Oppo Find Piano … 2 ซิม ราคาประหยัด สเปกกำลังดี ตอนที่ 3

Print Friendly

Oppo Find Piano

เอาล่ะ … หายหน้าหายตาไปซะนานเลยครับ เพราะติดภารกิจปั่นงานส่งนิตยสาร เลยเงียบไปร่วมสัปดาห์เลยทีเดียว ใครลืมตอนที่ 1 กับ ตอนที่ 2 ก็ย้อนกลับไปอ่านกันได้ครับ และในตอนสุดท้ายนี้ ก็เช่นเคย เรามาเล่ากันเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และ การถ่ายรูปกับถ่ายวิดีโอ … ตรงนี้สังเกตได้ชัดเจนอยู่อย่างนึงครับ คือ การมีเนื้อที่เก็บข้อมูลมาให้แค่ 4GB (แถมโดนเบียดบังไปโดย OS อีกหลายส่วน) กลายมาเป็นปัญหา เพราะทำให้แม้ว่าสเปกของฮาร์ดแวร์จะแรงพอจะเล่นเกม 3D เจ๋งๆ ได้ (แม้จะต้องแลกมากับกราฟิกที่ดรอปลงไปบ้าง) แต่เนื้อที่มันไม่พอจะเก็บ ต้องเพิ่ม MicroSD Card เข้าไป

 

การใช้งานด้านมัลติมีเดีย

ด้วยสเปกแล้ว เจ้านี่เล่นไฟล์มัลติมีเดียระดับ 720p ได้สบายๆ ครับ ดังนั้นใครจะซื้อหามาใช้เป็น Multimedia Player แบบพกพาได้อยู่ เพียงแต่อย่างที่ผมบอกไว้ในย่อหน้าแรกนั่นแหละ เนื้อที่เก็บข้อมูลมันน้อย ควรจะซื้อหา MicroSD Card เอาไว้ด้วย ซัก 8-16GB แต่เอาแบบ Class 6 ขึ้นไปนะ (ได้ Class 10 ยิ่งดี … เดี๋ยวนี้ก็ไม่แพงเท่าไหร่แล้ว)

 

User Interface ของ Video Player ของ Oppo Find Piano

User Interface ของ Video Player ของ Oppo Find Piano

 

ทีนี้มาดูคุณภาพเสียงกันบ้าง เช่นเคย @mrkui เป็นคนจัดการให้ครับ เขาพบว่าแบบนี้ครับ …

“สิ่งที่ต่างออกไปจากการรีวิวเสียงทุกๆครั้งก่อนหน้านี้ก็คือวางเครื่องคว่ำหน้าลง เพราะการออกแบบตำแหน่งของลำโพงถือว่าผิดพลาดมาก หากวางเครื่องหงายเมื่อไรลำโพงจะถูกอุด เสียงจะอับทึบทันที …น่าเสียดายเพราะเสียงที่ได้จากลำโพงของ Oppo เครื่องนี้นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจเลยทีเดียว ทั้งเสียงดัง หนา ชัด ใส แสดงย่านได้ครบถ้วนดี ฟังมีอรรถรส

สิ่งหนึ่งที่ไม่แน่ใจก็คือเวลาที่เพลงที่มีการเล่น Dynamic ของระดับเสียงแบบกระแทกขึ้นมา ลำโพงจะบีบ Dynamic นั้นลง คาดว่าเป็นระบบที่ทำไว้เพื่อกันลำโพงแตก แต่พอลองเปิด setting ในแอพฟังเพลงแล้วพบว่าไม่สามารถเปิด-ปิดระบบนี้ได้ แต่ที่มึนกว่านั้นคือ ตอนเปิดความดัง 100% ดันไม่เป็น แต่พอลดระดับเสียงลงที่ประมาณ 60-70% ก็ดันเจอระบบตัดเสียงนี้เรื่อยๆเลย เริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นระบบที่ตั้งใจทำหรือเป็น bug กันแน่

ลองใช้งานหูฟัง เปิดเสียงดังสุดเสียงที่ได้ออกจะเบลอๆ อมๆไปเสียหน่อย ต้องฟังที่ระดับเสียง 50-60% ถึงจะแสดงย่านเสียงออกมาพอดีๆ ซึ่งที่ระดับเสียงนี้ ถือว่าได้เสียงที่โอเคเลยทีเดียว แม้มิติจะไม่ลึกนัก แต่ทุกย่านถูกแสดงออกมาดี มีเนื้อ มีน้ำหนัก การเพิ่ม-ลดระดับเสียงก็ทำความต่างของระดับเสียงได้ดี”

 

ลองเอา Oppo Find Piano มาเล่นเกมดูบ้าง

ด้วยสเปกแล้ว จะลองเล่นเกม Asphalt 7: Heat ดูก็พอได้ แต่ว่าด้วยความจุที่เหลืออยู่ในตัวเครื่อง แม้จะเพิ่มแกะกล่องใหม่เอี่ยมเลย ก็ยังไม่พอจะลงเกมนี้ได้ครับ ต้องไปหา MicroSD Card มาใส่ (โชคดีว่าเหลือ 16GB อยู่อันนึง เลยเอามายัดเข้าไปดู) ถ้าไม่มี MicroSD Card ใส่ไว้ มันจะขึ้นข้อความแจ้งเตือนการผิดพลาดในแบบที่ อ่านแล้ว งงว่ามันหมายถึงอะไร แต่จริงๆ มันคือ เนื้อที่ความจุไม่พอใส่ App ครับ

 

เกม Shadowgun บน Oppo Find Piano

เกม Shadowgun บน Oppo Find Piano

 

ผลคือ ดาวน์โหลดลงมาติดตั้งในแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเล่นเกมนี้ได้ครับ … ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ดาวน์โหลดมาครบแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเกมเล่นได้ก็ไม่รู้ เลยต้องลองดาวน์โหลดเกม Shadowgun: The Left Over มาแทนครับ ผลก็คือ เล่นได้ไม่มีปัญหาอะไร กราฟิกที่ได้ก็สวยดี มีเอฟเฟ็กต์ของ 3D พอประมาณ ไม่ว่าจะเป็นธงที่พริ้วไสว หรือ ควันไฟ อะไรจำพวกนี้ การเล่นก็ลื่นไหลดีครับ

 

ลองเอา Oppo Find Piano ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอบ้างอะไรบ้าง

ผมไม่ได้เล่น Oppo มาพักใหญ่ๆ เลย มาเจอ User Interface ใหม่ของ Camera App ของ Oppo แล้ว อืมมม ทำออกมาได้ดี และใช้งานง่ายขึ้น แต่เท่าที่ดู ออกแนว HTC อยู่ครับ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ไม่ต้องยัดลูกเล่นอะไรให้เยอะมาก  เน้นแค่ถ่ายรูปง่ายๆ ได้สะดวกๆ ก็พอ แล้ว .. Oppo ออกแบบ User Interface ให้มีแค่ไอคอนสลับกล้อง เลือกโหมดถ่ายภาพ เปิดปิดแฟลช ส่วนที่เหลือย้ายไปอยู่ใน Settings

 

User Interface ของ Camera App บน Oppo Find Piano

User Interface ของ Camera App บน Oppo Find Piano

 

แต่เดิม Oppo แยกฟังก์ชั่นถ่ายภาพหลายๆ อย่างไปไว้ใน App ต่างหากอีกตัว ที่เรียกว่ากล้อง LOMO แต่งวดนี้ Oppo ได้เอาฟังก์ชั่นเหล่านั้นมาไว้ใน Camera App แล้ว (แต่ยังคงแยกฟังก์ชั่นใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูปไว้เป็น App กล้อง LOMO อยู่ดี)

ที่น่าสนใจคือ แยกปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายวิดีโอออกจากกัน เหมือนกับ HTC เลย เพียงแต่ว่าไม่สามารถถ่ายภาพนิ่งในระหว่างการถ่ายวิดีโอได้หรอกนะ … Oppo เป็นอีกแบรนด์ นอกเหนือจาก HTC ที่สามารถทำ Tap-to-Focus ได้ โดยสามารถปรับได้ทั้ง Focus และ Exposure ในโหมดถ่ายภาพนิ่งหรือถ่ายวิดีโอได้ด้วย และที่สำคัญ เท่าที่ลองใช้ดู พบว่าการปรับ Focus และ Exposure เนี่ย สามารถทำได้รวดเร็วดีครับ ทั้งๆ ที่สเปก CPU/GPU ก็ไม่ได้แรงมากมายอะไรแท้ๆ

คุณภาพของภาพถ่าย ลองดูตัวอย่างด้านล่างนี้ได้ครับ … ลองถ่ายทั้งในสภาพแสงน้อยๆ แบบในบ้าน หรือถ่ายนอกบ้านเวลากลางคืน และถ่ายแบบตอนบ่ายๆ เย็นๆ ที่สว่างดีแท้ๆ ด้วย พบว่า ภาพที่ได้ สีสันจะจืดๆ หน่อยครับ ไม่จัดจ้านซะทีเดียว การถ่ายในโหมด HDR ก็พอจะเก็บรายละเอียดของภาพได้ดี แต่ด้วยสเปกที่ไม่แรงเท่าไหร่ เลยประมวลผลช้าไปบ้าง

 

IMG20130213001 IMG20130214001 IMG20130214002 IMG20130214003 IMG20130214004 IMG20130214005

 

แม้ถ่ายในเวลากลางคืน จะชัตเตอร์ช้า มี Noise เยอะไปหน่อย ไม่ค่อยเหมาะจะเอาไปถ่ายในเวลาแบบนั้น … แต่ถ้าเกิดเป็นการถ่ายภาพในสภาพแสงดีๆ แล้ว ก็ถือว่า OK ครับ ใช้ถ่ายรูปอัพภาพขึ้น Twitter/Instagram/Facebook สบายๆ

คุณภาพของวิดีโอ ก็อยู่ที่ 720p ซึ่งทำได้ดีพอสมควร … แต่ที่ทำให้ถ่ายวิดีโอได้สะดวกก็คือ Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้ง Focus และ Exposure นี่แหละครับ

 

บทสรุปการรีวิวของ Oppo Find Piano

เดี๋ยวนี้ ถ้าเกิดต้องการแค่ Android Smartphone สเปกกำลังดี เล่นเกม 3D ได้สบายๆ แล้ว มีกล้องดิจิตอลที่คุณภาพพอใช้ถ่ายรูปโพสต์ขึ้น Social Media ได้ตามต้องการ (แต่ไม่สะดวกใช้เวลากลางคืน หรือในสภาวะที่แสงน้อย) แต่คำแนะนำของผมคือ ซื้อแล้ว หา MicroSD Card มาใส่ซะหน่อยนะครับ จะดีมากเลยครับ

อีกจุดเด่นของเจ้านี่ คือการรองรับ 2 ซิมนี่แหละ เข้ายุคเข้าสมัย ที่คนเราพกกันมากกว่า 1 เบอร์ด้วย (เบอร์นึงเอาไว้โทร อีกเบอร์เอาไว้ต่อเน็ต)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: