สิ่งที่ได้จากงานเปิดตัว Samsung Galaxy S4

Print Friendly

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเช้านี้มีเปิดตัว Samsung Galaxy S4 ที่เป็น Flag Ship ตัวใหม่ของ Samsung เขา … ด้วยสภาวะการแข่งขันที่สูงลิ่วของตลาดสมาร์ทโฟน ประกอบกับความผิดหวัง (โดยส่วนตัวของผม) กับการเปิดตัว iPhone 5 ที่เราไม่ได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากนัก ทำให้หลายๆ คนมาจับจ้องเจ้า Galaxy S4 นี้ว่ามันจะมีดีอะไรมาอวดบ้าง … และแน่นอนว่าเมื่อมีความต้องการของข้อมูล ก็จะมีข่าวหลุดข่าวลือมาเรื่อยๆ เสมอๆ ละครับ แต่วันนี้จะได้รู้กันแล้วว่า ที่หลุดที่ลือ ชัวร์หรือมั่วนิ่มขนาดไหน

ออกตัวก่อนว่าก่อนหน้านี้ @jakrapong จาก Samsung เขามาขอสอบถามความเห็นว่า ในฐานะบล็อกเกอร์ ผมอยากเห็นอะไรจาก Samsung Galaxy S4 บ้าง …​ ซึ่งผมก็ได้เขียนตอบพี่เขาไปแล้ว และพี่เขาก็เอาไปลงบล็อกของเขาแล้ว … แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ได้บอก (เพราะพี่เขาไม่ได้ถาม) ก็คือ ผมคาดหวังที่จะเห็นอะไร จากงานนำเสนอ Flag Ship ตัวใหม่ของ Samsung บ้างต่างหาก เพราะในฐานะที่เคยได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัว Samsung Galaxy S3 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกได้ว่าหลังจากที่หลายๆ ค่าย รวมถึง Samsung เอง ได้ตามรอย Apple ในแง่ของรูปแบบการนำเสนอมานาน เรากำลังจะได้เห็นการฉีกตัวออกจากร่มเงาของ Apple แล้ว และปีนี้ก็น่าสนใจว่า แล้ว Samsung จะทำไหม …​ ฉีกตัวเองออกจากรูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดิมๆ

ปีนี้ ศักดิ์ศรีของ “ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลก (ในแง่จำนวนส่งมอบ)” มันค้ำคอ Samsung เอาไว้

ปีนี้งานเปิดตัวเขาจัดที่ Radio City Music Hall ที่นิวยอร์กครับ ดูจากบรรยากาศในงานที่ @blognone รายงานสดจากสถานที่จัดงาน (ขอบคุณ Blognone ที่เอื้อเฟื้อรูปครับ) แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าอลังการไม่แพ้เมื่อครั้งที่ผมไปงานเปิดตัว S3 ที่ลอนดอนเลยครับ

 

รายละเอียดของการเปิดตัว รวมถึงสเปก และ ฟีเจอร์ต่างๆ นั้น ผมคงไม่ขอลงไปถึงรายละเอียดมาก เพราะเว็บไซต์มือถือใหญ่ๆ ของเมืองไทย เมืองนอก ก็คงจะลงรายละเอียดไปหมดแล้ว ดังนั้น ไปดูเอาได้ครับ ทั้ง MXPhone.net, Engadget อะไรแบบนี้ (ณ​ ตอนที่ผมเขียนบล็อกนี้อยู่ เว็บในไทยยังไม่มีใครขึ้นข่าวได้ทันเท่า MXPhone เลยนะครับ ไอ้ @ibluecosmos นี่แม่งอย่างไว … หึหึ)

แต่จะไม่พูดถึงเรื่องของ Galaxy S4 เลยก็จะกะไรๆ อยู่ … ดังนั้นต้องขอพูดถึงซักนิดหน่อย พอเป็นพิธี … เนอะ

 

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Samsung Galaxy S4

  • Dual Camera ให้ถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอได้ทั้งจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมๆ กัน โดยออกมาในรูปของ Picture-in-Picture (PiP) และใช้กับ Chat ON ได้ด้วย (เป็นการทำ Video Call ที่เห็นทั้งกล้องหน้า และ กล้องหลังเลย)
  • Smart Scroll ใช้สายตาในการเลื่อนหน้าจอไปมาได้
  • Smart Pause หยุดการเล่นวิดีโอเมื่อสายตาของผู้ใช้งานไม่ได้จ้องมองหน้าจอ
  • Group Play แชร์เพลงและภาพไปยัง Samsung Galaxy S4 (หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอนาคตที่ทำมารองรับ)​ ได้สูงสุด 8 เครื่องพร้อมๆ กัน
  • Air View ที่พัฒนามาจาก Samsung Galaxy Note 2 แต่งวดนี้ไม่ต้องใช้ S Pen แล้ว
  • S Voice Drive ผู้ช่วยดิจิตอลที่ตอนนี้สามารถช่วยนำทางได้แล้ว
  • Glove-friendly ตอนนี้แม้จะใส่ถุงมืออยู่ก็สามารถสัมผัสหน้าจอได้แล้ว
  • S Translator ผู้ช่วยแปลภาษา รองรับ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี, สเปน, อังกฤษ และโปรตุเกส (บราซิล)
  • Drama Shot ถ่าย 100 ภาพใน 4 วินาที เอาภาพที่ดีที่สุดมารวมกันเป็นรูปเดียว

 

Drama Shot ภาพจาก Engadget.com

Drama Shot ภาพจาก Engadget.com

 

  • Eraser ช่วยในการตกแต่งภาพ ลบพวกคนที่ดันเดินเข้ามาติดกล้องเวลาถ่ายรูปออกไปได้
  • Samsung Knox เป็นฟีเจอร์ที่กะว่าจะใช้เจาะตลาดระดับ Enterprise ที่ต้องการ Security ของการใช้อุปกรณ์พกพาที่สูงขึ้น มาการแยก Profile ในส่วนของการใช้งานส่วนตัวกับที่ทำงานชัดเจน … Knox นี่จะสร้าง Dual persona ให้กับ Samsung Galaxy S4 จะแยกข้อมูลส่วนที่เป็นของส่วนตัวและที่ทำงานแยกออกจากกัน
  • ฯลฯ ไปหาอ่านต่อเอาจากเว็บอื่นเองเนอะ (เพราะบล็อกของผมตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจมาพูดถึง Galaxy S4 โดยตรงอ่ะ)

 

สเปกของ Samsung Galaxy S4

เช่นกัน … เอาคร่าวๆ ก็พอนะครับ เพราะถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรดี มีอะไรใหม่ แนะนำให้ไปดูบล็อกเปรียบเทียบของ Engadget ครับ ทำออกมาได้ดีทีเดียว

  • CPU: แล้วแต่ว่าขายในประเทศไหน แต่จะมี 2 แบบ คือ Octa-core Exynos 1.6GHz กับ Quad-core Qualcomm 1.9GHz
  • GPU: ไม่มีใครพูดถึง … ข้ามไป (แต่ข่าวลือเขาว่า PowerVR SGX 544MP3 … จริงๆ ว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว แต่ @ibluecosmos มันยืนกำกับอยู่ข้างหลัง บอกให้เขียน)
  • Display: Full HD Super AMOLED 1920×1080 พิกเซล (441ppi) … แต่ไม่บอกว่าเป็น PHOLED รึเปล่า
  • RAM: 2GB
  • ROM: 16/32/64GB (แต่ในไทยคงมีแต่ 16GB ขาย … รึเปล่า? รอ Samsung ประเทศไทยว่ากัน)
  • Sensors: Accelerometer, Gyroscope, Humidity Sensor, Barometer (ยัดเข้าไปเยอะน่าดู)
  • Battery: 2,600mAh ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
  • Dimensions: 136.6 มม. x 69.8 มม.​ x 7.9 มม.
  • Weight: 130 กรัม
  • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac รองรับมันทุกมาตรฐานเลยวุ้ย (แต่มาตรฐาน ac ในไทย ยังไม่ค่อยมีใครเอามาขายนะ แต่ปีนี้อาจจะได้เห็น)

 

การทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ

  • Samsung HomeSync คล้ายๆ กับ AllShare Cast แต่งวดนี้มี Storage มาให้อีก 1TB ด้วย

 

Samsung HomeSync ภาพจาก Engadget.com

Samsung HomeSync ภาพจาก Engadget.com

 

  • S Health เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่างตาชั่งน้ำหนัก หรือเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจ หรือ S Band  เพื่อวัดค่าต่างๆ ของร่างกาย แล้วให้ Samsung Galaxy S4 เป็นผู้ช่วย ด้านสุขภาพของคุณ

 

สิ่งที่สังเกตได้จากงานเปิดตัว Samsung Galaxy S4 นี่

อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเขียนจริงๆ เกี่ยวกับงานเปิดตัวครั้งนี้ …​ อย่างที่บอก Samsung งวดนี้มีศักดิ์ศรีของคำว่า “ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลก (ในแง่จำนวนที่ส่งมอบ)” ค้ำคอ ไม่ใช่มือรองของค่ายอื่นๆ อีกต่อไปแล้ว และเมื่อ Smartphone ระดับ Flag Ship ของตนเองมีงานเปิดตัวเป็นของตนเอง ไม่ต้องไปแฝงอยู่ในงานอย่าง CES (Consumer Electronics Show) หรือ MWC (Mobile World Congress) แล้ว ก็จะต้องทำให้ออกมาดี สมชื่อ

 

งาน Unpacked 2012 ที่ประเทศอังกฤษ

งาน Unpacked 2012 ที่ประเทศอังกฤษ

 

จากที่เคยได้ไปงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note ที่จาการ์ตา อินโดนีเซีย และ เปิดตัว Samsung Galaxy S3 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็ต้องบอกว่าได้เห็นพัฒนาการของรูปแบบการนำเสนอของ Samsung ไปเยอะมาก จากเดิมที่ก็เหมือนค่ายอื่นๆ ที่เดินรอยตาม Apple อยู่ (ซึ่งตอนนี้ ก็ยังเห็นหลายๆ ค่ายยังคงตามรอยนั้นอยู่ แต่ยังทำได้ดีไม่ถึงครึ่งของ Apple เลย) ก็เริ่มทำได้ทัดเทียม และ ณ​ ตอนนี้ ในงานเปิดตัว Samsung Galaxy S4 นั้น Samsung ก็ได้ฉีกแนวรูปแบบการนำเสนอของตนเองออกไปจาก Apple แล้ว

Samsung เติบใหญ่แล้ว ไม่ยอมอยู่ในร่มเงาของ Apple อีกต่อไป ต้องมีแนวทางเป็นของตัวเอง

 

Unpacked 2013 Samsung นำเสนอแบบละครเวที (ภาพจาก Engadget.com)

Unpacked 2013 Samsung นำเสนอแบบละครเวที (ภาพจาก Engadget.com)

 

นอกจากนี้ จะเห็นว่าทาง Samsung ไม่พูดถึงเรื่องของสเปกของเครื่องมากนัก … แค่เอามาเฉพาะตัวหลักๆ เช่น การรองรับเครือข่ายไร้สาย, จำนวน RAM, สเปกหน้าจอ ที่ดูจะชูเป็นจุดขาย แล้วสรุปเป็นรายละเอียดในสไลด์เดียวให้ดูตอนจบ … แต่การนำเสนอหลักๆ จะมาในรูปแบบของการนำเสนอฟีเจอร์ และปีนี้ ใช้ละครบรอดเวย์ในการนำเสนอ (แทนที่จะเป็น VTR จืดๆ แบบที่ค่ายอื่นเขาทำกัน) ทำให้การนำเสนอมีสีสัน ดูมีชีวิตชีวา และดูจับต้องได้มากกว่า การนำเสนอเป็นละคร ชูแนวทางการนำฟีเจอร์ต่างๆ ไปใช้ในสถานการณ์ของชีวิตจริง … มันตอบโจทย์เลยว่า ฟีเจอร์นี้คืออะไร เอาไว้ทำอะไรได้ และจะใช้งานมันเมื่อไหร่ดี

ท้ายสุด ข้อสังเกตคือ งานนี้เขาเขียนว่า Unpacked 2013 Episode 1 แสดงว่ามันยังจะมี Episode อื่นๆ ตามมาแน่ แต่จะมาในรูปแบบของการเปิดตัว Samsung Galaxy S4 ในประเทศอื่นๆ ภายใต้รูปแบบเดียวกันนี้ (ต้องหาทีมละครเวทีที่เก่งๆ ระดับนี้ด้วยนะ ไม่งั้นจืดแย่) หรือจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็น Flag Ship อื่นอีก (Samsung Galaxy Note 3, Samsung Galaxy Note 2 10.1 อะไรประมาณนี้ … รึเปล่า) ก็เป็นเรื่องที่น่าจับตามองครับ และเมื่อครั้งนี้ทำได้ดี ครั้งหน้าก็มีความคาดหวังว่าจะต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก

Samsung อยู่ในสภาวะของ ขึ้นหลังเสือ ลงไม่ได้ง่ายๆ แล้ว … ทำได้ดี ก็เสมอตัว ทำได้ไม่ดี ก็โดนบ่นแน่ๆ เหมือนที่ Apple ที่ทำมาได้ดีตลอด แล้วหลังๆ เริ่มดูไม่ค่อยมีอะไร นั่นแหละ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: