ซีรี่ส์รีวิว Flagship … งวดนี้รีวิว Samsung Galaxy S4 ตอนที่ 1

Samsung Galaxy S4

 

สรุปแบบสั้นๆ ก่อนนะครับ เผื่อจะตอบคำถามคาใจหลายๆ คนได้ … จากที่ Samsung ประเทศไทย บอกมา Samsung Galaxy S4 ที่เพิ่งเปิดตัวที่นิวยอร์กไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา จะวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 3 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ แต่ราคานั้นยังไม่ได้กำหนดชัดลงไปว่าจะเป็นเท่าไหร่ ทว่า Samsung ประเทศไทยเขาบอกว่า คาดว่าน่าจะไล่เลี่ยกับตอนที่ Samsung Galaxy S3 เปิดตัวนั่นแหละ … และเผื่อใครลืม S3 เปิดตัวด้วยราคา 21,900 บาทครับผม … รู้แบบนี้แล้ว หากใครฟันธงไว้แล้วว่าจะซื้อ ก็หยอดกระปุกหมูรอได้เลย ส่วนใครที่ยังลังเลว่าจะซื้อดีไม่ซื้อดี ก็มาอ่านรีวิวซะก่อนเป็นไร

 

Samsung ขอออกตัวล้อฟรีก่อน

อย่างที่รู้กันว่า เจ้านี่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว และกว่าจะจำหน่ายจริงในประเทศไทยก็ต้นเดือนหน้า ทาง Samsung เลยขอออกตัวล้อฟรีไว้ก่อนว่า ที่ผมจะได้รีวิวต่อไปนี้ เป็นตัวเครื่องที่ใช้จำหน่ายจริง แต่ว่า (ขอขีดเส้นใต้) ตัวซอฟต์แวร์ยังไม่สมบูรณ์นัก เห็นเขาบอกว่าแค่ราวๆ 75% เท่านั้นเอง

โดยส่วนตัว ผมมองว่าในแง่ของบั๊ก คงยังเยอะอยู่แหละ ใช้ๆ ไป คงมีค้างมีกระตุกกันบ้าง แต่ในแง่ของประสิทธิภาพนั้น มันคงไม้ได้ลดลงเหลือ 75% แน่ๆ และผลการทดสอบในด้านประสิทธิภาพ ก็น่าจะตอบคำถามอะไรบางอย่างได้ล่ะ

 

มาดูที่ดีไซน์ของตัวเครื่องกันก่อนเลย

ทีมงานของ Samsung เขาถามผมว่า จับแล้วแว้บแรกรู้สึกยังไง … ผมตอบว่า รู้สึกว่ามัน S3 มาก (ฮา) คือดีไซน์ของมัน ออกมาแนว Samsung Galaxy S3 เลยครับ แม้ว่าจะไม่ได้เหมือนเป๊ะๆ 100% แต่ความรู้สึกมันใช่ … ลองดูความแตกต่างแบบเปรียบเทียบได้ครับ (ใช้ Samsung Galaxy S3 สีขาว เทียบกับ Samsung Galaxy S4 สีขาวเลยทีเดียว)

 

 

ถ้าเทียบกันแบบเอาวางเทียบกันเลย จะเห็นได้ชัดว่า Samsung Galaxy S4 มันแตกต่างจาก S3 อยู่พอสมควรนะครับ … โดยสรุปแล้ว เชื่อไหมล่ะว่า Samsung Galaxy S4 นั้น จอใหญ่กว่า S3 แต่ว่าขนาดเล็กกว่านิดหน่อย บางและเบากว่า S3 ซะงั้น

 

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy S4 งวดนี้ เป็นหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล (441ppi) ใช้ Gorilla Glass 3 เพื่อป้องกันหน้าจอ แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะให้ติดฟิล์มกันรอยนะครับ เพราะจากที่ลองใช้มา เอาไปทะเล เจอฝุ่น เจอทรายละเอียดแบบไม่รู้ตัว เจ้าคิงคองภาค 3 นี่ ก็แอบมีรอยขนแมวจางๆ ให้เห็นเวลาพยายามส่องกับแสงครับ

นอกจากนี้ก็มีกล้องดิจิตอล ที่อัพเกรดมาเป็น 2 ล้านพิกเซล (จากเดิมใน S3 เป็น 1.9 ล้านพิกเซล) ด้วย

ด้านหลังของตัวเครื่อง ก็เป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash … ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นสีดำ Black Mist ครับ … ณ ตอนนี้เขามี 2 สี อีกสีคือ สีขาว White Frost … ด้านล่างของตัวเครื่องด้านหลังก็เป็นลำโพง

ด้านบน มีช่องเสียงหูฟัง 3.5 มม. มีรูไมโครโฟนสำหรับทำ Active Noise Cancellation และมีพอร์ต Infrared ครับ (ใช่แล้ว เมื่อมีเจ้านี่ ก็สามารถใช้งาน S4 ในฐานะรีโมทคอนโทรลได้ด้วย)

ด้านล่าง เป็นรูไมโครโฟนสำหรับใช้สนทนา แล้วก็มีพอร์ต Micro USB สำหรับใช้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ชาร์จแบตเตอรี่

ด้านซ้าย เป็นปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านขวา ก็เป็นปุ่มเปิดปิดหน้าจอ … ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ที่แปลกกว่าแบรนด์อื่นๆ ที่เขาทำจอใหญ่ บาง เบา ก็คือ เจ้า Samsung Galaxy S4 นี่ ถอดฝาหลังได้ เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ และอะไรต่อมิอะไรก็อยู่ด้านในหมด ทั้งสล็อตใส่ Micro SIM Card และ สล็อตใส่ MicroSD Card

ในภาพรวม ถือว่าดีไซน์ของ Samsung ทำได้ดีนะครับ … ทำ Android Smartphone ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว แบตเตอรี่ 2,600mAh มาได้บางระดับ 7.9 มม. แต่ยังสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ และมีน้ำหนักแค่ 130 กรัมเท่านั้นเอง … การที่ดีไซน์ออกมาแนว S3 พอสมควร เขาว่าเป็นเพราะ Samsung มองว่าดีไซน์ของ S3 นี่ยอดเยี่ยมแล้ว จึงขอเดินตามรอยนั้น … ก็ว่ากันไป

 

ทีนี้มาดูที่สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy S4

ก่อนอื่น ออกตัวก่อนว่า Samsung Galaxy S4 แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ใช้ Octa-core กับรุ่นที่ใช้ Quad-core ครับ ประเทศไทยเราได้รุ่นที่เป็น Octa-core มาขาย จะไม่มีการสนับสนุน 4G LTE นะครับ

 

สถาปัตยกรรม big.LITTLE

ทำความเข้าใจกันต่อ … Octa-core ที่ใช้ใน Samsung Galaxy S4 นั้น ไม่ใช่ 8-core จริงจังแต่อย่างใด แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า big.LITTLE ของ ARM ซึ่งเป็นการใช้ CPU Quad-core 2 ชุด ในการสลับกันประมวลผล โดยใช้ Cortex A7 ในการประมวลผลที่ไม่หนักมาก และใช้ Cortex A15 ในกรณีที่ต้องประมวลผลหนักๆ

 

สถาปัตยกรรม bigLITTLE บน Exynos 5410

สถาปัตยกรรม bigLITTLE บน Exynos 5410

 

อย่างไรก็ดี เวลาทำงาน จะทำงานแค่ชุดใดชุดหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทำงานพร้อมกัน 2 ชุดรวม 8-core พร้อมๆ กันแต่อย่างใดนะครับ … อย่างในกรณีของ Samsung Galaxy S4 นี้ ก็จะเป็นการสลับทำงานระหว่าง Cortex A7 Quad-core 1.2GHz กับ Cortex A15 Quad-core 1.6GHz ครับ โดยการสลับกันทำงานนี้จะเกิดขึ้นในระดับฮาร์ดแวร์เลย ตัวระบบปฏิบัติการ Android จะไม่รู้เลยว่ามีการสลับกันทำงานเกิดขึ้น

 

ทีนี้ดูสเปกกันเต็มๆ บ้าง

  • CPU: Exynos 5 Octa 5410 (Cortex A7 Quad-core 1.2GHz + Cortex A15 Quad-core 1.6GHz)
  • GPU: PowerVR SGX544MP3
  • Display: Full HD Super AMOLED ขนาด 5 นิ้ว (1920×1080 พิกเซล 441ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกันสูงสุด 10 จุด แสดงผลสี 16 ล้านสี และใช้ Gorilla Glass 3
  • RAM: 2GB
  • Internal Storage: รุ่นที่ขายในประเทศไทยเป็น 16GB แต่จริงๆ มีรุ่น 32GB/64GB ด้วย
  • External Storage: รองรับ MicroSD Card สูงสุด 64GB
  • Camera: ด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Connectivity:
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับในประเทศไทย
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 + A2DP
  • Battery: 2,600mAh
  • Dimensions: 136.6 มม. x 69.8 มม. x 7.9 มม.
  • Weight: 130 กรัม

สิ่งที่พัฒนาขึ้นมาใน Samsung Galaxy S4 ในแง่ของฮาร์ดแวร์ที่เห็นได้ชัด คือ CPU/GPU ที่เปลี่ยนไป (เยอะด้วย เพราะเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเลย และ GPU ก็เปลี่ยนจาก Mali กลับมาเป็น PowerVR แทน), กล้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น และดีไซน์ที่แทบจะขนาดเดิมกับ S3 เลย แต่บางและเบากว่า แบตเตอรี่ก็อึดกว่า

ทีนี้มาลองประเมินผลด้วยการใช้ Benchmark ต่างๆ ดูบ้างครับ

 

 

ผลการทดสอบ Samsung Galaxy S4 ด้วยโปรแกรม Benchmark

ผลการทดสอบ Samsung Galaxy S4 ด้วยโปรแกรม Benchmark

 

ผลการทดสอบนี่ค่อนข้างชัดเจนว่า สเปกระดับนี้ไม่น่าห่วงอยู่แล้วว่าจะเล่นเกม 3D เจ๋งๆ ได้ไหม … แต่ที่น่าสนใจคือ เมื่อเอามาเทียบกับคู่แข่งอย่าง LG Optimus G, HTC One แล้วเป็นอย่างไร (ใครอยากอ่านรีวิวเปรียบเทียบ 5 เสือ อันได้แก่ Samsung Galaxy S4, LG Optimus G, HTC One, Sony Xperia Z และ Oppo Find 5 รออ่านบทความของผมทางนิตยสาร On Mobile เร็วๆ นี้)

ผมลองเปรียบเทียบ Galaxy S4 กับคะแนนที่ผมมีอยู่ ณ ตอนนี้ คือ HTC One กับ LG Optimus G แล้ว พบว่าในการประมวลผลที่หนักหน่วง อย่างพวกกราฟิก 3D อะไรพวกเนี้ย Samsung Galaxy S4 นั้น ทำคะแนนได้ดีกว่า HTC One หรือ LG Optimus G ครับ อันนี้อานิสงส์จากการที่ใช้ Quad-core Cortex A15 1.6GHz เต็มๆ แต่ว่าพอมาประมวลผลแบบชิลๆ ที่ไม่หนักหน่วงมาก คะแนนของ Samsung Galaxy S4 กลับทำได้ด้อยกว่า HTC One และ LG Optimus G เพราะสถาปัตยกรรม big.LITTLE นั้น พอประมวลผลไม่หนักหน่วง จะไปใช้ Quad-core Cortex A7 1.2GHz ซึ่งประสิทธิภาพด้อยกว่าครับ

ยังไม่จบครับ ตอนหน้ามาดูที่ฟีเจอร์ต่างๆ กันบ้าง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: