เยี่ยมชม Logos Hope เรือหนังสือลำใหญ่ที่สุดในโลก

Logos Hope

 

เมื่อวานหลังจากบรรยายเสร็จ ก็เลยถือโอกาสแวะไปเยือน Logos Hope ที่ใครต่อใครเขาให้สมญานามว่าเป็น “เรือหนังสือลำใหญ่ที่สุดในโลก”, “ห้องสมุดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเรืออย่าง Logos, Doulos และ Logos II มาเทียบท่าที่เมืองไทยไปแล้ว (และทั้งสามลำก็ปลดระวางไปแล้ว) คราวนี้ก็ถึงคิว Logos Hope มาเยือนครับ ซึ่งกำหนดการจะเทียบท่าที่ท่าเรือคลองเตยก็ตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 ไปจนถึง 11 มีนาคม 2556 ครับ ไอ้ผมก็อยากไปตั้งแต่วันแรกๆ เลย แต่ก็หาโอกาสไปไม่ได้ซะที จนกระทั่งเมื่อวานนี่แหละ

และไหนๆ ก็ไปมาแล้ว ก็อดไม่ได้ ที่จะต้องมาเขียนถึงซะหน่อย เพราะยังเหลือเวลาอีกราวๆ 1 สัปดาห์ เผื่อใครอยากจะไป ก็จะได้รู้ว่ามีอะไร และเดินทางไปยังไง

 

การเดินทางไปเยี่ยมชม Logos Hope

มีรถเมล์หลายสายที่ไปถึงท่าเรือคลองเตยครับ เท่าที่ผมทราบก็มี 4, 47 และ 72 ครับ สายอื่นๆ ผมไม่ทราบจริงๆ ส่วน 3 สายนี้จะไปผ่านแถวไหนบ้าง แนะนำให้ไปดูที่เว็บไซต์ของ ขสมก. ครับ (เว็บ ขสมก. มีบริการค้นหาสายรถเมล์ที่ผ่านสถานที่ด้วย แต่ดันไม่มีหมวด “ท่าเรือ” ให้เลือก และ “วัดคลองเตยนอก” ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ดันไม่มีอยู่ในรายชื่อให้เลือกอีกเหมือนกัน)

แต่การเดินทางที่ผมแนะนำจริงๆ คือ นั่ง MRT ไปลงที่สถานีคลองเตยแล้วต่อรถแท็กซี่ไป หรือไม่ก็ขับรถส่วนตัวไปจากบ้านเลยก็ได้ครับ ที่นั่นมีที่จอดรถค่อนข้างจะเหลือเฟืออยู่ แบบนี้จะสะดวกกว่า … ก็แค่ขับรถไปที่ท่าเรือคลองเตย (หากไปไม่ถูก ก็ดู Google Maps หรือไม่ก็ให้ GPS Navigator นำทางไปแล้วกัน) แล้วพอถึงท่าเรือ ตรงที่มีเสาธงชาติใหญ่ๆ ก็ให้ชิดขวาครับ จากนั้นก็ไปตามป้ายเลย

 

มาถึงตรงนี้ ให้ขับชิดขวา ไปจุดเดียวกับรถสีขาวที่อยู่ทางขวานั่นแล

มาถึงตรงนี้ ให้ขับชิดขวา ไปจุดเดียวกับรถสีขาวที่อยู่ทางขวานั่นแล

ขับมาใกล้ๆ ก็จะเห็นป้ายครับ ว่าให้ไปทางไหน

ขับมาใกล้ๆ ก็จะเห็นป้ายครับ ว่าให้ไปทางไหน

 

มีการจัดเตรียมป้ายบอกทางเอาไว้เป็นระยะๆ นะครับ แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องห่วง เพราะถ้าเกิดชิดขวามาตรงนี้แล้ว ก็แทบจะโดนบังคับวิ่งไปจนถึงที่จอดรถเลย แล้วแค่เดินจากที่จอดรถไป 2-3 นาที ไปทางท่าเทียบเรือ ก็จะเจอ Logos Hope ครับ … ที่จอดรถเพียบ ไม่ต้องห่วง

 

จะมาป้ายบอกทางด้านในไปตลอดทางเช่นกัน

จะมาป้ายบอกทางด้านในไปตลอดทางเช่นกัน

ที่จอดรถกว้าง และเหลือเฟือดีครับ แต่ตอนเย็นไม่แน่นะ

ที่จอดรถกว้าง และเหลือเฟือดีครับ แต่ตอนเย็นไม่แน่นะ

 

แต่ไม่ว่าจะจอดรถไว้ตรงจุดไหนของที่จอดรถ แค่เดินจากที่จอดรถไปแค่ 2-3 นาที ก็ถึงแล้วครับ เรือ Logos Hope … เรือลำนี้ชื่อเต็มๆ คือ MV Logos Hope นะครับ ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1973 เพื่อใช้เป็นเรือสำราญท่องเที่ยว แต่ในปี ค.ศ. 2004 นั้น องค์กรการกุศลคริสเตียนสัญชาติเยอรมันชื่อ GBA Ships (ย่อมาจาก Gute Bücher für Alle ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า Good Books for All หรือ หนังสือดีๆ สำหรับทุกคน)​ ก็มาซื้อไป แล้วก็ทำเป็นร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี่แหละครับ

บนเรือนั้นมีลูกเรือ 400 ชีวิต เป็นอาสาสมัครจากกว่า 60 ประเทศ (เรื่องจำนวนประเทศนี่มีข้อมูลแตกต่างกันหลายที่ครับ ขนาด VTR ที่แนะนำเรือ Logos Hope ก็ยังให้ข้อมูลไม่ตรงกับอาสาสมัครที่มาแนะนำ VTR เลยครับ) และมีหนังสือมากกว่า 7,000 รายการ (ตรงนี้ก็เช่นกัน บางสื่อบอกว่า มากกว่า 5,000 รายการ แต่ใน VTR แนะนำเรือ Logos Hope บอกว่ามากกว่า 7,000 รายการ)

เรือจะเปิดให้เข้าชมตามนี้นะครับ

  • วันอังคาร – วันเสาร์ เปิดให้เข้าชมเวลา 10:00 – 21:30
  • วันอาทิตย์ และ วันจันทร์ เปิดให้เข้าชมเวลา 14:00 – 21:30

เนื่องจากบริเวณที่เป็นโซนร้านหนังสือไม่ได่้ใหญ่อลังการสุดๆ มาก ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเสียดจนเกินเหตุ เขาเลยให้รอคิวค่อยๆ เข้าไปเรื่อยๆ ครับ (ข้อมูลจาก Wikipedia บอกว่า เรือรองรับผู้ชมได้ 800 คนในส่วนของการจัดแสดงหนังสือ และอีก 700 คนในส่วนของคาเฟ่ และ เธียเตอร์) ดังนั้น หากใครที่วางแผนจะไปช่วงกลางวันหรือช่วงบ่ายๆ แดดมันร้อนมากมาย แนะนำว่าพกร่มไปด้วยก็ดีนะครับ โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากจะพาลูกๆ หลานๆ ไปชม (เด็กๆ ชอบ อยากลงเรือลำใหญ่ๆ)

 

เรือ Logos Hope ครับ

เรือ Logos Hope ครับ

เพื่อไม่ให้เบียดเสียดกันในเรือ จะต้องรอคิวเข้าเรือด้วย

เพื่อไม่ให้เบียดเสียดกันในเรือ จะต้องรอคิวเข้าเรือด้วย

 

ค่าเข้าชม คนละ 20 บาทครับ ไม่แพงเลย … เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรีครับ … ต่อคิวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงบริเวณที่จำหน่ายบัตรเข้าชมงาน ชำระเงินเสร็จ ได้บัตรมา แล้วก็เอาบัตรนี้ไปให้เจ้าหน้าที่ตรงประตูทางเข้า

 

บัตรเข้าชม Logos Hope ครับ

บัตรเข้าชม Logos Hope ครับ

ตอนเดินเข้าประตู ก็เอาบัตรเข้าชมให้เจ้าหน้าที่ไป

ตอนเดินเข้าประตู ก็เอาบัตรเข้าชมให้เจ้าหน้าที่ไป

 

พอเข้ามาแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อน … รอฟังเขาแนะนำให้รู้จัก Logos Hope ซะก่อน และให้รู้จักหน่วยเงินในเรือที่เขาเรียกว่า ยูนิต และการเดินชมเรือด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่ได้พูดภาษาไทย แต่ว่า VTR แนะนำเรือนี่เป็นภาษาไทยแน่นอนครับ

การชมเรือนั้น จะเป็นการเดินไปในทิศทางเดียว เดินวนจากทางเข้า วนไปรอบๆ แล้วออกตรงประตูที่อยู่ใกล้ๆ ทางเข้าครับ

 

ชม VTR แนะนำเรือ Logos Hope

ชม VTR แนะนำเรือ Logos Hope

เจ้าหน้าที่อธิบาย พร้อมผังการเดินชมเรือ

เจ้าหน้าที่อธิบาย พร้อมผังการเดินชมเรือ

 

เนื่องจากเรือลำนี้ไปทั่วโลกครับ ถ้าเกิดต้องไปติดป้ายราคาบนหนังสือทุกเล่มตามสกุลเงินแต่ละประเทศ จะเป็นงานใหญ่มากๆ ดังนั้น บนเรือ Logos Hope นี่ ราคาบนหนังสือจะใช้สกุลเงินที่เรียกว่า ยูนิต (Unit) จากนั้น ก็แค่อัพเดตตารางแปลงสกุลเงินก็เรียบร้อย สำหรับประเทศไทยเรานั้น 100 ยูนิต คิดเป็น 80 บาทไทยครับ พูดง่ายๆ จะซื้อหนังสือบน Logos Hope นี่ ท่องสูตรคูณแม่ 8 เอาไว้ให้แม่นๆ ก็เป็นพอ

แต่ถ้าท่องไม่เก่ง ไม่เป็นไร เพราะเขาจะมีใบคำนวณมาไว้ให้ดูเป็นระยะๆ อยู่แล้ว

 

สำหรับคนท่องสูตรคูณไม่เก่ง มีป้ายบอกวิธีแปลงหน่วยให้ดูครับ

สำหรับคนท่องสูตรคูณไม่เก่ง มีป้ายบอกวิธีแปลงหน่วยให้ดูครับ

 

แม้จะได้ชื่อว่า เรือหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก … แต่อย่าไปคาดหวังว่ามันจะโคตรใหญ่โตอลังการนะครับ มันคือร้านหนังสือที่ใหญ่เอาเรื่อง เมื่อเทียบกับร้านหนังสือที่เราเคยเห็น แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา เต็มเรือขนาดนั้น เขาแค่เอาส่วนหนึ่งของเรือมาทำเป็นร้านขายหนังสือครับ หลักๆ แล้ว จะแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนขายหนังสือปกติ, โซนหนังสือบริจาค และ โซนคาเฟ่ ครับ

 

บรรยากาศภายในส่วนร้านหนังสือบน Logos Hope

บรรยากาศภายในส่วนร้านหนังสือบน Logos Hope

 

โซนหนังสือทั่วไป ก็มีขนาดใหญ่ดีครับ ผมไม่เก่งเรื่องการประมาณขนาดซักเท่าไหร่ แต่ตรงนี้จุคนได้ราวๆ 800 คนอ่ะ ก็ถือว่าใหญ่พอดู … จากรูปด้านบน นี่ผมถ่ายประมาณเกือบๆ ต้นๆ ของโซนหนังสือ มองไปลิบๆ จะเห็นส่วนแคชเชียร์ครับ พ้นตรงนั้นไปก็จะเป็นโซนหนังสือบริจาคแล้ว

หนังสือมีให้เลือกหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เห็นเป็นหนังสือภาษาอังกฤษนะ มีหลากหลายหมวดมาก และราคาไม่แพง พวกนิยายภาษาอังกฤษเล่มนึง 100 – 200 ยูนิต คิดเป็นเงินไทยก็แค่ 80 – 160 บาทเอง ใครอยากฝึกการอ่านภาษาอังกฤษ ผมว่านี่โอกาสดีที่จะซื้อๆๆๆ เอามาตุนไว้อ่านเลยครับ ประหยัดเงินเราไปได้เยอะ … ส่วนตัวผมเอง ผมจัด Children’s Picture Encyclopedia ไป 2 เล่ม กระดาษอาร์ตอาบมันอย่างดี (เล่มเล็กๆ) เล่มละ 240 บาทเอง

 

โซนขายของที่ระลึก ... มาถึงแล้วก็อย่าพลาดซื้อล่ะ

โซนขายของที่ระลึก … มาถึงแล้วก็อย่าพลาดซื้อล่ะ

อันนี้คือรายการของที่ระลึก พร้อมราคาครับ (ท่องสูตรคูณแม่ 8 ไว้)

อันนี้คือรายการของที่ระลึก พร้อมราคาครับ (ท่องสูตรคูณแม่ 8 ไว้)

นอกจากหนังสือ ก็มีโซนขายแผ่นเพลงด้วยนะ

นอกจากหนังสือ ก็มีโซนขายแผ่นเพลงด้วยนะ

 

นอกจากหนังสือ ก็มีพวกของที่ระลึกให้เลือกซื้อเลือกหาครับ … สนนราคาเท่าไหร่อย่างไร มีอะไรให้เลือก ผมก็ถ่ายรูปรายการมาให้แล้ว ก็เชิญชมตามสะดวก ผมเองผมก็จัดหนังสืิอ Introducing Logos Hope มา (เอาไว้อ่านเอง) พร้อมกับของที่ระลึกอีกชิ้น (เอาไว้ให้แฟน) ด้วย รวมๆ แล้ว 400 บาทครับ (Introducing Logos Hope ราคา 80 บาท)

ส่วนใครชอบฟังเพลงก็มีมุมขายแผ่นเพลงด้วย และมีพวกสมุดโน้ต กระเป๋าใส่ของไว้ขายด้วย เลือกชมเลือกซื้อตามอัธยาศัยได้ครับ

การชำระเงิน จะชำระเป็นเงินสด หรือเป็นบัตรเครดิตก็ได้ครับ ไม่มีการชาร์จเปอร์เซ็นต์เพิ่ม (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกผู้ให้บริการบัตรเขาออกกฎห้ามชาร์จอะไรเพิ่มอยู่แล้ว … เพียงแต่ร้านเล็กๆ ในบ้านเราส่วนใหญ่ไม่ยอมจ่ายค่าทำรายการเอง แล้วโบ้ยไปให้ลูกค้าแทน ซึ่งตรงนี้ผมเคยสอบถามทางผู้ให้บริการ เขาบอกว่าหากพบ ให้แจ้งธนาคาร เพราะเขาจะยึดเครื่องรูดบัตรเลย) แต่อาจจะมีส่วนต่างเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินครับ

ผมเอาสะดวก ผมซื้อเงินสดดีกว่า เพราะซื้อไม่กี่บาทเอง (เก้าร้อยบาทเศษ)

 

หนังสือในโซนบริจาคก็มีให้เลือกพอสมควร (แต่ไม่เยอะ)

หนังสือในโซนบริจาคก็มีให้เลือกพอสมควร (แต่ไม่เยอะ)

โซนหนังสือบริจาค เลือก 3 เล่ม บวกกระเป๋าผ้า บริจาค 400 บาท ครับ

โซนหนังสือบริจาค เลือก 3 เล่ม บวกกระเป๋าผ้า บริจาค 400 บาท ครับ

หนังสือโซนบริจาคทุกเล่ม มีตีตราห้ามขายต่อ

หนังสือโซนบริจาคทุกเล่ม มีตีตราห้ามขายต่อ

 

ถัดมาคือโซนหนังสือบริจาค … หนังสือพวกนี้บริจาคโดยสำนักพิมพ์ต่างๆ ครับ เป็นโครงการร่วมระหว่าง World Visions กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ทั่วโลก ภายใต้โครงการชื่อ Logos Hope Book Donation Program ทุกเล่มจะมีการตีตราเอาไว้เลยว่าไม่ให้ขายต่อ ให้บริจาคเท่านั้น … เขาเลยเอามาให้เลือกครับ เราบริจาค 400 บาท จะเลือกเล่มไหนไปก็ได้ 3 เล่ม พร้อมกับกระเป๋าผ้าที่ระลึก 1 ใบ

ผมได้ Understanding Psychology Ninth Edition, Kaizen และ Fundamentals of Human Resource Management Third Edition มาครับ … หนักมากมาย เพราะแต่ละเล่มก็หนาๆ ทั้งนั้น (ก็ Textbook นี่นะ) … ตรงนี้ผมมีคำแนะนำว่า ปกติแล้ว Textbook มันมีอายุของมันครับ เพราะเนื้อหามันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ดังนั้น หากจะเลือกหนังสือในโซนนี้ ควรพิจารณาด้วยว่ามันพิมพ์ในปี ค.ศ. อะไร และพยายามเลือกเล่มใหม่ๆ ครับ แต่บางเรื่องก็เลือกเล่มเก่าๆ ได้นะ หากเป็นเรื่องที่เนื้อหาไม่ได้มีการอัพเดตอะไรมาก

เช่น พวกพื้นฐานวิชาจิตวิทยา พวกนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ส่วนเรื่อง Kaizen ก็มีหลักการพื้นฐานเดิมๆ มาตลอด … ส่วน Human Resource Management นั้น พวกพื้นฐานก็ย้อนกลับไปหลายสิบปีอยู่แล้ว และเล่มที่ผมเลือกมาก็พิมพ์ปี ค.ศ. 2009 ก็ไม่ถือว่าเก่ามากนัก โอเคอยู่

ตรงนี้มี CD เพลงขายด้วยเช่นกัน ซื้อ 2 แผ่น 100 บาท แถมให้อีกแผ่นด้วยนะครับ

 

ซื้อ CD 2 แถม 1 แผ่น ร้อยเดียว

ซื้อ CD 2 แถม 1 แผ่น ร้อยเดียว

 

ก่อนออกไป ถ้าเกิดอยากได้โมเดลกระดาษ พับเป็นรูปเรือ Logos Hope ก็บริจาค 20 บาทครับ แล้วรับไปเลย (บริจาคได้ ณ จุดบริจาคเงินเพื่อรับ Textbook ที่เลือก 3 เล่มนี่แหละ

 

บริจาค 20 บาท รับโมเดลกระดาษพับเป็นรูปเรือ Logos Hope ได้

บริจาค 20 บาท รับโมเดลกระดาษพับเป็นรูปเรือ Logos Hope ได้

 

เลยจากตรงนี้ไป ก็เป็นซุ้มเล่าเรื่องครับ … เป็นรูปวาดเป็นเรื่องราว แล้วก็จะมีเสียงตามสายคอยเล่าเรื่องให้เราฟัง … เรื่องนี้ผมจำได้ลางๆ แหละ ว่าเคยอ่านจากหนังสือ (ดรุณศึกษารึเปล่าผมไม่แน่ใจ) แต่ถ้าเราอยากฝึกภาษาอังกฤษ แนะนำว่าไปขอให้สต๊าฟเขามาเล่าเรื่องให้เราฟังก็ได้ครับ เพลินดีเหมือนกัน (ผมก็ไปขอให้สต๊าฟมาเล่าให้เราฟัง) แล้วสต๊าฟเขาจะชวนเราคุย ตั้งคำถามเราด้วย ได้แอบฝึกบทสนทนาไปในตัวเลยนะครับ

 

เรื่องราวสอนใจ ... ถ้าไม่รีบร้อน ก็ดูไปก่อนกลับครับ

เรื่องราวสอนใจ … ถ้าไม่รีบร้อน ก็ดูไปก่อนกลับครับ

ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษ ก็ขอให้สต๊าฟเล่าให้เราฟังสิ

ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษ ก็ขอให้สต๊าฟเล่าให้เราฟังสิ

 

แอบรู้สึกผิดนิดๆ ที่ไปรบกวนเวลาสต๊าฟเขากำลังพัก … เห็นหม่ำไอติมกำลังอร่อยเลย (ฮา) … แต่สต๊าฟอัธยาศัยดีครับ พร้อมให้ความช่วยเหลือ พร้อมช่วยอธิบายตลอดครับ

โซนสุดท้าย ผมเรียกคาเฟ่ แต่บางคนเรียก Lounge ครับ เป็นโซนซื้อของว่างทาน หากาแฟดื่ม … แบบว่าเดินมาเยอะ เลือกหนังสือแยะ เมื่อยๆ ก็ทานอะไรซักหน่อยก่อนกลับ ที่นี่สต๊าฟเขาก็มาพักผ่อนด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษ ชวนสต๊าฟคุยซะเลยสิพี่น้อง เหอๆ … แต่ของว่างและเครื่องดื่มในโซนนี้ ราคาแอบแรงนิดนึงครับ ไม่ถึงกับแพงโฮกๆ แบบร้านรวงในเมืองหรอกนะ แต่ก็เกินกำลังไอทีต๊อกต๋อยแบบผมจะดื่มกิน (ฮา)

ในนี้มีมุมที่ให้เราฝากข้อความถึงกัปตันได้ด้วย และหากลงทะเบียน (เพื่อรับข่าวสารของทางโบสถ์) ก็จะได้รับรูปถ่ายที่ระลึกส่งมาให้ด้วยนะครับ

 

โซนคาเฟ่ครับ หรือจะเรียกว่า Lounge ก็ได้นะ

โซนคาเฟ่ครับ หรือจะเรียกว่า Lounge ก็ได้นะ

ฝากข้อความถึงกัปตันก็ได้

ฝากข้อความถึงกัปตันก็ได้

เจ้าหน้าที่ของ Logos Hope ก็มาพักผ่อนที่นี่เหมือนกัน

เจ้าหน้าที่ของ Logos Hope ก็มาพักผ่อนที่นี่เหมือนกัน

รอคิวซื้อของว่างทานก่อนกลับ

รอคิวซื้อของว่างทานก่อนกลับ

สนนราคาของว่างที่นี่ ราคาแอบแรงนิดๆ

สนนราคาของว่างที่นี่ ราคาแอบแรงนิดๆ

 

นอกจากนี้ ยังมีมุมให้เราได้ไปรับฟังชีวิตจริง ประสบการณ์จริง เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ในโซน Life X-Perience ด้วย แต่ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เลยขอผ่าน … ใครอยากรู้ คงต้องแวะไปรับฟังกันเองนะครับ

 

ก่อนกลับ แวะฟังประสบการณ์จริงของชีวิตก่อนก็ได้ครับ

ก่อนกลับ แวะฟังประสบการณ์จริงของชีวิตก่อนก็ได้ครับ

ฝากข้อความถึงสต๊าฟต่างๆ ได้ที่กระเป๋าเดินทางใบเขื่องนี่

ฝากข้อความถึงสต๊าฟต่างๆ ได้ที่กระเป๋าเดินทางใบเขื่องนี่

 

เผื่อเดินกันเยอะ ใช้เวลานาน แถมมาจัดของว่างกับเครื่องดื่มเข้าไปอีก อาจเกิดอยากเข้าห้องน้ำ … จริงๆ ข้างนอกก็มีบริการรถสุขาเคลื่อนที่ของ กทม. มาให้นะครับ แต่อยากบอกว่า ห้องน้ำใน Logos Hope ดูสะอาด น่าเข้ากว่าเยอะ (และก็เป็นห้องชักโครกด้วย ส่วนของ กทม. เป็นคอห่านฮะ ต้องนั่งยองๆ เอา)

คือ สรุปว่า ผมไปลองเข้าห้องน้ำมันหมดทุกที่เลย

 

เท่าที่ผมลองดู ห้องน้ำสะอาดพอสมควรครับ

เท่าที่ผมลองดู ห้องน้ำสะอาดพอสมควรครับ

 

ก่อนกลับ มีมุมเล็กๆ ให้หยิบหนังสือฟรีกลับบ้านได้ด้วยครับ และมีบูธของ Samsung มาออกงานนี้ด้วย ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนของการมาเยือน กทม. ของ Logos Hope ครับ

 

ก่อนกลับ แวะหยิบหนังสือฟรีกลับบ้านได้อีก

ก่อนกลับ แวะหยิบหนังสือฟรีกลับบ้านได้อีก

หนึ่งในผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการคือ Samsung ครับ เลยมีบูธมาออกด้วย

หนึ่งในผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการคือ Samsung ครับ เลยมีบูธมาออกด้วย

 

That wraps up my #triptwt to visit Logos Hope. และ นั่นก็คือทั้งหมดของการไปเยือน Logos Hope เรือหนังสือลำใหญ่ที่สุดในโลกของผมครับ … ใครที่สนใจ ก็อย่างที่บอก ช่วงนี้เรือยังเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือคลองเตยไปจนถึง 11 มีนาคม ครับ ถ้าใครคิดว่าต้องไปช่วงเสาร์อาทิตย์ละก็ สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ก็เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วนะครับ หลังจากนั้นก็คงต้องรออีกหลายปี กว่าเขาจะวนมาเทียบท่าอีก เพราะเรือนี้ไปยังประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียวครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: