวได้ของเช่นกัน (กลุ่มนั้นจะต้องทำกิจกรรมอารมณ์ประกวดเรียงความ และต้องไปรับเครื่องด้วยตัวเองที่นิวยอร์กหรือซานฟรานซิสโก และต้องควักกระเป๋าอีก $1,500 ด้วยนะเออ)

แต่หวังว่าอนาคตเราจะไม่ได้เอา Google Glass ไปใช้ดะไม่เลือกหน้าแบบในวิดีโอฮาๆ อันนี้นะครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=qGxLkaCdpLc[/tube]

 

อย่างไรก็ดี … Google Glass ก็ยังไม่ทำให้เราได้เห็นภาพชัดๆ ของ Augmented reality ในฐานะ Future screen ซักเท่าไหร่นักหรอกนะครับ อย่างน้อยก็จนกว่าจะออกมาพร้อมกับ App ต่างๆ อีกมากมาย

 

Meta หนึ่งเดียวของ Augmented Reality Glasses (เขาว่างั้น)

สำหรับใครที่อยากได้ประสบการณ์ Augmented reality จริงๆ จังๆ เลย ผมว่าคงต้องไปดู Kickstarter project อันนี้ครับ กับโปรเจ็คที่ชื่อว่า Meta ผมว่าน่าสนใจมาก อันนี้สำหรับผู้ใช้งานทั่วๆ ไป ยังไม่เหมาะนะครับ มันยังเป็นชุด Developer Kit ที่ให้เหล่านักพัฒนาเอาไปทดลองใช้ และพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาใช้งานกับมันซะมากกว่า

 

Meta 1

Meta 1

 

แน่นอน เมื่อมันยังเป็น Developer Kit อยู่ เจ้านี่เลยมีขนาดใหญ่เทอะทะมากครับ แทบจะอารมณ์เดียวกับ Moverio ของ Epson เลย เพียงแต่ว่าด้วยเทคโนโลยีแล้ว เจ้านี่ล้ำกว่ามาก และจะว่าไปแล้ว มันล้ำกว่า Google Glass อีกด้วยนะ เพราะอินพุตของเจ้านี่ คือ Gesture สมบูรณ์แบบเลยครับ อยากรู้ว่าเป็นยังไง ลองดูวิดีโอด้านล่างนี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=b1cOUL1I7lg[/tube]

 

ดูจากวิดีโอแล้วจะเห็นได้เลยว่า Meta นี่แหละครับ คือตัวอย่างของ Future screen จริงๆ เลย … มันไม่ใช่แค่การฉายภาพให้ดวงตาเราเห็นเท่านั้น แต่เป็นการแสดงข้อมูลลงไปเสริมในสภาพแวดล้อมแห่งความเป็นจริง แล้วเราก็แค่ใช้อินพุตแบบที่เราคุ้นเคย ซึ่งก็คือการทัช เพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับภาพที่เราเห็น … เพียงแต่เราไม่ได้ทัชอะไรเลย มันเป็นกล้องดิจิตอลที่จับการเคลื่อนไหวของมือของเราต่างหาก ที่รับอินพุตจากมือของเราให้เหมือนกับเป็นการทัชจริงๆ

 

แนวคิดของ Meta คือ Future screen จริงๆ ครับ

แนวคิดของ Meta คือ Future screen จริงๆ ครับ

 

จะเห็นได้ว่า เรามีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวเข้าสู่ Future screen ผ่านทาง Augmented reality แล้วนะครับ แน่นอนว่าในอนาคต เมื่ออะไรๆ มันพัฒนาไปมากขึ้น ของพวกนี้ก็จะมีราคาถูกลง มีขนาดเล็กลง พกพาสะดวกขึ้น ทำอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นด้วย … เหมือนกับ Roadmap ที่ทาง Meta เขาคาดหวังเอาไว้ Meta-1 เป็น Developer Kit แต่พอเป็น Meta-3 แล้ว แทบจะเหมือนกับแว่นตาทั่วๆ ไปที่ใครๆ เขาก็ใช้กันเลย

 

ความคาดหวังของ Meta

ความคาดหวังของ Meta

 

Augmented Reality ในอนาคตยิ่งกว่านี้

ท่อนหนึ่งของหนังสือ The New Digital Age โดย Eric Schmidt และ Jared Cohen พูดถึงวิถีชีวิตในอนาคตของเราว่า ใช้อุปกรณ์ที่ฉายภาพโฮโลกราฟิก สร้างจอเสมอขึ้นมาให้เราเห็น แล้วเราสามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับภาพที่ฉายได้ … แล้วถ้าถามผมว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันมันไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ?!? คำตอบคือ มันมีแล้วครับ ไอ้เทคโนโลยีการแสดงผลแบบโฮโลกราฟิก เพียงแต่มันยังไปไม่ถึงขั้นที่จะสามารถทำให้เล็กพอที่จะพกพาได้สะดวก และสามารถรับอินพุตจากการเคลื่อนไหวของร่างกายของเราได้

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=LBuRh1JMO84[/tube]

 

วิดีโอด้านบน เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า HoloAD ซึ่งนำเสนอในงาน Consumer Electronics Show 2012 สังเกตว่ายังจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ขนาดใหญ่มากในการฉายภาพอยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคต มันจะต้องทำได้แบบเดียวกับในเรื่อง Iron Man 3 แน่ๆ ที่ตัวร้ายใช้อุปกรณ์เล็กๆ ประมาณลูกแก้วไม่กี่ลูก โยนลงไปบนพื้น แล้วมันจะสามารถฉายภาพแบบโฮโลกราฟิกได้สบายๆ

 

ภาพโฮโลกราฟิกใน Iron Man 3 ฉายจากอุปกรณ์ขนาดลูกแก้วแค่ไม่กี่ลูก

ภาพโฮโลกราฟิกใน Iron Man 3 ฉายจากอุปกรณ์ขนาดลูกแก้วแค่ไม่กี่ลูก

 

เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้พัฒนาไปไวครับ อะไรที่เคยเป็นแค่จินตนาการของเรา ก็จะกลายมาเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริงๆ ในช่วงชีวิตเรานี่แหละ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: