ซีรี่ส์รีวิว Flagship … งวดนี้รีวิว Samsung Galaxy S4 ตอนที่ 2

Print Friendly

Samsung Galaxy S4

 

 

มาถึงตอนที่ 2 ของการรีวิว Samsung Galaxy S4 ครับ ซึ่งในตอนที่ 2 นี้ ผมก็จะขอพูดถึงพวกฟีเจอร์ต่างๆ ที่ Samsung เขาชูเป็นฟีเจอร์เด่น (ยกเว้นฟีเจอร์เรื่องกล้อง กับ Group Play เอาไว้คุยกันตอนหน้า) ไม่ว่าจะเป็น Air Gestures, Air View, Smart Scroll, Smart Pause ฯลฯ และพวก App ต่างๆ ที่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S4 ครับ … ตรงนี้ออกตัวล้อฟรีอีกแล้ว เพราะ Samsung เขามีการทำ Localization หรือ ปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับประเทศที่วางจำหน่าย ดังนั้น เราจะได้เห็นซอฟต์แวร์หลายๆ ตัว ที่มีติดตั้งมาใน ROM เลย เฉพาะในประเทศไทยด้วย แต่อันนั้นเอาไว้พูดถึงตอนที่ 3 นะ

 

Air Gestures และ Air View

Samsung ใช้ฟีเจอร์จำพวก Gestures ต่างๆ กับ Air View ใน Samsung Galaxy S3 และ Samsung Galaxy Note … ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ยังมองว่าเป็นฟีเจอร์ที่ยังไม่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานจริงเท่าไหร่ จะเรียกว่าเป็นฟีเจอร์เน้น “ว้าว” ก็ว่าได้ แต่ตอนนี้ Samsung ได้ปรับปรุงฟีเจอร์เหล่านั้นขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ด้วย Air Gestures และ Air View ครับ มาดูรายละเอียดกันว่ามันทำอะไรกันได้บ้าง

Air gestures

ประกอบไปด้วย Gesture 5 แบบครับ หลักการก็คือ อาศัยเซ็นเซอร์ที่อยู่ตรงมุมบนด้านขวา (ผมเข้าใจว่าเป็น Proximity Sensor นะ) ในการตรวจจับว่ามีอะไรมาบังหรือไม่ และสิ่งที่มาบังนั้น มีการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็น

  • Quick glance ที่ใช้งานตอนหน้าจอปิดอยู่ เมื่อเอามือไปโบกผ่านเหนือเซ็นเซอร์ มันจะเป็นการแสดงข้อมูลให้ดู ซึ่งหลักๆ มันจะแสดง วันและเวลา แต่เราสามารถตั้งให้แสดงพวกไอคอนแจ้งเตือน, จำนวนสายที่ไม่ได้รับ, จำนวนข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน, ระดับแบตเตอรี่ และข้อมูลเพลงที่กำลังเล่นอยู่ได้
  • Air jump เป็นการใช้มือ (หรือจริงๆ ใช้แค่นิ้ว) โบกผ่านหน้าเซ็นเซอร์ ก็จะเป็นการ Scroll หน้าจอเวลาดูเว็บ
  • Air browse คล้ายๆ Air jump แต่เป็นการใช้ฝ่ามือโบกผ่าหน้าเซ็นเซอร์เพื่อเปลี่ยนรูป, เปลี่ยนหน้าหนังสือที่อ่านอยู่ หรือเปลี่ยนเพลงใหม่
  • Air move เป็น Air gesture ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนหน้า Home screen เวลาที่ต้องการย้ายไอคอนทางลัด หรือเปลี่ยนเดือน เวลาที่ต้องการย้ายตารางนัดหมายใน S Planner
  • Air call-accept เป็นการใช้มือโบกผ่านหน้าเซ็นเซอร์เพื่อรับโทรศัพท์

ฟีเจอร์พวกนี้ ในสภาวะการใช้งานปกติจะไม่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกอะไรเราเท่าไหร่เลยครับ แต่ในกรณีที่มือเราเปื้อน ไม่สะดวกที่จะเอาไปสัมผัสกับตัวเครื่องต่างหากล่ะ ถึงจะเป็นประโยชน์ชัดเจน เช่น ตอนที่ผมกำลังหม่ำปูนึ่ง จกส้มตำ อะไรแบบนี้ จะเอามือไปกดเปิดเครื่องเพื่อดูว่ากี่โมงแล้ว หรือมีใครโทรมารึเปล่าก็ใช่ที่ ถ้าใช้ Air browse หรือ Air jump ก็จะช่วยให้เราสามารถอ่านข้อมูลจากเว็บ หรืออ่านการ์ตูน (ใช้วิธีเซฟเป็นรูปไปเปิดด้วย Gallery) หรือเวลามีใครโทรมาก็ใช้ Air call-accept ในการรับโทรศัพท์ได้

ฟีเจอร์ Air gesture นี้จะใช้ได้ตอนไหนบ้าง มันจะมีไอคอนรูปมือแสดงให้เห็นบน Notification bar ครับ

อยากดูฟีเจอร์ Air gestures ในการใช้งานจริง ดูวิดีโอด้านล่างนี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=JQluxdowheY[/tube]

 

Air view

มันเป็นมากกว่าแค่การเอา S Pen ไปจ่อบนหน้าจอ เพื่อดูว่ามีรูปอะไรบ้างอยู่ในโฟลเดอร์ของ Gallery แล้วนะครับ … ประการแรกคือ ใน Samsung Galaxy S4 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้โดยไม่ต้องมี S Pen … ประการที่สองคือ ฟีเจอร์ Air view นี้ ใช้ได้หลากหลายวิธี ได้แก่

  • Information preview … คล้ายๆ กับการเอาเคอร์เซอร์ของเมาส์ไปวางไว้เหนือบริเวณที่เราต้องการรายละเอียดเพิ่ม มันก็จะแสดงรายละเอียดของข้อมูลเพิ่มขึ้นมา
  • Progress preview … ใชัในโหมดเล่นไฟล์วิดีโอครับ พอเอานิ้วไปจ่อตรง Progress bar (ที่เอาไว้เลื่อนวิดีโอเดินหน้าหรือถอยหลังนั่นแหละ) มันก็จะโชว์ Thumbnail พรีวิววิดีโอตอนนั้นๆ ให้เห็น
  • Speed dial preview … แค่เอานิ้วจ่อไว้ตรงแป้นตัวเลขในโหมดโทรศัพท์ ถ้าเรามีการเซ็ตหมายเลขนั้นเป็น Speed dial เอาไว้ เราก็จะได้เห็นว่า เบอร์นั้นเราเซ็ตไว้เป็นโทรหาใคร
  • Webpage magnifier … ตามชื่อเลยครับ เมื่อเอานิ้วจ่อไปตรงเนื้อหาของเว็บไซต์ มันก็จะเป็นการขยายเนื้อหาส่วนนั้นให้ดูกันชัดๆ

ค่อนข้างชัดเจนว่า ฟีเจอร์ Air view นี้ มีเพื่อมาทดแทนสิ่งที่เมาส์ครับ … สังเกตได้ว่า รูปแบบการใช้งานหลักๆ ของฟีเจอร์นี้ ทำหน้าที่เหมือนกับการเอาเคอร์เซอร์ของเมาส์ไปวางไว้ตามตำแหน่งต่างๆ เพื่อดูรายละเอียดข้อมูล หรืออาจจะได้เห็นพรีวิวของข้อมูล

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=QYPvDkfQrO8[/tube]

 

ฟีเจอร์ Smart screen ที่เพิ่มเข้ามา

ตอนเปิดตัว Samsung Galaxy S3 นั้น Samsung เขานำเสนอฟีเจอร์ Smart alert ที่คอยตรวจจับดวงตาของเรา แล้วจะทำให้หน้าจอคอยติดตลอด ตราบเท่าที่เรายังมองหน้าจออยู่ … ใน Samsung Galaxy S4 นี่ เขาเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปอีกครับ นั่นคือ

  • Smart rotation … ปกติมันน่ารำคาญนะ เวลาเปิด Screen rotation เอาไว้ เพราะพอเราจะนอนตะแคงใช้เครื่อง หน้าจอมันก็ตะแคงตามซะงั้น แต่ฟีเจอร์นี้มันจะตรวจจับแนวของดวงตาครับ หากเรานอนตะแคงใช้เครื่อง มันจะไม่ทำการตะแคงหน้าจอให้ ก็สะดวกไปอีกแบบ (ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้ได้เฉพาะตอนที่เราเปิดใช้ Screen rotation)
  • Smart pause … เมื่อเราไม่มองหน้าจอ วิดีโอที่เล่นอยู่จะหยุดชั่วคราว
  • Smart scroll … ตรวจจับมุมของแนวสายตา เมื่อพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไป ก็จะ Scroll หน้าจอขึ้นหรือลง … ฟีเจอร์นี้จะเข้าใจผิดกัน นึกว่ามันจับการกรอกของลูกนัยน์ตาได้ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มันแค่ดูตำแหน่งดวงตา จากนั้นหากตำแหน่งมันเปลี่ยนไป ระบบก็จะคำนวณว่า ตำแหน่งมันขึ้นหรือลง แล้วก็ทำการ Scroll หน้าจอให้

ฟีเจอร์พวกนี้ แนวคิดดีมากครับ แต่ในการใช้งานจริงยังมีอุปสรรคอยู่พอสมควร … ปัจจัยหลักๆ คือ หากสภาพแสงมันไม่ค่อยพอ การจับดวงตาของเรามันจะยากมาก โดยเฉพาะกับกล้อง 2 ล้านพิกเซล ฉะนั้น บ่อยครั้งเลย ที่ฟีเจอร์นี้มันจะไม่เวิร์ค โดยเฉพาะกับไฟบ้าน (ยิ่งบ้านผม หลอดประหยัดไฟ ความสว่างมันไม่ได้วูบวาบมากมาย)

 

Motion และ Gestures อื่นๆ

แน่นอนว่า ฟีเจอร์พวก Motion และ Gestures อื่นๆ ที่เคยมีมาใน Samsung Galaxy S3 นั้น บน Samsung Galaxy S4 ก็ยังมีอยู่ครบเครื่องครับ ไม่ว่าจะเป็น …

  • Pick up > Direct call ที่ให้เราสามารถโทรออกได้ทันที จากหน้าจอ Contact หรือ SMS เพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู
  • Tilt > Zoom ที่เป็นการซูมรูปเข้าออก ด้วยการเอียงตัวเครื่อง
  • Pan > Browse an image ที่เป็นการเลื่อนภาพที่ซูมอยู่ขึ้นลงซ้ายขวา เพียงแค่เอานิ้วแต่หน้าจอ แล้วเคลื่อนไหวตัวเครื่องบนล่างซ้ายขวา
  • Turn over > Mute/pause ที่จะปิดเสียงโทรเข้าหรือหยุดการเล่นเสียง เพียงแค่คว่ำหน้าจอลง

แล้วก็ Palm motion ที่ …

  • Capture screen ด้วยการเอามือของเราปาดหน้าจอจากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปทางซ้าย
  • Mute/pause ด้วยการเอามือปิดหน้าจอ ไฟล์มัลติมีเดียที่เล่นอยู่ก็จะหยุดเล่นชั่วคราว

 

ตอนหน้า มาดูเรื่อง App ต่างๆ ที่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S4 นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: