ซีรี่ส์ รีวิว Flagship … งวดนี้ LG Optimus G ตอนที่ 2

LG Optimus G

ปกติ LG จะมีข้อเสียเปรียบตรงคู่แข่งจากประเทศเดียวกัน (Samsung นั่นแหละ) เรื่องของซอฟต์แวร์ครับ คือ ROM ของ LG จะออกช้าพอสมควร และไม่ค่อยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากเท่าไหร่นัก (คือ ต้องอย่าประเมินว่าผู้ใช้งานจะรู้จัก Google Account และใช้ Play Store ดาวน์โหลด App มาติดตั้งกันเองเป็นทุกคน) แต่งวดนี้ LG Optimus G นั้นทำการบ้านมาค่อนข้างจะดี ต้องขอชม แต่แอบอยากขอแซะว่า มีแอบลอกคู่แข่งชาติเดียวกันมานิดๆ นะครับ … ในการรีวิวตอนที่ 2 นี้ เราจะมาดูกันว่า ในประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์นั้น LG Optimus G เป็นอย่างไรกันบ้าง

 

User Interface ของ LG Optimus G

ถ้าเราไม่ได้ไปปรับเปลี่ยนธีมอะไร หรือเปลี่ยนรูป Background อะไร ก็ต้องบอกว่า LG ยังคงยึดหลัก สีสันสดใสอยู่เช่นเคย และชวดนี้ True HD IPS LCD ของ LG Optimus G ก็ให้สีสันสดใจ สว่างจ้าสะใจจริงๆ จนอยากบอกว่า ถ้าอยู่ในที่มืดๆ เนี่ย อยากไปเปิดให้สว่างสุดๆ ล่ะ แสบตาเอาเรื่องนะขอบอก … แต่ที่เปลี่ยนแปลงไปชัดเจนคือ เรื่องหน้าตาของไอคอนครับ จากเดิมที่ออกแนวน่ารักไปหน่อย งวดนี้ดูผู้ใหญ่ขึ้น แต่ยังคงสไตล์แอบน่ารักไว้นิดนึง (ใครจะมองว่าไม่น่ารักก็เอาเหอะ แต่ผมมองว่า ยังแอบน่ารักกว่าของค่ายอื่นๆ อยู่อ่ะ)

 

 

ที่บอกว่าขอแซะเรื่องที่แอบลอกคู่แข่งชาติเดียวกันมา ก็คือ ที่ไปทำการปลดล็อกหน้าจอ แล้วทำเป็นเหมือนหยดน้ำ พร้อมกับเสียงหยดน้ำ นั่นแหละ … แม้จะพยายามเปลี่ยนรูปแบบจาก น้ำกระเพื่อม มาเป็น หยดน้ำขยายใหญ่ขึ้น กับ เสียงหยดน้ำที่มันไม่ใช่เสียงหยดน้ำส้ม (ที่ Samsung เขาว่างั้น) ก็เหอะ แต่ความรู้สึกมันใช่เลย … โดยส่วนตัว ผมว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้น และรังแต่จะทำให้โดนแซะซะเปล่าๆ (ผมยิ่งชอบแซะๆ อยู่)

Notification Bar นี่ แอบคล้ายคู่แข่งร่วมประเทศอีกเช่นกัน แต่ทำออกมาได้ดีกว่า อันนี้แม้จะแซะ แต่ก็ขอชม … คือ ด้านบนแม้ว่าจะเป็น Toggle Icon เหมือนกัน แต่มันเพิ่ม QSlide apps ขึ้นมา ซึ่งจะเป็น Shortcut สำหรับเรียกใช้ App ที่เราชอบใช้บ่อยๆ ได้ เป็นทางเลือกที่ช่วยให้เราสะดวกใจในการวาง Widget เพื่อแสดงข้อมูลไว้บนหน้า Home Screen ส่วนพวก Icon ทางลัด (ซึ่งปกติก็ต้องวางรวมๆ กัน บนหน้า Home Screen) ก็ย้ายเอามาอยู่บน QSlide apps นี่แทน สะดวกดี … เราสามารถเลือก Apps ได้ตามใจ และเรียงลำดับได้ตามสะดวก

อยากจะเพิ่ม Widget ก็ทำได้สะดวก จะเข้าไปที่ App Tray ในแบบ Android Jelly Bean ปกติก็ได้ หรือจะแตะที่หน้าจอ Home Screen ค้าง เพื่อเลือก Shortcut Icon, Widget, Wallpapers ในแบบ Android 2.x เมื่อสมัยก่อนที่เราๆ ท่านๆ อาจจะคุ้นเคยกว่าก็ได้เช่นกัน … ซึ่งตรงนี้ผมชอบนะ สะดวกดี

 

App อำนวยความสะดวกของ LG Optimus G

ตั้่งแต่ LG Optimus Vu แล้วล่ะ ที่เขามี Quick Memo เพิ่มเข้ามา (เพราะรุ่นนั้น เขามี Stylus ขายด้วย) มันช่วยอำนวยความสะดวกคนที่ชอบจดโน้ต หรือ ชอบจดข้อมูลต่างๆ ที่หาได้จาก Smartphone แล้วขีดๆ เขียนๆ เพิ่มเติมเข้าไป … บน LG Optimus G นี่ก็มีเช่นกัน เราสามารถเรียก Quick Memo หรือ จะจับภาพหน้าจอ แล้วขีดๆ เขียนๆ เข้าไป ได้ด้วยการกดปุ่ม Volume Up + Down พร้อมๆ กัน ซึ่งตอนแรกผมนึกว่ามันจะกดยาก แต่จริงๆ แล้วไม่เลยครับ มันอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะจะใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางพอดี หรือบางคนอาจจะบอกว่า ถ้าถนัดซ้ายก็จะกดยาก … ไม่ต้องห่วง เพราะจริงๆ ระหว่างปุ่ม Volume Up กะ Down มันจะมีปุ่มอยู่ตรงกลาง กดปุ่มนั้นเอาก็ได้ ใช้นิ้วเดียวกดก็ได้อยู่ครับ

 

 

ลองขีดๆ เขียนๆ ดูก็พบว่า มันลื่นไหลดี ไม่มีสะดุดครับ เนียนเอาเรื่อง เพียงแต่มันมีข้อเสียตรงที่ เขียนได้ไม่ละเอียดเท่ากับการใช้ Stylus … คือ นิ้วมือเราใหญ่ไปสำหรับการขีดๆ เขียนๆ ตัวหนังสือเล็กๆ นี่ … ถ้าได้ Capacitive Stylus ดีๆ ที่เป็นแบบหัวแข็ง ก็อาจจะสะดวกกว่านี้ (โดยส่วนตัว แนะนำ adonit jot mini เพื่อการนี้ พกสะดวก … น่าจะหาได้ตามห้างไอทีดังๆ หรือไปดูที่ Digital Gateway ก็น่าจะมี)

แล้ว App อื่นๆ มีอะไรบ้าง? ก็มีพวก LG Smart World, Safety Care, Quick Translator กับ Dictionary, SmartShare กับ Video Wiz ที่น่าสนใจครับ

  • LG Smart World ซึ่งก็คือ ศูนย์รวมพวก App ต่างๆ ให้ดาวน์โหลดนั่นเอง จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องมี LG ID ด้วยนะครับ
  • Safety Care คือ การตั้งค่าเพื่อให้สามารถส่งข้อความไปหาที่อยู่ติดต่อที่เราเลือกไว้ได้ ซึ่งตั้งได้ 3 กรณี คือ เกิดกรณีฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือ, ไม่มีการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน และ แจ้งที่อยู่ให้ทราบ
  • Quick Translator เป็นโปรแกรมที่ใช้งานคู่กับ โปรแกรม Dictionary ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องครับ (ต้องดาวน์โหลด Dictionary เพิ่ม มีแปลได้หลายภาษา) จากนั้น เราจะสามารถใช้กล้องถ่ายรูป เพื่อจับภาพ (ไม่ต้องถ่ายนะ) ทั้งแบบเป็นคำ เป็นบรรทัด หรือ เป็นกลุ่มคำก็ได้
  • SmartShare ก็คือฟีเจอร์ในการแชร์ไฟล์มัลติมีเดียไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านของคุณ ผ่านเทคโนโลยี DLNA ครับ
  • Video Wiz ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบง่ายๆ (ที่ง่ายกว่า Video Editor ที่มากับตัวเครื่อง) เพราะมีเครื่องมือคอยช่วย

 

 

เอาล่ะ พูดถึง App กันหมดแล้ว ตอนหน้ามาแนวเดิม คือ การเล่น Multimedia, การเล่นเกม และ การถ่ายรูปกับถ่ายวิดีโอครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: