Oppo Find Piano … 2 ซิม ราคาประหยัด สเปกกำลังดี ตอนที่ 2

Print Friendly

Oppo Find Piano

มาว่ากันต่อในตอนที่ 2 ของการรีวิว Oppo Find Piano ครับ … ช่วงนี้ต้องรีบรีวิว เพราะของไล่หลังมาเพียบเลยอ่ะครับพี่น้อง … แต่จบชุดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะเงียบหายไปอีกพักใหญ่ไหม (ฮา) แต่ไม่เป็นไร เราเตรียมเนื้อหาไว้เขียนแล้ว (พักๆ บ้างเหอะ เรื่องรีวิว … อ่านบทความบ้างอะไรบ้าง) แน่นอน ตอนที่ 2 นี้เราจะพูดถึงประสบการณ์ในการใช้งานครับ สำหรับพวก Android Smartphone ระดับกลาง/ล่าง แบบนี้แล้ว ประสบการณ์ในการใช้งานก็สำคัญไม่น้อย เพราะซอฟต์แวร์มันพัฒนาไปค่อนข้างไกล แต่สเปกฮาร์ดแวร์ของ Android Smartphone ระดับนี้มักจะไม่สุดยอดมากนัก เวลาใช้งานอาจจะให้ประสบการณ์ไม่ดีก็ได้ ใครจะรู้

ลองหยิบมาใช้งานดู สิ่งแรกที่แปลกในเลยคือหน้าจอ Lock Screen แบบที่แปลกกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา คือ ไอ้ไอคอนรูปแม่กุญแจ ที่ปกติมันจะเอาไว้เลื่อนเพื่อปลดล็อกหน้าจอ (ที่เขาเรียกว่า Slide-to-Unlock ไง) แต่ว่างวดนี้ไอ้ไอคอนนี้มันเลื่อนไม่ได้อ่ะ เราต้องเอาไอคอนที่แทนฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เรียงกันเป็นรูปต้นไม้ลงมาตรงรูปกุญแจแทน

ก็แหวกแนวดีครับ แต่แอบอึ้งไปนิดๆ เหมือนกันตอนเจอทีแรก

 

หน้า Lock Screen ของ Oppo Find Piano

หน้า Lock Screen ของ Oppo Find Piano

 

User Interface ของ Oppo ก็ยังคงเป็น Go Launcher อยู่ครับ ออกแบบธีมมาได้สวยงามดีครับ ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย แต่พวกวัยรุ่นและสาวๆ น่าจะชอบมากกว่า แต่ถ้าเกิดไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ดาวน์โหลดธีมอื่นมาลงแทนก็ได้นะครับ

 

User Interface ของ Oppo Find Piano

User Interface ของ Oppo Find Piano

 

แต่โดยพื้นฐานแล้ว ถ้าไม่นับ Lock Screen ละก็ User Interface และ Interaction กับตัว UI นั้นก็คือ Android แบบที่เราคุ้นเคยครับ … โดยเฉพาะในส่วนของ App Tray และการเพิ่ม Widget เข้าไป ซึ่งผมมองว่าแนวทางใหม่ตั้งแต่ Android 3.0 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มันไม่เวิร์คเท่าไหร่ แบบว่าไม่เข้าใจว่าทำไมจะเพิ่ม Widget ที ต้องเข้าไปที่ App Tray แทนที่จะแตะที่หน้าจอค้างไว้ แล้วเลือกเพิ่ม Widget เอาได้ … ซึ่งตรงนี้ Oppo ทำได้ถูกใจผมครับ รักษาวิธีการเพิ่ม Widget แบบเดิมๆ เอาไว้ ชอบๆ

 

หน้า Settings ที่แบ่งหมวดหมู่ได้ดี

หน้า Settings ที่แบ่งหมวดหมู่ได้ดี

 

อีกจุดนึงที่ผมว่า Oppo ทำออกมาได้ดีกว่า Android Smartphone แทบทุกยี่ห้อก็คือหมวด Settings ครับ ที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดี แม้ว่าจะทำให้คนที่ใช้ Android ยี่ห้ออื่นจนชินแอบงง หาอะไรไม่เจอบ้างในช่วงแรก แต่พอชินแล้วจะรู้ว่าการแบ่งหมวดหมู่แบบนี้ มันสะดวกเวลาหาโน่นนี่นั่นมากกว่าครับ  ที่สำคัญคือในส่วนของความปลอดภัย มีข้อมูลสำหรับบริการหลังการขายติดมาให้เลย ทั้งเบอร์โทร, อีเมล์ และเว็บไซต์ รวมถึงที่อยู่บริษัทไว้ให้ด้วย มีปัญหาอะไร ก็ขอความช่วยเหลือสะดวก

แต่จากการใช้งาน ต้องบอกว่าการที่ Oppo ให้ RAM มาแค่ 512MB มันน้อยเกินไปครับ เห็นได้ชัดเจนมากเลยทีเดียว เพราะตอนใช้งานเนี่ย จะกดเปิดโปรแกรม หรือเข้า App Tray หรือสลับไปมาระหว่าง App มันก็รู้สึกได้ว่ากระตุกๆ ครับ … แต่ด้วยความที่ผมหาฟังก์ชั่นการจัดการหน่วยความจำไม่เจอ (จริงๆ มันเป็นสิ่งที่มากับ Android 4.0 แล้วนะ) ผมก็เลยต้องลง App ชื่อ Memory Booster เข้ามาเช็คหน่อยว่าหน่วยความจำเป็นยังไง … ปรากฏว่าหน่วยความจำเหลือราวๆ 60MB เท่านั้นเอง ซึ่งน้อยมากครับ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่เหลือแค่นี้ ก็มันให้ RAM มา 512MB นี่นา (i-mobile IQ1 ที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ให้ RAM มา 512MB พอลง App ต่างๆ ที่ใช้งานครบ เปิดเครื่องมามันก็เหลือ RAM แค่ 40MB เอง)

ทว่าแม้จะกระตุกบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับแย่นะครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ต้องยอมรับมัน เพราะว่าเป็น Android Smartphone ระดับกลาง/ล่าง มากกว่า … เพียงแต่ด้วยความรู้สึกของผม เมื่อให้ CPU/GPU ระดับ Dual-core มาแล้ว ก็น่าจะจัด RAM มาให้ซัก 1GB ก็ยังดี (เดี๋ยวนี้ RAM ก็ไม่ได้แพงอะไรมากเท่าไหร่แล้ว)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: