กาฝากพาทัวร์ เที่ยวไม่มั่ว ทัวร์เวียดนาม วันที่สาม มาเที่ยวซาปา

วิวที่ซาปา

 

พวกเราเดินทางรอนแรมมาที่ซาปาโดยทางรถไฟครับ เส้นทางคือ นั่งรถไฟตู้นอนจากฮานอยมาที่สถานี Lao Cai แล้วจากนั้นก็นั่งรถที่โรงแรมเขาจัดให้จากที่นี่ไปซาปาต่อครับ … ลงจากรถไฟก็ออกมารอคนที่มารับ เขาจะมารับทีหลายๆ คน จากหลายๆ ที่ แล้วพาไปไล่ส่งทีละโรงแรมกันเลย ระยะเวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ตรงนี้เลยอยากแนะนำซ้ำอีกครั้งที่ผมเคยบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าถ้าแยกกระเป๋าแล้วฝากของไว้ที่โรงแรมได้ (เพราะเราอาจจะกลับมาพักอีกคืน) จงทำเถิด เพราะบางทีรถที่เขาเอามารับเรา มันไม่ได้ใหญ่มากขนาดที่จะรับทั้งพวกเราและสัมภาระของพวกเรา (และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ) ขึ้นไปได้หมด อาจจะต้องยัดเยียดกันหน่อย ซึ่งจะทำให้การเดินทางขึ้นๆ ลงๆ เขา ไปซาปา ระยะเวลา 50 นาทีนี่ เป็นเวลาแห่งความทรมานได้ … ใครไม่เมารถ มีความสามารถพอ ก็สามารถหลับได้นะเออ

อ้อ! การเลือกรถไฟให้ดี เป็นศรีแก่ตัวมาก หากคุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์ต้องใช้บริการห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์ เพราะห้องน้ำมันช่างแตกต่างกันมากเลยนะครับ ดูรูปเอาก็แล้วกัน … แต่ถ้าเป็นคุณผู้ชายที่คิดว่าคงไม่ได้ปลดทุกข์เบา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ … อย่างที่บอก ดูรูปเอา

 

(ซ้าย) ห้องน้ำในตู้ Deluxe ที่พวกเราจอง (ขวา) ห้องน้ำของตู้ข้างๆ

(ซ้าย) ห้องน้ำในตู้ Deluxe ที่พวกเราจอง (ขวา) ห้องน้ำของตู้ข้างๆ

 

ลงรถไฟที่สถานี Lao Cai เวลาราวๆ 5:30 น. ยังมืดอยู่เลย นั่งรถต่ออีก 50 นาทีไปถึงซาปา ถึง Hoang Ha Hotel ไม่ใช่ที่ที่เราจะพักหรอก แต่ว่าโรงแรมที่พวกเราจะพักจริงๆ (Sapa Garden Hotel) มันยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน ดังนั้น ทัวร์เราเลยให้เอาของมาไว้ที่นี่ก่อนได้ และเปิดห้องให้ใช้พักนึง อาบน้ำ แต่งตัวกันก่อน แล้วหม่ำข้าวเช้าที่โรงแรมนี้ อากาศตอนนี้ประมาณ 9 องศาเซลเซียส ในวันที่พวกเรามาครับ อากาศแบบทีคนกรุงเทพอย่างเราๆ อยากสัมผัสบ้างแบบนานๆ ทีจริงๆ (บ่อยๆ ก็ไม่ไหว หนาวอ้ะ) ใครอยากสัมผัสอากาศเย็นแบบถึงใจ แนะนำลองใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ครับ สะใจแน่ แต่หวัดแดกผมไม่รับรู้ด้วยนะ (ฮา)

 

(ซ้าย) การแต่งกายที่ไม่สมควรในอุณหภูมิ 9 องศาเซลเซียส (ขวา) การแต่งการที่จัดเต็ม

(ซ้าย) การแต่งกายที่ไม่สมควรในอุณหภูมิ 9 องศาเซลเซียส (ขวา) การแต่งการที่จัดเต็ม

 

ลองคิดเอาแล้วกันครับ ว่า 9 องศาเซลเซียสควรเตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไปมากน้อยแค่ไหนเราถึงจะพอ … แต่หากคุณจะไป Trekking ละก็ แนะนำว่าไม่ต้องใส่ไปเยอะ เสื้อกันหนาวซักตัว เสื้อยืดอีกตัวก็พอแล้ว เพราะพอเดินๆ ไปเรื่อยๆ และถึงเวลากลางวัน อากาศมันก็จะไม่ได้เย็นอะไรมากแล้ว เราจะรู้สึกเหมือนกับเดินในห้องแอร์ซะมากกว่า

อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ตามมาตรฐานโรงแรมอ่ะนะ … ก็รสชาติพื้นๆ แบบชาวเวียดนามนั่นแหละ แต่เฝอที่นี่ เขาใช้น้ำซุปที่ต้มแบบใส่ขิงกับตะไคร้ลงไปด้วย ทำให้มีรสชาติ ไม่จืดชืดเหมือนแบบที่กินที่ฮานอย … เป็นปลื้มมาก แต่ผมไม่ได้อยากกินเส้น เลยขอให้จัดเป็นน้ำซุปมาให้ซดแทน ซดร้อนๆ อากาศเย็นๆ อาห์ มีความสุข … ใกล้ๆ กับโรงแรม Hoang Ha มีร้านเค้กที่ภายในก็ตกแต่งสวยๆ บรรยากาศชิลๆ อยู่ร้านนึง ระหว่างรอไกด์มารับไป Trekking ก็แวะมาหม่ำๆ ก่อนได้ครับ ราคาไม่แพงมาก ชิ้นนึง 30,000 – 40,000 ด่อง (ราวๆ 45-60 บาท) ชื่อร้าน Baguette & Chocolat ครับ คนแวะมาซาปา ก็มากินที่นี่กัน … แต่รสชาติผมว่างั้นๆ นะ … บรรยากาศนอกร้าน มาทานตอนเย็นๆ รถน้อยๆ ผมว่าโอเคเลย แต่ถ้ารถเยอะ มันจะเหม็นควันรถนั่นแหละ

 

เค้กต่างๆ ที่มีให้เลือกในร้าน Baguette & Chocolat

เค้กต่างๆ ที่มีให้เลือกในร้าน Baguette & Chocolat

 

09:30 ไกด์มาแล้ว พวกเราออกเดินทางไป Treking เป้าหมายคือหมู่บ้านม้งเผ่านึง … พอเริ่มออกเดิน ก็มีป้าๆ กับเด็กๆ เผ่านี้ตามมาเป็นพรวนเลย … คนเยอะๆ แบบนี้ ระวังทรัพย์สินไว้หน่อยก็ดีนะครับ แต่ว่าเท่าที่สัมผัส ชาวเขาพวกนี้เขาอัธยาศัยดีมากๆ และที่สำคัญ พวกเธอคุยภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วมาก เห็นว่าหัดเอาจากนักท่องเที่ยวด้วยนะเออ เด็กไทยที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงแล้วอ้างโน่นอ้างนี่ ผมแนะนำว่าให้ดูป้าๆ เผ่าม้งนี้เป็นตัวอย่างนะครับพี่น้องครับ

 

เริ่มเดินปุ๊บ เดินตามมาเป็นพรวนเลย

เริ่มเดินปุ๊บ เดินตามมาเป็นพรวนเลย

 

 

ระยะทางในการเดิน Trekking นี่อยู่ที่ราวๆ 12 กิโลเมตรครับ … เพิ่งมานึกได้ว่าควรจะใช้โปรแกรม Nike+ Running มาเก็บข้อมูลการเดินทางก็เดินไปเกือบ 2 กิโลเมตรแล้วอ่ะ เหอๆ … เอาเป็นว่า เส้นทางที่เราเดินเนี่ย เดินจากตรงที่เขียนว่า Sapa นั่น แล้วเดินไปถึงเลข 2 อ่ะ จากนั้นก็ไปหม่ำข้าวที่นั่นแล้วเดินต่อไปอีกพักใหญ่ๆ (ประมาณชั่วโมงนึง) เพื่อขึ้นรถกลับ Hoang Ha Hotel ครับ

 

เส้นทางการเดินทาง Trekking

เส้นทางการเดินทาง Trekking

 

เส้นทางไม่หฤโหดมาก ระหว่างทางไกด์ก็จะให้เราพักชมวิวไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปตามสะดวก ชาวม้งที่ตามมาก็จะชวนเราคุยไปเรื่อย เก็บกิ่งไม้มาสานเป็นรูปหัวใจบ้าง รูปม้าบ้าง แล้วให้เรา … วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขานั้นเป็นอะไร ไว้รอติดตามครับ เดี๋ยวค่อยบอก … บางจุดบางที่มีทางลัดให้เราเดินไป มันจะชันมาก แต่ย่นระยะทางได้เยอะทีเดียว พวกม้งเขาก็จะคอยช่วยเหลือเราครับ เขาชำนาญทางมาก เดินดุ๊บๆๆๆ ลงไปสบายๆ ส่วนพวกสาวๆ ในทริป (แฟนผม กับ @pakada) ก็ได้อาศัยป้าๆ เขาช่วยประคับประคองเดินลงไป (ส่วนพวกเพื่อนๆ ที่เหลือ ยอมเดินไปตามทางปกติ)

 

(ซ้าย) ป้าเผ่าม้งชวนสาวออสซี่คุย (กลาง) ม้าที่สานด้วยไม้ไผ่อ่อนๆ ที่ป้าๆ เขาทำให้ (ขวา) ป้าๆ ช่วยพาสาวๆ เดินลงเขา เพราะไม่ชำนาญทาง

(ซ้าย) ป้าเผ่าม้งชวนสาวออสซี่คุย (กลาง) ม้าที่สานด้วยไม้ไผ่อ่อนๆ ที่ป้าๆ เขาทำให้ (ขวา) ป้าๆ ช่วยพาสาวๆ เดินลงเขา เพราะไม่ชำนาญทาง

 

พอเดินมาถึงที่หมู่บ้าน ก็ได้นั่งทานข้าวครับ … งวดนี้แหละที่เราจะได้เห็นชัดเจนเลย เดินมากับป้ากลุ่มไหน ต้องเข้าร้านในสังกัดพวกเขา … ค่าอาหารนั้นเราต้องจ่ายเองนะ ไม่ได้รวมอยู่ในค่า Trekking แต่อย่างใด แต่ไม่แพงครับ ราคาไม่ถือว่าโขกสับนักท่องเที่ยว จะว่าไปแล้ว ราคาขายในฮานอย หรือ ฮาลองบ๊ก ยังแพงกว่ามาก อย่างน้ำเปล่าขวดเล็ก ที่นี่เขาขาย 10,000 ด่อง (ราคากลางอยู่ที่ 7,000 – 8,000 ด่อง) ในขณะที่พวกร้านอาหารในฮานอย หรือ ฮาลองบ๊ก อาจโขกเราถึง 20,000 ด่องเลยทีเดียว (ซึ่งโดยส่วนตัว 20,000 ด่อง หรือ 30 บาท ก็ยังถูกกว่าราคาโขกสับตามสถานที่ท่องเที่ยวของไทยนะ)

 

ป้าๆ และหนูๆ ชาวเขาจะมามะรุมมะตุ้มนักท่องเที่ยวเพื่อขายของ

ป้าๆ และหนูๆ ชาวเขาจะมามะรุมมะตุ้มนักท่องเที่ยวเพื่อขายของ

 

อีตอนนี้แหละ ป้าๆ ม้งทั้งหลายจะเริ่มมะรุมมะตุ้มชวนเราซื้อของกัน … เขาช่วยเรามาขนาดนี้ เราก็ช่วยอุดหนุนเขาหน่อย ประมาณนั้น เขาไม่เอาทิปนะ เขาจะขายของ (อันนี้ถือเป็นข้อดีของเขา … พวกในเมืองทั้งหลาย ผมเจอทั้งจะเอาค่าบริการ จะขายของ แถมยังจะเอาทิปอีก … จำได้ไหม ที่ฮาลองบ๊ก) ตรงนี้ใครอยากซื้อ แนะนำว่ามี 2 ทางเลือก

  • ถ้าคิดว่าป้าๆ เขาช่วยเรามาดี ก็อุดหนุนเขา ไม่ต้องต่อราคามาก กระเป๋าใส่สตางค์ 200,000 ด่อง (ประมาณ 60 บาท) ต่อใบ หรือ กำไลก็ 300,000 ด่อง ครับ ซื้ออย่างใดอย่างนึงพอ แล้วก็ปฏิเสธที่เหลือไป
  • ถ้าคิดว่าวิญญาณนักต่อรองเข้าสิง จัดไปเลยครับ น่าจะได้ที่ กระเป๋าใส่สตางค์ 2 ใบ 200,000 ด่อง (ตกใบละ 100,000 ด่อง) ครับ

พอซื้อปุ๊บ รายอื่นๆ จะมาทันทีเลย เราต้องทำใจแข็งไว้ครับ ไม่งั้นอาจหมดไปหลายตังค์ได้ และไกด์เขาก็เตรียมจะพาเราไปช้อปต่ออยู่แล้ว ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบมาหมดเงินในตอนนี้ โอเคป่ะ … แต่สรุปว่า คณะพวกเรา 6 คนก็จัดเต็มมาพอสมควรเลย และด้วยความสามารถของ @noot010 ก็

เดินทางกลับมาถึงที่รถ นั่งรถกลับ แป๊บเดียวเองอ้ะ … เดินตั้งค่อนวัน เหอๆ … มาถึง Hoang Ha Hotel แล้วก็แค่รอรถมารับไปที่ Sapa Garden Hotel ครับ … ที่นี่สวยเลยนะ เป็นแบบ Home Stay คือ เอาบ้านมาให้นักท่องเที่ยวพัก มีห้องพักไม่กี่ห้องเอง ถาม @pakada แล้วเขาบอก จองผ่าน Agoda ตกคืนละ 750 บาทต่อคน (แต่ห้องนึงนอนสองคน) แอบมีปัญหาขลุกขลักนิดหน่อย เพราะข้อมูลการเลื่อนวันจองที่แจ้ง Agoda ไป ดันมาไม่ถึงเจ้าของที่พัก แต่เรื่องจบลงด้วยการลดจำนวนห้องลงเหลือ 2 ห้อง (นอนห้องละ 3 คน) โดยเขาจะเสริมเตียงให้อีกเตียง และคิดค่าบริการแค่ 50% ถือว่า Win-Win แล้วกัน

 

Sapa Garden Hotel และห้องพัก

Sapa Garden Hotel และห้องพัก

 

นอกจากจะห้องพักสวย ห้องน้ำสะอาดแล้ว … ตรงที่เป็นห้องรับแขกอ่ะ มีเตาผิงแบบที่ใช้ไม้แท้ๆ ในการจุดไฟด้วยอ้ะ คลาสสิกมากๆ … ผมไปอเมริกานะ บ้านที่เป็นเตาผิงหลายๆ แห่ง มันเป็นแค่รูปร่างเฉยๆ แล้ว แต่จริงๆ มันเป็นฮีตเตอร์ นี่ได้มาเจอของจริงที่เวียดนาม อิอิ เลยต้องขอผิงไฟซะหน่อย

 

ผิงไฟๆๆๆ (ไม่เคยทำใน กทม)

ผิงไฟๆๆๆ (ไม่เคยทำใน กทม)

 

แผนการต่อมาคือ 18:00 ก็นั่งรถไปหาข้าวกิน แล้วไปเดิน Night Market ซะหน่อย … ร้านก็คือ Sapa Cusine ครับ … นั่งรถวนๆๆๆ อารมณ์ประมาณว่า ถ้ามาปล่อยเราไว้ตรงนี้ ไม่มารับกลับ เราก็ไปไหนไม่ถูกแล้ว (ฮา) ค่าอาหารรวมอยู่ในแพ็กเกจที่เราซื้อแล้ว เราเลยเลือกสั่งได้เป็นเซ็ตจาก 1 ใน 4 เซ็ตที่ร้านมีมาให้ … เซ็ตนึงนี่กิน 6 คนได้เกือบอิ่มสนิทนะ คือ ดูเหมือนคนที่เวียดนามนี่จะกินจุเอาเรื่องอ่ะ

 

ทางเข้าร้านนี่แอบน่ากลัวฮะ ไม่มีไฟ

ทางเข้าร้านนี่แอบน่ากลัวฮะ ไม่มีไฟ

 

ทางเข้าร้าน Sapa Cusine นี่แอบน่ากลัวเอาเรื่อง เพราะไม่มีไฟอ่ะ แต่ที่ร้านก็ตกแต่งสวยดีนะ … อาหารถือว่าอร่อยดีทีเดียว … แต่ในชุดอาหารเซ็ต ที่อร่อยที่สุด เห็นจะเป็น Grilled Fish on the Hot Plate แล้วล่ะ ใส่หัวหอมใหญ่ ตะไคร้ รสชาติดีทีเดียว กินกับข้าวนี่เพลินมากๆ … ตามแผนแล้ว เราควรจะได้ไปเดินชมโน่นชมนี่ แล้วกลับมาที่ร้านอาหารอีกทีตอนสามทุ่ม แล้วให้เขาโทรไปที่โรงแรมเพื่อเรียกรถกลับมารับ แต่ปรากฏว่าฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนตกกระหน่ำเลย เราก็เลยถือโอกาสสั่ง Hot Pot มากินต่อ (ที่นี่เขาเรียก “เหลา” ตัวเขียนเวียดนามคือ lẩu) กับ Grilled Fish with Lemongrass มากิน สองอย่างนี้ก็รสชาติดีนะ … Hot Pot เขาบอก เป็นของสำหรับสองคนนะ แต่พวกเรามากันหกคน พนักงานเลยกลัวไม่พอกิน แต่ขอโทษฮะ หม้อใหญ่มาก กินกันหกคนไม่หมด (แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่พวกเราโดนตัดกำลังจากเซ็ตก่อนหน้าแล้ว)

 

(ซ้าย) Grilled Fish on the Hot Plate (ขวา) Hot Pot

(ซ้าย) Grilled Fish on the Hot Plate (ขวา) Hot Pot

 

มื้อนี้เฮฮามาก พนักงานที่ร้านก็เป็นกันเอง และพยายามจะเข้าใจพวกเราสุดชีวิต ทั้งๆ ที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ภาษามือยิ่งอ่อนแอเข้าไปใหญ่ (ฮา) … พวกเราพยายามที่จะเรียนรู้ภาษาเวียดนาม เช่น อะไรแปลว่า Hot Pot (เหลา lẩu ไง) อะไรแปลว่าหมู (ติ่ดล่อต thịt lợn ไง) แล้วอะไรแปลว่าอร่อย (ต้อมง่อน thơm ngon ไง) อะไรแบบเนี้ย พนักงานก็พยายามที่จะช่วยอธิบาย ช่วยอ่านออกเสียงนะ แต่สื่อสารกันลำบาก สุดท้ายได้ตัวช่วยครับ … Google Translate (ฮา)

เฉียดๆ สามทุ่ม ก็ให้ทางร้านโทรเรียกรถจากโรงแรมมารับครับ … กลับมาที่โรงแรม ก็เฮฮากันต่อ แล้วก็ได้เวลาเลือกอาหารสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ครับ … คือ ที่นี่เป็นสไตล์ Bed & Breakfast ไง ก็คือ มีที่พักพร้อมอาหารเช้า แต่ว่าเนื่องจากเป็นแนว Home Stay แบบเอาบ้านมาทำห้องพักด้วย ดังนั้นเขาก็จะทำแบบ Made-to-Order เลย และไม่ได้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์น่ะ แต่มันจะเป็น Option ให้เลือก ว่าจะเอาแบบไหน

 

เลือกเมนูสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้

เลือกเมนูสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้

 

แผนการพรุ่งนี้คือเดินเที่ยวตลาด ให้สาวๆ ช้อปกัน (หนุ่มๆ ก็ช้อปได้นะ) แล้วก็เตรียมกลับไปที่สถานีรถไฟ Lao Cai เพื่อขึ้น Orient Express กลับฮานอยครับ … ไว้ติดตามกันต่อในวันที่สี่ของทริปพวกเรา 🙂

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. นกนุ่ม says:

    อ่านตอนแรกจะเม้นเรื่องที่เที่ยว
    เจอของกินไปน้ำลายหก เล่นเอานึกเรื่องเม้นไม่ออกเลย ‘ ‘>

Leave a Reply

%d bloggers like this: