กาฝากพาทัวร์ เที่ยวไม่มั่ว ทัวร์เวียดนาม วันที่สี่ กลับจากซาปา เที่ยวบั๊กฮา มุ่งหน้าสู่ฮานอย

Sapa Garden Hotel

 

วันนี้วันที่ 4 ของทริปมาเที่ยวเวียดนามของพวกเราครับ วันนี้เราจะอำลาซาปาแล้วกลับฮานอยแล้ว แต่กว่าจะกลับก็นู่นแน่ะ กลางคืน เพราะเราไม่อยากเสียเวลา ก็ต้องนั่งรถไฟจาก Lao Chai ไป Ha Noi ตอนกลางคืนสิ ตื่นมาก็พอดีเลย ฮานอย อิอิ … แต่เช้านี้เราเช็คเอาต์ออกจาก Sapa Garden Hotel แต่เช้าเลย เพราะแผนการของพวกเราคือ การไปเที่ยวตลาดบั๊กฮา (ผมชอบเรียกว่าบักห่าอ่ะ มันจำง่ายดี หุหุ) เส้นทางที่เราต้องผจญคือ การขับรถไปตามเขา (ลองนึกถึงการขับรถขึ้นเขาลงเขาในประเทศไทยก็ได้) เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ ก็ทรหดเอาเรื่อง ระหว่างเดินทาง เราก็จะได้เห็นทิวทัศน์ขอเทือกเขา และการทำนาแบบขั้นบันไดสวยๆ ไปพลางๆ แต่ขอให้พี่คนขับเขาไม่ดูข้างทางเพลินนะ เพราะที่นี่เขาไม่ได้ทำไม้กั้นขอบทางเอาไว้อ่ะ ถ้าเผลอขับลงไปละก็ เจอกันข้างล่างเลย เหอๆ

พวกเราตื่นเช้ามาตอนราวๆ 06:00 – 06:30 แล้วแต่ใครจะขี้เซากว่ากัน (ผมขี้เซาสุด ตื่น 06:30 อ่ะ อิอิ) อากาศราวๆ 9 องศาเซลเซียส หายใจกันเป็นไอเลยทีเดียว ฮีตเตอร์ที่โรงแรมให้มาเป็นแบบใช้ไฟฟ้าอ่ะ เลยให้ความอุ่นได้ไม่เท่าไหร่ นอกจากเอาไว้ผิงไฟได้อ่ะ (แต่ก็ยังอุ่นน้อยกว่าเตาผิงข้างนอกอ่ะ) … ออกมาจากห้องก็มาทานอาหารเช้าตามที่สั่งเอาไว้เมื่อคืนนี้ … ผมสั่งไข่เจียวฮะ หุหุ ดูจะพอทราบรสชาติที่สุดแล้ว … อาหารเช้าที่นี่ ได้อารมณ์แนวฝรั่งมากทีเดียว รสชาติก็ใช้ได้ครับ

 

(ซ้าย) ออมเล็ต (ขวา) แพนเค้กกล้วย พร้อมโยเกิร์ตฟรุ้ตสลัด

(ซ้าย) ออมเล็ต (ขวา) แพนเค้กกล้วย พร้อมโยเกิร์ตฟรุ้ตสลัด

 

เผื่อใครอยากมาเวียดนาม และอยากพักที่ Sapa Garden ละก็ แนะนำว่าให้จองห้องพักแบบเนิ่นๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆ นะครับ เพราะที่นี่มีห้องพักแค่ 3 ห้องเท่านั้น … ที่นี่แม้จะอยู่ไกลจากตัว Sapa Center แต่มันให้คุณพักผ่อนอย่างมีความสุขแน่นอน เจ้าของก็เฮฮา อัธยาศัยดีมากมาย

ทานอาหารเสร็จ ก็รอรถมารับไป Bac Ha ครับ (เห็นเขาออกเสียงว่า บั๊กฮา อะไรนี่แหละ) มันต้องลงจากซาปา ไปทาง Lao Cai แล้วเลยไปอีกพักใหญ่ๆ (ใหญ่พอสมควร) ใช้เวลารวมๆ กัน ประมาณ 2 ชั่วโมง คือ ลงจากซาปามาที่ Lao Cai มาแวะวางสัมภาระต่างๆ ไว้ที่โรงแรมแถวๆ ด้านหน้าสถานีรถไฟ Lao Cai จากนั้นก็เดินทางต่อไปยัง Bac Ha ครับ … มาถึงแล้วก็ยังเหลือเวลาอยู่พักใหญ่ๆ ครับ ไกด์เขาก็ให้เราไปเดินช้อปได้ตามอัธยาศัยครับ … ช็อตนี้ได้เห็นอะไรดีๆ เยอะเลยครับ

 

ตลาดที่บั๊กฮานี่ คนเพียบ

ตลาดที่บั๊กฮานี่ คนเพียบ

 

คนที่นี่เยอะมาก และด้วยสกุลเงินด่องแล้ว พอคาดเดาคร่าวๆ ได้ว่าที่นี่เงินสะพัดกันเป็นแสนๆ ล้านด่องในแต่ละวันเลยทีเดียว … ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งหากต้องการลองอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นเวียดนามแบบชนบทๆ จริงๆ เลยครับ โดยเฉพาะคอสุรา ที่นี่มีขายเหล้าต้มด้วย กลิ่นแอลกอฮอล์ตลบอบอวลมากๆ ใครคอไม่แข็ง แค่ดมๆ นี่อาจจะเมาได้เลยทีเดียวครับ … ผมไม่ได้ชิม ไม่สิ จริงๆ ต้องบอกว่าไม่กล้าชิม เพราะตอนมาเวียดนามเพื่อทำงานคราวก่อน มีคนเล่าให้ฟังว่า ไอ้เหล้าต้มพวกนี้นี่ ดีกรีมันสุดยอดมากทีเดียวเลยครับ แอลกอฮอล์สูงมาก ซัก 80-90% ได้ ดื่มทีนี่รู้หมดเลยว่าของเหลวมันไหลผ่านอวัยวะส่วนใดในร่างกายบ้าง … ใครจุดไฟโยนเข้าไปกลางวงนี่ เกิดโศกนาฏกรรมได้เลยทีเดียวละครับ เหอๆ

 

คนขายเอาแกลลอนมาขาย คนซื้อก็เอาแกลลอนมาซื้อ บางคนก็กรอกถ่าย บางคนก็กาลักน้ำ

คนขายเอาแกลลอนมาขาย คนซื้อก็เอาแกลลอนมาซื้อ บางคนก็กรอกถ่าย บางคนก็กาลักน้ำ

 

มาที่นี่ ผมแนะนำว่าซื้อของฝากกันได้ครับ มีพวกงานฝีมือวางขายอยู่เยอะ จริงๆ มันก็คล้ายๆ กับที่เราไปซื้อที่ฮาลองบ๊ก ไม่ก็ตอนไปหมู่บ้านม้งเมื่อวันก่อน แต่ว่าก็มีหลายๆ อย่างทีไม่เหมือนกันอยู่เหมือนกันนะ … ลองเดินหาดีๆ ครับ … คนที่นี่ค่อนข้างแน่น ระวังทรัพย์สินของมีค่าด้วยนะครับพี่น้อง

และตามมาตรฐานการซื้อของในย่านที่นักท่องเที่ยวครับ คือ ต่อราคาให้หนักๆ เข้าไว้ เพราะเขาก็ตั้งราคาเผื่อไว้พอสมควรแล้ว … เท่าที่ลองสังเกต ก็คือ ต่อไว้เลยซัก 70% ของราคาที่เขาตั้งที่แหละครับ … ทริปนี้เราได้เห็นแก๊งสาวๆ ของเราต่อราคากันได้แบบสุโค่ยมากๆ เลยครับ เช่น ของเขาตั้งราคาไว้ 90,000 ด่อง ก็ต่อซะเหลือ 25,000 ด่องเท่านั้นเอง … อาศัยว่าเรามาซื้อคราวละเยอะๆ แล้วก็ต่อราคาแบบแรงๆ เลย ถ้าเขาให้ไม่ได้ ก็แค่เดินจากไป บางทีเขาอาจจะตัด(สิน)ใจว่า ขายก็ได้วะ แล้วเรียกเราในขณะที่เรากำลังจะเดินจากไป

 

ตลาดนี้มีของที่น่าจะถูกใจสาวๆ เพียบ แต่ต่อให้หนักนะ เครื่องคิดเลขช่วยได้เรื่องการสื่อสาร

ตลาดนี้มีของที่น่าจะถูกใจสาวๆ เพียบ แต่ต่อให้หนักนะ เครื่องคิดเลขช่วยได้เรื่องการสื่อสาร

 

@pakada ใช้เทคนิค Reverse Engineering ครับ ปกติแม่ค้าเขาจะชมลูกค้าว่าสวย เพื่อให้ปลื้มๆ แล้วเออออกับราคาที่แม่ค้าตั้ง … คุณเธอกลับชมแม่ค้าว่าสวย เพื่อแม่ค้าจะได้ใจอ่อนขายของตามราคาที่พวกเราเสนอแทน (ฮา) บอกตรงๆ ว่า ต่อราคากันสุดยอดมากเลยครับ ขนาดที่บางร้านเนี่ย แม่ค้าต้องโทรไปปรึกษากับผู้มีอำนาจตัดสินใจ (เดาว่าเป็นสามี) ว่าจะขายได้ไหมกันเลยทีเดียว

 

เจอฝีมือการต่อของสาวๆ เข้าไป แม่ค้าคนนี้ถึงกับต้องโทรศัพท์ปรึกษาผู้มีอำนาจ

เจอฝีมือการต่อของสาวๆ เข้าไป แม่ค้าคนนี้ถึงกับต้องโทรศัพท์ปรึกษาผู้มีอำนาจ

 

เครื่องคิดเลขนี่ เปลี่ยนสภาพจาก Computing Device มาเป็น Communication Device สำหรับพวกเรา ที่นับได้แค่ 1-10 ในภาษาเวียดนาม (แต่ที่นี่นับกันทีเป็นร้อย เป็นพัน … โดยละศูนย์สามตัวข้างหลังไว้ในฐานที่เข้าใจ)

 

ด้านหลังของตลาดมีเนินสูง ให้เราขึ้นไปเดินดูวิวตลาดโดยรวมได้

ด้านหลังของตลาดมีเนินสูง ให้เราขึ้นไปเดินดูวิวตลาดโดยรวมได้

 

ที่ตลาดนี้ มีซื้อขายสัตว์ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น ควาย หมู ไก่ หรือแม้แต่หมา … ใช่ครับ ก็อย่างที่รู้กันว่าคนเวียดนามบางพื้นที่เขากินหมาเป็นอาหาร ที่นี่ก็เลยมีตลาดที่ขายหมาด้วย มีทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก (ลูกหมา) เลย … คนรักหมาอย่ามาแถวนี้เด็ดขาดนะครับ เพราะไม่เพียงแต่ได้ห็นการซื้อขายหมาแล้ว ยังจะได้เห็นวิธีการเก็บหมาด้วย หมาบางตัวจะถูกใส่ไว้ในชะลอม ขยับไปไหนไม่ได้เลย ได้แต่ร้องงี๊ดๆ … ตัวใหญ่ๆ เนี่ย ถ้าเวลามันไม่เดินตามค้นซื้อไป ก็จะโดนเตะ บางตัวโดนจับใส่ถุงปุ๋ยเลย แล้วเจาะก้นไว้นิดหน่อย เอาแค่พอให้หัวโผล่มาเท่านั้น … ถ้าตัวเล็กๆ นี่ โดนคล้องตัวแล้วหิ้วยังกะสิ่งของเลย … เท่าที่สังเกตเนี่ย คนที่นี่เขาไม่ได้มองหมาเป็นสัตว์เลี้ยงนะครับ แต่เขามองมันเป็นอาหารเลยทีเดียว เลยปฏิบัติกับมันแบบอาหารเลย

 

บรรยากาศของโซนขายหมาครับ

บรรยากาศของโซนขายหมาครับ

 

เดินซื้อของเสร็จ ก็แวะทานข้าวกลางวันนิดหน่อย … อาหารเป็นแบบเซ็ต ไม่รวมน้ำ ใครจะดื่มน้ำ ต้องซื้อเพิ่มเอาครับ … เท่าที่สังเกต ทริปต่างๆ ในเวียดนามเนี่ย แม้ว่าค่าทัวร์จะรวมค่าอาหารแล้ว มันมักจะไม่รวมค่าน้ำเข้าไปด้วยอ่ะ … ใครที่ไม่อยากไปโดนโขกค่าน้ำ (ซึ่งจริงๆ ก็โขกไม่หนักหรอกนะ 10,000 – 20,000 ด่องต่อขวด 600ml) ก็ให้ไปซื้อมาจากร้านทั่วไปตอนอยู่ฮานอยก็ได้ครับ (7-8 พันด่องเอง ถ้าหาดีๆ)

ทานข้าวกลางวันเสร็จ ออกเดินทางไปยังหมู่บ้าน Bao Van ครับ … ไปดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านเผ่าม้งอีกเผ่าครับ ไกด์เขาพาไปดูบ้านของชาวบ้านครับ ที่นี่เขาทำบ้านออกเป็น 2 ชั้น สมัยก่อนชาวบ้านเขาจะนอนชั้นบน เพื่อไม่ให้โดนพวกสัตว์ป่าคาบไปกินซะก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีพวกสัตว์ป่าหลุดมาตามหมู่บ้านแล้ว เขาก็เลยนอนข้างล่าง (คงขี้เกียจปีนขึ้น) แล้วเก็บของไว้ข้างบนแทน
มีการใช้พลังงานทางเลือก ภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย โดยการเก็บพวกมูลควาย (คนที่นี่เรียก Buffalo Chocolate) เอามาทำปุ๋ยชีวภาพ เอามาตากแดดให้แห้งเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงยามหน้าหนาว แล้วก็ใช้สร้างบ้านได้ด้วยนะเออ

 

วิถีชีวิตของคนพื้นที่นี้ ดูบ้านๆ นะ ยกเว้น มีทีวีดาวเทียมใช้

วิถีชีวิตของคนพื้นที่นี้ ดูบ้านๆ นะ ยกเว้น มีทีวีดาวเทียมใช้

 

จบจากที่นี่ ก็เดินทางกลับไปที่ Lao Cai ครับ แต่เนื่องจากมีเวลาเหลืออยู่ เขาเลยพาไปเดินดูชายแดนของเวียดนามที่เป็นเขตที่ติดกับประเทศจีนครับ ประมาณว่าจากตรงนี้เนี่ย เดินไปประเทศจีนได้เลยนะครับ แต่ต้องมีวีซ่าเข้าประเทศจีนด้วยเน้อ

 

อันนี้ประตูเขตเวียดนามครับ

อันนี้ประตูเขตเวียดนามครับ

 

อีกฝั่งนึงก็ประเทศจีนแล้วจ้า

อีกฝั่งนึงก็ประเทศจีนแล้วจ้า

 

จบจากตรงนี้ ก็กลับไปยังโรงแรมที่พวกเราฝากของไว้ มีเวลา 2 ชั่วโมงก่อนที่เราจะต้องทานข้าวเย็น เลยแวะมาหาอะไรกินเล่นๆ (แต่แอบจริงจัง) หน่อย ที่ร้าน Pineapple ตรงข้ามกับโรงแรมที่พวกเราฝากของนั่นแหละ ผมกะ @Banyong ก็จิบไวน์แดง Bordeaux พร้อมกับหม่ำสเต็กเนื้อนำเข้า ไปพลางๆ (ไวน์ไม่แพงนะ แก้วละ 49,000 ด่องเอง สเต็กก็แค่ 160,000 ด่อง) รสชาติเยี่ยมเลยทีเดียวละครับ
ถึงเวลา 18:00 น. ก็กลับมากินข้าวที่โรงแรม … จากนั้นก็นั่งเมาท์กันในร้านอาหารของโรงแรมนี่แหละ จนถึงเวลา 19:30 น. เพื่อเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Lao Cai (ตรงนี้จริงๆ แล้ว เราต้องเอา Voucher ไปแลกตั๋วรถไฟก่อน เพื่อยืนยันว่าจะกลับแน่ๆ ก่อนเวลารถไฟออก 90 นาทีนะครับ แต่ถ้าเกิดเรามากับทริป ส่วนใหญ่ไกด์เขาจะจัดการให้เลย เราก็จะมีเวลาเมาท์แตกนานหน่อย) พอ 19:45 น. ประตูเปิด เราก็เดินขึ้นรถไฟครับ

เพิ่งรู้ว่าไอ้รถไฟ Orient Express หรือยี่ห้ออื่นๆ เนี่ย ไม่ใช่คนละขบวนนะครับ แต่เป็นขบวนเดียวกัน แต่ว่ามีกันยี่ห้อละโบกี้สองโบกี้ เหอๆ … เราก็ดูเอาว่าเราได้ตู้ไหน (Coach ไหน) แล้วก็เดินไปขึ้นครับ … ก่อนเดินขึ้นรถไฟ อยากจะซื้อขนมขบเคี้ยวอะไรก็ซื้อได้ครับ ไม่ได้ราคาโขกสับอะไรมากมาย เพียงแต่ใช้ภาษามือเยอะหน่อย เพราะภาษาอังกฤษเขาไม่แข็งแรงมาก
ขึ้นรถไฟไม่มีอะไรมากครับ กิจกรรมสันทนาการใดๆ ก็จัดได้ตามสะดวกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณมากันแบบหาร 4 ลงตัว เพราะห้องนึงมันนอนได้ 4 คน ก็จะอยู่ด้วยกันพอดี … ถ้ามีเศษ ก็แค่มารวมตัวกันที่ห้องใครซักห้องก่อนนอนก็ได้ ห้องนึง นั่งกันเต็มพิกัด ก็ได้ราวๆ 6-8 คน (ถ้ามา 8 คน ก็ต้องไปนั่งอยู่บนเตียงชั้นบนนะครับ)

ได้เวลาราตรีสวัสดิ์แล้วครับ ไม่นอนไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะต้องกอด Dell XPS12 Duo ตัวนี้นอนเหมือนตอนขามา เหอๆ … พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่ฮานอย … พรุ่งนี้จะเป็นทริปเดินชมนิดหน่อย กินเยอะๆ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: