รีวิว ZTE MF51 3G Mi-Fi พกอินเทอร์เน็ตไปให้อุปกรณ์ของคุณได้ทุกที่

ZTE MF51 3G Mi-Fi

ถ้ามองย้อนไปเมื่อซัก 10 ปีก่อน Mobile Internet นี่เป็นอะไรที่เกินเอื้อมสำหรับหลายๆ คนนะครับ ทั้งอุปกรณ์ในสมัยนั้นก็ไม่รองรับซักเท่าไหร่, ความเร็วของ Mobile Internet ก็ยังไม่สูงซักเท่าไหร่ แถมราคาก็ใช่ย่อย … กระโดดกลับมา 10 ปี ในยุคนี้ Mobile Internet กลายเป็นสิ่งที่หาไม่ยากแล้ว ความเร็วก็สูง ราคาก็ไม่แพงซักเท่าไหร่ (ถ้าเทียบกับเมื่อสิบปีก่อนนะครับ) แต่ที่ยังคงเป็นปัญหาคืออุปกรณ์ครับ … ไม่ใช่ว่ามันหายากนะ แต่ว่ามันเยอะเกิน เยอะจนเรียกว่า ถ้าต้องเอา SIM Card มาใส่ให้ทุกตัวเพื่อจะได้ต่อเน็ตได้เนี่ย เปลืองตังค์ตายชัก

เดี๋ยวนี้ หลายๆ คน พกทั้ง Smartphone และ Tablet ด้วยแล้ว … บางคนไม่ได้พกแค่เครื่องเดียวด้วยนะเออ … บางคนพก Notebook อีกด้วย

ดูผมเป็นตัวอย่างก่อน … ในฐานะบล็อกเกอร์ ก็ต้องมีไอ้ของพวกนี้ไว้รีวิวเยอะมาก เลยจบลงที่มี SIM Card ของแทบทุกเครือข่ายในประเทศไทย … ทั้ง truemove H (มี 3 เบอร์), dtac/AIS/i-mobile 3GX (หรือ TOT3G นั่นแหละ) อีกอย่างละเบอร์ … มันก็สะดวกดีหรอกนะ เพราะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้จากอุปกรณ์อะไรก็ได้ดั่งใจเลย แต่คิดว่าโดนค่าบริการไปเดือนละเท่าไหร่ล่ะเนี่ย

อีกทางเลือกนึงคือ ใช้ Smartphone หรือ Tablet ที่มีฟีเจอร์ Personal Hotspot (หรือบางทีเรียก WiFi Tethering ก็เหอะนะ) กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาให้ผ่าน WiFi … แบบนี้ประหยัดหน่อย เพราะจ่ายเงินแค่เบอร์เดียว แต่สามารถแชร์เน็ตให้อุปกรณ์เพิ่มได้อีกตั้ง 5 เครื่อง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ แบตเตอรี่ลดไวมากทีเดียว

ทางเลือกที่สาม คือสิ่งที่ผมรีวิวตอนนี้แหละครับ Mi-Fi หรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Mobile Internet แล้วกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตนั้น ออกมาเป็น WiFi ให้อุปกรณ์อื่นๆ  ได้เลย ซึ่งแบบนี้ก็จะเหมือนกับการทำ Personal Hotspot นั่นแหละครับ แต่ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่ของ Smartphone เราจะลดฮวบๆ ด้วย (แต่ Mi-Fi นี่จะแบตลดแทน … ฮา)

และที่เกริ่นมานี่ก็ไม่ใช่อะไรครับ … เผื่อใครที่ไม่รู้จักว่า Mi-Fi มันคืออะไร เลยเล่าให้ฟังเป็นวรรคเป็นเวรก่อน แล้วจากนี้ไปก็จะเป็นการรีวิวจริงๆ แล้ว

 

ZTE MF51 3G Mi-Fi

โดยสเปกแล้ว เจ้านี่เป็น Mi-Fi ที่รองรับความถี่สำหรับ EDGE (2G) ทุกย่านที่ใช้อยู่ในประเทศไทยตอนนี้ และรองรับความถี่สำหรับ 3G ย่าน 850MHz และ 2100MHz หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเป็น 3G คลื่นเดิมก็จะรองรับเฉพาะ truemove H และ dtac แต่หากเป็น 3G คลื่นใหม่ ก็จะใช้ได้ทุกเครือข่ายครับ … แต่จะรองรับแค่ความเร็วสูงสุด 14.4Mbps เท่านั้นนะ

 

กล่อง ZTE MF51 3G Mi-Fi

กล่อง ZTE MF51 3G Mi-Fi

 

ลองแกะกล่องออกมาดูรอบๆ ว่าหน้าตาเป็นยังไง …

 

This slideshow requires JavaScript.

 

ด้านหน้า ก็จะเป็นทุกอย่างของเจ้า ZTE MF51 3G Mi-Fi นี่ครับ มีปุ่มเปิดปิดอันบะเริ่ม ทำให้แม้เราจะพยายามล้วงเพื่อเปิดใช้งานในกระเป๋า ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกดผิดปุ่ม เพราะไม่มีปุ่มอะไรใหญ่เท่านี้อีกแล้ว นอกจากปุ่มเปิดปิดนี่ก็มีปุ่ม WPS (Wi-Fi Protected Setup)​ ซึ่งไว้ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อจะได้เชื่อมต่อกันได้ง่ายๆ ด้วย … แล้วก็มีไฟ LED แสดงระดับแบตเตอรี่, แสดงสถานะสัญญาณ WiFi และ แสดงระดับสัญญาณโทรศัพท์มือถือด้วย

ด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีพอร์ต Micro USB เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานเป็นโมเด็มไปเลยก็ได้ … ส่วนด้านหลัง แกะฝาหลังออกมาก็จะเห็นช่องใส่แบตเตอรี่, สล็อตใส่ SIM Card และ สล็อตใส่ MicroSD Card ด้วยครับ

 

การใช้งาน ZTE MF51 3G Mi-Fi

สำหรับคนที่ไม่ซีเรียสอะไรมาก แค่ต้องการอุปกรณ์แชร์สัญญาณเน็ตผ่าน WiFi แบบใช้ง่ายๆ เป็นครั้งคราว … ZTE MF51 3G Mi-Fi ก็พร้อมใช้งานอยู่แล้วครับ เพราะค่า default ที่ตั้งไว้คือไม่ต้อง ปรับแต่งอะไรเลย เปิดเครื่องมาปุ๊บ จะเจอชื่อของ Network Name (SSID) ชื่อ uFi_MAC พร้อมให้เชื่อมต่อเลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่านใดๆ

แต่หากต้องการใช้แบบซีเรียสจริงจัง ผมแนะนำว่าควรปรับตั้งค่าของเจ้า ZTE MF51 3G Mi-Fi นี่ซะหน่อย อย่างน้อยๆ นะ เปลี่ยนชื่อ SSID ซะ เพื่อให้รู้ว่าอันนี้ของเรานะ โดยการต่อ WiFi กับเจ้านี่ แล้วใช้ Web Browser เปิดไปที่ 192.168.0.1 แล้วใส่ Password เป็น admin ครับ จากนั้น ไปตั้งชื่อ SSID, กำหนด Encryption ของการเชื่อมต่อเป็น WPA2 แล้วต้องไม่ลืมไปเปลี่ยน Password สำหรับการเข้าหน้าจอบริหารจัดการนี้

 

หน้าจอบริหารจัดการ ZTE MF51 3G Mi-Fi

หน้าจอบริหารจัดการ ZTE MF51 3G Mi-Fi

 

หน้าจอบริหารจัดการ SMS ของ ZTE M51 3G Mi-Fi จะช่วยให้เราสามารถยังคงรับส่ง SMS ได้อยู่ … ถือว่าสำคัญ เพราะผู้ให้บริการ ก็มักจะติดต่อผู้ใช้บริการผ่านทาง SMS อยู่เป็นประจำครับ โดยเฉพาะตอนทวงเงิน (ฮา) … แต่เราก็สามารถใช้เจ้านี่ในการส่ง SMS ไปหาใครก็ได้ และยังสามารถเก็บเบอร์โทรไว้ในระบบก็ได้ ซึ่งสามารถดู Contact ได้ทั้งจากใน SIM Card และตัว ZTE M51 3G Mi-Fi นี่เอง

 

หน้าจอบริหารจัดการ SMS ของ ZTE M51 3G Mi-Fi

หน้าจอบริหารจัดการ SMS ของ ZTE M51 3G Mi-Fi

 

อีกฟีเจอร์นึงที่ ZTE MF51 3G Mi-Fi อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์หลากหลายได้ก็คือ ความสามารถในการเป็น MicroSD Card reader ครับ แค่ใส่ MicroSD Card เข้าไป ก็สามารถถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลกับ MicroSD Card ได้ผ่านทางพอร์ต USB เลย และหากเปิดฟีเจอร์ HTTP Share ก็จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับ ZTE MF51 3G Mi-Fi อยู่ สามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์กับ MicroSD Card นี่ได้

 

ZTE MF51 3G Mi-Fi ทำตัวเป็น MicroSD Card reader ได้ด้วย

ZTE MF51 3G Mi-Fi ทำตัวเป็น MicroSD Card reader ได้ด้วย

 

นอกจากนี้ ก็ยังรองรับคุณสมบัติแบบพวก Router ด้วย เช่น Firewall แบบ Port Filtering ซึ่งให้ความปลอดภัยมากกว่าแค่การใช้ Smartphone/Tablet ในการแชร์อินเทอร์เน็ต และยังรองรับการทำ Virtual Server ผ่าน Port Forwarding ด้วย เหมือนกับพวก WiFi Router จริงๆ เลย

 

บทสรุปของ ZTE M51 3G Mi-Fi

มาดูกันครับ อะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นของ ZTE M51 3G Mi-Fi นี่ และอะไรบ้างที่ยังขาดหายไป

ข้อดี

  • เล็ก เบา พกพาสะดวก
  • รองรับคุณสมบัติสำหรับโทรศัพท์มือถือ เช่น SMS และ USSD
  • สามารถทำตัวเป็น MicroSD Card reader ได้ และให้เข้าถึงได้ผ่านทาง USB และ Web Browser (รองรับได้สูงสุด 32GB)
  • สนับสนุนระบบ WiFi Security อย่าง WPA และ WPA2 และสามารถเชื่อมต่อผ่าน WPS ได้ด้วย

 

สิ่งที่ขาดหายไป

  • รองรับ 3G ได้ไม่ครบทุกย่านความถี่ในประเทศไทย (แต่ในอนาคต ประเด็นนี้จะไม่ใช่ปัญหา เมื่อผู้ให้บริการให้บริการ 3G บนย่าน 2100MHz กันหมด และครอบคลุม)
  • รองรับความเร็วสูงสุดแค่ Download 14.4Mbps Upload 5.6Mbps

 

ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Mobile Internet ในสนนราคาที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไปนัก คือ 1,990 บาท ครับ

ขอบคุณ บ.เอ.เอส.เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ที่เอื้อเฟื้อ ZTE MF51 3G Mi-Fi มาให้ทดสอบครับ ใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ก็แวะไปที่เว็บไซต์ www.astradinggroup.com หรือโทรเข้า Call Center ที่ 02-372-1900 ได้ครับ

kafaak

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ไอทีต๊อกต๋อย ผู้ที่สนอกสนใจในเรื่องของเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา

You may also like...

1 Response

  1. Black Magician says:

    ผมเองก็ใช้ mifi อยู่เหมือนกันครับ แต่ใช้ของ huawei แทนครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: