ซีรี่ส์รีวิว Flagship … งวดนี้รีวิว HTC One ตอนที่ 1

Print Friendly

HTC One

ซีรี่ส์รีวิว Flagship ของผมยังไม่จบครับ เราได้เห็นรีวิว LG Optimus G ไปแล้ว และ Samsung Galaxy S4 ก็ได้รีวิวไปแล้ว … จริงๆ ผมได้ HTC One มาก่อน 2  รุ่นนั้นซะอีก แต่ผมกลับมารีวิวมันตอนนี้แทน (ฮา) ขออภัยแทน HTC ด้วยครับ เพลินมือไปหน่อย … แต่ลำดับก่อนหลังไม่ได้หมายความว่าผมชอบอันไหนมากกว่าอันไหนนะครับ บอกไว้ก่อน (ออกตัวล้อฟรี) … แต่มาช้ายังดีกว่าไม่มา ลองมาดูกันดีกว่าว่า HTC One ที่เป็น Flagship ของ HTC ในปีนี้ มีอะไรดีกันบ้าง แล้วมีอะไรที่ควรจะต้องปรับปรุงกันบ้างไหม

 

ก่อนอื่นเลย ดูดีไซน์ของตัวเครื่อง HTC One ก่อน

ถ้าถามว่าจะมีแบรนด์ Android ค่ายไหนที่ดีไซน์ออกมาดูดีไม่แพ้ iPhone ของ Apple โดยส่วนตัวผมขอยกให้ HTC One ตัวนี้นี่แหละ เพราะกล้าทำเป็นอลูมิเนียม Unibody เลย … ใครได้จับแล้วจะเข้าใจครับว่าการเลือกใช้วัสดุมันมีผลต่อความรู้สึกจริงๆ … อลูมิเนียมเป็นโลหะ มันให้ความรู้สึกคงทนแข็งแรงกว่าพลาสติก (หรือโพลีคาร์บอเนต) อยู่ และกระบวนการในการผลิตให้เป็น Unibody แบบนี้ มันต้องกลึง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน และต้นทุนสูงเอาเรื่อง ผลคือ มันได้ความรู้สึกพรีเมี่ยมมาเต็มๆ ครับ

 

 

ด้านหน้า เป็นหน้าจอ Super LCD 3 ความละเอียดระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซล ขนาด 4.7 นิ้ว (469ppi) แสดงผลสีได้ 16 ล้านสี ใช้ Gorilla Glass 2 ในการป้องกันรอยขีดข่วน … มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล และมีลำโพง Stereo ด้านหน้า (ใช่ครับ HTC One เป็น Android Smartphone รุ่นแรกเลย ที่ทำลำโพงแบบ Stereo ด้านหน้า) เลยทำให้เริ่มคาดหวังกับคุณภาพเสียงของลำโพงมากทีเดียว งวดนี้ HTC ลดปุ่มลงมาเหลือแค่ 2  ปุ่มแล้ว คือ Back กับ Home ครับ

ด้านหลัง เป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 4 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash ซึ่งทาง HTC บอกว่ามันคือแนวคิดใหม่ของการออกแบบกล้องดิจิตอลสำหรับ Smartphone เพราะแทนที่จะเพิ่มจำนวนพิกเซลให้มากเข้าไว้ ก็ทำให้ขนาดพิกเซลใหญ่ขึ้น โดยในที่นี้คือขนาด 2 ไมครอน และมีเซ็นเซอร์ขนาด 1/3 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่มาก ดังนั้น จุดเด่นของเจ้านี่คือ การที่รับแสงได้มากขึ้น 300% ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ดูสว่าง แม้สภาพแสงจะน้อย … นอกจากนี้ก็มีรูไมโครโฟนสำหรับทำ Active Noise Cancellation ด้วย

ด้านบน ก็มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และปุ่มเปิดปิดหน้าจอเท่านั้น ส่วนด้านล่างก็มีแค่พอร์ต Micro USB เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ และมีรูไมโครโฟนสำหรับการสนทนาโทรศัพท์

ด้านซ้ายมีแค่ถาด Micro SIM Card ที่ต้องใช้อุปกรณ์ถอดแหย่เข้าไปในรูก่อน (ทำหายทีมีเฮ) ส่วนด้านขวา ก็มีปุ่มปรับระดับเสียง

ในภาพรวม ก็อย่างที่ผมบอกครับ ดีไซน์ออกมาดูแข็งแรง มีน้ำหนักเบา และบางดี ถือว่า HTC สอบผ่านเรื่องการออกแบบครับ โดยส่วนตัว ผมชอบสีดำมากกว่าสีขาวด้วย (และโชคดีที่ได้สีดำมารีวิว)

 

ดูที่สเปกและประสิทธิภาพของ HTC One กันบ้าง

  • CPU: Qualcomm APQ8064T Snapdragon 600 Quad-core 1.7GHz Krait 300
  • GPU: Adreno 320
  • Display: Super LCD 3 4.7 นิ้ว Full HD 1920×1080 พิกเซล (469ppi) Gorilla Glass 2 รองรับการสัมผัสพร้อมกันสูงสุด 10 จุด
  • RAM: 2GB
  • Internal Storage: 32GB
  • External Storage: ไม่รองรับ
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac
    • Bluetooth: 4.0 + A2DP
  • Camera: ด้านหน้า 2.1 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 4 ล้านพิกเซล Ultrapixel พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,300mAh
  • Dimensions: 137.4 มม. x 68.2 มม. x 9.3 มม.
  • Weight: 143 กรัม

ในขณะที่ชาวบ้านเขาใช้ Qualcomm APQ8064 Quad-core 1.5GHz กันเป็นส่วนใหญ่ HTC เลือกใช้ CPU ที่ใหม่กว่านั้นครับ (เพียงแต่ไม่ใช่รุ่นท็อปสุดๆ ของรุ่นใหม่สุดๆ) และใช้ความเร็วสัญญาณนาฬิกามากกว่า ผมก็เลยคาดหวังว่าผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ จะทำได้ดีกว่าคู่แข่งที่ใช้ CPU Qualcomm ตัวเก่าด้วย

แน่นอนว่าช่วงนี้ผมเพิ่ม 3DMark และ Mobile GPU Mark เข้ามาช่วยในการประเมินประสิทธิภาพในการประมวลผล 3D ด้วยแล้ว ดังนั้น ผล Benchmark ก็จะชัดเจนมากขึ้นครับ (ที่ต้องเพิ่มเพราะว่า Nenamark 1 และ 2 นั้น ไม่ดีพอที่จะแยกแยะประสิทธิภาพของ CPU/GPU ระดับไฮเอนด์แล้วครับ)

 

ผลการทดสอบ HTC One ด้วยโปรแกรม Benchmark

ผลการทดสอบ HTC One ด้วยโปรแกรม Benchmark

 

ผลการทดสอบก็ชัดเจนจริงๆ นั่นแหละ ประสิทธิภาพของ HTC One นั้นเหนือกว่า LG Optimus G อย่างเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว แต่หากเทียบกับ Samsung Galaxy S4 แล้ว ก็ต้องบอกว่า โดน Samsung เขาเฉือนเอาชนะไปได้ในส่วนของการประมวลผลกราฟิก 3D ครับ แต่เดี๋ยวค่อยไปดูในรายละเอียดตอนผมรีวิวเรื่องการเล่นเกมแล้วกัน

สำหรับตอนแรกของการรีวิว HTC One นี่ ก็เอาแค่พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: