[Advertorial] Xtend-Life … E-Franchise อีกช่องทางทำเงินสำหรับบล็อกเกอร์

Print Friendly

xtend-life

ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ พ.ศ. 2545 ประเทศไทยเรายังไม่ค่อยรู้จักกับคำว่า บล็อก (Blog) ดีนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีบล็อกเกอร์ (Blogger) เลย เพียงแต่ในยุคนั้นพวกเขาเรียกตัวเองว่า ไดอาริสต์ (Diarist) เพราะเขาเรียกสิ่งที่ตนเองเขียนว่า ไดอารี่ออนไลน์ และเป็นการเขียนด้วยใจรัก ทำกันเป็นงานอดิเรก มีน้อยคนนัก (น้อยมากๆ) ที่จะสามารถทำเงินได้จากงานอดิเรกที่พวกเขาทำ … กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ผมสังเกตว่าสองปีที่ผ่านมา วงการบล็อกเกอร์ของประเทศไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะมากทีเดียว จำนวนบล็อกเกอร์สายต่างๆ เพิ่มขึ้นเยอะมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเริ่มมีช่องทางในการหาเงินจากงานอดิเรกนี้แล้วนั่นเอง

 

ช่องทางส่วนใหญ่สำหรับการทำเงินของบล็อกเกอร์

ต่อไปนี้ คือ ช่องทางหลักๆ ที่ บล็อกเกอร์จะพอทำเงินกับเขาได้ครับ ซึ่งแต่ละช่องทางนั้น ก็ยากง่ายแตกต่างกันไป และมีเงื่อนไขบางอย่างที่บล็อกเกอร์เองก็ต้องทำให้ได้ก่อน จึงจะสามารถทำได้

  • Google AdSense … เป็นเหมือนช่องทางมาตรฐานเลยครับ แสดงโฆษณาของ Google บนเว็บ มีคนคลิกแล้วก็ได้ค่าโฆษณาไป เป็น Cost per Click (CPC) แต่กรณีแบบนี้ คุณจะต้องมีบล็อกที่ยอมให้แสดงโฆษณาของ Google ได้ ซึ่งส่วนใหญ่บริการฟรีที่เราสมัครจะทำไม่ได้ ดังนั้นบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่เลยต้องเช่าโฮสต์เอง แต่กรณีนี้ หากดึงคนเข้าเว็บได้ไม่มาก คนคลิกโฆษณาไม่เยอะ ผลคือ รายได้โฆษณาไม่คุ้มค่า
  • nuffnang … เป็นชุมชนบล็อกเกอร์รายใหญ่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ และมาเปิดสำนักงานในประเทศไทยด้วย … ลักษณะจะคล้ายๆ กับ Google AdSense นั่นแหละ บล็อกจะต้องให้เราแทรกสคริปต์ของ nuffnang ได้ ถึงจะใช้บริการได้ เลยต้องเช่าโฮสต์เป็นของตัวเองอีกเช่นกัน แต่ข้อดีกว่าคือ บางที nuffnang เขาจะมีโฆษณาแบบจ่ายตามจำนวน View หรือ อาจจะเป็นการจ่ายเหมาเป็นแคมเปญเลย ซึ่งจะได้เงินโอเคกว่าในบางครั้ง
  • แบรนด์เขาสนใจ ติดต่อขอติดแบนเนอร์ … ในกรณีบล็อกคุณเจ๋ง ดัง มีคนเข้ามาอ่านเยอะ แบรนด์ก็อาจจะมาติดต่อสอบถามราคาว่าจะติดแบนเนอร์โฆษณาคิดเท่าไหร่ อันนี้ ก็แล้วแต่เรตติ้งของแต่ละคนเลย … เช่นเคย พวกบริการฟรีส่วนใหญ่ มีเงื่อนไขการให้บริการว่า จะติดโฆษณาไม่ได้ เลยต้องไปเช่าโฮสต์เอง
  • Advertorial … เป็นการเขียนบล็อกประชาสัมพันธ์ให้กับแบรนด์ครับ อันนี้จะเป็นบล็อกบริการฟรี หรือ เช่าโฮสต์เอง ตัวบล็อกเกอร์ก็สามารถทำได้ แต่หากไม่ใช่บล็อกที่มีคนอ่านเยอะๆ จริงๆ ก็ยากที่จะมีแบรนด์มาขอลง Advertorial อีกนั่นแหละ
  • เป็นวิทยากร … อันนี้กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ บล็อกเกอร์ก็ต้องมีประสบการณ์มากพอสมควร มีคนอ่านบล็อกเยอะ มีความเชี่ยวชาญในสายที่จะไปเป็นวิทยากร และยังต้องมีบุคลิก ความสามารถในการพูดในที่ชุมชนอีก … บล็อกเกอร์ไม่กี่คนที่พอจะทำงานแบบนี้ได้

 

Affiliate Commerce หรือ E-Franchise

เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บล็อกเกอร์ทั่วๆ ไป จะพอใช้เป็นช่องทางทำเงินได้ครับ แต่วิธีนี้จะออกแนวขายของ แล้วรับส่วนแบ่งรายได้จากการขายของครับ … ช่องทางนี้ จะเป็นบล็อกที่ใช้บริการฟรี หรือ เช่าโฮสต์ ก็สามารถทำได้ทั้งคู่ เพราะรูปแบบการทำงานคือ ไปสมัครใช้บริการ แล้วก็ช่วยประชาสัมพันธ์ หาลูกค้ามาซื้อสินค้า และรับส่วนแบ่งรายได้ไปนั่นเอง

วิธีนี้ เว็บ E-Commerce ใหญ่ๆ อย่าง Amazon.com ก็ทำกัน และไม่ได้จำกัดอยู่แค่พวก เว็บ E-Commerce เท่านั้นด้วย แต่สินค้าหรือบริการอื่นๆ อย่างสายการบินบริติชแอร์เวยส์ก็มี Affiliate Program ให้เข้าร่วมเช่นกัน

 

British Airways Affiliate Program

British Airways Affiliate Program

 

ดังนั้น Affiliate Program จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ในประเทศไทยนั้น ตัวเลือกเช่นนี้ยังค่อนข้างมีอยู่จำกัด … แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย

 

Xtend-Life … E-Franchise ในประเทศไทย

ในเมืองไทย ณ ตอนนี้ ที่ทำกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เป็นระบบ E-Franchise ให้สมัครกันเลยก็เห็นจะเป็น Xtend-Life ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอางค์สัญชาตินิวซีแลนด์ ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยได้ 5 ปีแล้วนี่แหละครับ

 

ผลิตภัณฑ์ Total Balance ของ  Xtend-Life

ผลิตภัณฑ์ Total Balance ของ Xtend-Life

 

ระบบ E-Franchise ของ E-Franchise ที่ทำขึ้นมา ณ ขณะนี้กำลังรับสมัคร Foundation Member อยู่ เห็นว่าจำกัดอยู่ที่ 10,000 ราย ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษในการสมัครต่างๆ อันได้แก่

  1. ฟรี! ค่า Hosting
  2. ฟรี! ค่าบริการรายเดือน สูงสุดถึง 6 เดือน
  3. มีสิทธิ์ทำธุรกิจ e-franchise ฟรีตลอดชีพ (ตามเงื่อนไขบริษัทฯ)
  4. ได้รับ คูปองส่วนลด 150 บาท สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ และ แคตตาล็อกแนะนำผลิตภัณฑ์

รูปแบบของ E-Franchise ของ Xtend-Life นั้น ง่ายๆ ก็คือ การให้พื้นที่ผู้สมัคร E-Franchise ไปจัดทำเว็บไซต์เป็นของตนเอง แล้วสามารถขายสินค้าของ Xtend-Life ได้ด้วย โดยจะมีระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปให้ พร้อมระบบ E-Commerce ไม่ว่าจะเป็น Shopping Cart รวมไปจนถึงระบบชำระเงินออนไลน์ (บัตรเครดิต) และออฟไลน์​ (ผ่าน Counter Service ของ 7-Eleven) พร้อม จากนั้น เมื่อมีคนมาซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ เราก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้จากการขาย 24% ของยอดการสั่งซื้อสินค้า

 

ข้อควรทราบเกี่ยวกับ E-Franchise ของ Xtend-Life

สำหรับท่านใดที่สนใจจะสมัคร E-Franchise ของ Xtend Life ก็คลิกที่ https://lovelifelivelonger.com/wp-signup.php ได้เลย แต่แนะนำให้อ่านรายละเอียดให้ดีๆ ก่อนด้วยนะครับ

  • Xtend-Life ได้ลงทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แล้ว
  • การทำบล็อกเพื่อเข้าร่วม E-Franchise อาจมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเช่าโฮสต์ และอื่นๆ ควรศึกษาเรื่องการทำให้ดีก่อน (แม้ว่าจะมีการบอกในเว็บไซต์ว่าเป็น Foundation Member แล้วจะฟรีค่าโฮสต์ก็ตาม)
  • การทำ E-Franchise ไม่ใช่การนั่งๆ นอนๆ รอคนมาแล้วจะมีรายได้ … ผู้ทำจะต้องเชื้อเชิญคนให้สนใจในผลิตภัณฑ์ และ ซื้อสินค้าหรือบริการก่อน จึงจะได้ส่วนแบ่งรายได้
  • การโปรโมตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้คนคลิกเข้ามาชม (เพื่อที่อาจจะสนใจและซื้อสินค้า) อาจต้องใช้เทคนิค SEO (Search Engine Optimization) และอาจรวมถึงการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การโฆษณาด้วย Google AdWords/Facebook Ad/Email Marketing ฯลฯ ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายในการทำด้วย … ดังนั้น ต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการดำเนินการ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: