แปลงสายไฟเป็นสาย LAN ด้วย TP-Link Powerline Extender Kit TL-WPA281 KIT

Print Friendly, PDF & Email

ช่วงนี้ขอเน้นการรีวิวอุปกรณ์เครือข่ายภายในบ้านบ้างนะครับ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง … แต่ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่ารีวิวนะ เพราะเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ยุคที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็มอีกต่อไปแล้ว บ้านเรามันมีคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่อง ดังนั้นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในบ้าน เป็นเรื่องปกติในปัจจุบันไปแล้ว … ที่ผมกำลังจะรีวิวต่อไปนี้ คืออะไรที่ผมเองอยากใช้เองมานานมากแล้วครับ มันคืออุปกรณ์ที่ช่วยแปลงสายไฟในบ้านให้กลายเป็นสาย LAN สำหรับระบบเครือข่าย ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีแต่คอมพิวเตอร์ที่ต้องเสียบสาย LAN แต่ไม่อยากเดินสาย LAN ในบ้าน แต่ที่เพิ่มมาคือ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวหน้าขนาดที่มันทำหน้าที่เป็น Wireless Access Point ได้แล้วด้วยนะเออ

 

เผื่อใครไม่รู้จักแบรนด์ TP-Link

ชื่อแบรนด์ TP-Link นี้อาจจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่ถือเป็นแบรนด์ที่มาแรงใช่ย่อย ณ ตอนนี้ เพราะรูปแบบการตลาดที่ให้บริการแบบรับประกันตลอดอายุการใช้งาน แถมให้เคลมในกรณีสุดวิสัยต่างๆ ได้อีก (เช่น กรณีอุปกรณ์จมน้ำจากเหตุวิกฤติน้ำท่วมปี 2554) ผู้ใช้งานที่ต้องการอุปกรณ์เครือข่ายแบบที่มีฟีเจอร์พอเพียง คุ้มราคา แถมไม่ต้องห่วงเรื่องการซ่อมแซมกรณีเสีย ก็เลยหันมาเลือกยี่ห้อนี้กันไม่น้อยทีเดียว

 

รูปร่างหน้าตาของชุด Kit

ชุด Kit ของ TP-Link TL-WPA281 ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ 2 ชิ้นครับ อันนึงเป็น TL-PA211 Powerline Adapter เอาไว้สำหรับต่อกับตัว Modem หรือ Switch ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยสาย LAN (RJ-45) จากนั้นก็เสียบปลั๊กไฟที่อยู่ใกล้ๆ (ในคู่มือเขาแนะนำว่าไม่ควรเสียบกับรางไฟนะครับ ให้เสียบกับ Outlet โดยตรง) ส่วนอีกตัวคือ TL-WPA281 พระเอกของเรา ที่เป็นเหมือนตัวปลายทาง เอาไปเสียบปลั๊กไว้ ณ จุดที่เราต้องการเป็นปลายทาง แล้วจะต่อสาย LAN ออกไปที่ Wireless Access Point หรือ Switch หรือคอมพิวเตอร์ (ที่อาจจะอยู่คนละชั้น หรืออยู่คนละอาคาร แต่ใช้สายไฟเฟสเดียวกับต้นทางก็ได้) แถมยังทำหน้าที่เป็น Wireless Access Point เองก็ได้อีกเช่นกันนะเนี่ย เรียกว่าครบเครื่อง

 

TL-WPA281KIT

 

การเซ็ตอัพของ TL-WPA281 KIT ทำไม่ยากมาก

จริงๆ แล้วการเซ็ตอัพอุปกรณ์ทำไม่ยากเลยครับ แต่ว่าคู่มือของ TP-Link ทำให้งงไปหน่อย อันนี้ขอ Comment ว่าควรแก้ไขคู่มือให้สับสนน้อยกว่านี้ โดยความเห็นของผม Quick Installation Guide ควรจะพูดถึงการเซ็ตอัพคู่อุปกรณ์ โดยพูดถึงทั้ง 2 กรณี คือ 1) กรณีจับคู่ใหม่เป็นครั้งแรก และ 2) กรณีเอาอุปกรณ์ TL-WPA281 หรือพวก Powerline Extender อื่น มาต่อเพิ่ม โดยระบุเป็น Step-by-Step เลย ไม่ใช่เอาไปไว้เป็น Appendix ครับ … และถ้าจะให้ดี น่าจะมีการแปลเป็นภาษาไทยด้วย (เพราะโดยส่วนตัวนะ ผู้ใช้งานทั่วไปจะมึนก็อีตอนอ่านคู่มือภาษาอังกฤษด้วยนี่แหละ)

 

ทั้ง TL-PA211 (ขวา) และ TL-WPA281 (ซ้าย) จะมีปุ่ม Pair ใช้จับคู่เครือข่าย

 

เอาล่ะ ขั้นตอนจริงๆ ไม่ยากครับ ทำแบบนี้เลย

 

TL-PA211 ไว้เป็นต้นทาง ส่วน TL-WPA281 ไว้เป็นปลายทาง

 

  • กรณีที่เพิ่งใช้เป็นครั้งแรก
    • เอา TL-WPA281 มาเสียบปลั๊ก ณ ตำแหน่งปลายทางก่อน จากนั้นกดปุ่ม Pair เป็นเวลา 1 วินาที เพื่อบอกว่า พร้อมสแกนหาอุปกรณ์ตัวอื่นในสายไฟเฟสเดียวกันนี้ เพื่อสร้างเครือข่าย
    • จากนั้น ภายใน 2 นาที ให้รีบเอา TL-PA211 ไปเสียบปลั๊กตรงใกล้ๆ กับโมเด็ม หรือ Router จะได้เอาสาย LAN ต่อออกจากโมเด็มหรือ Router นั้น มาเสียบกับ TL-PA211 นี่ได้ จากนั้นกดปุ่ม Pair ไว้ซัก 3 วินาที
    • รอซัก 60 วินาที กระบวนการเชื่อมต่อก็น่าจะเสร็จสิ้นครับ
  • กรณีที่ซื้อมาต่อพ่วงเพิ่มจากเครือข่ายที่มีอยู่
    • ในกรณีที่เคยมี TL-WPA281 หรือ TL-WPA211 อยู่ก่อนแล้ว และอยากเพิ่มจำนวนจุดอีก (เช่น ไม่อยากมี WiFi ในบ้าน แต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้สาย LAN มากกว่า 1 เครื่อง และไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กับโมเด็ม หรือ Router) ก็แค่เอา TL-WPA281 หรือ TL-PA211 ตัวใหม่มาเสียบปลั๊ก แล้วกดปุ่ม Pair (ถ้าเป็นรุ่น TL-WPA281 กด 1 วินาที ถ้าเป็น TL-PA211 กด 3-8 วินาที) เพื่อบอกว่า น้องใหม่ถูกเสียบปลั๊กแล้ว
    • จากนั้น ภายใน 2 นาที รีบไปกดปุ่ม Pair ที่อุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม (TL-PA211 หรือ TL-WPA281 ตัวเดิม) โดยกด 1 วินาที หากเป็น TL-WPA281 หรือ 3-8 วินาที หากเป็น TL-PA211 ครับ
    • รอซัก 60 วินาที กระบวนการเชื่อมต่อก็น่าจะเสร็จสิ้น

 

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย อุปกรณ์เชื่อมต่อกันแล้ว ไฟ LED ตรงกลาง (ที่เหมือนรูปบ้าน) จะต้องสว่างครับ (ถ้ากระพริบ ก็แสดงว่าเชื่อมต่อแล้ว และกำลังส่งข้อมูลหากันอยู่) แบบในรูปด้านล่างนี่

 

จุดสำคัญคือ ไฟ LED ตรงกลางต้องสว่างครับ แสดงว่าเชื่อมต่อแล้ว

 

การปรับตั้งค่าใช้งาน TP-Link TL-WPA281

สำหรับบางบ้านที่ไม่อยากเดินสาย LAN ทั่วบ้านให้เกะกะ การเปลี่ยนสายไฟให้กลายเป็นสาย LAN ประจำบ้าน ถือเป็นความคิดที่ดีนะ และเพราะมันไม่ใช่เครือข่ายไร้สาย แถมถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่เป็น Powerline Extender ที่เข้ากันได้มาเชื่อมต่อ มันก็จะใช้งานไม่ได้ด้วย ดังนั้นก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเครือข่ายจะค่อนข้างมั่นคงปลอดภัย แต่ถ้าเป็นแบบนั้น แนะนำซื้อ TP-Link TL-PA211 อย่างเดียวจะดีกว่า จะไปซื้อ TL-WPA281 ทำไม ถ้าไม่กะใช้ WiFi อ่ะ

แต่ในกรณีที่บ้านมีสายโทรศัพท์อยู่ชั้นล่างเท่านั้น (เท่ากับเวลาจะต่อโมเด็มก็ต้องต่อข้างล่าง) แล้วบ้านก็มีซะหลายชั้นจน WiFi มันแรงไม่ทะลุไปถึงชั้นบนๆ (โดยเฉพาะชั้น 3) ทางออกของคุณอาจจะเป็นการใช้เสาที่มีความแรงมากขึ้น แต่นั่นเท่ากับ WiFi คุณก็จะกินบริเวณไปนอกบ้านไปไกลเกิน ซึ่งก็ไม่รู้จะแบ่งปันไปให้เพื่อนบ้านทำไม … การเลือกใช้ TP-Link TL-WPA281 เพื่อจ่าย WiFi ประจำชั้นเลย ก็อาจจะเป็นเรื่องดีนะครับ เพราะสัญญาณจะได้แรงเต็มเม็ดเต็มหน่วยในแต่ละชั้นของบ้านด้วย

การตั้งค่าอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ (ในความเห็นของผม) แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากครับ … เอาคอมพิวเตอร์ไปไว้ใกล้ๆ (เป็น Notebook ได้ก็จะดี) แล้วเสียบสาย LAN เข้ากับตัวอุปกรณ์ จากนั้นก็เอาแผ่น CD ที่มาพร้อมกับชุด Kit ใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ แล้วมันจะรันไฟล์ Autorun.exe ขึ้นมาเอง (แต่สำหรับคอมพิวเตอร์บางเครื่อง อาจจะต้องเลือกรันไฟล์นี้เอาเองนะ)

เสร็จแล้วก็เลือกรุ่นที่ต้องการครับ … ตัว TL-WPA281 เนี่ย จะเป็นการบริหารผ่านทาง Browser ครับ เพียงแต่ถ้าใช้ตัวเลือกนี้ เราจะไม่ต้องวุ่นวายกับการจำว่า IP Address มันคืออะไร

 

ใส่แผ่น CD แล้วเลือกรุ่นที่ต้องการจะเข้าไปตั้งค่า

Utility ของ TP-Link จะสแกนอุปกรณ์ให้เห็น แล้วให้เราคลิก Connect เพื่อเชื่อมต่อได้เลย

 

ตัว  TP-Link TL-WPA281 ก็เหมือนกับพวก Wireless Access Point ทั่วไปเลยครับ สามารถปรับตั้งค่าการทำงานได้เหมือนๆ กัน … รองรับการเชื่อมต่อแบบ WPS (Wi-Fi Protected Setup) สำหรับการเชื่อมต่อ WiFi แบบง่ายๆ ด้วย … แต่ต้องบอกก่อนว่าเจ้านี่ไม่ได้มีความสามารถซับซ้อนอะไรนักนะครับ เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ Wireless Access Point รุ่นใหม่ๆ พึงมีพึงทำได้อยู่แล้ว

 

หน้าจอ Dashboard ของ TP-Link TL-WPA281

 

สำหรับเรื่องความปลอดภัยนั้น TP-Link TL-WPA281 รองรับทั้งการเข้ารหัสแบบ WEP และ WPA และทำงานร่วมกับ Radius Server ได้ด้วย และหากต้องการป้องกันขั้นสูงสุด ก็ MAC Filtering เพื่ออนุญาตให้เฉพาะอุปกรณ์ที่ OK เข้ามาใช้เครือข่ายซะเลย … แต่ต้องรู้ไว้ก่อนนะครับ TP-Link TL-WPA281 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้เป็น Access Point ตัวหลัก แต่ถูกวางเอาไว้เป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อขยาย Coverage ของเครือข่าย เพราะมันต้องถูกต่อออกมาจากโมเด็ม หรือ Router ตัวอื่นก่อน ดังนั้นเลยไม่มีคุณสมบัติ Firewall มาให้นะครับ

 

แน่นอน TP-Link TL-WPA281 รองรับ WEP และ WPA

 

แต่อย่างน้อยๆ TP-Link TL-WPA281 ก็ไม่พลาดที่จะมีฟังก์ชั่นในการบริหารคุณภาพการให้บริการ (Quality of Service หรือ QoS) ครับ เพียงแต่ไม่ใช่เป็นแบบที่อะไรซับซ้อนมาก แต่เป็นแบบง่ายๆ ที่สามารถทำได้แบบ Application Mapping โดยเลือกเป็น Internet, Online Game, Audio or Video และ Voice over IP เราก็แค่เลือกให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราคิดว่ามันสำคัญที่สุดในบ้านก็เท่านั้น … ในหัวข้อ Advanced Priority Mapping แม้ว่าผมจะมองว่ามันเซ็ตได้ละเอียดดี แต่การทำความเข้าใจการทำงานของมัน (รวมถึงคำอธิบายที่เป็นภาษาอังกฤษ) มันยากไปหน่อย สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่นะ

 

การบริหารคุณภาพของการให้บริการเครือข่าย (QoS) นั้น TP-Link TL-WPA281 ก็ทำได้แบบง่ายๆ

 

ลองเช็คความแรงของสัญญาณของ TP-Link TL-WPA281 ดูด้วยโปรแกรม WiFi Analyzer โดยผมลองเสียบเจ้า TL-WPA291 นี่ไว้ที่ชั้น 3 ซะเลย แล้ววัดความแรงของสัญญาณที่ชั้น 1 ก็พบว่า ยังพอมีสัญญาณ WiFi มาให้เกาะได้เป็นระยะๆ แต่ไม่เสถียรเท่าไหร่ ค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้านี่เหมาะสำหรับการใช้งานในวงจำกัดมากกว่าครับ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะดูจากการออกแบบการใช้งานแล้ว อย่างที่ชื่อมันบอก มันคือ Extender ครับ คือ เอาไว้เพื่อระยะการครอบคลุมของสัญญาณ มากกว่าที่จะเป็นตัวหลัก

 

ใช้ WiFi Analyzer วัดความแรงของสัญญาณ WiFi ของ TL-WPA281

 

บทสรุปของการรีวิว TP-Link TL-WPA281 และตัวอย่างการนำไปใช้

แม้ว่าจะงงๆ กับคู่มือการใช้งานอยู่บ้าง (แนะนำว่าควรปรับปรุงวิธีการนำเสนอ Quick Installation Guide) แต่การเซ็ตอัพเพื่อใช้งานจริงๆ นั้นไม่ยากเท่าไหร่ครับ ใช้เวลาไม่นาน … ถ้าเป็น TL-PA211 นี่แทบไม่ต้องเซ็ตอะไรเพิ่มเติมเลย เพียงแต่เพราะ TL-WPA281 มันเป็น Wireless Access Point ได้ด้วย ก็เลยทำให้ต้องมีการเซ็ตอัพเบื้องต้นนิดหน่อย แต่หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อะไรๆ มันก็ง่ายครับ

ถ้าต้องการใช้เป็นแบบ LAN มีสาย … ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบ TL-WPA281 แต่ซื้อตัว TL-PA211 KIT มาเลยก็ได้ หรือไปเลือกผลิตภัณฑ์ในหมวด Powerline ตัวอื่นๆ ของ TP-Link แทน (ดูรายการได้จาก http://www.tp-link.com/en/products/?categoryid=206)

เลือกใช้ TL-WPA281 หากคุณคิดว่าที่บ้านของคุณมีจุดอับของสัญญาณ WiFi แต่ในห้อง หรือบริเวณที่เป็นจุดอับของสัญญาณมีปลั๊กไฟอยู่ ก็ใช้ TL-PA211 มาเสียบ เพื่อสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านสายไฟ แล้วใช้ TL-WPA281 เป็น Wireless Access Point เพื่อกระจายสัญญาณ WiFi ในบริเวณอับสัญญาณนั้น แทนที่จะต้องเดินสาย LAN ไป ก็สะดวกดีครับ

นอกจากใช้ในบ้านทั่วไปแล้ว ยังมีทางเลือกสำหรับธุรกิจรีสอร์ตขนาดย่อม ที่มีบ้านพักไม่กี่หลังด้วย คือ หากเดินสายไฟเฟสเดียวกันไปยังบ้านพัก แทนที่จะต้องเดินสาย LAN (ซึ่งค่อนข้างดูแลยากด้วย) ไปยังบ้านทุกหลัง ก็อาจจะเลือกใช้ TP-Link TL-PA211 ร่วมกับ TL-WPA281 นี่ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่แขกที่มาเข้าพักได้อีก  ส่วนจะติดไว้ถาวร หรือจะให้แขกมาขอไปติดตั้งเมื่อต้องการ ก็ตามแต่ล่ะครับ

ตามสเปกแล้ว แม้จะไม่ถึงกับเร็วสุดๆ แบบ LAN ที่ใช้สาย LAN ปกติ แต่ Powerline Extender ชุดนี้ก็ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อได้สูง 200Mbps เลยทีเดียว และตัว TL-WPA281 ก็มีแบนด์วิธสูงถึง 300Mbps (Wireless-N) ด้วยครับ กับสนนราคาชุด Kit นี้ที่ 4,400 บาท ครับ (หาราคามาจากในเว็บ) ก็ถืองว่าไม่แพงมาก สำหรับคนบ้านหลังใหญ่ๆ แต่ไม่อยากเดินสาย LAN ไปทั่วบ้าน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: