Get the most out of your Note … ฟีเจอร์ Blocking Mode

Samsung Galaxy Note II

กลับมารับใช้ท่านผู้อ่าน ผู้เป็นเจ้าของ Samsung Galaxy Note 2 อีกครั้งครับ มีคนคอมเม้นต์ให้ผมอ่านบน Google+ ว่าอยากให้แชร์เยอะๆ เพราะซื้อเจ้า Android Smartphone จอยักษ์นี้มาด้วยสนนราคา 21,900 บาท แต่ยังใช้ประสิทธิภาพของมันได้ไม่ถึง 5,000 บาทเลย … ฉะนั้น อ่านกันไปเรื่อยๆ ครับ มาลองดูว่า เราจะสามารถดึงประสิทธิภาพอะไรมาจาก Samsung Galaxy Note 2 ตัวนี้กันได้บ้าง … ผมเคยเจอคนถามบ่อยครั้ง ว่าเจอไอคอนรูปเครื่องหมายห้ามเข้า มันหมายถึงอะไร?!? คำตอบคือ มันคือฟีเจอร์ Blocking Mode ครับ

 

เปิด Blocking Mode ยังไง แล้วมันทำอะไรได้?

สามารถทำได้ 2 ช่องทางครับ ทางแรกคือผ่านทางปุ่ม Toggle ตรง Notification Bar ครับ … แค่ใช้นิ้วแตะตรงด้านบนของหน้าจอแล้วลากลงมาเพื่อเรียก Notification Bar ลงมา จากนั้นเอานิ้วแตะบนหน้าจอตรงบริเวณไอคอน Toggle แล้วลากนิ้วไปตามลูกศร จากนั้น แตะตรงไอคอน Blocking Mode เพื่อเปิดใช้งาน

 

 

การเปิดวิธีนี้ สะดวก รวดเร็วดีครับ และบ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานจะเผลอเปิดใช้โดยไม่รู้ตัว และแม้ว่า Samsung จะให้มีข้อความอธิบาย Blocking Mode เมื่อเปิดใช้งาน แต่ผมคาดว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่ติด Yes Syndrome (หมายถึง อาการของการตอบ Yes หรือ OK ทุกครั้งเมื่อเห็นหน้าจอเตือนในลักษณะนี้ แล้วอ่านดูแล้วไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เลยตอบใช่ หรือ ตกลง เอาไว้ก่อน)​ ก็จะพลาด ไม่ได้อ่าน

 

คำอธิบาย Blocking Mode ที่มักถูกมองข้าม

คำอธิบาย Blocking Mode ที่มักถูกมองข้าม

 

ถ้าอ่านคำอธิบายแล้วจะรู้ว่า เมื่อเปิดใช้ Blocking Mode แล้ว การแจ้งเตือนจะถูกปิด (เราสามารถเลือกได้ว่าจะปิดการแจ้งเตือนอะไรบ้าง) และระบบจะแจ้งเตือนเฉพาะสายเรียกเข้าที่มาจากคนที่อยู่ในรายชื่อที่เรา OK ด้วย

อีกวิธีนึงที่เปิดใช้ Blocking Mode นี่ได้ก็คือไปที่ Settings > Blocking Mode แล้วแตะที่สวิตช์เพื่อเปิดใช้งาน …​ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว สวิตช์จะเป็นสีเขียวแบบในรูปครับ

 

 

วิธีนี้ดูจะยุ่งยากหน่อย แต่ว่าก่อนจะใช้งาน Blocking Mode ครั้งแรก เราควรมาเปิดใช้ด้วยวิธีนี้ เพื่อตั้งค่าครับ …

 

ตัวเลือกการตั้งค่า Blocking Mode

เมื่อเปิดใช้ Blocking Mode นั้น เราสามารถเลือกที่จะให้มันปิดการแจ้งเตือนในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้

  • Disable incoming calls = ปิดการแจ้งเตือนกรณีมีสายเข้า (จะยกเว้นเฉพาะที่อยู่ในรายชื่อ Allowed contacts เท่านั้นที่จะแจ้งเตือน)
  • Disable notifications = ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ​ (เช่น พวก Email เข้า, มีข้อความอัพเดต Twitter/Facebook เข้า อะไรแบบนี้)
  • Disable alarm and timer = ปิดการเตือนของพวกนาฬิกาปลุก หรือ นาฬิกานับเวลาถอยหลัง
  • Disable LED indicator = ปิดการแจ้งเตือนด้วยไฟ LED

 

 

พอตั้งค่าเสร็จ เราก็ใช้ไอ้ ไอคอน Toggle ตรง Notification Bar นั่นแหละ ในการเปิดปิดฟีเจอร์นี้แบบรวดเร็ว แต่ถ้าเรามีเวลาในการตั้งเปิดปิด Blocking Mode ที่แน่นอน ให้เราเอาเครื่องหมายถูกตรง Always ออกครับ แล้วเราจะตั้งเวลาได้ว่าจะเปิดใช้ฟีเจอร์นี้เฉพาะกี่โมงถึงกี่โมง ..​. ฟีเจอร์นี้จะมีประโยชน์มาก ในกรณีที่เราชอบความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่บ้าน เช่น เรารู้เลย 22:00 น. – 06:00 น. เนี่ย เราไม่อยากให้ใครกวนเลย ยกเว้นบางคน เราก็เปิดใช้ฟีเจอร์นี้ เพื่อตัดการรับสายทั้งหมด ยกเว้นคนที่อยู่ใน Allowed contacts เป็นต้น

 

 

เมื่อแตะตรง Allowed contacts จะได้เลือกว่าจะเอา Contacts กลุ่มไหนเป็น Allowed contacts โดยมีตัวเลือกคือ

  • None = ไม่เลือกใครเลย
  • All contacts = เลือกทุกคน
  • Favorites = เฉพาะคนที่อยู่ในรายชื่อกลุ่ม Favorites
  • Custom = เลือกรายชื่อคนมาอยู่ใน Allowed contacts เอง

หากเราเลือกเป็น Custom เราก็แตะปุ่ม Add แล้วก็ทำเครื่องหมายถูกเลือกว่าจะเอาใครบ้างมาอยู่ใน Allowed contact list เมื่อเลือกครบแล้วก็แตะปุ่ม Done ก็เรียบร้อยครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: