ตำนานหิ่งห้อย บทที่ 11 การเล่นหุ้นออนไลน์ (4)

Image courtesy of ponsuwan / FreeDigitalPhotos.net

 

หายหน้าหายตาไปนานเลยครับ … ไปพยายามปรับตารางเวลาของตัวเอง เพราะหลังๆ มีคนส่งโน่นส่งนี่มาให้รีวิวเยอะมาก และมีคนเชิญไปออกงานเยอะไปหมด … ตอนนี้เริ่มปรับเวลาได้แล้ว และจะพยายามเขียน ตำนานหิ่งห้อย นี่ให้ได้อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ตอนครับ … ต้องฝึกให้เป็นวินัยล่ะนะ … อย่างไรก็ดี หากท่านผู้อ่านกำลังอ่านบล็อกตอนนี้อยู่ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 ผมก็กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปหัวหินครับ เปลี่ยนบรรยากาศในการเขียนบล็อก และกะว่าจะเปลี่ยนมาเขียนแนวไดอารี่ท่องเที่ยวเล็กๆ ของผมบ้าง บวกกับเอาพวก Gadget ที่เขาเอามาให้รีวิว มาจัดการรีวิวที่นี่ซะเลย … แต่ตอนนี้ ขอเขียนตำนานหิ่งห้อยซะก่อนครับ คิดถึงจริงๆ (ฮา)

ในตอนที่แล้ว ผมเขียนถึงรายละเอียดในหน้าจอหุ้นไปแล้วว่าเป็นยังไง ในตอนนี้ ผมจะมาเล่าแบบสั้นๆ เกี่ยวกับหน้าจอที่เรียกว่า Portfolio ครับ ซึ่งหน้าจอนี้จะมีประโยชน์กับคุณมาก

 

หน้าจอ Portfolio

เป็นหน้าจอที่แสดงข้อมูลพอร์ตของเราครับ (คำว่า พอร์ต มาจาก Port ใน Portfolio นี่เอง เรื่องของเรื่อง) … คลิกที่หมายเลข (1) ของในรูปด้านล่าง จะเป็นการเข้าสู่หน้าจอนี้ครับ … หลักๆ แล้ว มีอยู่ด้วยกัน 4 ส่วนที่เราควรรู้ครับ และนั่นก็คือ

  • หมายเลข (2) ในรูปด้านล่าง จะเป็นรายละเอียดของหุ้นที่เราถืออยู่ในพอร์ตครับ … พูดง่ายๆ ซื้อหุ้นตัวไหนเอาไว้ มันก็จะโผล่มาอยู่ตรงนี้ โดยมีรายละเอียดคือ
    • Symbol แสดงชื่อสัญลักษณ์ของหุ้นที่เราถืออยู่
    • Avaliable Volume หมายถึงจำนวนหุ้นที่พร้อมให้เราทำการขาย (หุ้นตัวไหนถูกตั้งขายอยู่ จะถูกหักออกจากจำนวนนี้ครับ)
    • Actual Volume หมายถึงจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เรามี … สมมติว่าเราซื้อหุ้น ABC มา 20,000 หุ้น แล้วเราตั้งขายไป 10,000 หุ้น … เราจะเห็นว่ามี Available Volume อยู่ 10,000 หุ้น (เพราะอีก 10,000 หุ้นถูกตั้งขายไป) แต่ Actual Volume นั้นจะยังแสดง 20,000 หุ้นอยู่
    • Average Cost จะแสดงราคาเฉลี่ยต่อหุ้นที่เราซื้อมา … สมมติเราซื้อหุ้นตัวนี้มาหลายรอบ ในราคาที่แตกต่างกัน ระบบก็จะทำการหารเป็นราคาเฉลี่ยให้ … จริงๆ แล้ว มันจะมีประโยชน์ในกรณีที่เราต้องการทราบถึงต้นทุนเฉลี่ย แต่สำหรับบางคน เลือกที่จะบันทึกราคาที่ซื้อแต่ละรอบเอาไว้ด้วย อันนี้ก็แล้วแต่วิถีการเล่นของแต่ละคน
    • Market Price ก็ตามชื่อเลยครับ มันคือราคาตลาด ณ ตอนนี้ (อัพเดตอยู่เรื่อยๆ) เป็นราคาที่ซื้อขายกันอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเกิดมันสูงกว่า Average Cost ก็แสดงว่าพอร์ตเราเขียว (กำไร) แต่ถ้าเกิดมันต่ำกว่าพอร์ตเราก็จะแดง (ขาดทุน)
    • Amount (Price) คือมูลค่าของหุ้นที่เราซื้อมา … มันคือ Average Prince คูณด้วยจำนวนหุ้นที่เรามีอยู่จริง (Actual Volume)
    • Market Value คือมูลค่าของหุ้นหากเราขายทั้งหมดที่ราคาตลาดตอนนี้ … มันคือ Market Price คูณด้วยจำนวนหุ้นที่เรามีอยู่จริงนั่นเอง
    • Unrealized P/L หรือ Unrealized Profit/Loss คือ กำไรหรือขาดทุน ซึ่งยังไม่รับรู้รายได้ เพราะเรายังไม่ได้ขายไป … มันก็คือ Market Price – Amount (Price) นั่นเอง
    • % Unrealized P/L หรือ เปอร์เซ็นต์ของ Unrealized Profit/Loss คือ เปอร์เซ็นต์ของการกำไรขาดทุนครับ
    • Realized P/L คือ กำไรหรือขาดทุนที่รับรู้รายได้แล้ว (คือ ขายหุ้นไปแล้วนั่นเอง)

 

ภาพรวมของหน้าจอ Portfolio

ภาพรวมของหน้าจอ Portfolio

 

  • หมายเลข (3) จะแสดงยอดเงินที่เราสามารถใช้ซื้อหุ้นได้ โดยแบ่งเป็น Credit Limit คือ จำนวนเครดิตที่เราใช้ซื้อหุ้นได้ (จะมีค่าเป็น 0.00 บาท หากเราเป็นบัญชี Cash Balance … แบบผม) ส่วน Purchasing Power นั้น คือ อำนาจในการจับจ่ายซื้อหุ้นนั่นเอง เราสามารถซื้อหุ้นได้มากที่สุด แค่ตามยอดนี้ (เช่น ตอนนี้ผมเหลือเงินสดติดตัวแค่ 734 บาทเท่านั้น)
  • หมายเลข (4) จะเป็นกราฟสรุปพอร์ตเราครับ กราฟวงกลม จะแสดงสัดส่วนหุ้นของเราตามมูลค่า ส่วนกราฟแท่งจะบอกว่าตัวไหนกำไรขาดทุนแค่ไหน
  • หมายเลข (5) จะเป็นตัวเลือกบัญชีครับ ในกรณีเรามีหลายๆ บัญชี … แต่ถึงเราจะมีแค่ Cash Balance ก็เหอะ เราก็อาจจะมีบัญชีเครดิตมาด้วยครับ … ถ้าเลือกผิดบัญชีตรงนี้ เวลาจะซื้อขายอาจจะโดน Reject (เช่น ดันไปเลือกบัญชี Credit แต่เรามีแค่ Cash Balance) และเราจะไม่เห็นพอร์ตของเราเองด้วย
  • หมายเลข (6) และ (7) เป็นอะไรที่จริงๆ เราเห็นในทุกหน้านั่นแหละ … มันคือส่วนที่เอาไว้ซื้อหรือขายหุ้น และดูรายการซื้อขายที่เราตั้งไว้ … 2 ส่วนนี้จะเห็นในทุกๆ หน้า เพราะเราจะได้สะดวกในการซื้อขายเลย รายละเอียดเรื่องการซื้อขาย หรือ การถอนออก ไว้ผมจะมาเล่าสู่กันอ่านวันหลังนะ

วันนี้เราแค่นี้ครับ พอหอมปากหอมคอแล้ว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. fonfan says:

    ตอนต่อไปมาเมื่อไหรคร้า

    • kafaak says:

      ลืมเขียนไปนานเลย … เดี๋ยวไปไล่รำลึกความหวังก่อนนะคับ หุหุ

  2. kung says:

    รออ่านตอนต่อไปค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: