#triptwt พาชิลเขาแผงม้า

 

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราทีม #triptwt วางแผนจะไปเที่ยววังน้ำเขียวกันครับ … หน้าร้อนใครเขาจะไปทะเล เราไม่ไป เราจะไปภูเขา (ฮา) … @pakada ผู้จัดการทีมบอกว่าเคยไปมาแล้ว สวย ดี น่าไป พวกเราใจง่าย จัดไปตามที่เสนอเลย (หุหุ) … วางแผนกันข้ามหลายเดือนอีกเช่นเคย และนัดกับ @pakada กับ @banyong มาเจอกันที่เซ็นทรัลพระราม 2 ตอน 07:30 ของวันที่ 30 มีนาคม 2556 แล้วแวะไปดื่มกาแฟที่ Starbucks เพื่อรอ @rainysafety เตรียมตัว … 08:00 รวมพลกันเรียบร้อย ออกไปรับ @noot010 ที่ BTS กรุงธนบุรี แล้วมุ่งหน้าไปรับรถเช่าที่ Sixt ที่ ซ.สุขุมวิท 24 ติดโชว์รูม Millenium BMW ครับ

ที่นี่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล กับ Sixt Rent a Car ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่าและลีมูซีนเซอร์วิสชั้นนำของโลกที่มีเครือข่ายกว่า 100 ประเทศ มากกว่า 4,000 สาขาทั่วโลก … เฉพาะในประเทศไทย ก็มี 14 สาขา ใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ (กรุงเทพมี 2 สาขา, เชียงใหม่, เชียงราย, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, พัทยา, ระยอง, สมุย, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ภูเก็ต และหาดใหญ่) โดยให้บริการรถยนต์เช่ามากกว่า 20 รุ่น

 

@pakada และ @noot010 จัดการเรื่องเช่ารถกับ Sixt

@pakada และ @noot010 จัดการเรื่องเช่ารถกับ Sixt

 

เวลาไปเที่ยวกันแบบ ขับรถไกลๆ ลุยกันเยอะๆ จะไปรถหลายๆ คนเปลืองนะครับ เช่ารถแบบนี้ไป พร้อมเช่าคนขับด้วย ผมคิดว่าสะดวกกว่า จ่ายน้ำมันก็แค่คันเดียว แถมไม่ต้องขับเอง เก็บแรงไว้เที่ยวได้เต็มที่ด้วย

พวกเราเช่ารถ Honda Stepwagon Spada ครับ เหมาะสำหรับทริปนี้ เพราะพวกเราไปกันแค่ 5 คนเท่านั้น (จริงๆ วางแผนไปกัน 7 คน แต่ติดภารกิจฉุกเฉิน 2 คน คือ ป่วยหนึ่ง ติดงานหนึ่ง แต่ไม่ห่วง เพราะเก็บเงินไปแล้ว … ฮา) เลยทำให้นั่งสบายๆ ชิลๆ ครับ นั่งหน้ากับคนขับคนนึง (@banyong) นั่งกลาง 2 คน (@pakada & @noot010) และ นั่งปิดท้าย 2 คน (@kafaak & @rainysafety)

เผื่อใครอยากทราบค่าใช้จ่าย … ค่าเช่ารถ Honda Stepwagon Spada อยู่ที่วันละ 5,250 บาท และค่าบริการคนขับอยู่ที่ 900 บาท/วัน เรื่องที่พักกับอาหารของพี่คนขับ เขาจัดการเอง แต่หากมีน้ำใจ เราก็ชวนพี่เขาทานข้าวด้วยกันก็ได้ครับ … อ้อ! ตอนนี้มีโปรโมชั่นด้วยนะ บัตรเครดิต KTC, Citibank หรือ UOB จะได้ลดค่าเช่ารถ 50% ครับ

 

รถ Honda Stepwagon Spada ที่พวกเราจะเช่าวันนี้

รถ Honda Stepwagon Spada ที่พวกเราจะเช่าวันนี้

 

เอาล่ะ! พร้อมออกเดินทางไปปากช่องครับ โดยออกเส้นเพชรบุรีตัดใหม่ ออกพระราม 9 เป้าหมายของเราคือ N14.697717 E101.41087 บ้านไม้ชายน้ำ หมู่บ้านเกาะแก้ว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ครับ แต่พวกเราแวะไปซื้อชองหม่ำๆ นิดหน่อยก่อนออกเดินทางด้วย … จะได้เป็นการเดินทางฮาเฮ … พวกเราตั้งชื่อทริปนี้ว่า “วังน้ำเขียวพาเพลิน”

GPS ที่มากับรถ แม่นมากทีเดียวครับ เพียงแต่ต้องหาพิกัด GPS มาใส่ก่อนนะ (ไม่ค่อยอยากแนะนำให้คาดหวังกับฐานข้อมูลสถานที่ของโปรแกรมนำทาง) นำทางพวกเราที่ไม่เคยมาร้าน บ้านไม้ชายน้ำ ได้แม่นมากทีเดียว

บรรยากาศร้าน ก็ออกแนว Retro ตามสมัยนิยม ตกแต่งด้วยของเก่าๆ ครับ … ลูกค้าทั่วไปเขาไม่ให้จองโต๊ะครับ ต้องมากะทัวร์กลุ่มใหญ่ๆ เท่านั้น ฉะนั้น เรามากันกลุ่มเล็กๆ แบบนี้ ต้อง Walk in สถานเดียว แล้วมาจองคิว ถึงคิวเขาก็เรียกให้เราเข้ามาเอง … ใครไม่อยากมาทานอาหาร แต่อยากเข้ามาถ่ายรูปชิลๆ ก็มีจำหน่ายบัตรเข้าชมด้วยนะ

พวกเราได้โต๊ะเบอร์ 27 ครับ ริมน้ำ บรรยากาศชิลดีเลยทีเดียว … อาหารรสชาติพอใช้ได้ครับ เราสั่งมาก็หลายอย่าง หมดไป 1,432 บาท (รวม Service Charge 3% … ที่เก็บแค่นี้ คงเพราะเขาไม่ได้ให้บริการอะไรเท่าไหร่ นอกจากเดินมาเสิร์ฟอาหาร เพราะพวกเครื่องดื่มนี่ นอกจากเทให้ครั้งแรก ที่เหลือต้องเทกันเอง) … ที่ไม่ประทับใจอย่างแรงคือ น้ำส้มคั้นครับ เขาทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ คั้นออกมาขมเอาเรื่อง เพราะมันคั้นทั้งเมล็ดและเปลือกเลย แถมเก็บแพงอีกต่างหาก ขวดใหญ่ (ซึ่งไม่ได้ใหญ่อะไรเลย) 120 บาท แพงโฮก ไม่แนะนำให้มาซื้อดื่มอย่างแรง

 

 

ก่อนจะถึงที่พักเราก็แวะที่ Palio Khaoyai ก่อนครับ มาที่นี่ แวะช้อปของน่ารักๆ ซักหน่อย ถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์ ร้านค้าต่างๆ … เดี๋ยวมาเที่ยวแล้วจะไม่ได้รูปนะเออ … ใช้เวลาที่นี่ซักพักใหญ่ๆ ครับ 40 นาที ถึง 1.5 ชั่วโมง เดินดูให้ทั่วๆ แวะดื่มกาแฟ นั่งตากแอร์เย็นๆ คลายร้อนก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ

 

 

เอาล่ะ มุ่งตรงมาที่ที่พักของพวกเราอยู่ซึ่งที่ วิลล่าเขาแผงม้า ซึ่ง @pakada จองผ่าน Hotels2Thailand.com … เหตุผลที่เลือกที่นี่ เพราะ @pakada เคยมาก่อนแล้วเมื่อหลายปีก่อน และแนะนำว่าพวกเรามาพักที่นี่ ค่าที่พักไม่แพงมากมายนัก บรรยากาศดี ที่พักใช้ได้

 

 

เป็นครั้งแรกที่ใช้บริการของ Hotels2Thailand.com ก็เลยต้องขอเทียบภาพที่เห็นกันจริงๆ ที่หน้างาน กับภาพที่นำมาใช้โชว์บนเว็บไซต์ซะหน่อย … ก็เป๊ะดีครับ ไม่ผิดหวังจริงๆ (งานนี้ @pakada รอดตัวเพราะที่พักออกมาดูดีตามที่อวด … คือ รูปที่คุณเธอเอามาให้ดูน่ะ ก็เอามาจากเว็บไซต์นี้)

 

ข้อมูล วิลล่าเขาแผงม้า บนเว็บไซต์ Hotels2Thailand

ข้อมูล วิลล่าเขาแผงม้า บนเว็บไซต์ Hotels2Thailand

 

ที่นี่เน้นแต่งสไตล์บาหลีครับ เจ้าของเขาชอบบาหลีมาก (เห็นว่าไปมาแล้ว 137 ครั้ง) ของตกแต่งที่นี่มาจากบาหลีครับ มีตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ แบบรูปปั้นเล็กๆ รูปภาพ ไปจนถึงชิ้นใหญ่ๆ พวกรูปปั้นตัวใหญ่ๆ แบบที่หนักและต้องลงเรือมาเลย … พวกเราสังเกตว่าที่นี่ปลูกผักแบบ Hydroponic ไว้ให้บริการลูกค้าด้วยนะ (เป็นผักสลัดให้ทาน และหากลูกค้าสนใจ ก็ซื้อกลับไปบ้านได้ด้วย)

 

 

มื้อเย็น เดินทางไปที่ Village Farm & Winery ครับ … ที่นี่เป็นไร่องุ่นที่ผลิตองุ่นชั้นดี และไวน์รสชาติเยี่ยมเลย (ตามคำบอกของ @Banyong เขา) … แต่ต้องขอบอกว่า จากการที่พวกเราไปเยี่ยมมา เราพบว่าที่นี่หาทางเข้าไปยากพอสมควร เพราะป้ายบอกทางเล็กไปหน่อย พอเข้าไปแล้วก็เป็นทางแคบๆ ที่ไม่มีไฟตามทาง เข้าไปแล้วนึกว่าหลงทางแล้ว (เหอๆ) แต่บรรยากาศภายในร้าน สวยมากทีเดียวครับ และอาหารที่นี่ก็รสชาติดี ไวน์ก็รสชาติดี (ใครที่ไม่ถนัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถจัดน้ำองุ่นได้ครับ รสชาติดีเช่นกัน) ราคาก็ไม่แพงจนเกินไปนัก

 

 

จบจากอาหารแล้ว ก็กลับมานอนครับ ไม่ดึกมาก แค่สามทุ่มนิดๆ เท่านั้นเอง … ดึกกว่านี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วครับ กลับมาแล้ว นั่งคุยดีกว่า ไวน์เหลือครึ่งขวด มานั่งจิบกับเพื่อนๆ ต่อได้นะ (แต่สรุปแล้ว @Banyong เหมาครับ เพราะผมเพลียเกินกว่าจะจิบเป็นเพื่อน … ฮา)

ตื่นเช้าวันที่สอง 08:30 น. ออกมาทานอาหารเช้า ที่ วิลล่าเขาแผงม้า นี่เป็นแบบ Half Buffet ครับ คือ ส่วนหนึ่งจะให้เดินตักแบบบุฟเฟ่ต์ทั่วไป ก็มีก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่, ข้าวผัดหมู, ขนมปังปิ้ง, ปาท่องโก๋, สลัดผัก, ผลไม้ และอีกส่วนที่ต้องสั่งให้เขาทำให้ เช่น ข้าวต้ม, American Breakfast และพวก ไข่กะทะ ครับ รสชาติใช้ได้ทั้งนั้นเลย … บรรยากาศของร้านอาหารก็ดีด้วย

 

บรรยากาศเหมาะกับการจิบกาแฟยามเช้าจริงๆ

บรรยากาศเหมาะกับการจิบกาแฟยามเช้าจริงๆ

 

เป้าหมายหลักของทริปเราจริงๆ คือ มาที่ Flora Park ครับ ซึ่งก็เผอิญเสียเหลือเกิน ที่มันอยู่แค่เยื้องๆ กับ วิลล่าเขาแผงม้า นี่เอง ใกล้แบบชนิดที่ว่าตอนพี่คนขับเขาพารถเลี้ยวเข้าไปนี่ ถึงกับ เอิ่ม จริงๆ เดินมาเองก็ได้นะเนี่ย

 

 

แนะนำว่า จริงๆ ควรมาแถวๆ ปลายฝนต้นหนาว ซักเดือน กันยายน-ตุลาคม น่าจะดีที่สุดครับ ทาง วิลล่าเขาแผงม้า เขาก็บอกว่าช่วงนั้นที่วิลล่าก็จะเขียวชะอุ่มชุ่มชื่นสุดๆ อากาศกำลังดี มีหมอกตอนเช้าด้วย และที่ Flora Park นี่ก็น่าจะมีดอกไม้ให้ดูมากกว่านี้ มาตอนหน้าร้อนแบบนี้ ดอกไม้มีน้อยมาก และผมรู้สึกว่าที่นี่ก็น่าจะปิดชั่วคราว ดีกว่าที่จะเปิดเก็บค่าเข้าชมคนละ 100 บาท อย่างตอนนี้ แล้วก็ไม่มีอะไรให้ชมกันจริงๆ จังๆ มากนัก … แนะนำว่าอย่าไปช่วงหน้าร้อนแบบผมเรา มันไม่มีอะไรให้ดูแลจะเสียดายเงิน 100 บาท จริงๆ นะเออ

จบจากที่นี่ เราก็แวะไปตามรายทางครับ มื้อกลางวันที่ครัวเขาใหญ่ (ผมเคยมาทีนึงแล้ว ตอนมาทดสอบรถโตโยต้าพรีอุสเมื่อปีก่อน) อาหารที่นี่มีหลากหลายอย่างให้เลือก เพียงแต่ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารของครัวเขาใหญ่เอง อีกส่วนจะเป็นพวกอาหารตามร้านใกล้เคียงที่สั่งเข้ามาทานได้ แต่ต้องจ่ายเงินแยกต่างหาก ของมาเสิร์ฟปุ๊บ ก็จ่ายเงินเลย อะไรแบบนั้น

 

 

ต่อด้วย Dairy Home (ซึ่งผมรู้สึกว่า ถ้าจะแวะหาข้าวทาน พร้อมกับขนม แวะมาที่นี่เลย ทีเดียวจบกว่าเยอะ) ที่นี่มีไอศกรีมหลากรสให้เลือก และเมื่อทานเสร็จ ก็เอาแก้วไอศกรีมกลับบ้านได้เลย (เอาแก้วที่ทานไปแลกกับแก้วใบใหม่ที่ตรงจุดที่เราสั่งไอศกรีมนั่นแหละ)

 

 

จบจาก Dairy Home แล้วก็เดินทางกลับ กทม. ครับ เป็นอันปิดฉากทริป 2 วัน 1 คืน ไปเขาแผงม้าของพวกเรา #triptwt … งวดหน้าพวกเราว่าจะไปแบบใกล้ๆ ไปกลับได้ในวันเดียวกันบ้าง เช่น สวนสามพราน ไม่ได้ไปนานแล้ว รอติดตามนะครับ … แต่ช่วงนี้ ไปกด Like เพจของพวกเราได้ที่ http://www.facebook.com/triptwt ครับผม

อ้อ! ตลอดทริปนี้ต้องขอบอกว่า รูปแทบทุกรูปที่ถ่ายมาโพสต์บนบล็อกนี่ ผลงานของ Samsung Galaxy Camera ล้วนๆ ครับ … เป็น Gadget ที่ผมยังไม่มีโอกาสได้รีวิวเต็มเม็ดเต็มหน่วยซะที (ทั้งๆ ที่ออกมาวางจำหน่ายนานแล้ว) พอดีทีม #triptwt ของเรา มีเจ้านี่กันรวมแล้ว 3 เครื่องพอดี เลยถ่ายกันสนุกมือเลย (รูปรวมแล้วราวๆ 667 รูป 2.9GB โดยประมาณ) ไว้มีโอกาสต้องขอรีวิวเจ้านี่ซะที แต่ตอนนี้บอกได้ก่อนว่า มันเจ๋งอยู่ในหลายๆ เรื่อง เช่น

  • ด้วยความที่เป็น Android และสามารถใส่ SIM Card ได้ (เป็น Micro SIM) ก็เลยทำให้สามารถถ่ายรูปแล้วโพสต์ขึ้น Social Media ต่างๆ ที่ต้องการได้เลย ไม่ต้องมารอโอนถ่ายรูปเพื่อขึ้นโพสต์
  • โหมด Smart ของมัน ปรับสีและแสงของภาพให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีเยี่ยมทีเดียว (อย่างรูปอาหาร พวกเราก็ใช้โหมด Food หรือถ่ายในบรรยากาศแสงไฟสลัวๆ ของร้านอาหารก็ใช้โหมด Party/Indoor หรือตอนถ่ายที่ Flora Park ก็ใช้ Landscape เป็นต้น)
  • ซูม 21x ซึ่งเหมาะกับบล็อกเกอร์อย่างพวกเรามากๆ เช่น เวลาไปนั่งในงานแถลงข่าว ซึ่งเราอยากถ่ายรูปบนเวที แต่เราอยู่ไกลมาก เราก็ใช้ซูมเอาก็จบเรื่อง กำลังซูมประมาณเลนส์ 430mm เลยทีเดียว
  • และเพราะเป็น Android นั่นแหละ มันเลยทำอะไรต่อมิอะไรได้หลากหลายอย่าง เหมือนที่พวก Android Smartphone พึงจะทำได้

แต่ก็ไม่ใช่จะปราศจากข้อเสียเลยนะครับ … เท่าที่ลองใช้ดู ผมพบว่า

  • การเริ่มต้นใช้งาน มันช้ากว่าพวกกล้อง Compact ทั่วไป โดยเฉพาะหากต้องเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่เลย … ถ้าไม่เตรียมพร้อมไว้ละก็ มีโอกาสพลาดท่า อดช็อตเด็ดๆ ได้เหมือนกัน
  • แบตเตอรี่ให้มาแค่ 1,650mAh น้อยเกินไปสำหรับกล้องดิจิตอลที่ใช้ CPU/GPU ระดับ Quad-core แถมมีหน้าจอใหญ่ 4.8 นิ้วแบบนี้ แบตหมดไวเอาเรื่องเลยทีเดียวเชียวล่ะ ยังดีว่าสามารถเสียบเข้ากับ PowerBank เพื่อชาร์จได้นะ แต่มันก็ไม่สะดวกเท่าไหร่

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. น่าไปเที่ยวเขาแผงม้ามาก

Leave a Reply

%d bloggers like this: