ก้าวแรกสู่ Personal Cloud กับ Western Digital My Net N900 Central

Print Friendly, PDF & Email

เรายังอยู่กับการรีวิวอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับบ้านนะครับ แต่เปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ (ฮา) … วันนี้เรายังคงอยู่กับอุปกรณ์ Wireless Access Point ครับ แต่เป็นแบรนด์ใหม่เอี่ยมที่คุ้นหูกันดี (เอ๊ะ?!?) ที่บอกว่าคุ้นหูกันดี เพราะเราน่าจะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขามาแล้วในนาม Western Digital ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ชื่อดังของโลก แต่งวดนี้พวกเขาก้าวมาสู่ตลาดระบบเครือข่ายภายในบ้านแล้วครับ และผมก็ได้มีโอกาสรีวิว Wireless Access Point ตัวเกือบท็อปในตระกูล My Net นั่นคือรุ่น N900 Central ที่มาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ 1TB ด้วย (รุ่นท็อปจะมี 2TB)

 

ก่อนอื่นมาดูกันหน่อยว่าหน้าตาเป็นยังไง

เพราะเจ้า Western Digital My Net N900 Central นี่มาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ขนาด 1TB เลยทำให้ขนาดและน้ำหนักของเจ้านี่ใหญ่และหนักพอสมควรเลยทีเดียวเชียว … ยังดีว่านี่เป็น Wireless Access Point นะครับ ไม่ได้พกพาไปไหน ก็เลยยังชิลๆ อยู่สำหรับน้ำหนักระดับนี้ แต่ขนาดที่ใหญ่เนี่ย เท่ากับก็ต้องหาที่วางให้ดีๆ ซะหน่อย

 

Western Digital My Net N900 ด้านบน

 

ปกติเวลาใช้งานเนี่ย แค่ Wireless Access Point ก็ร้อนเอาเรื่องอยู่แล้วละครับ ผมเองเวลาใช้งาน เพื่อความชัวร์ยังเลือกเอาไอ้พัดลมระบายความร้อนสำหรับ Notebook มาช่วยเป่าเลย … แต่เจ้า Western Digital My Net N900 Central นี่มีฮาร์ดดิสก์ทำงานอยู่ข้างในอีกตัว โอ้วววว จะร้อนซักแค่ไหน … แต่เหลือบไปเห็นด้านใต้ของตัวเครื่อง มีพัดลมเล็กๆ อยู่ตัวนึง

 

Western Digital My Net N900 ด้านล่าง

 

เห็นแล้วรู้สึกว่า … อืมมมม … จะไหวไหมหว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไปเห็นภาพชำแหละด้านในของ Western Digital My Net N900 Central จาก Tomes Hardware Guide (แต่เขาชำแหละรุ่น 2TB นะ แต่ก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ เพียงแค่เปลี่ยนความจุของฮาร์ดดิสก์เท่านั้นเอง) อ้าว พัดลมมันไม่ได้เอาไว้เป่าฮาร์ดดิสก์นะครับ และพัดลมเป็นแบบระบายอากาศ เอาความร้อนจากด้านในออกไปด้านนอกด้วย

 

ไส้ในของ Western Digital My Net N900 Central

 

ด้านหน้าของ Western Digital My Net N900 ก็จะเป็นพวกไฟ LED แสดงสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเปิดตัวเครื่อง, การทำงานของ WiFi, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, การทำงานของฮาร์ดดิสก์ แล้วก็มีปุ่มสำหรับการเชื่อมต่อผ่าน WPS (Wi-Fi Protected Setup) ด้วย

 

Western Digital My Net N900 ด้านหน้า

 

ด้านหลังก็เป็นปุ่มเปิดปิดขนาดใหญ่ กดสะดวกดี มีช่องเสียบปลั๊กไฟ มีพอร์ต RJ-45 ระดับ Gigabit มาให้ 4 พอร์ต อีกพอร์ต (สีเหลือง) เป็นพอร์ต WAN เอาไว้เชื่อมต่อกับพวกโมเด็ม หรือ ADSL Router … ตามมาด้วยพอร์ต USB 2.0 เอาไว้เชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์ภายนอก หรือจะเสียบกับ Printer/Scanner ก็ได้ (ใช่ครับ มันทำตัวเป็น Printer/Scanner Server แชร์ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้) และสุดท้าย เป็นช่องเอาไว้สำหรับใส่กุญแจล็อก (สงสัยเผื่อเอาไว้ใช้นอกสถานที่)

 

Western Digital My Net N900 ด้านหลัง

 

การเซ็ตอัพ Western Digital My Net N900 Central

เช่นเคย การรีวิวต้องเริ่มจากการเซ็ตอัพเลยครับ ถ้าเซ็ตอัพได้ง่าย ก็น่าสนใจจริงไหมล่ะ … พูดถึงเรื่องการสร้างเครือข่ายไร้สายในบ้าน สมัยก่อนมันเป็นเรื่องที่แบบว่า … เฮ้ย! อะไรกันวะ งง … อะไรแบบเนี้ย แต่สมัยนี้มันต้องง่ายครับ มี Wizard ที่ คลิกๆๆๆๆ ก็จบแล้ว และ Western Digital My Net N900 ก็เป็นอะไรแบบนั้นเลย

วิธีการเซ็ต ทำได้ง่ายหลายทางมาก … แต่ผมว่าง่ายที่สุดคือ เปิดใช้งานปุ๊บ ก็มองหา SSID ชื่อ WesternDigital เลย จากนั้นเชื่อมต่อเข้าไป หรือจะให้ดี เอาสาย LAN เสียบกับคอมพิวเตอร์ของเรา แล้วเชื่อมต่อเข้าไปครับ … แบบหลังจะดีกว่า เพราะแบบแรกเนี่ย มันมีข้อเสียว่า WiFi ของ Western Digital My Net N900 Central นี่จะใช้ SSID มาตรฐาน และ Username กับ Password มาตรฐานเลย แถม WiFi เปิดแบบ Open ด้วย ไม่ปลอดภัยอย่างแรงในตอนตั้งค่าครั้งแรก (แต่โอกาสที่จะมีผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสก็น้อยอยู่อะนะ)

ข้อดีของ Western Digital My Net N900 Central คือ ไม่ต้องไปจำว่า IP Address ของเจ้านี่มันคืออะไร …. ก็ถ้าเชื่อมต่อโดยตรง จะเป็น 192.168.1.1 แต่เวลาที่เอามันไปต่อกับโมเด็ม หรือ Router แล้วรับ IP Address มาจาก DHCP Server มันจะเปลี่ยนไปแล้วเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร วุ่นวาย) … เราสามารถเข้าถึงหน้าจอบริหารได้ผ่านทาง http://wdrouter เลยครับ สะดวกดีสุดๆ

 

เข้าถึงหน้าจอล็อกอินได้ง่ายมาก

 

ถ้าใครใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยระบบปฏิบัติการ Windows ก็จะง่ายอีกหน่อย เพราะแค่ใส่แผ่น CD ติดตั้งเข้าไป แล้วทำตาม Wizard บนแผ่น CD สะดวกกว่าเดิมอีก … แต่เช่นเคย ไม่มีภาษาไทยให้เลือกครับ (เฮ่อ)

 

แผ่น CD มี Wizard ช่วยให้เราตั้งค่าได้ง่ายมาก

 

ตัว Western Digital My Net N900 Central จะทำการเซ็ตตัวเองเพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (ผ่านโมเด็ม หรือ Router) เองโดยอัตโนมัติ แล้วปิดท้ายด้วยการให้ตั้งค่า SSID และ Password (Paraphase) เป็นอันเรียบร้อย … แต่จากนั้นคือจุดที่ผมชอบเกี่ยวกับเจ้านี่ นั่นคือ มันจะเช็ค Firmware ให้ด้วยว่ามีอัพเดตไหม และหากพบว่ามีอัพเดต ก็จะให้เราอัพเดตได้เลย ผมว่าดีครับ เพราะว่าเราจะได้มั่นใจได้เลยว่า เราได้ Firmware ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเจ้า Wireless Access Point ตัวนี้ เป็นรุ่นล่าสุดจริงๆ

 

Western Digital My Net N900 เช็ค Firmware Update ให้เลย

 

เซ็ตอัพเสร็จแล้ว มาดูการตั้งค่าบ้าง

เซ็ตอัพเครือข่ายเสร็จ ได้เวลามาตั้งค่ากันบ้างครับ … Western Digital My Net N900 Central นี่มี Notification ด้วย เพื่อให้ดูว่ามีอะไรบ้างที่เราควรจะใส่ใจบ้าง เช่น ตอนที่ผมเซ็ตอัพเสร็จหมาดๆ ซึ่งผมใช้วิธีการเซ็ตอัพผ่าน WPS แทนที่จะใช้แผ่น CD ตามปกติ (คืออยากลองหลายๆ แบบ) ระบบมันเตือนผมเลยว่า ผมยังไม่ได้เปลี่ยน Admin Password, ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต, ยังไม่ได้ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ และยังไม่ได้ตั้งรหัสผ่านสำหรับ Guest Access

 

Dashboard ของ Western Digital My Net N900

 

Western Digital My Net N900 Central รองรับทั้งความถี่ย่าน 2.4GHz และ 5GHz สามารถตั้ง SSID ที่แตกต่างกันได้ทั้ง 2 ย่านความถี่ และนอกจากนี้ก็ยังรองรับการตั้งค่าสำหรับ Guest Access อีกด้วย แต่กำหนด Policy ไว้ตายตัวครับ คือ Guest จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ แต่ไม่สามารถเข้าใช้บริการใดๆ หรือเชื่อมต่อใดๆ กับ Home Network ได้ และแน่นอน ยังแยก SSID สำหรับเครือข่ายย่าน 2.4GHz และ 5GHz ได้เช่นกัน

 

Western Digital My Net N900 Central รองรับ Guest Access

 

แน่นอน ในฐานะของ Wireless Access Point แบบจริงจังที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มหรือ Router ได้ มันต้องรองรับการทำงานของ Firewall ด้วย ซึ่งการเซ็ตก็ไม่ยาก แต่ในขณะที่หลายๆ แบรนด์เขาให้เพิ่ม Firewall Rules (หรือบางแห่งเรียก Policy) ได้เรื่อยๆ เจ้านี่ให้กำหนดได้ 32 Rules เท่านั้นนะครับ แต่สำหรับเครือข่ายภายในบ้าน ผมก็ว่าเพียงพอดีแล้ว

 

Firewall ของ Western Digital My Net N900 Central

 

แน่นอนว่าสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่อง หรืออุปกรณ์บางอย่าง เราไม่อยากให้มันโดนบล็อกด้วย Firewall เราก็สามารถกำหนดใน DMZ ได้ และหากต้องการป้องกันแบบสุดๆ ไปเลย ก็ใช้ MAC Filter จัดการได้เลย

สำหรับฟังก์ชั่น Parental Control นั้น จะแปลกกว่าเพื่อน เพราะว่าจะใช้บริการ WD Internet Security & Parental Control ครับ ซึ่งเป็น Cloud-based ซึ่งเราจะต้อง Register Router ก่อนใช้งาน จากนั้นเราก็จะล็อกอินจากหน้าเว็บ https://wdinternetsecurity.com ด้วย Username และ Password ที่เราลงทะเบียนไป

โดยส่วนตัว ผมว่า WD Internet Security & Parent Control นั้นเซ็ตไม่ยาก แต่เพราะความที่ไม่ยาก ไม่ซับซ้อนนี่แหละ เลยทำให้มันทำอะไรไม่ได้ละเอียดเท่าไหร่ … เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมแบบกว้างๆ ครับ … หลักๆ เลย WD Internet Security & Parent Control จะมีฐานข้อมูลเว็บที่ต้องกรองออกอยู่แล้ว โดยแบ่งเป็นมากกว่า 90 หมวดเนื้อหา และมี URL ในฐานข้อมูลมากกว่าพันห้าร้อยล้าน URLs … แน่นอน หากอยากเพิ่มของคุณเองก็ทำได้ครับโดยไปเซ็ตที่เว็บนั่นแหละ

 

Filter เว็บได้สูงสุด 60 URL

 

เราเลือกเซ็ตได้ว่า URL ไหน Safe (คือปลอดภัย เข้าไปดูได้) หรือจะ Block (คือห้ามดู) … แต่ข้อจำกัดคือ เขาให้เพิ่มได้แค่ 60 URLs เท่านั้นเอง อันนี้ถือเป็นข้อจำกัดอย่างแรง

จะบล็อกตามช่วงเวลาก็ได้ครับ และเช่นเคย การเซ็ตค่าไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ว่าก็ไม่ได้ทำได้ละเอียดอะไรมากมายครับ โดยเลือกได้ระหว่าง All – blocks all web access, Maximum, High, Medium, Moderate, Low, None ซึ่งก็จะบล็อกเนื้อหาในหมวดหมู่ที่แตกต่างกันไปครับ โดยเพิ่มจำนวนหมวดหมู่เนื้อหาที่จะบล็อกให้มากขึ้น เช่น ใน Moderate จะไม่บล็อกพวกบุหรี่หรือการพนัน แต่ Medium จะบล็อก เป็นต้น

 

เซ็ตความเข้มในการ Filter ตามช่วงเวลาก็ได้

 

การควบคุม Quality of Service (QoS) ของ Western Digital ด้วย FasTrack Plus Technology

อีกจุดนึงที่เป็นฟีเจอร์ขั้นพื้นฐานที่พวก Wireless Access Point ที่ใช้ต่อกับโมเด็มหรือ Router แล้วจ่าย IP ให้ทั้งบ้านก็คือ Quality of Service ครับ … ซึ่ง Western Digital My Net N900 Central สามารถกำหนดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ในเครือข่ายได้ โดยจะระบุเป็น IP Address เดียว หรือเป็นช่วงของ IP Address ก็ได้ กำหนดลำดับความสำคัญเป็น สูงสุด, สูง, ปานกลาง หรือต่ำ เพื่อดูว่าใครควรได้แบนด์วิธก่อนใคร … และเช่นเคย ตั้ง Rules ได้สูงสุดแค่ 32 Rules เท่านั้น และเช่นเคย จะดูว่ามันเป็นข้อจำกัดก็ได้ (สำหรับคนมีเครื่องเยอะมากๆ แบบพวกร้านอินเทอร์เน็ต) แต่ก็อีกนั่นแหละ จะมองว่าจะมีเครือข่ายไหนที่มี Wireless Access Point ตัวเดียว แล้วใช้ครบ 32 Rules ก็คงไม่มีอีกนั่นแหละ

 

Western Digital My Name N900 Central กำหนด Priority ของบริการได้

 

แต่ที่ Western Digital ภูมิใจนำเสนอจริงๆ คือ เทคโนโลยี FasTrack Plus ครับ … หลักการของเทคโนโลยีนี้คือ เขามองว่าแพ็กเก็ตข้อมูลที่วิ่งกันในเครือข่ายเนี่ย มันแตกข้อมูลใหญ่ๆ ออกเป็นแพ็กเก็ตย่อยๆ แล้วค่อยๆ วิ่งกันมากระจัดกระจายกัน มาประกอบเป็นก้อนตอนถึงที่หมายแล้วค่อยนำไปใช้งาน … ถ้าอาการกระจัดกระจายมันมาก ก็จะทำให้ความเร็วในการให้บริการมันช้า อารมณ์เหมือนฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ไปนานๆ ข้อมูลมันกระจัดกระจายอยู่ในนั้น การเข้าถึงก็จะช้า ก็ต้องมีการจัดเรียงข้อมูลใหม่ ที่เรียกว่า Defragmentation เพื่อให้ข้อมูลที่กระจายๆ เนี่ย มันมาอยู่รวมๆ กัน เวลาอ่านจะได้ต่อเนื่อง

FasTrack Plus ก็อารมณ์นี้เลยครับ … ข้อมูลที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายมันจะกระจัดกระจายกัน ข้อมูลพวก Multimedia กับ File Transfer, Game และ Web มันกระจายกันอยู่ … FasTrack จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วทำการเรียบเรียงข้อมูลให้อัตโนมัติ แล้วจึงส่งไปยังปลายทาง เพื่อให้มันอ่านข้อมูลต่อเนื่อง ไร้การสะดุดที่สุด

 

 

การวิเคราะห์และจัดเรียงนี้จะเกิดขึ้นแบบ Real-time และ Western Digital My Net N900 Central ก็จะจัดลำดับความสำคัญของแพ็กเก็ตตามบริการต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติอีก อะไรที่ต้องการบริการแบบ Real-time เช่น Multimedia, VoIP, Game อะไรพวกเนี้ย ก็จะมีความสำคัญมากกว่าพวก File Transfer, Web เป็นต้น

 

Cloud ส่วนตัวด้วย My Net N900 Central พร้อมฮาร์ดดิสก์ 1TB (หรือ 2TB)

Western Digital My Net N900 Central ก็เช่นเดียวกับ Wireless Access Point รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB ที่ให้เสียบฮาร์ดดิสก์ภายนอก เพื่อสร้างเป็น File Server ได้ แต่ที่เพิ่มมาคือ รุ่น Central นั้นจะมาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ในตัวขนาด 1TB หรือ 2TB (แล้วแต่จะยอมจ่ายเท่าไหร่ อิอิ) ดังนั้นเรียกว่าพอกินพอใช้ในระดับหนึ่งเลยครับ (เก็บหนัง DVD ไฟล์ละ 4GB ก็ได้ราวๆ 200 เรื่องละวะ)

 

สามารถมี HDD ได้ 2 ชุด คือ ตัวที่อยู่ในเครื่อง กับที่ต่อผ่าน USB

 

เมื่อเปิดใช้งานครบแล้ว เราจะเข้าถึงไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ทั้งสองได้ผ่านทางโปรแกรม File Explorer ก็ได้ จะแชร์พวกไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี dlna ก็ได้ iTunes ก็มองเห็น (แต่อ่านชื่อไฟล์ภาษาไทยไม่ได้นะจ๊ะ) หรือจะใช้ FTP ก็ได้เช่นกัน

 

iTunes มองเห็นไฟล์ที่แชร์ไว้นะ แต่อ่านภาษาไทยไม่ออก

 

แล้วนอกจากผ่านอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว บน Android Smartphone/Tablet และ iOS Devices ก็จะมี App ชื่อ WD 2go ที่ใช้เข้าถึงไฟล์ต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ (ตัวหลักในเครื่อง Western Digital My Net N900 Central) ด้วย ซึ่งจะให้เราสามารถเปิดไฟล์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูป เพลง หรือ วิดีโอ (ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่จากที่ผมทดสอบดู ปรากฏว่ามันเปิดดูแบบ On the fly ไม่ได้เลย แต่มันดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่องและเปิดได้นะ)

 

โปรแกรม WD 2go ของ Western Digital

 

และแม้ว่าจะมีการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ไว้ในตัว แต่เจ้านี่ขาดฟังก์ชั่นการทำตัวเป็น Bittorrent Client ครับ ที่เรียกว่าโหลดบิตปิดคอมฯ นั่นแหละ เราสามารถ Map Drive ไปที่ฮาร์ดดิสก์ของเจ้านี่ แล้วโหลดบิตไปวางไว้ในนั้นได้ แต่ยังต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ …  แอบเสียดายนิดๆ

 

บทสรุปของการรีวิว Western Digital My Net N900 Central

สนนราคาของเจ้านี่อยู่ที่ 7,650 บาทครับ (รุ่น 2TB จะราคาบวกไปเป็น 9,250 บาท) เรียกได้ว่าเป็น Wireless Access Point ที่ราคาจัดไปค่อนข้างสูงนิดๆ แต่ที่สูงน่ะ ส่วนหนึ่งก็เพราะฮาร์ดดิสก์อ่ะนะ ผมลองไปอ่านรีวิวจากเว็บนอกดู พบว่าเขาทดสอบความเร็วในการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังฮาร์ดดิสก์ในตัว Western Digital My Net N900 Central ได้ค่อนข้างเร็ว ในขณะที่ผมลองแล้วมันวิ่งช้าพอสมควรเลย ผมเลยฟันธงว่า ถ้าจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้มั่นใจก่อนว่า คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอยู่นั้น สามารถได้ประโยชน์จากเสาสัญญาณทั้ง 3 เสาของเจ้า My Net N900 Central ซะก่อน ถึงจะได้วิ่งเร็วๆ 450Mbps นะครับ ไม่งั้นก็ช้าเป็นเต่าแบบผมนั่นแหละ ไม่ใช่ความผิดของ My Net N900 Central แต่อย่างใด แต่ผิดที่คอมฯ บ้านไอทีต๊อกต๋อย บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยอย่างผมมันง่อยเอง (ฮือๆ)

คุณสมบัติพื้นฐานของ Western Digital My Net N900 Central ค่อนข้างครบถ้วน แอบขัดใจตรงที่มันให้ USB 2.0 มาเท่านั้นเอง จริงๆ น่าจะ USB 3.0 นะ แบนด์วิธจะได้พร้อมสำหรับการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ โดยมีผู้ใช้งานในบ้านหลายๆ คนพร้อมๆ กันซะหน่อย … การเซ็ตค่าต่างๆ ทำได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มากนัก แต่สำหรับคนที่อยากปรับแต่งได้ละเอียดสุดๆ อาจจะขัดใจอยู่ เพราะมันมีข้อจำกัดในการปรับตั้งอยู่บ้าง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: