ศึกวุ้นแปลภาษา Google Translate vs Bing Translator ตอนที่ 2

Print Friendly

Bing Translator vs Google Translate

 

จริงๆ ไอเดียของการเขียนบล็อกตอนนี้มันปิ๊งมาตอนที่มีคนถามคำถามผมมาทางเพจ #triptwt ที่ http://www.facebook.com/triptwt (ใครยังไม่กด Like ก็อย่าลืมกดกันนะ อิอิ … ขายของ) แล้วผมดันกดผิด ไปกดแปลประโยค ก็เลยคิดได้ว่า เออ แล้วถ้าเทียบ Google Translate กับ Bing Translator เนี่ย อันไหนมันแปลได้ดีกว่ากัน เพราะเห็นน้องๆ นักเรียนนักศึกษาไทยเราใช้บริการพวกเว็บแปลภาษากันเยอะมากเลย ถ้ามีใครมารีวิวประสิทธิภาพ และความแม่นยำของบริการแปลภาษาพวกนี้ จะได้รู้ว่า แล้วควรจะใช้บริการของใครดี จะได้แปลแม่นๆ ถูกเยอะๆ หน่อย

 

ใครยังไม่ได้อ่านยกแรก แนะนำให้ไปอ่านก่อนนะครับ แล้วค่อยมาต่อที่ยกที่สองนี่กัน (ขายของอีกแล้ว) ในคราวนี้ เราจะมาทดสอบเปรียบเทียบกัน เมื่อต้องแปลเว็บไซต์ข่าวทั่วไป และพวกบล็อก จากไทยเป็นอังกฤษ และจากภาษาอังกฤษเป็นไทยกันครับ โดยผมจะขอเน้นไปที่เว็บไซต์บล็อกใหญ่ๆ และเว็บข่าวชื่อดัง ที่ผมมองว่าเป็นเว็บที่เป็นแหล่งข้อมูลที่ดี

 

การทดสอบที่ 1: แปลเว็บ blognone.com 

เว็บ Blognone.com นี่ ผมถือว่าเป็นเว็บไซต์ชุมชนชาว IT ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว เลยขอเลือกข่าวที่(ผมว่า)น่าสนใจมาซักข่าวนึง แล้วลองแปลซักย่อหน้านึงครับ (ต้องขออภัยที่ไม่สามารถแปลทั้งหมดได้ เพราะผมไม่มีเวลามานั่งอ่านทั้งหน้าขนาดนั้น) … ผมเลือกเนื้อหาข่าว DevFest ที่กำลังจะจัดในประเทศไทยเร็วๆ นี้ครับ เนื้อหาข่าวก็ตามนี้เลย

 

“เผยหัวข้อบรรยายใน DevFestW โดยผู้บรรยายหญิง เพื่อผู้หญิงในแวดวงไอทีโดยเฉพาะ

ครั้งแรกในประเทศไทยสำหรับงานที่จัดเพื่อนักพัฒนาและผู้หญิงแวดวงไอที และมีผู้หญิงเข้าร่วมเสวนาและรับฟังมากที่สุดกับงาน DevFestW Bangkok ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 16 อาคาร 9 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท (แผนที่ : 13.711568, 100.581357)

พบกับหัวข้อบรรยายแบบผู้หญิงถึงผู้หญิง และกิจกรรมปาร์ตี้พิซซ่าพร้อมคัพเค้กสุดน่ารักที่เตรียมเซอร์ไพรส์สาวๆทุกคน ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่นี่ และติดตามกิจกรรมบน Google+ Events ได้ที่นี่ (ผู้หญิงทุกคนจะได้สิทธิเชิญเพื่อนมาร่วมเป็น +1 ได้หนึ่งคน ส่วนผู้ชายต้องชวนสาวๆ มาลงทะเบียนด้วย หากลงทะเบียนมาคนเดียวจะไม่ได้รับของที่ระลึก) กำหนดการของงานดูได้จากแหล่งที่มาครับ”

 

การแปลของ Google Translate นี่ แอบฮานิดๆ เลยครับ ลองดูในรูปด้านล่างได้

 

ผลการแปลของ Google Translate

ผลการแปลของ Google Translate

 

โดยรวมนะครับ แปลได้พออ่านแล้วเข้าใจ ผมให้ราวๆ 80% เลยทีเดียว ตรงช่วงแรกๆ ที่พูดถึงกิจกรรม ตลอดไปจนถึงระยะเวลาของงานพคและสถานที่จัดงาน กับช่วงท้ายๆ ที่พูดถึงเรื่องการลงทะเบียน และหากมาลงทะเบียนคนเดียวจะไม่ได้ของที่ระลึก … แต่ Google Translate มาตายตรงที่ท่อนที่ว่า “พบกับหัวข้อบรรยายแบบผู้หญิงถึงผู้หญิง และกิจกรรมปาร์ตี้พิซซ่าพร้อมคัพเค้กสุดน่ารักที่เตรียมเซอร์ไพรส์สาวๆทุกคน” ที่ดันไปแปลเป็น “I describe a woman with a woman. Pizza and cupcake party and cute girls have prepared a surprise.” ผมเลยขอบอกว่า เต็ม 10 ให้ 7 คะแนนครับ

คือ เขาบอกว่ามีกิจกรรมปาร์ตี้พิซซ่าพร้อมคัพเค้กสุดน่ารักที่เตรียมเซอร์ไพรส์สาวๆ ทุกคน แต่ Google Translate ดันไปแปลว่า cute girls have prepared a surprise เนี่ย คนอ่านจะเข้าใจว่า ไปงานนี้เราจะได้เห็นสาวๆ น่ารักๆ เตรียมเซอร์ไพรส์เรา เดี๋ยวจะผิดหวังซะเปล่าๆ นะครับพี่น้องครับ (ฮา)

 

ทีนี้มาดูการแปลของ Bing Translator กันบ้างครับ

 

ผลการแปลด้วย Bing Translator

โดยภาพรวม ต้องบอกว่า Bing Translator แปลออกมาได้ค่อนข้างมั่วมากทีเดียวครับ ตั้งแต่ท่อนหัวข้อ มาจนถึงย่อหน้าแรก และยาวไปถึงย่อหน้าสุดท้าย ในย่อหน้าแรกนั้น ถ้าให้ประเมิน ผมมองว่าแปลได้ใจความราวๆ 50% เท่านั้นเอง และในส่วนของย่อหน้าที่สองนั้น ก็ได้ใจความแถวๆ 65% เท่านั้นเอง … และจากการที่ต้นฉบับภาษาไทยมีคำว่า “เซอร์ไพรส์” ซึ่ง Google Translate สามารถแปลเป็น “Surprise” ได้ถูกต้อง แต่ Bing Translator ไม่รู้จักคำนี้ และใช้ทับศัพท์ไปเลยว่า “soephrai” (เซอไพร … ไม่มี ส์ เพราะสำหรับคำไทย มันไม่ออกเสียง ก็ถือว่าทับศัพท์ได้เก่งพอสมควร) ทำให้พอคาดเดาได้ว่า Bing Translator นี่มีปัญหาเรื่องการพยายามแปลคำทับศัพท์ของไทยเราอยู่ (หรือพูดง่ายๆ ยังไม่เข้าใจการใช้ “ไทยคำอังกฤษคำ” แบบคนไทย) … มองในแง่นึง มันคือความฉลาดที่จะสร้างทับศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาษาไทย แต่มองอีกแง่คือ มันยังไม่เก่งพอที่จะเข้าใจธรรมชาติของภาษาไทย

ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมคงให้ราว 5 ครับ สำหรับการแปลในครั้งนี้ของ Bing Translato

 

การทดสอบที่ 2: แปลเว็บ www.siamintelligence.com

จริงๆ ผมอยากจะแปลเว็บข่าวไทยรัฐออนไลน์ แต่ว่าเขาเขียนสคริปต์มาให้ไม่สามารถ copy ข้อความไปได้ เลยขอเปลี่ยนมาที่เว็บไซต์ siamintelligence.com แทน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเว็บไซต์ข่าวอิสระที่มีสไตล์การเขียนแบบมืออาชีพทีเดียว และก็ขอเลือกบทความเกี่ยวกับ พรบ. เงินกู้ 2 ล้านล้าน มาแปลซะเลย … เนื้อหาที่ตัดมาแปลมาจากข่าว ปัญหาของร่าง พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ตามนี้เลย

 

“ปัญหาของร่าง พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน

วันนี้รัฐบาลนำร่างพรบ.เงินกู้เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมูลค่า 2 ล้านล้านเข้าอภิปรายในรัฐสภา มูลค่าโครงการนี้สูงถึง 20% ของผลผลิตประชาชาติทั้งปี พอๆกับงบประมาณรัฐบาลต่อปี

ดิฉันเห็นด้วยกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยระบบรถไฟฟ้ารางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรถไฟฟ้าในเขตกทม.และปริมณฑล แต่ไม่เห็นด้วยกับการ“รีบร้อน”ผ่านร่างพรบ.ฉบับนี้เพื่อระดมทุน เนื่องจากรายละเอียดที่รมว.คมนาคมและผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยกับสื่อมวลชนขัดแย้งกับข้อเท็จจริง บางประเด็นก็ขัดแย้งกันเองทั้งๆที่เป็นโครงการเดียวกัน หลายประเด็นก็คลุมเครือมาก

1. ในรายการ Wakeup Thailand เมื่อวานนี้ รมว.คมนาคมเสนอว่าประเทศอื่นเขาก็กู้กันแบบนี้

ข้อเสนอดังกล่าวมีปัญหาดังนี้

1.1 โครงการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้วิธีให้สัมปทานแบบ Build-Operate-Transfer (BOT) คือเอกชนที่รับสัมปทานเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง บริการจัดการ และเมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วก็โอนกิจการและทรัพย์สินคืนแก่รัฐบาล ตั้งแต่ประมูลได้จนทดลองขับเคลื่อนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้เวลา 8 ปี

1.2 เกาหลีใต้ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงโดยมีเงื่อนไขให้บริษัทร่วมทุนกู้เองด้วย รัฐบาลเอางบประมาณมารับภาระหนี้สิน 55% ของราคาโครงการเท่านั้น ต่างจากข้อเสนอของร่างพรบ.นี้ที่รัฐบาลไทยเอางบประมาณมาแบกรับภาระหนี้สิน 100% (ของค่าราง ค่าเดินรถยังไม่ได้ตัดสินใจ ประเด็นนี้ขอยกไปภายหลัง)

1.3 ในอดีตที่สหรัฐฯ บริษัทเอกชนระดมทุนทำรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐเอง บริษัทที่ขาดทุนโดนรัฐบาลเข้าไปเทคโอเวอร์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในภายหลัง บริษัทที่ไม่ขาดทุนคือบริษัทรถไฟฟ้าที่ขนส่งสินค้า

1.4 รัฐบาลญี่ปุ่นและอังกฤษลงทุนทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเอง แต่เดินรถขาดทุนจนโดนแปรรูป

1.5 ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และทุกประเทศที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในยุโรปมีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่มูลค่าสูงขึ้นเพราะอยู่ใกล้เครือข่ายรถไฟฟ้าเสียภาษีเข้าคลังมากกว่าเจ้าของที่ดินที่อยู่ไกลจากเครือข่ายรถไฟฟ้า แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีทรัพย์สิน ทำให้การแบกภาระการใช้หนี้ในอนาคตไม่เป็นธรรมเท่าต่างประเทศ ปัจจุบันโครงสร้างภาษีของไทยก็ไม่เป็นธรรมอยู่แล้วเพราะรายได้ภาษีมาจากภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระไปที่ผู้บริโภค (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมัน) มากกว่าภาษีทางตรง (ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและภาษีเงินได้นิติบุคคล)

1.6 รถไฟฟ้ามหานครในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ลงทุนและบริหารโดยเอกชน รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด”

 

เอาล่ะ ลองเอา Google Translate แปลดูก่อนนะครับ … ได้ตามรูปด้านล่างนี่เลย

 

ผลการแปลของ Google Translate

ผลการแปลของ Google Translate

 

พอรูปแบบการเขียนข่าวมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ดูเป็นทางการมากขึ้น ในหลายๆ จุด ตรงนี้ผมขอให้ Google Translate แปลรู้เรื่องราวๆ 85% เลยครับ อ่านเฉพาะภาษาอังกฤษอย่างเดียว ก็พอรู้เรื่องได้แล้ว … ความเจ๋งของ Google Translate ก็คือ การที่เข้าใจถึงธรรมชาติของภาษาไทย และรู้จักพวกชื่อย่อ หรือชื่อหน่วยงานในประเทศไทย อย่างเช่น รมว. (รัฐมนตรีว่าการกระทรวง …) คือ Minister หรือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ก็คือ Office of Transport and Traffic Policy and Planning (OTP) เป็นต้น

เต็ม 10 คะแนน ผมยกให้ Google ได้ 8.5 คะแนนครับ ในจุดนี้

 

ทีนี้ถึงคิวของ Bing Translator กันบ้างครับ … ดูผลการแปลในรูปด้านล่างได้เลย

 

ผลการแปลด้วย Bing Translator

ผลการแปลด้วย Bing Translator

 

Bing Translator ก็ทำได้ดีในการแปลข่าวที่เขียนในรูปแบบเป็นทางการเช่นกันครับ ความถูกต้องก็ไม่แพ้ Google Translate เลย ขอประเมินว่าประมาณ 85% เช่นกัน เพียงแต่เช่นเคย มีปัญหากับเรื่องของความเข้าใจในธรรมชาติของภาษาไทยครับ สังเกตได้จากการที่แปล รมว. ไม่ได้ (แล้วใช้ตัวอักษรภาษาไทยเหมือนเดิม คือ รมว. เลย) และไม่รู้จักชื่อภาษาอังกฤษของหน่วยงานราชการของไทย … ตรงนี้เลยต้องขอตัดคะแนนออกไปหน่อย เพราะ Google Translate ทำได้ดีกว่าจริงๆ … เต็ม 10 ผมให้ 8 คะแนนก็แล้วกัน

 

การทดสอบที่ 3: แปลข่าวบันเทิงจาก www.sanook.com ดู

เผื่อใครอยากจะส่งข่าวบันเทิงให้เพื่อนๆ ชาวต่างชาติได้ติดตามกันบ้าง ลองดูความสามารถในการแปลข่าวบันเทิงหน่อยเป็นไรล่ะ … ความยากของการแปลข่าวบันเทิงเป็นภาษาอังกฤษก็คือ มีการพูดถึงชื่อบุคคลเยอะมาก และบ่อยครั้งเขามีการใช้ศัพท์วัยรุ่นด้วยนะ โดยเฉพาะพวกเว็บไซต์ประเภท เว็บท่า (Portal site) สำหรับวัยสะรุ่นแบบ sanook.com แบบนี้ … งั้นลองข่าวนี้เลย หนิง ควง จิน เคลียร์ปัญหากิ๊กสาวไฮโซ

เนื้อหาข่าวที่ผมคัดลอกมาเพื่อทำการทดสอบ ก็ตามนี้เลยครับ

 

“หนิง ปณิตาควงสามี จิน ธรรมวัฒนะ แถลงข่าวเคลียร์เรื่อง ไฮโซน้ำหวานซึ่งหลังก่อนหน้านี้ หนิง ได้ไปออก รายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ซึ่งทางรายการได้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์รายการมาให้ พร้อมกับคำสัมภาษณ์ของ หนิงที่พูดไว้ในรายการว่า “ทำใจมาตลอดว่าต้องเกิด จึงเตรียมตัวที่จะรับทำให้เรามีสติขึ้น จริง ๆ หนิงทราบเรื่องตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. แต่วันที่ 19 เขาสองคนรู้จักกัน หนิงเห็นจินจับมือกับผู้หญิงคนนั้นที่โรงแรมตอนประมาณ 3-4 ทุ่ม พอหนิงเห็นภาพก็มีเซ้นส์รู้เลยว่าไม่ปกติ แต่หนิงไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ค่ะ”

นอกจากนี้ หนิง ยังพูดไว้อีกว่า สงสารผู้หญิงคนนั้นเพราะเขาต้องมาถูกผู้ชายหลอกด้าน จิน ได้พูดไว้ในรายการเช่นกันว่า “”ผมขาดสติยั้งคิดขั้นรุนแรง ต้องขอโทษทุกคนที่เผลอยังมีอารมณ์สนุกอยู่ สติจึงลดลงไปเรื่อย ๆ ยอมรับว่าเคยพูดกับทางฝ่ายนั้นว่าแยกกันอยู่กับหนิง ตอนนั้นเพราะเมาขาดสติ ผมมีปัญหาชีวิตส่วนตัวนิดหน่อยครับ”

ล่าสุดวันนี้ (29 มี.ค.) หนิง และ จิน พร้อมด้วยลูกสาว ออกให้สัมภาษณ์คู่กันครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยบอกว่า “อยากให้เรื่องทุกอย่างจบเพราะมีผลกระทบต่อลูกและครอบครัว ส่วนเรื่องที่มีคนใช้ชื่อคล้าย “หนิง” และนำไปเขียนต่อว่าฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่ใช่หนิงนะคะ”

“เรื่องนี้ราวดังกล่าวหนิงทราบมาตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมแล้ว เพราะฝ่ายหญิงส่งข้อความมาหาจินตลอด แต่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ไม่ได้สนใจที่คุณอยู่กับครอบครัว ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ ฉันแคร์คุณ คุณแคร์ฉันหรือเปล่า และอีกข้อความคือ I Love You”

 

และผลการแปลด้วย Google Translate ก็ออกมาแบบนี้เลยครับ

 

ผลการแปลด้วย Google Translate

ผลการแปลด้วย Google Translate

 

ชัดเจนเลยว่า พอมาเป็นข่าวบันเทิง ซึ่งรูปแบบการเขียนมีความซับซ้อนมากขึ้นมาก การแปลก็เริ่มมีความผิดพลาดมากขึ้นชัดเจน … การตรวจจับว่าอันไหนเป็นชื่อคน  Google ก็ทำออกมาได้ไม่ดี การแปลก็มีความผิดเพี้ยนเยอะมาก แม้บางจุดจะแปลได้ถูกต้องบ้าง แต่ในภาพรวมแล้ว ความหมายกลับไปคนละทางกับต้นฉบับเลย (เช่น “ผมขาดสติยั้งึคิดขั้นรุนแรง” กลายเป็น “I still think senseless violence” หรือ  “ไม่ใช่หนิงนะคะ” กลายเป็น “Ning is not me” ซะงั้น)

ประเมินแล้ว ผมมองว่าแปลรู้เรื่องอยู่ราวๆ 25% เท่านั้นเองครับ และหากให้คะแนนละก็ เต็มสิบผมก็คงให้ 2.5 คะแนนเท่านั้น

 

เอาล่ะ แล้ว Bing Translator จะทำได้ดีกว่าไหม ลองดูรูปด้านล่างนี่ครับ

 

ผลการแปลด้วย Bing Translator

ผลการแปลด้วย Bing Translator

 

ผมอ่านของ Bing Translator แล้ว เปรียบเทียบกับข้อความต้นฉบับภาษาไทย รู้สึกว่าแปลได้ดีกว่า Google Translate นิดหน่อย น่าจะได้ซัก 30% ของต้นฉบับ และไม่พลาดประโยคที่ Google Translate พลาดอย่างร้ายแรง เช่น “ซึ่งไม่ใช่หนิงนะคะ” ที่แปลมาเป็น “Which is not a Ning” ซึ่งยังดู OK อยู่ ดังนั้น ตรงนี้ขอให้คะแนน 3 คะแนนจาก 10 คะแนนครับ

 

แถมท้าย … สิ่งที่พบ

สิ่งที่พบอย่างหนึ่งในการทดสอบนี้คือ หากอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร (เช่น ใช้ระหว่างการเดินทาง ซึ่งต้องเชื่อมต่อผ่าน 3G ที่ไม่เสถียรมากนัก แบบที่ผมกำลังทำอยู่ ณ ขณะนี้ เพราะผมกำลังเขียนระหว่างเดินทางไปปากช่อง) Google Translate ซึ่งใช้เวลาในการแปลนานกว่า จะแปลไม่ค่อยสำเร็จ ในขณะที่ Bing Translator นี่ สามารถแปลได้สำเร็จมากกว่า แม้อินเทอร์เน็ตจะไม่เสถียร … คือ ทั้ง Google Translate และ Bing Translator นี่ ถ้าเน็ตไม่เสถียร ก็อาจจะต้อง Refresh หน้าจอ และลองกด Translate บ่อยๆ แต่ Bing Translator นี่มีโอกาสจะได้ผลลัพธ์มากกว่า Google Translate ครับ

 

อ๊ะๆ แต่ยังไม่จบนะครับ เพราะนี่เป็นแค่ครึ่งแรกของยกที่สอง ที่ผมลองแปลภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง ยังเหลือครึ่งหลังที่เราจะเอาข่าวภาษาอังกฤษมาลองแปลเป็นภาษาไทยดูบ้างครับ แต่เอาไว้ตอนหน้านะพี่น้อง อดใจรอกันหน่อย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. หยก ค่ะ says:

    ขอบพระคุณมากค่ะ กับสาระดีๆ เป็นประโยชน์ และ ได้ ความรู้มากค่ะ จะติดตามอ่าน นะค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: