ซีรี่ส์รีวิว Flagship … งวดนี้รีวิว Samsung Galaxy S4 ตอนที่ 4

Samsung Galaxy S4

เอาล่ะ ได้เวลาปิดฉากรีวิว Samsung Galaxy S4 กะเขาซะทีนะครับ และเป็นไปตามระเบียบของผม (ฮา) เราจะพูดถึงเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอครับผม … โดยส่วนตัว Samsung Galaxy S4 เพิ่มเติมลูกเล่นต่างๆ เข้ามาในส่วนของการเล่นมัลติมีเดีย การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ เพื่อให้สมกับชื่อของ Life Companion จริงๆ โดยในส่วนของมัลติมีเดีย ก็มี Group play และฟีเจอร์ของกล้องก็มี Dual camera, Drama shot ที่น่าสนใจครับ เรามาดูกันดีกว่าว่า ฟีเจอร์แต่ละอย่างนั้น สามารถทำอะไรได้บ้าง

การเล่นไฟล์มัลติมีเดียบน Samsung Galaxy S4

ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงแต่อย่างใดครับ ว่าจะเล่นไฟล์วิดีโอ 1080p ไม่ได้ … สเปกระดับ Quad-core CPU/GPU เนี่ย ต่อให้ใช้แค่ส่วนที่เป็น LITTLE หรือ Cortex A7 Quad-core 1.2GHz ก็ยังเหลือเฟือเลย แต่ว่าถ้าเป็นไปตามแนวทางของสถาปัตยกรรม big.LITTLE แล้ว ส่วนที่รับผิดชอบในการเล่นไฟล์วิดีโอนี่เป็น Cortex A15 Quad-core 1.6GHz ครับ

ที่ Samsung ทำได้ดี คือการใช้ประสิทธิภาพของ CPU/GPU ได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ย่อวิดีโอที่เล่นอยู่ไปเป็นจอเล็กๆ แบบ Picture-in-Picture ให้ผู้ใช้งานสามารถทำอะไรต่อมิอะไรไปก็ได้ พร้อมๆ กับดูวิดีโอเรื่องโปรดไปด้วย … แต่จุดที่ Samsung ยังมีโอกาสพัฒนาขึ้นมาได้อีก ก็คือในส่วนของลูกเล่นด้านเสียงครับ เพราะยังไม่มีอะไรเหมือนคู่แข่งอย่าง HTC (ที่มี beats audio) หรือ Sony (ที่มีลูกเล่นให้ปรับเยอะมากมาย) เรื่องคุณภาพเสียงของ Samsung Galaxy S4 ยกให้ @mrkui รีวิวเช่นเคยครับ

เสียงที่ได้จากลำโพงของ S4 นั้นน่าประทับใจมาก ตั้งแต่การออกแบบตำแหน่งลำโพงที่รักษาโทนเสียงให้คงลักษณะเดิมแม้จะวางเครื่องหงายลงบนพื้น (ลำโพงชิดพื้นผิว) มีมิติของเสียงที่ดี แสดงรายละเอียดของเสียงได้ครบถ้วน มีความนุ่มนวลแต่หนักแน่น คือฟังดูแข็งแรงแต่ไม่กระด้าง อย่างเช่นพวกเสียงกระเดื่องกลอง เครื่องเคาะ (Percussions) และริฟฟ์กีตาร์ในเพลงร็อค ย่านสูงมีความใส ชัดเจน ไม่แหลมแทงหู ซึ่งผมว่าเป็นจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของอุปกรณ์ตระกูล Galaxy อยู่แล้ว แม้ว่าความนุ่มนวลนี้จะทำให้ขาดอรรถรสในการฟังเพลงร็อคหนักๆ ไปบ้าง แต่เราคงไม่คาดหวังความสะใจในบทเพลงร็อคผ่านลำโพงมือถือกันอยู่แล้วนี่เนอะ

ทดสอบเสียงผ่านหูฟัง (ไม่ใช่หูฟังที่แถมมากับตัวเครื่องนะครับ แต่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยมของตัวเอง) แสดงเสียงได้อย่างมีมิติ ย่านเสียงสูงกลางต่ำแสดงออกมาได้อย่างสมดุล สังเกตว่าเสียงจะถูกปรับแต่งย่านกลางและต่ำมาให้มีความนวลและเต็ม (Full) แต่ก็ชัดและไม่เบลอ อย่างไรก็ตามความนวลนี้เองที่ทำให้อรรถรสของการฟังร็อคหายไปพอสมควร การเร่งระดับเสียงมีการแบ่ง Step ที่ดี และระบบขยายเสียงก็ทำงานได้น่าประทับใจ เมื่อขยายเสียงให้ดังขึ้นโทนเสียงไม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่แข็งกระด้าง ไม่ล้นจนแตกพร่าหรือเบลอ

 

การเล่นเกมบน Samsung Galaxy S4

ที่น่าสนใจคือว่า แล้ว Samsung Galaxy S4 นั้นจะทำได้ดีแค่ไหนในการประมวลผลกราฟิก 3D หรือพูดง่ายๆ เล่นเกมนั่นแหละ เพราะคะแนนที่ผมทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark นั้นพบว่าสถาปัตยกรรม big.LITTLE นั้น ทำคะแนนได้ดีในส่วนของการประมวลผล 3D เลยแหละ เลยทำให้ผมคาดหวังเอาไว้เยอะพอสมควร

ลองดูวิดีโอรีวิวด้านล่างนี่ครับ ผมทดสอบด้วยการใช้โปรแกรม 3DMark และ Mobile GPU Mark ให้ดู แล้วก็ลองเล่นเกม Asphalt 7: Heat ด้วย ให้ดูกันจะจะเลยว่า แล้วเวลาเล่นเกม 3D แบบกราฟิกจัดหนักจัดเต็ม Samsung Galaxy S4 ทำได้ดีแค่ไหน

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=rgsUKAEREKk[/tube]

 

จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy S4 นั้น ทำได้ดีมากทีเดียว สังเกตได้จาก Frame rate ที่สูงเอาเรื่องครับ แม้ว่าจะประมวลผลกราฟิกที่จำนวนโพลิกอนสูงมากๆ ก็ตาม (ดูตอนที่ผมเพิ่มจำนวนซอมบี้เป็น 100 ตัวได้ครับ Frame rate ยังร่วม 30fps อยู่เลย) แต่มันมาพร้อมกับจุดอ่อน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ Firmware ยังไม่สมบูรณ์ หรือเพราะว่าตัว PowerVR SGX544MP3 มันไม่รองรับเอฟเฟ็กต์ 3D ของ Engine Yebis 2.0 กันแน่ แต่เมื่อผมลองเปิดใช้เอฟเฟ็กต์ดังกล่าว การแสดงผลก็ผิดเพี้ยนไปในทันทีครับ … ถ้าเกิดปัญหามาจากตัวฮาร์ดแวร์ไม่รองรับเอฟเฟ็กต์ละก็ เกิดอนาคตมีเกมที่ใช้ Engine ดังกล่าวมา ก็จะทำให้ Samsung Galaxy S4 นั้นไม่สามารถแสดงผลได้สมบูรณ์ ต้องปิดเอฟเฟ็กต์ ซึ่งจะทำให้ความสวยงามของกราฟิกลดความสมจริงลงไปเลยแหละ (โดยส่วนตัว ผมมองว่า เอฟเฟ็กต์จาก Engine ของ Yebis 2.0 นั้น ทำให้กราฟิกสมจริงขึ้นมาก)

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Samsung Galaxy S4

 

User Interface ของ Camera App ของ Samsung Galaxy S4

User Interface ของ Camera App ของ Samsung Galaxy S4

 

งวดนี้ Samsung เขาก็มีการเปลี่ยนแปลง  User Interface ของ Camera App ไปอีกแล้ว โดยทำให้คล้ายกับ UI ของ Samsung Galaxy Camera มากขึ้น ครับ และมีการเพิ่มฟีเจอร์ให้กับกล้องดิจิตอลด้วย ที่เด่นๆ ก็จะมี Dual-camera, Animated photo, Eraser, Sound & Shot และ Drama shot ครับ เดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้กันซะหน่อยดีกว่า

 

Dual-camera

เป็นฟีเจอร์ที่ยี่ห้ออื่นๆ เขายังไม่มีกันครับ คือการที่สามารถถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอได้จากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมๆ กัน เลย ฟีเจอร์นี้ความตั้งใจของ Samsung คือ การเก็บภาพความทรงจำแบบที่สมบูรณ์ คือ ทั้งคนที่ถูกถ่ายและคนที่ถ่าย พร้อมๆ กันในคราวเดียว สามารถเลือกได้ว่าภาพของคนที่ถ่ายเนี่ย จะอยู่ในกรอบแบบไหนด้วย

 

ฟีเจอร์ Dual camera

ฟีเจอร์ Dual camera

 

โดยส่วนตัว ตอนถ่ายภาพนิ่งเนี่ย ถ้าใส่กรอบแค่รูปหัวใจ, Fish Eye หรือกรอบเล็กๆ เนี่ย ในการถ่ายภาพนิ่งมันจะไม่ได้ความรู้สึกเหมือนว่าอยู่ด้วยกันหรอกครับ แต่ถ้าเลือกเป็นแบ่งครึ่งหน้าจอนี่ OK เลย … แต่ถ้าเป็นการถ่ายวิดีโอละก็ ฟีเจอร์ Dual-camera นี่จะเก็บภาพความทรงจำได้เยี่ยมเลยครับ เพราะมันมีการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันระหว่างคนถูกถ่ายและคนถ่ายไง ยิ่งลองคิดว่า ถ้าเป็นการถ่ายวิดีโอครอบครัว แล้วมีการส่งเครื่องให้คนอื่นถ่ายอย่างต่อเนื่อง มันจะสมบูรณ์มากทีเดียว

 

Animated photo

เป็นฟีเจอร์ที่ผสมผสาน Burst shot เพื่อสร้างภาพเคลื่อนไหว แต่มันไม่ใช่การสร้าง GIF Animation ธรรมดานะครับ จุดเด่นของมันคือ การหยุดส่วนอื่นๆ ของภาพไว้ แล้วให้ภาพเคลื่อนไหวเฉพาะส่วนเท่านั้น

 

Animated photo ให้เรากำหนดพื้นที่ที่จะให้หยุดนิ่ง และพื้นที่ที่ให้เคลื่อนไหว แล้วเซฟเป็น GIF Animation

Animated photo ให้เรากำหนดพื้นที่ที่จะให้หยุดนิ่ง และพื้นที่ที่ให้เคลื่อนไหว แล้วเซฟเป็น GIF Animation

 

ฟีเจอร์นี้ออกแนวสนุกๆ ครับ คือแทนที่จะถ่ายภาพนิ่ง ก็กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบง่ายๆ ให้เคลื่อนไหวเฉพาะจุดที่ต้องการ มันได้บรรยากาศของภาพนิ่ง ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อ่ะ อะไรประมาณนั้น … ดูตัวอย่างนี่ได้ (กรุณาคลิกเพื่อเข้าไปดูภาพเต็มๆ นะครับ ต้องคลิกที่รูปนี่ทีนึง แล้วคลิกที่รูปซ้ำอีกครั้ง ถึงจะได้เห็นภาพเต็มๆ และเป็น Animation ครับผม)

 

ตัวอย่าง Animated photo ครับ ดูที่ผู้ชายคนซ้ายมือ

ตัวอย่าง Animated photo ครับ ดูที่ผู้ชายคนซ้ายมือ

 

มันจะเป็นไฟล์ GIF Animation ขนาดใหญ่มากครับ ตัวอย่างที่ผมถ่ายมาก็  2.8MB เห็นจะได้ เพราะมันคือ Animation ที่มี Frame rate สูงมาก เห็นภาพเดียวเนี่ย มันมี  134 ภาพอยู่ในนั้นเลยนะครับ

 

Eraser

ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ Burst shot มาช่วยครับ ใช้การถ่ายภาพหลายช็อตเข้าด้วยกัน แล้วให้เราสามารถลบส่วนที่ไม่ต้องการของภาพออกไปได้ … เคยไหมล่ะ อยากถ่ายภาพเพื่อนๆ หรือแฟน แบบไม่อยากให้ติดใครมาเลยในภาพ แต่ว่าพอกดชัตเตอร์จริงๆ ปรากฏว่ามีใครก็ไม่รู้โผล่มาเป็นแบ็กกราวด์เฉยเลย ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เราลบใครที่ผ่านมาในกล้องแบบไม่ได้ตั้งใจออกไปได้นะครับ (แต่ถ้าหมอนั่นมันยืนค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น ก็ต้องทำใจล่ะนะ)

 

 

Sound & Shot

ฟีเจอร์นี้คือการให้ถ่ายภาพพร้อมอัดเสียงลงไปได้เป็นเวลา 9 วินาที ทาง Samsung เขาว่านั่นคือเวลาที่พวกเขาศึกษามาแล้วพบว่าเหมาะสมที่สุดในการเก็บเอาบรรยากาศของการถ่ายภาพช็อตนั้นไว้ในรูปแบบของเสียง … เมื่อถ่ายรูปแล้วก็จะสามารถอัดเสียงไปไว้กับรูปได้ด้วย ซึ่งคนที่ได้รับรูปก็จะได้ยินเสียงที่อัดไว้ด้วย

 

ถ่ายรูปด้วย Sound & Shot ให้อัดเสียงได้ 9 วินาที

ถ่ายรูปด้วย Sound & Shot ให้อัดเสียงได้ 9 วินาที

 

ฟีเจอร์นี้คิดว่าคงเหมาะกับกรณีที่ถ่ายภาพนิ่งในแนวๆ อวยพรวันเกิด แสดงความยินดี อะไรแบบเนี้ย แล้วอัดเสียงส่งไปให้ผู้รับได้ชมทั้งภาพนิ่ง กับเสียงอ่ะ … หรือแบบ ผู้ชาย/ผู้หญิง ถ่ายรูปแล้วส่งหาแฟน แล้วบอก “คิดถึงนะ จุ๊บๆ” อะไรทำนองนี้ละมั้ง

เท่าที่ลองดู รูปที่ได้จะเป็นไฟล์ .jpg ธรรมดาเลย เวลาเปิดดูด้วย Gallery มันจะแสดงไอคอนให้เห็นว่ามีเสียงด้วยนะ กดปุ๊บก็จะเล่นเสียงได้ แต่ผมอยากรู้ว่า แล้วถ้าเปิดบนคอมพิวเตอร์จะเป็นยังไง ผมลองดึงไฟล์ออกมาเปิดด้วย Preview บน Mac OSX ก็เห็นแต่ภาพ ไม่ได้ยินเสียงนะ … เลยอยากรู้ว่า แล้วถ้าส่งเป็นเมล์ไปเล่นบนอุปกรณ์ตัวอื่นที่ไม่ใช่ Galaxy S4 จะเป็นยังไงบ้าง เช่น Nexus 4, iPhone 5 … ผลคือ ไ่ม่สามารถเล่นเสียงได้ … แต่จริงๆ เสียงไปกับภาพนะ เพราะผมลองเอาไฟล์นั้น ส่งออกด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านทางอีเมล์ จากนั้นลองเซฟไฟล์แนบกลับมาบน S4 แล้วเล่นดู ก็ยังมีเสียงอยู่ครับ

 

Drama shot

แอบฮากับชื่อฟีเจอร์นี้ เพราะเมืองไทยเราใช้คำว่า ดราม่า ในเชิง … ลบ นิดๆ … แต่จริงๆ ฟีเจอร์นี้คือการถ่ายภาพเคลื่อนไหว ด้วย Burst shot ระดับ 100 ภาพ ใน 4 วินาที แล้วเลือกแจ่มๆ มาซ้อนกันเป็นการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบร่างเงา (ลองนึกถึงเกม Street Fighter ยุคแรกๆ ตอนทำท่า Super Combo ได้ครับ)

ภาพของ Drama shot จะออกมาได้แบบนี้ครับ … ฟีเจอร์นี้ถ้าถ่ายโดยใช้ขาตั้งกล้องช่วย จะได้ภาพที่ดีกว่าเรียนกว่านี้เยอะมากครบ (ภาพตัวอย่างนี่สังเกตได้ว่าร่างเงาที่ 5 มันแปลกกว่าชาวบ้านอยู่ใช่ไหมล่ะ

 

ภาพตัวอย่างของ Drama shot

ภาพตัวอย่างของ Drama shot

 

พูดถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไปก็เยอะแล้ว ได้เวลาพูดถึงคุณภาพของกล้องในยามปกติบ้างครับ … ถ้าตัดฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาออกไปแล้ว ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เราได้จากกล้องของ Samsung Galaxy S4 นี้ก็คือ จำนวนพิกเซลที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 13 ล้านพิกเซลครับ แต่ผมยังแอบเคืองนิดๆ ที่ Samsung เขายังไม่ยอมทำก็คือ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับ Exposure ได้ด้วย แง่งๆ

 

 

คุณภาพของภาพถ่ายในสภาพแสงดีๆ นี่ OK อยู่ครับ … กล้องของ Samsung ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นครับ แต่ในการถ่ายในสภาวะแสงน้อย แบบไม่ต้องน้อยมากหรอกนะ เอาแค่แสงไฟในห้องก็พอแล้ว ผมพบว่าความเร็วชัตเตอร์ตกลงไปเยอะมาก และมีโอกาสสูงที่ภาพจะเบลอ หากถ่ายภาพด้วยมือข้างเดียว

คุณภาพของวิดีโอ 1080p ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ แม้จะซูมภาพเข้าไปแบบ Digital ก็ยังถือว่าทำได้ดีอยู่ อันนี้อานิสงส์จากการเพิ่มจำนวนพิกเซลเป็น  13 ล้านพิกเซล เพราะภาพที่ 1080p นั้นมันแค่ 1920×1080 พิกเซล การที่จำนวนพิกเซลเยอะ ทำให้ Zoom Digital ได้เนียนขึ้นด้วย ลองดูตัวอย่างคุณภาพของวิดีโอได้ที่นี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=wcexkqoP8w8[/tube]

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy S4

คำถามที่คนถามผมบ่อยๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนครับ คือ Samsung Galaxy S4 ดีไหม? เทียบกับ Samsung Galaxy S3 แล้วดีกว่ามากรึเปล่า? และหากไปเทียบกับ iPhone 5 ล่ะ เลือกอันไหนดี? ในบทสรุปนี้จะมีคำตอบครับ

  • Samsung Galaxy S4 ดีไหม? ผมถือว่าเป็น Android Smartphone ที่ดีตัวนึงนะครับ ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ลูกเล่นเยอะดี (จนบางคนอาจมองว่า มากเกินไปรึเปล่า ใช้ไม่หมด) และทำมาได้ตามคอนเซ็ปต์ Life Companion มากๆ โดยเฉพาะพวก App ต่างๆ ที่ทาง Samsung เขาทำ Localized มาให้ … อย่างไรก็ดี ในสายตาของคนหลายๆ คน แล้ว ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีมาใน Samsung Galaxy S4 นั้น เป็นแค่ Nice to have (คือมีก็ดี ไม่มีก็ได้) ซะมากกว่า เพราะไม่ได้ใช้ในกรณีปกติทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็น Need to have (จำเป็นต้องมี) นะครับ อย่างเช่น Drama shot เนี่ย คนถ่ายรูปทั่วๆ ไปเขาก็ไม่ได้ใช้งานอะไรแบบนั้น เวลาถ่ายภาพท่องเที่ยวใช่ไหมล่ะ … แต่แน่นอนว่า ในบางคน เขาก็รู้สึกว่านี่เป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์กับเขามากเลยเช่นกัน (บางคนมองฟีเจอร์อย่าง Drama shot แล้วพบว่า เอาไปทำประโยชน์ด้านงานให้กับเขาได้ เป็นต้น)
  • แล้วเทียบกับ Samsung Galaxy S3 แล้ว ดีกว่ามากไหม? สิ่งที่ S4 เหนือกว่า S3 คือเรื่องของฮาร์ดแวร์จำพวก CPU/GPU ที่แรงกว่า ประหยัดพลังงานมากกว่า มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่า คมชัดกว่า มีกล้องที่จำนวนพิกเซลสูงกว่า (เวลาถ่ายวิดีโอ ต้องการซูม จะทำได้ดีกว่า) แล้วก็มีเซ็นเซอร์ต่างๆ เพิ่มเข้ามาเพียบ แต่ลูกเล่นต่างๆ ด้านซอฟต์แวร์นั้น เห็นทาง Samsung บอกว่า Samsung Galaxy S3 ก็จะได้ไป หลังจากมีอัพเดต Firmware อ่ะนะ (แต่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่) แต่ต้องไม่ลืมว่า ฟีเจอร์บางอย่างมันอาศัยเซ็นเซอร์ที่มีแต่ใน S4 ด้วย ดังนั้น หากเราต้องใช้ฟีเจอร์พวกนั้น​ (เช่น Air gestures หรือ การวัดอุณหภูมิ/ความชื้น) คำตอบของเราก็อยู่ใน Galaxy S4 ครับ … ใครก็ตามที่มี Samsung Galaxy S3 ต้องถามตัวเองก่อนว่า อยากใช้ฟีเจอร์พวกนั้นไหม ถ้าอยาก ก็เปลี่ยนเครื่อง ถ้าไม่อยาก ก็อยู่กับ S3 ต่อไปก็ได้
  • แล้วถ้าเทียบกับ iPhone 5 ล่ะ เลือกอันไหนดี? มีคนบอกผมว่า อย่าไปเทียบ เพราะ iPhone 5 เสียเปรียบ อันนี้ผมเห็นด้วย ถ้าจะเทียบกับ Samsung Galaxy S4 ก็ควรจะเทียบกับ iPhone ตัวใหมที่จะออกในปีนี้ จะได้สมน้ำสมเนื้อ … แต่ถ้าเกิดคุณวางแผนจะซื้อซักเครื่องตอนนี้ ระหว่าง iPhone 5 กับ Galaxy S4 เลือกตัวไหนดี? ผมมองว่า ถ้าต้องการจอใหญ่ คมชัด จัดเต็ม เลือก Samsung Galaxy S4 หรือหากคุณคิดว่าจะได้ใช้ฟีเจอร์แบบจัดเต็มของมัน ก็เลือก Samsung Galaxy S4 เช่นกัน แต่หากต้องการ App เกม หรือ App อื่นๆ เยอะๆ ก็น่าจะเลือก iPhone 5 มากกว่าครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. L says:

    Dual Camera มีในOptimus G Proตั้งแต่ตอนตัวของญี่ปุ่นเปิดตัวแล้วจ้า(ตัวญี่ปุ่นเปิดตัวก่อนเกาหลีหหรือของinter)

    • kafaak says:

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ … ลองเช็คแล้ว ข่าวเมืองนอกประกาศฟีเจอร์นี้แทบจะวันเดียวกะของ Samsung เลย … สมกะที่เป็นประเทศเดียวกันเลย (มี Eye tracking ด้วย Optimus G Pro)

Leave a Reply

%d bloggers like this: