ครบเครื่องเรื่องใช้งาน Epson WorkForce WF-3521

Epson WorkForce WF-3521

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็อยากได้อะไรที่มีความสามารถเพียบพร้อม สามารถทำโน่นทำนี่ได้เยอะ … พริ้นเตอร์ก็ไม่เว้นเหมือนกันครับ ซื้อมาแล้ว นอกจากแค่หน้าที่การพิมพ์แล้ว ก็อยากให้มันทำอะไรได้มากกว่านั้น อยากให้มีสแกนเนอร์ในตัว จะได้ประหยัดพื้นที่ และพอมีสแกนเนอร์ในตัวแล้วก็อยากให้มันสำเนาเอกสารได้เลย … และไหนๆ ก็ทำสำเนาเอกสารได้แล้ว ก็อยากให้ทำงานเป็นแฟกซ์ได้ด้วย อะไรแบบเนี้ย … อุปกรณ์แบบนี้ เขาเรียกพริ้นเตอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นครับ … แต่ Epson WorkForce WF-3521 ที่ผมได้มารีวิวงวดนี้ อ่านจากสเปกแล้ว มันเป็นมัลติฟังก์ชั่นที่ทำงานได้เยอะแยะมากมายเลย มาลองดูกันว่ามันทำอะไรได้ครับ

เสียดายที่ผมไม่ใช่คนแรกที่รีวิวเจ้านี่ครับ ดังนั้นเลยขาดความรู้สึก “เปิดซิง” ไปหน่อย (ฮา) … แต่ไม่เป็นไร ถือโอกาสหยิบออกมาใช้ได้เลย สะดวกดี … เท่าที่ดูรอบๆ ตัวเครื่องแล้ว จะเห็นว่าใหญ่เอาเรื่องนะครับ … ตัวเครื่องมีขนาด (DxWxH) เป็น 41.7 ซม. x 44.9 ซม. x 24.3 ซม. น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ซึ่งไม่หนักเกินกว่าที่จะเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนในออฟฟิศ (แต่ตอนแบกออกจากออฟฟิศ Thaiware เพื่อเอากลับบ้านมารีวิว โดยเอาขึ้น BTS มาต่อรถเมล์เนี่ย เหงื่อแตกทีเดียว)

 

ขนาดและน้ำหนักของ Epson WorkForce WF-3521

ขนาดและน้ำหนักของ Epson WorkForce WF-3521

 

จุดเด่นๆ ของตัวเครื่องก็มีดังนี้ครับ … หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ไว้แสดงข้อมูลต่างๆ แต่ตรงนี้ไม่ใช่จอสัมผัสนะ ซึ่งตรงนี้ผมก็ OK เพราะเท่าที่ลองใช้งาน Epson ก็ออกแบบ User Interface มาค่อนข้างจะดีทีเดียว ใช้ปุ่ม Navigation พวกปุ่มลูกศร ปุ่ม OK และปุ่มตัวเลขอื่นๆ บนแผงควบคุมก็ทำอะไรต่อมิอะไรได้สะดวกดี User Interface ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

 

แผงควบคุมหลักของ Epson WorkForce WF-3521

แผงควบคุมหลักของ Epson WorkForce WF-3521

 

ด้วยความที่มีความสามารถเป็นเครื่องแฟกซ์ด้วย ก็เลยมีปุ่มกดตัวเลขครับ และก็เลยได้ใช้เป็นปุ่มสำหรับกดตัวอักษรไปด้วยในตัวได้ ก็สะดวกดีครับ … ถ้ามองแค่ว่าเป็นพริ้นเตอร์ ก็เป็นพริ้นเตอร์ที่ปุ่มเยอะมากล่ะ (ฮา) แต่นี่มันมัลติฟังก์ชั่นครับ … พวกปุ่ม Navigation นั้น ถูกออกแบบมาให้ส่องแสงเฉพาะปุ่มที่จะได้ใช้งานในหน้าจอต่างๆ เช่น หากหน้าจอนี้ให้เลื่อนแค่ ซ้าย-ขวา และ OK ก็จะมีไฟส่องสว่างออกมาแค่ปุ่มพวกนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบที่เป็นไปตามหลักการยศาสตร์ดี

 

รองรับการพิมพ์ข้อมูลจาก SD Card, Memory Stick, Flash Drive ด้วย

รองรับการพิมพ์ข้อมูลจาก SD Card, Memory Stick, Flash Drive ด้วย

 

ด้านหน้า แอบเห็นสล็อตใส่ SD Card, Memory Stick Duo และ พอร์ต USB ด้วย เดาได้เลยว่ารองรับการพิมพ์ผ่านพวกสื่อบันทึกข้อมูลแบบนี้ โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ หน้าจอ LCD ที่มีมาให้ จะแสดงผลพรีวิวรูปให้ดูด้วย จะพิมพ์รูปไหนก็กดได้เลย … แต่มีข้อจำกัดนิดหน่อยนะครับ คือ มันรองรับ File System แบบ FAT32 เท่านั้นนะครับ ถ้าใครใช้แบบ NTFS นี่ มันจะไม่อ่าน และรองรับการพิมพ์รูปเป็นหลักครับ (ไฟล์เอกสารไม่เกี่ยว)

 

จอ LCD แสดงพรีวิวรูปก่อนพิมพ์ได้

จอ LCD แสดงพรีวิวรูปก่อนพิมพ์ได้

 

ด้านหลังของ Epson WorkForce WF-3521 เนี่ย มีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อที่ต้องใช้อยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็น RJ-45 (สำหรับเสียบสาย LAN) และ RJ-11 (สำหรับเสียบสายโทรศัพท์) กับพอร์ต USB … โดย RJ-45 ก็เอาไว้ต่อเจ้านี่เข้ากับระบบเครือข่ายของที่บ้านหรือออฟฟิศ (ในกรณีที่ไม่อยากใช้ WiFi ซึ่งก็มี Built-in มาในเครื่องอีก) ส่วน RJ-11 ก็ไว้สำหรับใช้งานฟังก์ชั่นแฟกซ์ ส่วนพอร์ต USB ก็เอาไว้ต่อกับคอมพิวเตอร์

 

ด้านหลังของ WF-3521 มีทั้งพอร์ต LAN กับโทรศัพท์ และ พอร์ต USB

ด้านหลังของ WF-3521 มีทั้งพอร์ต LAN กับโทรศัพท์ และ พอร์ต USB

 

การติดตั้งใช้งาน Epson WorkForce WF-3521

ถ้าไม่ได้คิดจะพิมพ์งานจากคอมพิวเตอร์เลย ก็ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์อะไรครับ … แต่ซื้อมาแล้วคุณจะไม่คิดจะต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้พิมพ์งาน หรือทำโน่นทำนี่เลยเหรอ? และที่สำคัญ หากคุณยังไม่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ มันจะมีอีกหลายๆ ฟีเจอร์ที่คุณจะใช้งานไม่ได้นะครับ ดังนั้น เอาแผ่น CD ที่มาพร้อมกับเครื่อง ใส่เข้าไป แล้วอย่างน้อยที่สุด รันหัวข้อ Start & Connection ก็ยังดี (แต่จริงๆ แล้ว ควรไปตั้งค่าใน Mobile Print Services Setup ด้วยนะ)

 

ก่อนใช้งาน ติดตั้งไดรเวอร์ก่อน เพื่อสร้าง Connection ด้วย

ก่อนใช้งาน ติดตั้งไดรเวอร์ก่อน เพื่อสร้าง Connection ด้วย

 

การติดตั้งซอฟต์แวร์พื้นฐาน กินเวลานานพอสมควรเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะกับเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่ผมใช้ในการรีวิว (แต่ฮาร์ดแวร์แม้จะเก่า แต่ระบบปฏิบัติการน่ะ Windows 8 เชียวนา) แต่เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราสามารถเลือกได้ว่าจะเชื่อมต่อแบบไหน ระหว่าง WiFi, Ethernet (LAN) และ USB … นั่นหมายความว่า เราไม่จำเป็นต้องไปวุ่นวายกับการที่จะต้องเอาพริ้นเตอร์มาไว้ใกล้ๆ คอมพิวเตอร์ครับ เพราะเราเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือ LAN ก็ได้

 

เลือกเชื่อมต่อผ่าน WiFi, Ethernet หรือ USB ก็ได้

เลือกเชื่อมต่อผ่าน WiFi, Ethernet หรือ USB ก็ได้

 

ในเมื่อบ้านผมมี WiFi คลุมทั้งบ้านอยู่แล้ว เลยขอเลือกเป็น WiFi ครับ เพราะว่าดูจะสะดวกดีที่สุดแล้ว … การเซ็ตอัพไม่ยากครับ อาจจะมีหลายขั้นตอน แต่ก็เป็น Wizard ที่แค่คลิกไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง … ตอนท้ายๆ ของการเซ็ตอัพ จะมีให้เลือกด้วยว่า ถ้าเกิดมี Storage Device (SD Card, Memory Stick, USB Storage) ต่อกับเจ้า Epson WorkForce WF-3521 อยู่เนี่ย คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยจะเข้าถึงได้ไหม ผ่านช่องทางใด (มีให้เลือกคือ WiFi กับ USB)

เซ็ตอัพเรียบร้อยแล้ว หากเรามีอุปกรณ์พกพาไม่ว่าจะเป็น Smartphone หรือ Tablet จะ iOS หรือ Android ละก็ ถ้าอยากสั่งงานพิมพ์ผ่านเจ้านี่เลย ก็อย่าลืมไปเซ็ตในส่วนของ Mobile Print Services Setup ด้วย ซึ่งจะมีการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์มาติดตั้งเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณควรจะพร้อมเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่

 

บริการ Epson Connect, ฟีเจอร์ Email Print, Epson Remote Print และ การรองรับ AirPrint กับ Google Cloud Print

ยุคนี้มันยุคของ Cloud Computing ครับ … เกิดคุณอยู่นอกบ้าน กำลังจะกลับบ้าน แต่มีงานเข้ามา แล้วอยากจะให้เครื่องพิมพ์มันพิมพ์งานรอเอาไว้ พอถึงบ้านจะได้พร้อมใช้ จะทำยังไง? ปกติก็คงต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อกับพริ้นเตอร์รอเอาไว้ แล้วใช้ Remote Access เข้ามาจัดการ แต่ด้วยฟีเจอร์ Epson Connect เนี่ย จะช่วยให้เราสามารถสั่งพิมพ์งานผ่านจากระยะไกลได้จากหลายวิธีการครับ เพียงแค่ลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้บริการ Epson Connect

 

ลงทะเบียนเพื่อใช้บริการ Epson Connect

ลงทะเบียนเพื่อใช้บริการ Epson Connect

 

ซึ่งเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว เราก็จะได้อีเมล์ Address เอาไว้สำหรับใช้กับบริการพิมพ์ระยะไกลของ Epson ซึ่งทำให้เราสามารถสั่งพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม จากเครื่องใดๆ จาก ณ มุมไหนของโลกก็ได้

ในการบริหารจัดการ Epson Connect ก็ไปที่ www.epsonconnect.com แล้ว ล็อกอินด้วย Username และ Password ที่เรากำหนดไว้ตอนลงทะเบียนใช้งานตอนแรกนั่นแหละ

 

หน้าจอบริหารจัดการ Epson Connect

หน้าจอบริหารจัดการ Epson Connect

 

Epson Email Print

วิธีพิมพ์ ง่ายมากครับ แค่ส่งอีเมล์ไปยังอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ จากนั้นก็แนบไฟล์ที่ต้องการจะพิมพ์ไปกับอีเมล์ด้วย (รองรับไฟล์เอกสาร Microsoft Office, ไฟล์ภาพ JPEG หรือ PNG) แค่นี้ก็ถือเป็นการสั่งพิมพ์ออกไปยังเครื่องพิมพ์ Epson WorkForce WF-3521 แล้ว

ฟีเจอร์นี้สะดวกมากครับ สำหรับคนที่ต้องทำงานระยะไกลบ่อยๆ แล้วอยากจะสั่งพิมพ์มาที่ออฟฟิศ หรือ สั่งพิมพ์กลับมาที่บ้าน … หมดปัญหาเรื่องส่งอีเมล์แล้วฝากให้พิมพ์ไปเลยทีเดียว … อีกจุดหนึ่งที่เจ๋งคือ เราไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์อะไรไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใดๆ ก็แล้วแต่ที่เราใช้ ขอแค่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ และแนบไฟล์ส่งอีเมล์ได้ก็พอแล้ว

 

ลงทะเบียนเสร็จ ได้อีเมล์สำหรับใช้พิมพ์ผ่านทางอีเมล์

ลงทะเบียนเสร็จ ได้อีเมล์สำหรับใช้พิมพ์ผ่านทางอีเมล์

 

Epson Remote Print

สำหรับบางคน ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำพวกโน้ตบุ๊กเดิมๆ แต่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ตลอดเวลา แล้วรู้สึกว่า แม้ Epson Email Print จะสะดวกสบายๆ แต่ขาดความยืดหยุ่น เพราะไม่สามารถกำหนดสเปกการพิมพ์ได้ (กำหนดขนาดกระดาษไม่ได้ กำหนดชนิดของกระดาษไม่ได้ อะไรแบบนี้) และยังมีข้อจำกัดเรื่องชนิดของไฟล์ที่ใช้พิมพ์ ฟีเจอร์อย่าง Epson Remote Print น่าจะเหมาะกว่าครับ … ฟีเจอร์นี้ ก็จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนใช้บริการ Epson Connect ก่อน เพื่อให้ได้อีเมล์แอดเดรสมา (จำเป็นต้องใช้เพื่อตั้งค่า Epson Remote Print) จากนั้นก็เปิดใช้ฟีเจอร์นี้ และกำหนด Access Key ขึ้นมา และต้องติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับ Epson Remote Print ครับ

ข้อดีของฟีเจอร์นี้คือ มันจะสร้าง Epson Remote Print ขึ้นมาเป็นพริ้นเตอร์ตัวนึงเลย ดังนั้นเราจึงสามารถสั่งพิมพ์ผ่าน Epson Remote Print ได้เหมือนกับการสั่งพิมพ์ผ่านเครื่องพริ้นเตอร์ทั่วๆ ไปเลย สามารถกำหนดคุณสมบัติการพิมพ์ต่างๆ ได้ กำหนดขนาดกระดาษ กำหนดประเภทของกระดาษ ฯลฯ ได้ด้วย ซึ่งเหมาะกับการพิมพ์งานที่หลากหลายกว่า และเพราะว่าพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ เหมือนกับการพิมพ์ด้วยพริ้นเตอร์ ดังนั้น จึงสามารถพิมพ์ได้จากโปรแกรมที่หลากหลายกว่า รองรับชนิดของไฟล์มากกว่า

 

AirPrint และ Google Cloud Print

นอกจากนี้ก็ยังรองรับฟีเจอร์การสั่งพิมพ์ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างพวก iPhone/iPad และ Android Smartphone/Tablet อีกด้วยนะ ก็แค่ใช้ Wizard ในการตั้งค่าช่วย (เป็น Web Wizard) ซึ่ง AirPrint นั้นตั้งง่ายครับ แค่ Confirm การตั้งค่า แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเป็น Google Cloud Print ก็จะต้องไปลงทะเบียนพริ้นเตอร์ให้ใช้กับ Google Cloud Print ก่อน ซึ่งเราจะต้องล็อกอินด้วย Google Account ครับ (อย่างไรก็ดี Google Cloud Print น่ะ เป็นแค่ beta อยู่นะ)

 

มี Wizard ให้ตั้งค่าได้สะดวก

มี Wizard ให้ตั้งค่าได้สะดวก

 

การสั่งพิมพ์ไม่ว่าจะเป็น AirPrint ของ iOS หรือ Google Cloud Print ของ Android เนี่ย ก็ไม่ยุ่งยากครับ ใช้ง่ายดี เพียงแต่ของ Google Cloud Print นั้นจะมีโอกาสเลือกคุณภาพงานพิมพ์ได้ด้วยอ่ะ

 

หน้าจอ Mobile Print บน iPhone และ Android Smartphone

หน้าจอ Mobile Print บน iPhone และ Android Smartphone

 

ความเร็วและคุณภาพในการพิมพ์

ลองสั่งพิมพ์เลย เพื่อดูคุณภาพงานพิมพ์ และความเร็วที่ใช้ในการพิมพ์ครับ ลองหลายๆ แบบ ได้ผลออกมาประมาณนี้ครับ

  • พิมพ์รูปภาพแบบกำหนดเป็น Photo Paper ผ่านทาง USB Flash Drive พิมพ์เต็มแบบไร้ขอบ เต็มพื้นที่ขนาดกระดาษ A4 ใช้เวลาไป 3:05 นาที
  • พิมพ์รูปภาพจากคอมพิวเตอร์แบบเต็ม Stretch ให้เต็มกระดาษ A4 โดย
    • กำหนดเป็น Plain Paper ความละเอียด Standard ใช้เวลาพิมพ์ 18.40 วินาที
    • กำหนดเป็น Premium Glossy ความละเอียด High ใช้เวลาพิมพ์ 5:12 นาที
  • พิมพ์ผ่าน AirPrint จาก Camera Roll ของ iPhone 5 โดยตรง ได้ภาพขนาด 4×6 นิ้ว ใช้เวลาไป 1:21 นาที
  • พิมพ์ผ่าน Google Cloud Print จาก Gallery ของ HTC Butterfly ได้ภาพขนาดใหญ่ (น่าจะ 8×6 นิ้วมั้ง) ใช้เวลาไป 1:05 นาที

 

ผลงานการพิมพ์ด้วย Epson WorkForce WF-3521

ผลงานการพิมพ์ด้วย Epson WorkForce WF-3521

 

คุณภาพของภาพถ่าย ซึ่งใช้รูปนางแบบสาว (แอบขอบคุณ @kengkawiz ที่เคยเป็นนางแบบให้ถ่ายรูปไว้ เอามาใช้พิมพ์ซะเลย … ฮา) กับรูปพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมที่ถ่ายไว้ตอนแอบไปอังกฤษเมื่อปีก่อน … Epson ไม่ทำให้ผิดหวังครับ คุณภาพของงานยังดีเยี่ยม แม้ว่าจะพิมพ์บนกระดาษธรรมดาๆ ก็ตาม (ทั้งบ้านมีแต่กระดาษถนอมสายตา … ฮา) แต่หากตั้งเป็นความละเอียดสูงๆ (คือหลอกว่าพิมพ์บนกระดาษดีๆ) แล้วละก็ ใช้เวลานานพอดูทีเดียวครับ อาจจะนานถึง 5-6 นาทีได้เลย แต่แม้ว่าจะพิมพ์แบบด่วนๆ บนกระดาษธรรมดา คุณภาพงานที่ได้ มันก็ไม่เลวนะครับ

 

ทางเลือกอื่นในการพิมพ์ผ่านอินเทอร์เน็ต

นอกจากวิธีการพิมพ์ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ยังมี Epson iPrint ที่เป็น App ทั้งบน iOS และ Android ให้ดาวน์โหลด เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ และทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รูปจาก Smartphone หรือ Tablet, พิมพ์เอกสาร, พิมพ์เอกสารหรือรูปจากบริการ Cloud Storage หรือแม้แต่สั่งสแกน (อันนี้มันใช้ประโยชน์ได้ตอนมีคนไปวางสิ่งที่ต้องการจะสแกนให้บนเครื่องนะ)

 

Epson iPrint บน iPhone

Epson iPrint บน iPhone

 

โดยส่วนตัวแล้ว Epson iPrint ก็เป็น App ที่ควรจะดาวน์โหลดไว้ หากใช้เจ้า Epson WorkForce WF-3521 นี่ (หรือรุ่นอื่นที่รองรับ) มันใช้ประโยชน์ได้เยอะดีครับ แล้วช่วยลดความจำเป็นในการที่จะต้องสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์ไปได้เยอะเลยด้วย

 

Scan to Cloud

อีกฟีเจอร์นึงที่น่าสนใจครับ … คือ Scan to Cloud หรือ สแกนเสร็จแล้วก็โยนไปเก็บไว้บน Cloud เลย ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายบริการครับ ไม่ว่าจะเป็นการสแกนแล้วส่งเป็นอีเมล์มาให้เรา (สะดวกดี) หรือเชื่อมต่อกับบริการ Cloud ชื่อดังอย่าง Evernote, Google Drive, Dropbox หรือ Box.net

 

บริการที่สามารถใช้งานกับ Scan to Cloud ได้

บริการที่สามารถใช้งานกับ Scan to Cloud ได้

 

บริการนี้สะดวกดีนะครับ … เพราะถ้าเป็นสมัยก่อน ก็คงจะต้องกำหนดจุดหมายปลายทางบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็จะต้องเซ็ตนั่นนี่อยู่พอสมควร แต่สำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน ที่เป็นผู้ใช้พวก Cloud Storage อย่าง Google Drive หรือ Dropbox อยู่แล้ว แบบนี้มันสะดวก เพราะโยนเข้าบริการพวกนี้ เดี๋ยวมันก็ Sync เข้ามาที่คอมพิวเตอร์อยู่ดีอ่ะ

นอกจากนี้ฟีเจอร์อย่าง สแกนแล้วส่งอีเมล์ก็สะดวก เพราะสแกนแล้วจะส่งไปที่ใครก็ได้ ขอให้รู้อีเมล์ (และทำการบันทึกเอาไว้ก่อน)

 

บทสรุปของ Epson WorkForce WF-3521

เผื่อใครอยากทราบว่า แล้วทั้งหมดนี้มันเท่าไหร่กัน?!? คำตอบก็คือ 9,290 บาทครับ ถือว่าเป็นเครื่องมัลติฟังก์ชั่นที่ครบเครื่องในทุกๆ อย่าง ทั้งพิมพ์, สแกน, แฟกซ์ แถมมีลูกเล่นในการเชื่อมต่อกับ Cloud ได้อีกด้วย สั่งพิมพ์รูปจากพวก Storage Device ก็ได้อีก ปลดแอกจากการใช้งานที่ต้องพึ่งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์เลยครับ ยุคนี้จะใช้อุปกรณ์อะไรมันต้องพิมพ์ได้แล้ว ไม่ว่าจะ PC, Smartphone หรือ Tablet ก็ตามแต่

อย่างไรก็ดี ผมพอจะสรุปข้อดี และข้อจำกัด ของเจ้า Epson WorkForce WF-3521 เท่าที่ผมพบตอนรีวิวมาให้ได้อ่านดังนี้ครับ

ข้อดี:

  • ฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รูปจาก Storage Device, การสั่งพิมพ์ผ่านอีเมล์, การสแกนแล้วอัพโหลดขึ้น Cloud
  • รองรับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทั้งผ่าน USB, LAN และ WiFi
  • มี App อย่าง Epson iPrint ให้สั่งงานเครื่องด้วย Smartphone/Tablet ได้อีก

ข้อจำกัด:

  • การติดตั้งใช้เวลานานไปหน่อย
  • รองรับ File System แบบ FAT32 เท่านั้น สำหรับ SD Card, Memory Stick และ USB Storage
  • ไม่สามารถสั่งพิมพ์เอกสารโดยตรงจาก Storage Device ได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: