กาฝากชงกาแฟ (งงแมะ) รีวิว Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo

Print Friendly

Dolce Gusto

วันก่อนบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เขาเปิดตัว “เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้” เครื่องชงกาแฟ 2 รุ่น คือ Genio และ Circolo ซึ่งออกแบบโดยบริษัท Krups และมาพร้อมกับกาแฟ 4 รสชาติยอดนิยมที่ทางเนสกาแฟคัดสรรมาให้ดื่มกัน … ข่าวจาก PR เขาว่าอย่างนั้น สำหรับคอกาแฟแล้ว เครื่องนี้ก็น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้ดื่มกาแฟรสชาติเยี่ยม แบบไม่ต้องเตรียมการให้ยุ่งยากด้วย ทว่าหลายๆ ท่านอาจจะยังรู้สึกว่า เอ๊ะ! แล้วมันจะใช้งานง่าย ได้รสชาติกาแฟเยี่ยม ถูกใจคอกาแฟแค่ไหน ก็เผอิญว่าทางเนสท์เล่เขาส่งรุ่น Circolo มาให้รีวิวครับ ดังนั้น เราไปดูกันดีกว่า

เตรียมพร้อมใช้ Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo

กล่องของ Nestle Dolce Gusto ดูใหญ่พอสมควรครับ ไม่น่าแปลกใจ เพราะนี่เป็นรุ่นใหญ่ของเขาล่ะ … แกะกล่องออกมา เห็นตัวเครื่อง ดีไซน์ดูดีทีเดียว แม้ว่าจะชื่อ Circolo ที่สื่อให้เห็นถึงทรงกลม แต่เจ้านี่ออกทรงรูปไข่ครับ แม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก แต่ก็ดูแข็งแรงทนทาน และดูหรูหราทีเดียว … ผมว่าการที่เครื่องเป็นพลาสติกมันมีข้อดีอยู่เรื่อง คือ การโยกย้ายเปลี่ยนสถานที่จัดวางมันทำได้สะดวกครับ เพราะน้ำหนักมันจะเบาเอาเรื่องทีเดียว

ด้านหน้าของ Nestle Dolce Gusto

ด้านหน้าของ Nestle Dolce Gusto

จุดที่ผมแอบติอยู่หน่อย คือเรื่องของคู่มือ ที่เน้นรูป แต่ไม่ค่อยใส่ข้อความอธิบายเข้าไปซักเท่าไหร่ เลยทำให้อาจจะดูมึนๆ ไปบ้าง แต่การใช้งานเครื่องจริงๆ แล้ว ทำไม่ยากเลยครับ … ก่อนอื่นเลย ก็ต้องเติมน้ำเข้าไปในเครื่องก่อน ซึ่งรุ่น Circolo สามารถจุน้ำได้ 1.3 ลิตร (1,300ml … สามารถชงกาแฟได้ 10-20 แก้ว … แล้วแต่ว่าจะชงอะไร) แกะช่องใส่น้ำที่เป็นพลาสติกขุ่นๆ ออกมาจากทางด้านหลัง เอาไปกรอกน้ำดื่มเติมให้ถึงขีด Max เลย

ด้านหลังของ Nestle Dolce Gusto

ด้านหลังของ Nestle Dolce Gusto

ที่บอกให้กรอกน้ำดื่ม ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะเจ้านี่สามารถชงกาแฟได้ทั้งแบบร้อนและเย็น … โดยชงได้ทั้ง Cappuccino ร้อน และ เย็น นั่นเอง … ในการเตรียมครั้งแรก ตามคู่มือเขาให้ทำแบบนี้ก่อน

  • ใส่น้ำให้พร้อม
  • ใส่ถังรองน้ำเข้าไป (แถมมาพร้อมกับตัวเครื่อง)
  • เปิดเครื่อง แล้วใช้ Scroll Wheel ที่ด้านบนของตัวเครื่องปรับปริมาณน้ำให้ไปสูงสุด
  • กดปุ่มน้ำเย็น เพื่อให้เครื่องปล่อยน้ำเย็นมาจนหมด (ไฟแสดงระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงจนสุด)
  • ปรับปริมาณน้ำไปจนสุดใหม่ แต่คราวนี้กดปุ่มน้ำร้อน เพื่อให้เครื่องปล่อยน้ำร้อนออกมาจนหมด
  • เทน้ำออกจากถังรองน้ำ … เท่านี้ก็เตรียมพร้อม

คือที่ต้องทำแบบนี้ก่อนก็คืออารมณ์เพื่อให้แน่ใจว่าระบบมันพร้อมใช้งานชัวร์ๆ น่ะ

ด้านบนของตัวเครื่อง Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo

ด้านบนของตัวเครื่อง Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo

การใช้งานง่ายมากครับ … ยกคันโยกขึ้น แล้วก็จะสามารถใส่ถาดแคปซูลกาแฟลงไปได้ … ถาดก็จะมีหน้าตาเป็นหลุมๆ แบบนี้ มีหูจับเรียบร้อย เอาแคปซูลกาแฟ ซึ่งมีวางจำหน่ายรสชาติต่างๆ 4 แบบ คือ Espresso (ปริมาณ 60ml), Cappuccino (ปริมาณ 240ml แบ่งเป็น กาแฟ 40ml และ นม 200ml), Iced Cappuccino (ปริมาณ 240ml แบ่งเป็นกาแฟ 105ml และ นม 135ml) และ Mocha (ปริมาณ 220ml แบ่งเป็นกาแฟ 110ml และ นม 110ml)

ยกคันโยกขึ้น แล้วเอาถาดใส่แคปซูลกาแฟออกมา

ยกคันโยกขึ้น แล้วเอาถาดใส่แคปซูลกาแฟออกมา

ตัวเครื่องมาพร้อมกับแคปซูลกาแฟครบทุกรสชาติ อารมณ์ประมาณไว้ให้ทดลองชิม (คล้ายๆ กับเครื่องพริ้นเตอร์ที่ซื้อมาแล้วแถมหมึกไว้ให้พิมพ์ ประมาณนั้น) แต่ถ้าหมดแล้ว ก็ซื้อเป็นกล่องครับ กล่องนึงมี 16 แคปซูล ถ้าเป็น Espresso ก็ชงได้ 16 ช็อต แต่ถ้าเป็นพวก Cappuccino, Iced Cappuccino หรือ Mocha ที่มีทั้งกาแฟและนมเนี่ย ก็จะชงได้ 8 แก้วครับ

เอาล่ะ ได้เวลาชงกาแฟดื่มกันดีกว่าครับ

การใส่แคปซูลกาแฟไม่ยุ่งยาก ใส่ลงไปในถาดแคปซูลเลยครับ ไม่ต้องเจาะรูอะไรทั้งสิ้น เดี๋ยวตอนโยกคันโยกลงมาปิดมันจะจัดการเจาะรูให้เอง (อันนี้รู้สึกได้เลย เพราะเวลาเจาะแล้วมันจะได้ยินเสียงเจาะรู) … คันโยกนี้มีไว้เพื่อหลายหน้าที่ครับ ทั้งเป็นการเจาะรูแคปซูลกาแฟ และใช้เพื่อล็อกถาดแคปซูลไม่ให้ดึงออกได้ระหว่างใช้งานด้วย

ใส่แคปซูลกาแฟไม่ยากเลย

ใส่แคปซูลกาแฟไม่ยากเลย

ความสะดวกของการใช้ Nestle Dolce Gusto เครื่องนี้อยู่ที่ มันพร้อมใช้งาน พร้อมชงกาแฟแก้วโปรดให้เราได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลา เพราะแค่ใส่น้ำดื่มธรรมดาเข้าไป ไม่ต้องเสียเวลาต้ม เมื่อเปิดเครื่อง รอ 30 วินาทีพร้อมใช้ จากนั้นแค่ใส่แคปซูลกาแฟลงไป แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้บนกล่องแคปซูลกาแฟ (ว่าใส่อันไหนก่อน-หลัง) แค่นี้ก็เรียบร้อย เครื่องมันต้มน้ำร้อนได้เร็วทันใจมากทีเดียว

พร้อมชงกาแฟร้อนๆ ให้เราได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาต้มน้ำ

พร้อมชงกาแฟร้อนๆ ให้เราได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาต้มน้ำ

ผมลองชงมันทุกรสเลยครับ แล้วก็ชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพราะขืนดื่มหมดทุกรสในเช้าวันเดียว คืนนี้ไม่ได้นอนแน่ (ฮา) … ยังดีว่าได้คุณแม่และน้องชายมาช่วยชิมด้วย (และร่วมให้ Comment) … อ๊ะ! สำหรับคอกาแฟตัวจริง ผมแนะนำว่าแคปซูลที่เขาเตรียมไว้ให้นั้น แม้จะเยี่ยมยอด แต่รสชาติเมื่อปรุงแล้วจะออกมาแบบกลางๆ ครับ ดังนั้น เตรียมเครื่องปรุงเสริมไว้ด้วยดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นไซรับ, นม, ผงโกโก้ ฯลฯ เพื่อปรุงรสชาติให้ถูกใจ (อารมณ์เหมือน ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดเพียงใด สุดท้ายมันก็อาจต้องมีการปรุงแต่งให้ถูกปากคนทาน) อย่างในรูปด้านล่างนี่ มอคค่า รสชาติดีทีเดียว แต่น้องชายของผมชอบแบบให้มีรสนมน้อยๆ หน่อย ก็อาจจะหาพวกผงโกโก้มาใส่เพิ่ม ส่วนคุณแม่ผมชอบหวานนิดๆ ก็ไปหาน้ำผึ้งมาใส่เพิ่มเข้าไป ให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น แบบนี้เป็นต้น

ได้แล้วมอคค่ารสชาติดีทีเดียว

ได้แล้วมอคค่ารสชาติดีทีเดียว

เห็นแค่ข้อความกับรูปภาพ อาจจะไม่เข้าใจเต็มร้อยว่ามันใช้ง่ายยังไง … ลองไปดูวิดีโอรีวิวความยาว 8 นาทีเศษๆ ที่ถ่ายทำโดยผมและน้องชาย แบบเล่นจริง ดื่มจริง ไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทนนี่ดีกว่า และขออภัยหาผมพูดชื่อผิดพลาดไปบ้าง เพราะเราจำเป็นต้องทำเทคเดียวผ่านครับ ไม่งั้นได้ตาแข็งเพราะดื่มกาแฟแบบ Overdose แน่นอน   [tube]http://www.youtube.com/watch?v=8MYWy1NK2is[/tube]

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Nestle Dolce Gusto

ต่อไปนี้คือข้อมูลที่ขอมาจากทาง PR ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ครับ …

  • มี 2 รุ่น/ดีไซน์ ให้เลือก คือ เจนิโอ (Genio) และ เซอร์โคโล่ (Circolo)
  • มีแคปซูลกาแฟ 4 รสชาติ ได้แก่ เอสเพรสโซ่ (Espresso), มอคค่า (Mocha), คาปูชิโน่ (Cappuccino) และ คาปูชิโน่ไอซ์ (Iced Cappuccino)
  • Facts ของ Nestle Dolce Gusto
    • ชนะเลิศรางวัล เรด ดอท ดีไซน์ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์
    • มีระบบไหลหยุดอัตโนมัติ
    • ระบบเลือกการทำงาน
    • ระบบทำความร้อนเทอร์โมบล็อก
    • ระบบแรงดันสูงสุด 15 บาร์
    • ถาดรองแก้วสแตนเลส แบบปรับขนาดความสูงต่ำได้
    • ไฟ LED เพื่อระบุสถานะการทำงาน
    • บรรจุน้ำได้ 1.3 ลิตร
    • สนนราคา 8,990 บาท
  • ราคาแคปซูลกาแฟรสชาติต่างๆ
    • เอสเพรสโซ (16 แก้ว) และ คาปูชิโน่ (8 แก้ว) กล่องละ 329 บาท
    • มอคค่า (8 แก้ว) และ คาปูชิโน่ไอซ์ (8 แก้ว) กล่องละ 299 บาท)

 

บทสรุปสำหรับการใช้งาน Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo เครื่องนี้

ผมเหลือบไปมองเอกสารสไลด์ที่แนะนำตัวผลิตภัณฑ์ที่ PR ส่งมาให้ เขาบอกว่า Dolce Gusto ตัวนี้มีคอนเซ็ปต์ว่า “Coffee is not just BLACK” แปลเป็นไทยคือ กาแฟมันไม่ใช่แค่ดำเท่านั้น … แต่ Coffee can be FUN, Coffee can be ART, Coffee can be DISCOVERY และ Coffee can be STATE OF THE ART ได้ ผมว่ามันลึกซึ้งไปหน่อยนะ ใครจะเข้าใจกันบ้างเนี่ย (ฮา) เอางี้ ผมจะพยายามลองอธิบายให้อ่านกัน ว่า Dolce Gusto มันตอบโจทย์คอนเซ็ปต์เหล่านี้ยังไงบ้าง หลังจากที่ผมได้ทำการรีวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  • Coffee can be FUN … คือการเตรียมกาแฟจำพวกนี้มันไม่ใช่ง่ายๆ แบบ 3-in-1 นะครับ ปกติมันมีขั้นตอนพอสมควร แต่ด้วย Dolce Gusto แล้ว กาแฟแก้วนึงชงเสร็จได้เร็วกว่าฉีกซองกาแฟ 3-in-1 แล้วเทน้ำร้อนลงไปอีก (คือแค่ต้มน้ำให้ร้อนก็นานแล้ว) แถมขั้นตอนการใช้งานก็ง่ายไม่ยุ่งยาก ใครๆ ก็ทำได้ แม่ของผม ไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยีก็ทำได้สบายๆ
  • Coffee can be ART … และแม้ว่า Dolce Gusto จะออกแนวกาแฟชงสำเร็จ แต่หากคุณต้องการให้มันออกมาดูดี คุณก็ยังสามารถที่จะทำได้นะ (แต่ผมไม่อาจจะรีวิวในส่วนนี้ให้ได้ เพราะผมไม่เก่งเรื่องพวกนี้ … ฮา)
  • Coffee can be DISCOVERY … เท่าที่ผมทดสอบ ทางเนสกาแฟเขาเตรียมรสชาติมาให้แบบกลางๆ ครับ ดังนั้น ที่เหลือคือหน้าที่ของผู้ดื่มอย่างเราๆ ท่านๆ ที่จะต้องค้นหาส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้ได้กาแฟรสชาติที่ถูกใจสุดๆ … จริงๆ ก็ว่าจะลองเอาแคปซูลต่างๆ มาผสมกันดูอยู่นะ (ฮา)
  • Coffee can be STATE OF THE ART … อันนี้ไม่เกี่ยวกับกาแฟนะผมว่า แต่มันเกี่ยวกับดีไซน์ของเครื่องชงกาแฟมากกว่า คือบ้านคนสมัยนี้ เขานิยมตกแต่งกันซะเหลือเกินจริงๆ ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน เขาก็อยากให้ดูดี ดูมีฐานะกันหน่อย และเจ้า Dolce Gusto นี่ก็ออกแบบมาได้ดูดีจริงๆ ดูทันสมัยซะด้วย ไม่แปลกใจที่ได้รางวัล เรด ดอท สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์

ตอนผมได้เครื่องชงกาแฟ Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo มารีวิวนี่ ผมมองไปที่ 2 ส่วนหลักๆ ที่ต้องทำการรีวิวครับ คือ

  • ตัวเครื่องชงกาแฟ ดูดีไหม ดีไซน์สวยไหม ใช้งานง่ายไหม โดยเฉพาะสำหรับทุกคนในบ้าน … ซึ่งผมก็พบว่ามันตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวละครับ ดีไซน์สวย ไปวางไปตั้งไว้ตรงไหน ก็ดูดี (เอิ่ม … แต่ต้องจัดบ้านให้ดูดีด้วยนะครับพี่น้องครับ) การใช้งานก็ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก พร้อมทำกาแฟให้ดื่มได้ด้วยเวลาไม่นาน
  • ตัวแคปซูลกาแฟ รสชาติดีไหม ตัวนี้สำคัญสุดๆ ครับ เพราะเครื่องชงนี่ต้องใช้งานร่วมกับแคปซูลกาแฟ หากกาแฟที่เตรียมไว้รสชาติมันไม่ดี ก็งานเข้าล่ะครับ แต่จากที่ทดสอบดู รสชาติก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว เพียงแต่อย่างที่บอก เนสกาแฟดูจะเตรียมรสชาติเอาไว้แบบกลางๆ ซึ่งหากใครต้องการรสชาติเข้มข้นอีกนิด หรือหวานอีกหน่อย ก็อาจจะปรับปริมาณน้ำ (ให้มากหรือน้อยกว่าที่ระบุไว้ในแคปซูลกาแฟ) หรือใส่นม ใส่น้ำตาล อะไรแบบนี้เพิ่มเติมเอา

ข้อดีอีกอย่างของ Nestle Dolce Gusto ก็คือ สามารถชงได้ทั้งร้อนและเย็นครับ เพราะเราไม่ต้องใส่น้ำร้อนไปรอไง … ถ้าชงเย็น ก็แค่ใส่แก้วที่มีน้ำแข็งไปรอกาแฟ แต่ถ้าจะชงร้อน เครื่องก็จะทำน้ำร้อนออกมาให้ (ร้อนซะไอขึ้นเลยนะครับ) … และในอนาคต เราอาจจะได้เห็นรสชาติอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ก็มีเยอะมากแล้วนะ คือ Espresso, Espresso Intenso, Lungo, Grande Intenso, Mocha, Chococino, Cappuccino, Latte Macchiato, Caramel Latte Macchiato ฯลฯ แถมยังมี Green Tea อีก จะเยอะไปไหน … สนนราคาของตัวเครื่องรุ่น Circolo นั้นก็ไม่ถึงกับถูกมาก แต่ก็ถูกกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่นเลยนะ ถ้าสามารถซื้อหาสมาร์ทโฟนระดับ Middle-end แล้วไปจิบกาแฟที่ Starbucks ได้ ผมว่า ไม่น่าติดขัดกับการซื้อ Nestle Dolce Gusto รุ่น Circolo นี่หรอก (ฮา) ส่วนแคปซูลกาแฟนั้น ราคาก็ไม่ถึงกับเรียกว่าแพงมากนะครับ ลองหาดูแล้ว คาปูชิโน่ตกแก้วละ 41 บาทเท่านั้นเอง ถูกกว่าไปดื่มที่ Starbucks แน่นอน สนใจสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.dolce-gusto.co.th หรือ www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand หรือ ศูนย์ผู้บริโภคเนสท์เล่ โทร 02-657-8601 อีกทั้งตอนนี้สามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านระบบ e-commerce ได้โดยตรงกับ Nestle ที่ http://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/ ด้วย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: