กาฝากพาทัวร์ เที่ยวไม่มั่ว ทัวร์เวียดนาม วันที่ห้า วันกำจัดด่อง และวันที่หก กลับบ้าน

Print Friendly

เดินทางกลับแล้วจ้า

 

วันที่ 5 ไม่มีอะไรพิเศษครับ ตามแผนของพวกเรา วันนี้ฟรีสไตล์สุดๆ … ใครที่เจริญรอยตามพวกเรา ขอบอกว่าวันนี้สามารถเป็นวัน “ตัวใครตัวมัน” ได้ครับ จะไปช้อปที่ไหน ไปเก็บตกที่เที่ยวที่ไหน ตามสะดวกของแต่ละคนเลย แต่เท่ากับว่าวันนี้จะมาใช้เงินกองกลางไม่ได้นะจ๊ะ … แต่สำหรับพวกเรา มาด้วยกัน ไปด้วยกัน ถือเป็นวันช้อปปิ้งใหญ่ที่พวกเราเรียกว่า “วันกำจัดด่อง” หมายถึง แลกเงินด่องเอาไว้เท่าไหร่ ต้องเอามาใช้ๆๆๆๆ ให้หมด เปลี่ยนเงินด่องเป็นของกินหรือของฝากพี่น้องผองเพื่อนให้หมดไปเลยครับ อิอิ

เหตุผลที่ต้องมี “วันกำจัดด่อง” แบบนี้ ก็เพราะว่ากันว่าเงินด่องเนี่ย เวลาแลกไม่ยาก เพราะสามารถพกเป็นเงินไทยหรือเงิน US ไปแลกที่เวียดนามได้สบายๆ (จะให้ดี แนะนำว่าพกเป็น US Dollar ไป) แต่เวลากลับมาไทยเนี่ย หาที่แลกเงินด่องยากมากๆๆๆๆๆๆ ครับ ดังนั้น คำแนะนำจากประสบการณ์ของพวกเราก็คือ พกเป็น US Dollar เอาไว้ จากนั้นค่อยๆ ทยอยแลกเป็นเงินด่องครับ … ตอนพวกเราไปเนี่ย คูณง่ายมาก คือ 20,000 ด่อง เท่ากับ $1 ครับ (พอจะคูณเป็นไทยคร่าวๆ พวกเราเล่นสูตรนี้ … เอาเงินด่องหารด้วยพัน แล้วคูณด้วย 1.4)

อ้อ! ที่นี่เวลาคั่นหลักพัน เขาไม่ใช้เครื่องหมายลูกน้ำ ( , ) นะครับ แต่เขาใช้เครื่องหมายมหัพภาค ( . ) ครับ เช่น สองหมื่นด่อง ก็จะเขียนเป็น 20.000 ครับ … และแม้ว่าแบงก์ใบเล็กที่สุดของที่นี่คือ 500 ด่อง (ไม่ถึงบาทนึง) แต่ส่วนใหญ่แล้ว การตั้งราคาโน่นนี่นั่น มักจะตั้งไว้ต่ำสุดก็ 1,000 ด่อง เข้าไปแล้ว เวลาที่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเรื่องราคา เลยมักจะละศูนย์ทิ้งไป 3 ตัว เช่น แทนที่จะบอกว่า Twenty Thousand Dong หรือ 20,000 ด่อง ก็เรียกเป็น Twenty หรือ 20 เฉยๆ แทน ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าต้องเติมศูนยก์กลับเข้าไปอีก 3 ตัวอ่ะนะ

 

ตัวอย่างมิเตอร์รถแท็กซี่ จะเห็นว่าเขียนว่า 14.0 หมายถึง 14,000 ด่อง

ตัวอย่างมิเตอร์รถแท็กซี่ จะเห็นว่าเขียนว่า 14.0 หมายถึง 14,000 ด่อง

 

ถ้าการไป Trekking ที่ซาปาไม่ได้ทำให้ปวดขาตึบ แนะนำว่าเดินรอบๆ ฮานอยครับ วันนึงอาจจะเดินหลายกิโลเมตรอยู่ แต่ว่าจาก Hidden Charm Hotel ที่พวกเราอยู่เนี่ย มันเดินไปยังสถานที่ต่างๆ สำหรับขาช้อปได้ไม่ยากครับ เหมาะสำหรับการกำจัดด่องมากมาย … สิ่งที่พวกเราค้นพบอีกอย่างก็คือ ของที่ขายที่แถวๆ โรงแกรมของพวกเรา หลายๆ อย่าง มันก็เหมือนๆ กับที่เราไปเจอที่ซาปาเลย แต่ทว่า ราคาตั้งต้นของมันถูกกว่าที่ซาปาเยอะมากๆ อารมณ์เหมือนกับว่า ของพวกนี้มันถูกส่งจากฮานอยไปขายที่ซาปายังไงยังงั้น … แต่เมื่อพยายามต่อราคาแล้ว พบว่า ร้านเขาก็ลดให้ได้ต่ำสุดๆ ก็ประมาณที่เราไปต่อราคาที่ซาปานั่นแหละ

 

ร้านรวงต่างๆ ใน ฮานอย มีอะไรให้เราเลือกซื้อหาเยอะ

ร้านรวงต่างๆ ใน ฮานอย มีอะไรให้เราเลือกซื้อหาเยอะ

 

อีกหนึ่งคำเตือนก็คือ ต้องเช็คให้ดีๆ ว่าสถานที่ที่เราจะไปนั้น (ไม่ว่าจะเป็นอนุสรณ์สถาน หรือ พิพิธภัณฑ์) มันหยุดกันวันไหน พวกเราโดนมาแล้วครับ … อยากไปที่ Flag Tower ไปชมพิพิธภัณฑ์สงคราม ปรากฏว่าอุตส่าห์เดินจากโรงแรมไปถึงที่นั่น (ประมาณ 1.3 กิโลเมตร) แต่ที่นั่นดันปิด แห้วเลยทีเดียว แถมเวลาปิดเนี่ย เขาไม่ให้แม้แต่เดินเข้าไปเพื่อถ่ายรูปรอบๆ เลยนะครับ แต่พวกเราก็ยังอุตส่าห์แอบแว้บๆ ถ่ายได้ (ตรงนี้ต้องยกผลประโยชน์ให้กับ Samsung Galaxy Camera ที่มีเลนส์ซูม 21 เท่าอ่ะ ยืนอยู่ตรงร้านกาแฟ High Land แล้วซูมเข้าไปถ่ายได้เลย

 

Flag Tower จะมีพิพิธภัณฑ์สงครามอยู่

Flag Tower จะมีพิพิธภัณฑ์สงครามอยู่

 

ใครมีโอกาสไปฮานอย แวะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยนะครับ เผื่อพวกเราหน่อย เหอๆ พวกเราอดไปอ้ะ … แต่ไหนๆ ก็พลาดไปแล้ว ก็เลยขอไปหม่ำๆ ตามแผนที่ Chả cá Lã Vọng (อ่านว่า ฉ่าก๊าลาหว่อง) ครับ … ฉ่าก๊า หรือ Grilled Fish เนี่ย มีให้กินหลายร้านครับ แต่เขาว่าร้านนี้เด็ดสุดแล้ว ทั้งร้านมีเมนูเดียว คิดที่หัวละ 170,000 ด่อง ไม่รวมค่าน้ำ ถ้าไปกัน 3 คน ได้ 1 ชุด ไปกัน 6 คน ก็ได้ 2 ชุดครับ เป็นอาหารแนวกินแล้วหัวเหม็น เหอๆ เขาจะให้กะทะที่มีปลาย่างมาให้ พร้อมน้ำมันเดือดปุดๆ และมีผักไว้ให้ใส่ จากนั้น เอาเส้นเฝอมา แล้วราดน้ำมันที่ผสมมาให้ชุม เอาเนื้อปลามาใส่ เอาผักชีมาโรย แล้วกิน … อร่อยดีครับ แต่พวกเราลงความเห็นว่า ปลากระพงผัดคึ่นฉ่ายบ้านเราอร่อยกว่า (ฮา)

 

ฉ่าก๊าลาหว่องครับ ร้านอาหารที่มีเมนูเดียว คือ ฉ่าก๊า

ฉ่าก๊าลาหว่องครับ ร้านอาหารที่มีเมนูเดียว คือ ฉ่าก๊า

 

ต่อจากฉ่าก๊าลาหว่อง เราก็ไปที่ ก๊วนอันงอง (Quán Ăn Ngon) ซึ่งเป็นอารมณ์ แนวๆ ฟู้ดคอร์ตระดับไฮโซของที่นี่อ่ะ มีอาหารหลายๆ อย่างให้เลือก รวมถึงพวกของหวานด้วย … มาหาแหนมเนือง ขนมเบื้องญวน กินที่นี่ บรรยากาศดี ถ่ายรูปก็ได้ ขนมหวานอร่อยๆ ก็เยอะดี

 

Quan An Ngon อารมณ์ประมาณ์ Food Court ไฮโซ

Quan An Ngon อารมณ์ประมาณ์ Food Court ไฮโซ

 

ผ่านไปสองร้าน กำจัดด่องไปได้ไม่น้อยทีเดียวครับ … ได้เวลาสาวๆ ซื้อของฝากให้คนกรุงเทพฯ กันบ้างแล้ว … เรานั่งแท็กซี่ย้อนมาที่ทะเลสาบคืนดาบ มาที่ร้านกาแฟตรุงเหงียน (Trung Nguyên) ครับ ที่นี่เป็นยี่ห้อดังของเวียดนามเลย ไอ้กาแฟ G7 ที่หลายๆ คนพูดถึง ก็เป็นของยี่ห้อนี้แหละ … แต่เขาว่าถ้าจะซื้อ G7 อย่าซื้อที่นี่ มันแพงกว่าซื้อตามร้านโชว์ห่วย … ซะงั้น … จะซื้อ ให้ซื้อพวกกาแฟผง อะไรพวกนี้แทน

 

ร้านกาแฟ ตรุงเหงียน (Trung Nguyên)

ร้านกาแฟ ตรุงเหงียน (Trung Nguyên)

 

แอบเห็นกาแฟ Legendee อยู่ สนนราคาเกือบล้านด่อง!!! อยากลองมา แต่ผมไม่ใช่พวกขากาแฟ ที่จะมีอุปกรณ์สำหรับชงดื่มขนาดนั้น ผมกับ @Banyong เลยตัดสินใจสั่งมาชิมกันคนละแก้วครับ … มันคือ Espresso เราดีๆ นี่เองครับ … ไม่ถูกปากผมอ่ะ (ฮา) แต่ดูท่าทางจะถูกใจ @Banyong เขาล่ะ

 

ดื่มกาแฟ Legendee ไปแล้ว

ดื่มกาแฟ Legendee ไปแล้ว

 

ข้างๆ นี่มีร้าน Avalon Cafe ที่พี่นุ้ย @Anothai2010 แนะนำว่ามาฮานอยแล้ว ควรจะแวะไป อาหารอร่อย วิวสวย แต่ถ้าไม่มีคนแนะนำ หรือไม่ได้เดินผ่านแล้วพนักงานเรียกชวนให้เข้าร้าน แทบจะไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่ามีร้านดีๆ อยู่ที่นี่ครับ เพราะทางเข้ามาเป็นช่องแคบๆ เดินเข้าไป เพื่อขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 5 จากนั้นต้องเดินต่อไปยังชั้นที่ต้องการ … คำแนะนำคือ ถ้าอากาศไม่หนาวจัดมาก และฝนไม่ตก จงไปชั้น 7 ที่เป็น Rooftop ครับ เพราะจะเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบคืนดาบได้ และตอนกลางคืนจะสวยดี

ผมกับ @Banyong ขึ้นไปสำรวจวิวร้านแล้วตัดสินใจจองโต๊ะไว้ตอนสองทุ่ม … แต่ตอนนี้พวกสาวๆ จะแวะไปซื้อของต่อ ส่วนผมกับแฟนขอตัวหนีกลับมาที่โรงแรมเพื่อเก็บของก่อน แล้วนั่งพักซักหน่อย (ไม่มีอะไรจะซื้อแล้วอ่ะ กำจัดด่องไปซะเกลี้ยง … ฮา) … ขากลับเรียกแท็กซี่ของค่ายที่ไม่คุ้นดูบ้าง (เป็นค่ายที่ไม่อยู่ในรายชื่อ Reliable Taxi ที่โรงแรมให้มา) ผลคือ โดนโกงมิเตอร์ครับ … อันนี้เลยต้องขอเตือนเอาไว้ … มันโกงน่ากลัวมาก คือ ตอนเริ่มต้น มันดูว่าจะคิดราคาถูกกว่าชาวบ้าน (คนอื่นเขาคิดเริ่มต้นที่ 14,000 ด่อง แต่เจ้านี่คิด 12,000 ด่อง) แต่เวลาขับรถไปเรื่อยๆ ระยะทางมันวิ่งเร็วมาก จาก Avalon Cafe มาถึงโรงแรมเนี่ย ระยะทางไม่เกิน 1.3 กิโลเมตร (ค่าโดยสาร 18,000 – 20,000 ด่อง) นี่ล่อไป 4.3 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 72,800 ด่อง เลยทีเดียว

คิดเป็นเงินบาทแล้ว ก็โดนโกงไปราวๆ 70 บาทครับ เป็นเงินไม่มากเท่าไหร่ … แต่หากเดินทางระยะไกลๆ ล่ะ? คงโดนโกงไปหลายร้อยเลยละครับ … อยากให้ระมัดระวังกันเอาไว้นะ … ข่าวดีก็คือ ทริปนี้นอกจากที่โดนโกงค่าแท็กซี่ครั้งนี้แล้ว ก็ไม่โดนโกงอีกครับ ไม่ว่าจะให้โรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ หรือจะเรียกแท็กซี่เองจากข้างทาง

ราวๆ ทุ่มเศษๆ พวกเรารวมตัวกันที่โรงแรม ให้พนักงานของโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ ระยะทางไม่ไกลหรอกครับ เดินไปจริงๆ ก็ทำได้ แต่วันนี้วันกำจัดด่องไง นั่งแท็กซี่ไป 20,000 ด่อง (ประมาณ 30 บาท) พวกเรา 6 คนไม่ต้องเดิน สบายๆ ชิลๆ ค่ารถตกคนละ 5 บาท จะเดินทำไม จริงไหม (ฮา) … ไปถึงร้าน ก็เดินขึ้นไปเลยครับ ชั้น 7 วิวตอนกลางคืนสวยมากจริงๆ

 

วิวทะเลสาบคืนดาบจากชั้น 7 ของ Avalon Cafe

วิวทะเลสาบคืนดาบจากชั้น 7 ของ Avalon Cafe

 

แนะนำว่าเวลาถ่ายรูปอย่าใช้ Flash ครับ ไม่งั้นหมดสวย แต่ใช้ชัตเตอร์ช้าๆ มือต้องนิ่งหน่อยนะครับพี่น้อง … ผมเองเป็นพวกมือใหม่หัดถ่าย ไม่มีขาตั้งกล้อง ต้องเอากล้องพาดโต๊ะแทนขาตั้งกล้อง แต่จนแล้วจนรอด ภาพก็ยังแอบเบลอนิดๆ

 

ถ่ายเพื่อนๆ ร่วมทริป

ถ่ายเพื่อนๆ ร่วมทริป

 

พวกเราสั่งอาหารมาก็ไม่น้อยทีเดียวครับ ดูรูปด้านล่างได้ นี่แค่ประมาณ 90% ที่ถ่ายรูปเอาไว้ … ต้องขออภัยที่ต้องเปิด Flash เพื่อถ่ายรูป เพราะมือผมไม่นิ่งพอที่จะถ่ายด้วย Slow Shutter … รสชาติอาหารใช้ได้ทีเดียวครับ สเต็กเนื้อนี่ก็สุดยอด ราคาก็ไม่แพง แค่จานละ 325,000 – 365,000 ด่อง สำหรับพวกเนื้อนำเข้า (ตกราวๆ จานละ 500 บาท) ส่วนไวน์แดงฝรั่งเศส (สั่ง Chateau Berthenon ปี 2007 มา) ขวดนึงก็ 700,000 ด่อง (ประมาณ 1,000 บาท) รสชาติก็ใช้ได้เลย

 

ตัวอย่างอาหารที่พวกเราสั่งกันมา

ตัวอย่างอาหารที่พวกเราสั่งกันมา

 

ส่วน Rooftop ของร้านนี้ปิดตอน 5 ทุ่มครับ … พอใกล้ๆ 5 ทุ่ม คนก็กลับกันหมดแล้ว … แต่เราจะนั่งชิลๆ ไปเรื่อยๆ ก็ได้ พนักงานร้านนี้บริการดีทีเดียว และแม้ว่าจะพูดอังกฤษกันไม่เก่ง (สู้ป้าเผ่าม้งไม่ได้) แต่ก็สื่อสารกันพอรู้เรื่องครับ … มื้อนี้พวกเราหมดไป 3,092,000 ด่องครับ ราวๆ 4,415 บาท … ไม่ถือว่าแพงนะ ไอ้ที่จัดหนักจัดเต็มจริงๆ คือ สเต็กเนื้อ 2 จาน กับไวน์แดงอีกขวด ที่ซัดไป 1,410,000 ด่อง หรือ 2,013 บาท ที่ผมและ @Banyong จัดเต็มต่างหาก (เฮ้ย! นี่พวกผมสองคนกินเท่าๆ กับครึ่งหนึ่งของที่พวกเราหกคนสั่งมากันเลยเหรอ … ฮา)

 

บิลค่าอาหาร มื้อนี้สามล้านกว่า ดูไฮโซสาดๆ

บิลค่าอาหาร มื้อนี้สามล้านกว่า ดูไฮโซสาดๆ

 

จบแล้ว พวกเราก็นั่งแท็กซี่กลับโรงแรม … เสียค่าแท็กซี่ไป 18,000 ด่อง … นั่งแท็กซี่ไซส์สำหรับ 4 คน แต่คนขับบอกเบียดๆ กันมา 6 คนก็ได้ … ถ้าเป็นตอนกลางวันทำไม่ได้นะครับ ผิดกฎหมาย แต่กลางคืนนี่ ดูเหมือนยังไงก็ยอม (ฮา) … นอนพักเอาแรง แล้วต้องตื่นแต่เช้า เพราะวันที่ 6 ของพวกเราไม่มีอะไรมากไปกว่า ตื่นตอนตีห้า อาบน้ำแต่งตัว เก็บของให้เรียบร้อย มุ่งหน้าสู่สนามบินแล้วก็กลับกรุงเทพมหานคร

เป็นอันปิดฉากทริป เที่ยวไม่มั่ว ทัวร์เวียดนาม ของพวกเราเรียบร้อยครับ … ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด 6 วันครับ ทั้งทางบล็อกของผม กับ ทางทวิตเตอร์ และ ทาง Instagram ของพวกเรา อิอิ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: