รีวิว Sony Xperia ZL แฝดน้องของ Xperia Z ตอนที่ 2

Sony Xperia ZL

มาเข้าเรื่องการรีวิว Sony Xperia ZL กันต่อครับ แน่นอน ในตอนนี้เราก็จะมาคุยกันเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องครับ เป็นเรื่องปกติที่จะต้องรีวิวกันในส่วนนี้ เพราะว่าพวก Android ระดับแบรนด์ใหญ่มักจะมีพวกซอฟต์แวร์เฉพาะตัวมาให้ ยิ่งถ้าเป็นระดับไฮเอนด์ด้วยแล้ว ยิ่งต้องจัดเต็ม  แต่ผมก็มองว่าก็ไม่น่าแตกต่างอะไรมากจาก Android Smartphone ตัวอื่นๆ ในนตระกูล Xperia ของ Sony หรอกนะครับ หลักๆ เด่นๆ ก็น่าจะเป็น WALKMAN นั่นแหละ

จะว่าไป ผมก็ไม่เคยรีวิวประสบการณ์ในการใช้งาน User Interface ของ Sony แบบเต็มๆ ซะที ฉะนั้น ขอถือโอกาสลุยกันกับ Sony Xperia ZL นี่ก็แล้วกันนะ

 

User Interface ของ Sony Xperia ZL

User Interface ของ Sony Xperia เขาชื่อว่า Experience Flow UI ครับ เริ่มต้นที่หน้าจอ Lock Screen ก่อนเลย มันถูกออกแบบมาให้ปลดล็อกด้วยวิธีคุ้นเคย คือ Swipt to unlock โดยจะใช้นิ้วลากบนหน้าจอจากล่างขึ้นบน หรือ จากบนลงล่าง ไม่ใช่ปัญหา ปลดล็อกได้เหมือนกัน นอกจากนี้ก็มีอีกวิธี คือ แตะที่ไอคอน ซึ่งจะมีอยู่ 2 อัน คือ ทางซ้ายจะเป็น Music ส่วนทางขวาจะเป็น Camera

 

 

 

หากเราแตะที่ไอคอนด้านซ้าย แล้วลากไปทางขวา ก็จะเป็นการเข้าถึงตัวควบคุมการเล่นเพลงของ WALKMAN สามารถเล่นเพลง หรือ เดินหน้าหรือถอยหลังได้ แต่คุณต้องมีเพลงอยู่ใน Playlist ก่อนนะ

หากเราแตะที่ไอคอนด้านขวา แล้วลากไปทางซ้าย ก็จะเป็นการเรียกใช้โหมดกล้องครับ ซึ่งหากเราไปที่ Camera App แล้ว เราก็จะตั้งได้ว่าจะเป็นแค่การเรียกใช้โหมดกล้องเฉยๆ หรือจะเรียกใช้แล้วถ่ายรูปเลย ซึ่งแบบหลังมันจะสะดวกดี สำหรับคนที่ไม่อยากพลาดโอกาสถ่ายรูป เขาก็อาจจะอยากให้ปลดล็อกแล้วเข้าโหมดกล้องแล้วถ่ายรูปเลยก็ได้

แต่หากปลดล็อกแล้วเข้ามาถ่ายรูป สิ่งที่เราทำได้ก็คือ กดชัตเตอร์นะครับ การไปทำการปรับตั้งอย่างอื่น จะทำให้เรากลับไปที่หน้าจอ Lockscreen ใหม่ ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจว่าเพราะการปลดล็อกแบบนี้ คนปลดล็อกอาจไม่ใช่เจ้าของ ดังนั้นแม้จะมีสิทธิถ่ายรูป แต่ก็ไม่ควรมีสิทธิปรับตั้งค่า คุณจะเข้า Settings ไม่ได้ เปลี่ยนโหมดถ่ายภาพไม่ได้ เข้าไปดูรูปใน Gallery ไม่ได้ … แต่การกำหนดให้ไม่สามารถสลับระหว่างกล้องหน้ากับกล้องหลังได้นี่ก็เกินไปหน่อยนะ … อย่างไรก็ดี มันให้เราเปิดปิดแฟลชได้ครับ

 

แตะที่หน้าจอ Home Screen ค้างไว้เพื่อเพิ่มพวก Widget, Shortcut ฯลฯ

แตะที่หน้าจอ Home Screen ค้างไว้เพื่อเพิ่มพวก Widget, Shortcut ฯลฯ

 

เอาล่ะ ปลดล็อกแล้ว ก็จะเข้ามาที่หน้า Home Screen ซึ่งก็เผินๆ ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ที่ผมชอบ คือการแตะหน้าจอค้างเอาไว้ จะเป็นการเรียกตัวเลือกว่าจะเพิ่ม Widget, App shortcuts หรือจะเปลี่ยน Wallpaper หรือ Theme

 

App Tray ของ Experience Flow UI

App Tray ของ Experience Flow UI

 

หน้าจอ App tray ของ Experience Flow UI ก็ทำออกมาได้ดีครับ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่น (เช่นเคย) แต่จริงๆ แล้วความสะดวกมันอยู่ที่ 2 จุด คือ มันสามารถจัดเรียง App ได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้การหาไล่หา App ที่ต้องการ หรือเข้าถึง App ทำได้สะดวก … จะ Uninstall App ออกก็ง่าย และ หากมี App ไหนน่าสนใจแล้วเราอยากจะแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ไปดาวน์โหลดกัน ก็สามารถแชร์ลิงก์ไปยัง Google Play ได้ด้วย

 

Albumn > SensMe Slideshow

สำหรับบางคน อาจชอบเปิดไล่ดูภาพที่อยู่ในเครื่องด้วยโหมด Slideshow ค่อยๆ ให้ภาพมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดูเพลินๆ แต่ Sony เขาจัดฟังก์ชั่นชื่อ SensMe Slideshow มาให้เราสามารถทำสไลด์โชว์เอฟเฟ็กต์สวยๆ ด้วย

 

SensMe Slideshow บน Sony Xperia ZL

SensMe Slideshow บน Sony Xperia ZL

 

ในส่วนของ Albumn นั้น มันมีฟังก์ชั่น SensMe Slideshow ที่จะสร้างสไลด์โชว์สวยๆ มีลูกเล่น และเสียงเพลงประกอบด้วย อันนี้ก็เอาไว้สำหรับมาเปิดโชว์ให้เพื่อนๆ พี่น้อง ญาติๆ ดูได้ แต่นอกเหนือจากกรณีนั้นแล้ว ก็ดูจะไม่มีประโยชน์ใดๆ กับเจ้าของเครื่องแต่อย่างใด (หรือผมนึกไม่ออกก็ไม่รู้สิ … ใครพอจะนึกออกบ้างก็ช่วย comment ตอบกันหน่อยนะ)

 

Note …  เดี๋ยวนี้ไม่มีไม่ได้แล้วสินะ

เดี๋ยวนี้ Smartphone มันเป็นอะไรมากกว่าแค่โทรศัพท์ที่เอาไว้ใช้ท่องเน็ต รับส่งอีเมล์ เล่น Social media กับเล่นเกม แล้วนะครับ หลายๆ คน เอามาใช้ทำงานด้วย หลายๆ คนใช้สำหรับจดโน้ตต่างๆ ด้วย เรียกว่าพิมพ์กันมือหงิกเลย แต่เดี๋ยวนี้อีกเทรนด์ที่มาแรงคือ การจดโน้ตด้วยลายมือ ซึ่งก็พอจะทำได้บ้างแล้ว หลังจากที่มีพวก Third party ออก Capacitive stylus ออกมากันเยอะ

 

โปรแกรม Note ของ Sony Xperia ZL

โปรแกรม Note ของ Sony Xperia ZL

 

แน่นอน Sony Xperia ZL ก็ไม่ตกเทรนด์ครับ เขามีโปรแกรม Note มาให้ และสามารถใช้พิมพ์จดโน้ต หรือจะขีดๆ เขียนๆ ก็ได้ … เท่าที่ลองใช้ดู เจ้านี่ก็มีฟีเจอร์พื้นฐานค่อนข้างจะครบ สามารถเปลี่ยนหัวปากกาได้ 5 แบบ คือ ปากกาเมจิก, ปากกาหมึกซึม, ดินสอ, ปากกาไฮไลท์ และ พู่กัน สามารถเลือกสีได้หลากหลาย ปรับขนาดหัวปากกาได้ มียางลบ … นอกจากนี้ก็ยังแทรกรูป บันทึกเสียง ใส่แผนที่ เข้าไปได้ด้วย

แต่ที่เป็นข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดๆ เลย ก็คือ ขนาดของหน้ากระดาษมันเล็กไปหน่อย คือ ในขนาด 100% มันก็คือแค่เต็มหน้าจอของมือถือเท่านั้นเองครับ และไม่สามารถเพิ่มหน้าได้ ถ้าเขียนเต็มแล้ว ก็ต้องเริ่มโน้ตแผ่นใหม่เลย

 

Sony Car และ Wisepilot for XPERIA

เช่นเคย Wisepilot for XPERIA ก็ยังคงเป็นอะไรที่ใช้ยากอยู่ (หากจะใช้) มันต้องมีการลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ก่อน ไม่งั้นก็จะใช้ฟีเจอร์เต็มๆ ของ Wisepilot ไม่ได้ แต่เท่าที่ได้พยายามลองมา แม้จะลงทะเบียนแล้ว มันก็เหมือนจะยังเปิดฟังก์ชั่นเต็มๆ ไม่ได้อยู่ดี และแผนที่ออนไลน์ของ Wisepilot ก็ดาวน์โหลดอืดมาก แม้อินเทอร์เน็ตที่บ้านผมจะระดับ 10Mbps แล้วก็ตาม (สงสัยอาจต้องไปใช้ FTTX ระดับ 30Mbps ละมั้ง)

 

Wisepilot for XPERIA ยังใช้ยาก และวุ่นวาย เช่นเคย

Wisepilot for XPERIA ยังใช้ยาก และวุ่นวาย เช่นเคย

 

ผมยังยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ตีลังกายัน (ทำไม่เป็น) ว่า Sony น่าจะทำให้การใช้งาน Wisepilot for XPERIA มันทำได้ง่ายกว่านี้ พร้อมใช้กว่านี้ เอาแบบว่า เปิด App ขึ้นมาแล้วสามารถเลือกดาวน์โหลด Map ไปได้เลยจะดีมาก เพราะมันคือ Bundled app อยู่แล้ว … ไม่ใช่ต้องให้ผู้ใช้งานต้องไปวุ่นลงทะเบียน ต้องไปควานหาวิธีใช้งานอีก แบบนี้ แม้จะมีมาเพื่อให้เป็นประโยชน์ แต่ผู้ใช้งานจะกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด

 

Sony Car UI สำหรับการใช้งานบนรถ

Sony Car UI สำหรับการใช้งานบนรถ

 

Sony Car ก็คือโหมดการใช้งาน ในกรณีใช้บนรถ ซึ่งจะตัดฟังก์ชั่นออกไปหลายๆ อย่าง และเพิ่มฟังก์ชั่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานบนรถมาแทน เช่น แผนที่ การโทรศัพท์ที่ออกแบบ UI มาให้กดปุ่มง่ายๆ หรือการเล่นเพลง และสามารถเพิ่ม Shortcut เข้าถึง App อื่นๆ ได้อีก (แต่ถ้า App พวกนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มี UI เหมาะกับการใช้บนรถ ก็จะใช้ไม่สะดวกนะ) … ก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ว่าสุดท้ายก็มาตายตรงเรื่องแผนที่ และ ระบบนำทางนั่นแหละครับ ถ้า Wisepilot for XPERIA สามารถใช้งานได้สะดวกๆ ก็จะดีกว่านี้

 

Xperia Link

เป็น App ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ร่วมกับพวก Tablet ของ Sony แน่นอน วิธีการใช้งานคือ เปิดใช้ Xperia Link บน Tablet (หรือ Tablet PC) มันจะแสดง QR Code ขึ้นมา จากนั้น ก็ใช้โปรแกรม Xperia Link บน Sony Xperia ZL นี่ สแกน QR Code แค่นี้การติดตั้งก็เรียบร้อย Tablet/Tablet PC นั้น ก็จะสามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้ ผ่านทางเจ้า Sony Xperia ZL นี่เลย

 

Xperia Link บน Sony Xperia ZL

Xperia Link บน Sony Xperia ZL

 

เป็นไอเดียที่ดีครับ แต่ในความเป็นจริง การเปิด WiFi tethering บน Android Smartphone ก็ไม่ได้ยุ่งยากวุ่นวายอะไรมากมาย แค่ไปที่ Settings > More > Tethering & portal hotspot แล้วเปิดใช้งานก็เรียบร้อย อยากให้เพิ่มความปลอดภัยหน่อยก็ไปตั้งค่ารหัสผ่านเอาไว้ (ทำแค่ครั้งเดียวก็พอ) แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรืออะไรก็ตามแต่ ก็แค่เชื่อมต่อ WiFi แบบปกติ

โดยส่วนตัว มองว่าฟีเจอร์นี้ จะเป็นประโยชน์กว่านี้ หากมันสามารถเปิด WiFi แล้ว สแกนหากันได้ แล้วแค่กด Connect แล้ว Accept connection กันและกันก็จบมากกว่าที่จะต้องวุ่นวายสแกน QR Code ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: