หิ่งห้อยไดอารี่ (13)

เตาเผาเม่า

 

ไม่ได้เขียนหิ่งห้อยไดอารี่ซะนานมากอ่ะครับ … คือ ยังเจ็บอยู่กับเตาเผาเม่า (ฮา)​ … ซึ่งก็คือ หุ้นที่ IPO ไปเมื่อเดือนก่อน ของบริษัทอัคคีปราการ (AKP) สองวันแรกนี่ร้อนแรงมากมาย แต่หลังจากนั้นมันก็แป้กครับ โดนเจ้าทุบเละเทะ ถึงขนาดตลาดหลักทรัพย์ต้องจับขังคุก ติด Cash Balance กันไปเลย จนได้รับฉายา เตาเผาเม่า ส่วนผมเรียก ป้อมไฟ (มาจาก อัคคีปราการ นั่นแหละ) … ตอนนี้เลยได้ประสบการณ์ “ติดดอย” ครั้งแรกในชีวิตแล้วครับ ปลื้มฮะ ปลื้ม แต่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอกนะ พอร์ตยังเขียวอยู่ เพียงแต่ขาดทุนกำไรไปไม่น้อย เดี๋ยวอีก 10 ปีค่อยมาดูใหม่นะ อัคคีปราการ :p

และจากประสบการณ์ป้อมไฟนี่เอง ผมเลยมีเรื่องมาเล่าในหิ่งห้อยไดอารี่นี่อยู่ 2 เรื่องครับ … ลองติดตามประสบการณ์ผมดู

 

แม้ “เล่นหุ้น = ให้เงินทำงาน” แต่ต้องเฝ้าดูมันทำงานด้วยนะ

ผมพยายามย้ำตลอด แต่ก็พลาดเองจนได้ ด้วยความที่เห็นว่าเจ้าป้อมไฟนี่เป็นหุ้น IPO มาได้หมาดๆ แค่ 2 วัน และอยู่ในช่วงขาขึ้น เลยลอง Let profit runs ไป เลยไม่ได้ตั้งราคาขายทันทีที่สอยได้ และก็เผอิญต้องเข้าประชุมยาว โผล่ออกมาอีกที จากเดิมที่กำไรอยู่ 5-6 เปอร์เซ็นต์ หายไปประชุมแค่ชั่วโมงเดียว กลับมา อ้าว ติดลบไป 5-6 เปอร์เซ็นต์แทนซะงั้น

นี่แหละ พอไม่เฝ้าดูเงินมันทำงาน ผลออกมาก็คือ เงินมันอู้ซะเลย …​ ฮา

 

เล่นหุ้นใจต้องเย็น แต่เงินต้องเย็นกว่า

ตอนนี้ป้อมไฟผมติดลบซัก 40% เห็นจะได้ เพราะไม่ได้คิดจะ Cut Loss ครับ (คือ อารมณ์ยังไม่รู้สึกว่านี่มันเป็น Loss) ตรงนี้สะท้อนให้เห็นที่ผมบอกนั่นแหละ … การ Cut Loss คือ ตัดเมื่อเรารู้สึกว่ามันสูญเสียแล้ว แต่โดยส่วนตัวผม ผมยังไม่รู้สึกว่าเดือดร้อนอะไรกับราคาหุ้นที่ตกขนาดนี้ เพราะดูจาก Volume ของการซื้อขายแล้ว เหมือนราคามันถูกกำหนดโดยคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง ฉะนั้น ถือรอยาวๆ ก็ได้ เดี๋ยวราคาก็กลับมา แต่อาจจะต้องถือยาวนานมากๆ เท่านั้นเอง

ฉะนั้น เรื่องมันเลยกลับมาที่ การเล่นหุ้นใจต้องเย็น ไม่ใช่เห็นราคาหล่นพรวดๆ แล้วรีบขาย … อาจติดบ่วงพวกเจ้าที่ทุบราคาเอาของถูกได้นะเออ … แต่มันไม่ใช่แค่ใจเย็นอย่างเดียวนะครับ เงินที่คุณใช้เล่นหุ้นก็ต้องเย็นด้วย มือใหม่เนี่ย ผมไม่อยากให้ไปเล่นแบบ Credit Balance ครับ แม้ว่ามันจะน่าสนใจ เพราะแค่วางหลักประกันไว้ แล้วจะได้เครดิตไปซื้อขาย ถ้าซื้อขายภายในเวลาที่กำหนด เราก็เอาแต่กำไรไป เงินก็ไม่ต้องเสีย แต่นั่นไม่เรียกว่าเงินเย็น … เกิดคุณซื้อซะเต็มเครดิต แล้วมองพลาด หุ้นตก ไม่กำไร จะซวยเอา

บางคนพูดแบบว่า ขายบ้านขายรถ เอามาเล่นหุ้น … นี่ก็เกินไป … ผมแนะนำว่ามือใหม่ (แบบผม) เลือกเล่นแบบ Cash Balance (ต้องวางเงินสดเต็มจำนวน ถึงจะซื้อขายได้) ดีกว่าครับ แม้ว่าเราอาจจะต้องนั่งมองตาปริบๆ บ้าง เมื่อหุ้นราคาย่อลงมาให้สอยแต่ไม่มีเงินจะสอย แล้วไม่กี่วันต่อมามันก็วิ่งๆ ไปทำ New High แต่มองอีกแง่ การที่เราเล่นแบบ Cash Balance มันช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเล่นหุ้นเกินตัวได้

แต่การเล่นแบบ Cash Balance ไม่ได้ป้องกันเราจากการขาดทุนนะครับ … แน่นอน หุ้นที่ติด Cash Balance ก็ไม่ได้ป้องกันเราจากการขาดทุนเช่นกัน (อ่านหิ่งห้อยไดอารี่ตอนที่ 12 ดู)

 

อีกปัจจัยในการพิจารณา Cut Loss

อีกแนวคิดหนึ่งที่จะช่วยเรื่องการพิจารณา Cut Loss ได้ก็คือ การมองไปที่การเสียโอกาสครับ … โอกาสมันจับต้องไม่ได้ และไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ แต่มันก็มีอยู่จริงครับ อันนี้ผมใจเย็นเรื่องป้อมไฟเกินไป เพราะคิดว่าถือไว้ยาวๆ ก็ได้ แต่แทนที่จะยอมตัดตัวเองออกมาตอนยังติดลบแค่สองพันบาท ผมกลับเลือกที่จะถือต่อไป แม้ตอนนี้ผมจะยังชิลๆ ไม่เดือดร้อน (ราคาหุ้นแม้มันจะตก แต่หากคุณยังไม่ขาย ก็เท่ากับยังไม่รับรู้การขาดทุน … รอจนราคามันไม่ขาดทุนแล้วค่อยขาย ก็เท่ากับไม่ขาดทุน) แต่ผมพลาดโอกาสเอาเงินกองนั้นไปซื้อหุ้นตัวอื่นอีก 1-2 ตัว ที่มี Upside น่าสนใจมาก ซึ่งหากเอาเงินกองนั้นไปซื้อหุ้นพวกนี้ พอร์ตผมคงบวกเยอะกว่านี้แล้ว (ฮา)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: