กาฝากพาทัวร์ เที่ยวไม่มั่ว ทัวร์เวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม

 

ซินจ่าว! แปลว่า สวัสดี ในภาษาเวียดนามครับ (เป็นอีกหนึ่งคำที่ผมพอจะรู้เกี่ยวกับภาษานี้ นอกจากนับ 1-10 และสั่งบะหมี่ปูมากินได้ … ฮา) ตอนนี้กระผมอยู่เวียดนามครับ มาเที่ยวกับเพื่อนๆ และแฟน … พักผ่อนซะบ้าง ตอนปีใหม่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเขา เพราะคนมันแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว เราไม่อยากไปร่วมวงแย่งกับเขาน่ะ หุหุ … ดังนั้น ผมก็ไม่ควรจะพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี แต่มาพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวดีกว่า จะได้เข้ากับบรรยากาศ จริงไหมล่ะ อิอิ … นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเขียนบล็อกตอนนี้หรอกนะครับ นี่รอบสองแล้ว แต่รอบแรกมันเกิดอุบัติเหตุ อินเทอร์เน็ตเดี้ยงโดยผมไม่รู้ตัว เลยทำให้บล็อกที่อัพไปตอนแรกมันไม่สมบูรณ์ เลยต้องเขียใหม่หมดเลย แงๆ

การเดินทางครั้งนี้ พวกเราทั้ง 6 คนวางแผนกันแบบข้ามปีเลยครับ โดยมี @pakada เป็นแม่งาน ทำหน้าที่ประสานงาน จองตั๋วเครื่องบิน ติดต่อทัวร์ต่างๆ … ใช่ครับ งวดนี้เราไม่เดินทางดุ่มๆ เพราะเราไม่คุ้นเคยกับที่นี่ซักเท่าไหร่ การได้ไกด์ท้องถิ่นมาช่วยนำทางคงจะช่วยอะไรได้มากกว่า … สำหรับคนที่สนใจอยากจัดทริปแบบนี้ อินเทอร์เน็ตช่วยท่านได้เยอะครับ แต่เผื่อใครอยากทราบ ค่าใช้จ่ายทริปนี้เริ่มต้นที่ราวๆ 12,500 บาท แบบที่ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ฉะนั้นจะถูกหรือจะแพงก็อยู่ที่คุณจองตั๋วได้ถูกแพงแค่ไหนล่ะ … แต่ทั้งสิ้นนี้ รวมค่าไกด์ ค่าที่พัก ค่าเดินทางโดยรถไฟ (ตู้นอน) จากฮานอยไปซาปา และจากซาปากลับฮานอยแล้ว รวมเงินกองกลางสำหรับเป็นค่าอาหารมื้อต่างๆ สำหรับสมาชิกทั้ง 6 คนด้วย แค่ถ้าใครอยากซื้ออะไรจุกจิก ก็แลกเงินไปกันเองเน้อ พกเป็น US Dollar ก็ใช้ได้ในหลายๆ ร้าน แต่จะให้ดี พกเงินด่องไว้ก็ดี ตอนผมมานี่ เงินไทยแข็งอย่างแรง บาทนึงแลกได้ราวๆ 700 ด่องเลย (ตอนผมมาเวียดนามครั้งแรกบาทนึงได้ 400 ด่องเอง)

พวกเราเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชียครับ เครื่องออก 06:50 ถึงเวียดนาม 08:40 แต่ใช้เวลาเดินทางจริงๆ ราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้นเอง มาถึงแล้วก็ได้รู้ถึงธรรมเนียมเวียดนามเลยว่าเวลาพวกเขามารับคนะพร้อมกับดอกไม้ เห็นแล้วอารมณ์คนมางานรับปริญญายังไงยังงั้น คนทำแบบนี้กันเยอะขนาดมีร้านขายดอกไม้อยู่ในสนามบินเลยทีเดียว จะได้ไม่ต้องพกมาเอง

 

การเอาดอกไม้มาต้อนรับคนที่มาเวียดนาม ดูจะเป็นธรรมเนียมมั้งเนี่ย

การเอาดอกไม้มาต้อนรับคนที่มาเวียดนาม ดูจะเป็นธรรมเนียมมั้งเนี่ย

ด้วยความที่พวกเราเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว เราจึงมีคนมารับที่สนามบิน เป็นคนของโรงแรม … ตรงนี้อยากแนะนำว่าทำแบบนี้ดีสุดแล้ว หาโรงแรมดีๆ ซักที่ ดูจากรีวิวใน Agoda หรือ Pantip แล้วให้เขาจัดการให้ … การเสี่ยงขึ้นแท็กซี่นี่ไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่ เขาว่างั้น ไม่รู้จริงไหม ถ้าใครเคยลองฝากเล่าประสบการณ์หน่อย … แต่นี่แหละ ข้อดีของการไปทริปที 6 คน เพราะช่วยหารค่ารถแล้วเหลือไม่กี่ตังค์

โรงแรมที่พักคือ Hidden Charm Hotel อยู่แถวๆ โบสถ์เซนต์โยเซฟ ครับ ดูแล้วเล็กๆ แต่นี่มันเป็นรูปแบบปกติของโรงแรมในฮานอยอ่ะ ด้านในก็เล็กๆ แต่จะยาวๆ มีห้องอยู่ชั้นละห้อง เออ แปลกดี แต่ห้องพักนี่สวยเลยทีเดียวนะครับ ห้องที่ผมพัก ห้อง 306 นี่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เตียง 2 เตียงบวกอีก 1 เตรียมเสริม มีโซฟา มี LCD TV 42″ ห้องน้ำมีน้ำอุ่น มีอ่างจากุซซี่ สุโค่ยมาก … และเป็นมาตรฐานของโรงแรมในเวียดนามที่ต้องมี WiFi ฟรีให้ใช้

 

บรรยากาศภายในห้องพักที่ Hidden Charm Hotel

บรรยากาศภายในห้องพักที่ Hidden Charm Hotel

 

แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่นหรอกนะ เพราะ WiFi มันก็ไม่ได้แรงมาก และล่มอยู่บ้างในบางครั้ง … ห้องน้ำนี่มีอาการน้ำไม่ไหล น้ำอุ่นไม่ทำงานอยู่ แต่โดยรวมห้องสะอาด พนักงานบริการดีครับ

สำหรับคนที่ชีวิตติดเน็ตแบบผม … ตอนแรกทางโรงแรมเขาบอกว่าอย่าซื้อ SIM Card ที่สนามบิน มันแพง แต่ผมแนะนำว่าถ้ามีโอกาสก็ซื้อๆ ไปเหอะ ยังไงๆ มันก็ถูกกว่า Roaming ไปอยู่แล้ว ที่สำคัญ มันขายนักท่องเที่ยว มันต้องคุยอังกฤษกับเรารู้เรื่อง … พวกผมมาหาซื้อในเมือง กว่าจะหาร้านเจอ แล้วพนักงานก็ดันพูดอังกฤษไม่ได้อีก ยังดีว่า @noot010 ไปสระผม แล้วเจ๊เจ้าของร้านแกพาเดินหาซื้อ SIM Card เลยมีคนช่วยแปลให้

สนนราคา ใช้ 3G ได้ราวๆ 300MB เสียค่าบริการ 65,000 ด่อง ก็ตกราวๆ 97 บาทอ่ะ … ความเร็วถือว่าพอใช้ได้

 

ทดสอบความเร็ว 3G ที่เวียดนามซะเลย

ทดสอบความเร็ว 3G ที่เวียดนามซะเลย

 

มาถึงโรงแรมวันแรก มันเป็นวันฟรีที่เราไม่ได้มีกำหนดการใดๆ ทางโรงแรมเลยเสนอโปรแกรม City Tour ให้ ตกคนละ $35 จ่ายเป็น US Dollar ได้เลย พวกเรามองแล้ว อืมมมม คนละพัน รวมค่ารถแท็กซี่ ค่าไกด์ และอาหารอีกมื้อ เขาจะให้เราเลือกได้ว่าอยากกินอะไร ร้านไหน แต่มันก็ไม่ใช่เลือกกินได้ทุกอย่างหรอกนะ ส่วนใหญ่ถ้าไม่เกิน 4-5 หมื่นด่องต่อหัว เขายินดีเลย เหอๆ (แหงดิ หัวนึงไม่ถึงร้อย)

City Tour ไม่มีอะไรมาก นั่งแท็กซี่ไปตามที่ต่างๆ ลงแล้วก็เดิน ไกด์ก็พาเราไปรู้จักสถานที่สำคัญๆ อย่าง อนุสรณ์สถานของประธานาธิบดีโฮจิมินห์, บ้านประธานาธิบดีโฮจิมินห์, Temple of Literature (ที่นี่มีพวกหินสลักชื่อพวกบัณฑิตที่สอบ Royal Examination ผ่าน … อารมณ์สอบติดจอหงวนของจีนอ่ะ เพราะที่ฮานอยนี่ได้อิทธิพลจีนมาเยอะ) อาหารกลางวันเราไปทานอาหารชื่อ บุนจ๋า (Bun Cha) อ่ะ มันอารมณ์เหมือนบะหมี่เย็นกินกับหมูบะช่อกะเบคอนต้ม กินพร้อมๆ กับผัก … หน้าตาดูไม่น่ากินเท่าไหร่ แต่อร่อยใช้ได้ … ที่ตื่นตาหน่อยเห็นจะเป็นการจัดร้าน ที่แคบ บันได้ชันสุดๆ เกินขึ้นลงยังยาก แต่พนักงานร้านแบกอาหาร ปิดท้ายด้วยการไปทะเลสาบคืนดาบ (ฮว่ายเกี๋ยม หรือ ฮวนเกี๋ยม … Hoan Kiem Lake) ที่มีตำนานเกี่ยวกับชนเวียดนาม ว่าจักรพรรดิ์เลเลยซึ่งรบแพ้ชาวจีนจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนตลอด มาได้ดาบวิเศษจากจ้าวมังกรเอาไปนำทัพ (เรื่องราวการได้ดาบมันมันยาว … ไปอ่านตำนานจากเว็บนี้เอาแล้วกัน) สุดท้ายรบชนะชาวจีน และมาคืนดาบที่ทะเลสาบนี้แหละ โดยมีเต่า (หรือตะพาบน้ำ) ตัวใหญ่โผล่มาขอดาบคืนจากทะเลสาบ

จากนั้นก็นั่งสามล้อถีบพาชมเมือง 30 นาที แล้วไปหม่ำข้าวเย็น … ตรงนี้ได้สัมผัสความเป็นเวียดนามอย่างนึง คือ ไอ้คนขับสามล้อมันขู่เอาทิปครับ จะเอา $2 ด้วย ให้ $1 มันไม่ยอม ทำหน้าหาเรื่องมาก อารมณ์ว่าถ้าไม่ให้มันมีเรื่องแน่ … ไม่อยากมีเรื่องเพราะเงินแค่ไม่ถึง 60 บาท (ช่วงนี้บาทแข็งนี่นะ)

ปิดท้ายวันด้วยการกลับมาที่โรงแรม อาบน้ำอาบท่านให้ตัวหอมฉุย ก่อนที่จะนั่งแท็กซี่ไปที่ Thang Long Theatre เพื่อดู Water Puppet ครับ ค่าชมคนละ 100,000 ด่องครับ (คนละ 143 บาท โดยประมาณ) อันนี้ผมแนะนำว่ามีโอกาสก็ไปดูฮะ ถือว่าใช้ได้ทีเดียว

 

Water Puppet ค่าเข้าชมคนละ 100,000 ด่อง

Water Puppet ค่าเข้าชมคนละ 100,000 ด่อง

 

จบจาก Water Puppet แล้ว ก็ไปเดินเล่นรอบๆ ทะเลสาบคืนดาบนั่นแหละ แล้วก็เตรียมเดินกลับโรงแรม (จริงๆ มันอยู่ไม่ไกลมาก เดินเอาก็ได้นะเนี่ย ประหยัดค่าแท็กซี่ … เหอๆ) พบว่าบรรยากาศตอนค่ำของทะเลสาบนี่ สวยมาก เพราะเขาจะเปิดไฟประดับประดาสวยเลย อากาศกำลังเย็นๆ ก็จะมีหนุ่มสาวมาพลอดรักกันที่ริมทะเลสาบด้วย (มีเก้าอี้หินสาธารณะอำนวยความสะดวก นั่งได้เป็นคู่ๆ) หนาวๆ ก็กอดกันกลม เลยเถิดหน่อยก็มีจุ๊บุๆ กันด้วย … ถ้าเราไปมองเขามาก เขาจะลุกเดินหนีนะเออ

 

ใครมีกล้องดีๆ มาถ่ายบรรยากาศทะเลสาบคืนดาบตอนกลางคืนได้ สวยดี กล้องมือถือผมมันไม่เวิร์ค อิอิ

ใครมีกล้องดีๆ มาถ่ายบรรยากาศทะเลสาบคืนดาบตอนกลางคืนได้ สวยดี กล้องมือถือผมมันไม่เวิร์ค อิอิ

 

ใครที่ไร้คู่อยู่เดียวดาย ไม่แนะนำให้มาเดินแถวนี้ครับ ภาพบาดจิตบาดใจเยอะไปหน่อย … ฮาฮา … อ้อ! ที่เวียดนามนี่ เราจะได้เห็นรถดังๆ หรูๆ อย่าง Bentley หรือ Rolls-Royce จอดกันข้างถนนแบบไม่สมศักดิ์ศรีจริงๆ … ดูท่าทางข้าราชการที่นี่จะล่ำซำด้วย เพราะเห็นขับ Bentley กันเลยทีเดียว (เดาว่าเป็นข้าราชการระดับสูงนะ)

ก่อนกลับโรงแรม แนะนำว่ามาใช้ชีวิตแบบคนฮานอยที่นี่ด้วยการแวะไปนั่งยองๆ ดื่มน้ำชามะนาว (หรือโยเกิร์ต/กาแฟ/เบียร์ ตามสะดวก) แทะเมล็ดทานตะวัน นั่งคุยกัน … มีบริการแบบเป็นล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียว คนไปใช้บริการกันเยอะมากๆ และไม่ใช่พวกผู้สูงอายุนะครับ วัยรุ่นเพียบ แถมแต่ละคนพกพาสมาร์ทโฟนไปเล่นกันอีก แชทกันเพลินๆ เลยทีเดียว … อารมณ์เหมือนไปกิน ดื่ม เที่ยว แถวๆ ทองหล่อเลย แต่นี่บรรยากาศแบบ เหอๆ ดูรูปเอาเอง

 

เย็นย่ำค่ำดึก จะเห็นคนมานั่งจับกลุ่ม ดื่มชา ดื่มกาแฟ แทะเมล็ดทานตะวันกันเพียบ

เย็นย่ำค่ำดึก จะเห็นคนมานั่งจับกลุ่ม ดื่มชา ดื่มกาแฟ แทะเมล็ดทานตะวันกันเพียบ

 

จบจากที่นี่ก็จะเที่ยงคืนแล้ว เลยต้องจรรีหนีไปนอนครับ … แล้วเก็บแรงไปเที่ยวต่อในวันที่สองซึ่งเราจะเที่ยว Ninh Binh ไปเที่ยววัดหลวง ไปเที่ยวฮาลองบ๊ก ไปล่องเรือ หุหุ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. มะปราง says:

    เที่ยวให้สนุกนะคะ
    แล้วมารีวิว IT กันต่อ
    5555

%d bloggers like this: