ขี้สุขใจ วายฟายสุดแรง EnGenius ESR750H

Print Friendly, PDF & Email

 

@HiaKoe ส่ง Router ตัวนี้มาให้ลองครับ … คอนเซ็ปต์โดนใจผมมาก คือ แม้จะนั่งขี้อยู่ในห้องน้ำ สัญญาณ WiFi ก็ต้องแรงดีไม่มีสะดุด … เอ้า! นี่เรื่องสำคัญ คอขาดบาดตายระดับความมั่นคงของบ้านเลยนะครับพี่น้อง เพราะเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่พวกเรามีทั้ง Smartphone และ Tablet กันแล้ว แล้วไอ้อุปกรณ์พวกนี้เนี่ย มันถูกขนานนามว่าเป็นอุปกรณ์ที่ปฏิวัติวงการการนั่งขี้กันเลยทีเดียว (มีงานวิจัยพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งาน Tablet บอกว่า เอาเจ้าอุปกรณ์นี้ไปเข้าห้องน้ำกับพวกตนด้วย) ดังนั้น หากสัญญาณไม่แรงจริง เน็ตสะดุด การขี้ไม่โสภาแน่นอน

 

รูปร่างหน้าตาของ EnGenius ESR750H

ในขณะที่ Wireless Access Point สมัยนี้เขาพยายามทำเสาให้เล็กๆ หรือบางรุ่นก็ซ่อนเสาไว้ในตัวเครื่องไปเลย … เจ้า EnGenius ESR750H นี่ จัดเต็มกับเสามากครับ ขนาดบะเริ่มเลยทีเดียว เอาเป็นว่าไม่มีไม้กลองเนี่ย ถอดเสามันไปใช้พลางๆ ได้แล้วกัน ว่างั้นเลย (ฮา) แต่ถึงกระนั้น ดีไซน์ของมันก็สวยงามดีทีเดียว

 

EnGenius ESR750H ด้านบนและด้านข้าง

 

จุดเด่นอย่างหนึ่งของ EnGenius ESR750H คือการที่มันมาพร้อมกับ Gigabit Port ครับ ทั้ง WAN และ LAN เลย และไม่ใช่แค่พอร์ตเดียวนะ พอร์ต LAN ทุกพอร์ต เป็น Gigabit หมดเลย นั่นหมายความว่าแบนด์วิธสำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เสียบกับสาย LAN อยู่กับเจ้า EnGenius ESR750H นี่มีสูงมากอย่างหายห่วง และสมน้ำสมเนื้อกับความเร็วของ WiFi ที่ระดับ 300Mbps – 450Mbps ด้วย (2.4GHz ใช้ 2 เสา ความเร็ว 300Mbps ส่วน 5.0GHz ใช้เสาภายใน 3 เสา ความเร็ว 450Mbps)

 

ด้านหลังของ EnGenius ESR750H

 

 

การเซ็ตอัพและการใช้งาน

แม้ว่า EnGenius ESR750H จะไม่ได้เซ็ตอัพแบบไร้สายได้อย่าง Wireless Access Point จากแบรนด์ใหญ่ๆ หลายๆ รุ่น แต่การเซ็ตอัพเจ้านี่ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรมากมายครับ อันดับแรกก็เสียบปลั๊กก่อน จากนั้นเปิดเครื่อง (สำคัญนะเออ) แล้วจึงเอาสาย LAN ที่แถมมาให้ มาเสียบต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อจะได้ให้มันแจก IP ให้กับคอมพิวเตอร์ของเรา (ปกติคอมพิวเตอร์ของเราจะตั้งค่าเป็นการรับ IP Address จาก DHCP Server อยู่แล้ว) จากนั้นก็เข้าไปยัง IP ตามที่ระบุในคู่มือ แล้วใส่ Username กับ Password

 

หน้าล็อกอินเข้าไปจัดการ EnGenius ESR750H

 

ที่เหลือก็แค่ทำตาม Wizard เท่านั้นเอง … น่าเสียดายที่ผมยังไม่เห็นยี่ห้อไหนจะมี User Interface ภาษาไทยให้ซะที ทำให้แม้ Wizard จะไม่ได้ยุ่งยากมาก แต่สำหรับหลายๆ คนที่เป็นมือใหม่ก็อาจจะมึนๆ งงๆ ได้ว่าตกลงกำลังจะให้ทำอะไร หรือทำแล้วหมายถึงอะไร เป็นต้น … แต่ Wizard ของ EnGenius ESR750H ก็ยังง่ายอยู่นะ

 

Wizard ของ EnGenius ESR750H ค่อนข้างชัดเจนและง่ายดี

 

บริหารจัดการเครือข่ายได้ง่าย กับ EnGenius ESR750H

ไม่เพียงแต่ต้องเซ็ตอัพง่ายนะครับ แต่จะต้องใช้งานมันเพื่อบริหารจัดการเครือข่ายได้ง่ายด้วย ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่า EnGenius ESR750H สอบผ่านครับ หน้า Dashboard ของ EnGenius ESR750H ให้ข้อมูลคร่าวๆ ของระบบได้ค่อนข้าง OK ไม่ว่าจะเป็น IP Address, SSID ที่เปิดใช้งานอยู่ รวมไปถึงสถานต่างๆ และแสดงรายชื่อของอุปกรณ์ที่มีอยู่ด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอุปกรณ์ทั้งหมดที่เคยเชื่อมต่อมา และแสดงสถานะด้วยว่ากำลังเชื่อมต่ออยู่ไหม

 

หน้า Dashboard ของ EnGenius ESR750H

 

ถ้าใครที่ซื้อไปก่อนหน้า จะไม่ได้เห็นตัวเลือกมากขนาดนี้นะครับ แนะนำให้อัพเกรด Firmware เป็นเวอร์ชันใหม่ซะก่อนนะฮะ (เวอร์ชันล่าสุดคือ 1.3.5) เพราะตัวที่ผมได้มารีวิวก็เป็น Firmware เวอร์ชัน 1.3.0 ต้องอัพเดตซะก่อน จะได้มีตัวเลือกของฟีเจอร์เพิ่มอีกเยอะเลย

 

Wireless Security Settings ของ EnGenius ESR750H

 

EnGenius ESR750H นั้นรองรับเครือข่ายไร้สายทั้งแบบ 2.4GHz ที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง และแบบ 5GHz ที่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีอุปกรณ์มารองรับมากขึ้นเรื่อยๆ (ข้อดีของการใช้คลื่นย่าน 5GHz ก็คือ มันไม่ไปชนกับอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ไร้สาย, พวกอุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆ เป็นต้น) และมีความสามารถในการรองรับ SSID 2 ชื่อพร้อมๆ กันในแต่ละย่าน นั่นหมายความว่ามี SSID แตกต่างกันได้รวม 4 ชื่อครับ

 

กำหนด Policy สำหรับ SSID แต่ละตัว เพื่อระดับความปลอดภัยที่แตกต่างกัน

 

อีกจุดเด่นของ EnGenius ESR750H คือการตั้ง Policy สำหรับ SSID แต่ละชื่อครับ … ตรงนี้เหมาะมาก เวลาที่เราต้องการให้มี SSID นึงเอาไว้สำหรับใช้งานส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งใช้ได้ทั้งอินเทอร์เน็ต (WAN Connection) และให้เชื่อมต่อกันเองได้ระหว่างอุปกรณ์ไร้สายด้วยกัน (Communication between Wireless clients) หรือแม้แต่ให้เชื่อมต่อกันเองได้ทั้งระหว่างอุปกรณ์ไร้สายด้วยกันและอุปกรณ์ที่เสียบสาย LAN อยู่ (Communication between Wireless clients and Wired clients) ครับ … เราแค่ตั้ง SSID นึงไว้สำหรับ Guest ก็เรียบร้อยแล้ว แล้วจะให้เป็น Open, WEP หรือ WPA2 ก็ตามสะดวก

พวก Wireless Router ส่วนใหญ่แล้ว จะมีฟีเจอร์ในการสร้าง Guest Access มาให้เหมือนกัน แต่มักจะล็อกตายตัวเลยว่า จะให้เข้าได้เฉพาะอินเทอร์เน็ต แต่ห้ามเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่าย … แต่ EnGenius ESR750H นี่ให้เราปรับแต่งรายละเอียดตรงนี้ได้ดีกว่าน่ะครับ ซึ่งมันเหมาะกว่าจริงๆ นะ เพราะเวลาเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนแข่งกันอ่ะ ถ้าจะเล่นหลายๆ คนพร้อมกันมันก็ต้องต่อ WiFi วงเดียวกัน ถ้าเป็น Guest Access ของ Wireless Router ทั่วไป มันจะเล่นเกมกันไม่ได้ แต่ EnGenius ESR750H นี่ ถ้าเราตั้งให้เชื่อมต่อกันเองระหว่างอุปกรณ์ไร้สายด้วยกันได้ ก็ OK แล้ว ความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์อย่างพวก PC (ที่เป็นแบบเสียบสาย LAN) ก็ยังคงอยู่

 

และแน่นอน ยังเพิ่มระดับความปลอดภัยได้ ด้วยการ Filter MAC Address

 

แน่นอน หากคิดว่า Security มันยังไม่พอ เราก็ยังสามารถทำการ Filter อุปกรณ์ที่จะทำการเชื่อมต่อด้วย MAC Address ได้ด้วย เผื่อใครต้องการล็อกการใช้งานแบบสุดๆ ไปเลย

และเหมือนๆ กับที่ Wireless Access Point ทั่วไปเขามีกัน EnGenius ESR750H ก็มาพร้อมกับฟังก์ Firewall เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการคุกคามจากการโจมตีจากภายนอก … ใครต้องการเซ็ตง่ายๆ ก็แค่เปิดเปิด Firewall ในหมวด Basic แต่หากต้องการเซ็ตให้ละเอียดขึ้น ก็มีหมวด Advanced ให้เลือกปรับแต่ง และหากต้องการให้อุปกรณ์ใดไม่ต้องมาอยู่หลัง Firewall (ในกรณีของพวก SMEs เนี่ย พวกเซิร์ฟเวอร์บางประเภทอาจไม่ต้องการอยู่หลัง Firewall) ก็ไปใส่รายชื่อไว้ในหมวด DMZ ได้

 

EnGenius ESR750H ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Firewall ที่เซ็ตไม่ยากเลย

 

อีกฟังก์ชั่นนึงของ EnGenius ESR750H ที่ผมชอบ (แต่ต้องทำความเข้าใจถึงการใช้งานซักหน่อย) คือ Parent Control ครับ มีทั้งฟีเจอร์ Web Monitor ที่คอยเก็บ Log ให้เราว่าอุปกรณ์ใดไปท่องเว็บใดมาบ้างได้ (เลือกได้ด้วยว่าจะเก็บ Log เฉพาะอุปกรณ์อะไรบ้าง) จากนั้นหากเรามองว่าอุปกรณ์นี้ไม่ควรจะไปเข้าเว็บนีไ้ด้ ก็แค่เลือกว่าจะบล็อกก็จบเรื่องเลย … อันนี้เซ็ตง่าย

 

Web Monitor เก็บ Log ว่าอุปกรณ์ใด ไปเว็บใดมาบ้าง

 

ถ้าต้องการจะกำหนดให้ละเอียดกว่านั้น ก็ทำได้นะ มี Wizard ให้ตั้งค่าเป็นขั้นตอน เพียงแต่อาจจะต้องอ่านให้ละเอียดหน่อยว่าแต่ละขั้นมันหมายถึงอะไรบ้าง แต่โดยรวมแล้ว เรามันคือการเลือกว่าจะใช้ Parent Control กับเครื่องใดบ้าง (โดยระบุเป็น IP Address หรือเลือกจาก Device List เอาก็ได้ หรือใช้ MAC Address ในการควบคุม จะได้กำหนดได้ชัดเจนกว่า) จากนั้นก็เลือกว่าจะบล็อกหรืออนุญาตเป็นหลัก แล้วจะใช้เฉพาะวันไหนเวลาไหนบ้าง และจะบล็อกเว็บอะไร โดยระบุเป็น URL ก็ได้ หรือระบุเป็น Keyword ของเว็บไซต์นั้นก็ได้

 

ตั้งค่า Parent Control ใน EnGenius ESR750H

 

และเมื่อโลกของเรากำลังจะไม่มี IPv4 ใช้แล้ว (IPv4 หมายถึง IP Address แบบที่เราใช้ๆ กันอยู่ในปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่ เช่น 202.123.201.241 อะไรแบบเนี้ย) โลกเรากำลังจะเริ่มปรับไปใช้ IPv6 กันแล้ว ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะต้องรองรัย IPv6 ด้วย และเชื่อหรือไม่ แม้ Wireless Access Point จะไม่ใช่อุปกรณ์ที่ราคาแพงมากอีกต่อไปแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่เราเปลี่ยนใหม่กันน้อยมากๆ (Wireless Access Point ที่ผมใช้ตัวล่าสุดคือ D-Link เนี่ย ก็เพิ่งปลดระวางหลังจากใช้งานมานานกว่า 7 ปี … ที่ปลดระวางเพราะมันเริ่มรวนแล้ว อุปกรณ์เชื่อมต่อไม่ค่อยติด … ตอนนี้ก็ใช้เจ้า EnGenius ESR750H อยู่นี่แหละครับ) … ไม่ต้องห่วงอะไร เพราะ EnGenius ESR750H นี่พร้อมรับ IPv6 เรียบร้อยแล้ว

 

EnGenius ESR750H รองรับ IPv6 แล้ว

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึงคือ การเชื่อมต่อกับ USB ครับ ซึ่งทำได้ 2 แบบคือแบบ Server Mode และ NetUSB Mode ครับ ซึ่งแบบแรกนั้นจะเป็นการทำให EnGenius ESR750H ทำตัวเหมือนเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยเราจะสามารถเชื่อมต่อไปยังเจ้า EnGenius นี้เพื่อเข้าถึงไฟล์ใน USB Flash Drive/USB External HDD ได้ตามสะดวก

 

เซ็ตให้ EnGenius ESR750H เป็น Server Mode ทำให้เป็น File Sharing Server ได้

 

อีกโหมดนึงคือ NetUSB ครับ อันนี้จะทำให้พอร์ต USB บนเจ้า EnGenius ESR750H เหมือนเป็น Virual USB Port ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่การจะใช้งานได้ ต้องทำการติดตั้งโปรแกรม EnGenius USB Device Service Control Center กับเครื่องคอมพิวเตอร์ซะก่อน … ตอนแรกก็พยายามนึกอยู่ว่า มันจะมีประโยชน์อะไร แต่ก็มานึกได้ว่า ถ้าเกิดใช้กับพวกพริ้นเตอร์ล่ะ? คือแทนที่จะต้องย้ายเครื่องพริ้นเตอร์ไปตรงนั้นตรงนี้เพื่อต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็เอามาเสียบกับเจ้า EnGenius ESR750H นี่แทน แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ แต่ทำตัวเหมือนกับเสียบ USB ตรงๆ อยู่ ตรงนี้มันแตกต่างจากการทำหน้าที่เป็นเหมือน Printer Server นะ แต่มันก็ทำงานได้ใกล้เคียงกันอยู่ครับ

 

ขี้สุขใจ วายฟาย (WiFi) สุดแรง

อย่างที่บอกว่าอันนี้คือคอนเซ็ปต์สำคัญของเจ้า EnGenius ESR750H เลยครับ จุดสำคัญคือความแรงของสัญญาณ เจ้านี่ถึงมากับเสาภายนอกระดับ 5dBi 2 ตัว และมีเสาภายในแบบ 3.5dBi อีก 3 เสาอ่ะ เป้าหมายคือสัญญาณ WiFi มันต้องแรงจริงจัง … ด้วยเทคโนโลยี X-TRA RANGE ของ EnGenius ที่ทำให้พื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณมากขึ้น

 

เทคโนโลยี X-TRA RANGE ของ EnGenius ทำให้พื้นที่ครอบคลุมมากขึ้น

 

ผมไม่รู้หรอกคนอื่นเขามองยังไง แต่สำหรับผมแล้วเอาแค่ให้แรงระดับทะลุทะลวงเข้าไปในห้องน้ำในบ้านทุกห้องให้ได้ก็พอแล้วครับ … คือผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ห้องน้ำในบ้านเนี่ย เหมือนจุดอ้บสัญญาณของบ้านเลยทีเดียว แล้วมันคือห้องหนึ่งที่เราใช้งานพวก Smartphone และ Tablet มากที่สุดในบ้านซะด้วยสิ

สำหรับ EnGenius ESR750H นั้น ผมทดสอบด้วยการติดตั้งเจ้า EnGenius ESR750H ไว้ที่ห้องทำงานชั้น 2 ของบ้าน แล้วทดลองวัดสัญญาณ WiFi ในห้องน้ำชั้น 1 ของบ้านครับ ผลคือความแรงของสัญญาณอยู่ที่ระดับ -60dB ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ครับ

 

-60dB ก็ถือว่าแรงดี ถ้าคิดว่าผมทดสอบในห้องน้ำชั้น 1 ของบ้าน

 

บางคนอาจจะรู้สึกว่าสัญญาณไม่ค่อยแรงดีเท่าไหร่ แต่ต้องบอกก่อนว่า นี่คือสัญญาณที่ต้องวิ่งทะลุจากห้องทำงานชั้น 2 ลงมาที่ห้องน้ำชั้นล่างนะครับ แถมบ้านผมเป็นพวก Town Home ยุคใหม่ที่ไม่มีเสาบ้าน แต่อาศัยกำแพงเสริมโครงเหล็กที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักโครงสร้าง ซึ่งเป็นตัวดักสัญญาณ WiFi ชั้นดีเลยทีเดียว ดังนั้นต้องบอกเลยว่าทำได้ระดับนี้ถือว่าเยี่ยมแล้ว (อย่างน้อยๆ จะเข้าไปดูโคนันผ่าน YouTube ต่อในห้องน้ำ ไม่มีสะดุดแน่นอน หึหึ)

 

บริหาร Quality of Service (QoS) ได้ง่ายๆ ไม่ยาก

ในกรณีที่เรามีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหลายผ่าน EnGenius ESR750H นี่ แล้วเจ้านี่เป็นเพียงแค่ 1 ใน Wireless Access Point หลายๆ ตัวในบ้าน แล้วเราต้องการจำกัดแบนด์วิธของ WiFi วงนี้เอาไว้ เพื่อไม่ให้ไปเขมือบแบนด์วิธที่อื่น เราก็สามารถตั้งความเร็ว Uplink และ Downlink ได้ตามต้องการ … แต่หากนี่คือ WiFi วงเดียวในบ้านของเรา เราอาจจะต้องการจำกัดแบนด์วิธของการเชื่อมต่อต่างๆ ด้วยรูปแบบอื่นๆ

 

ปรับ QoS ได้ 2 รูปแบบหลักๆ

ซึ่งตรงนี้ EnGenius ESR750H ก็ให้วิธีการควบคุม QoS เอาไว้ 2 แบบครับ คือ

  • Priority Queue ซึ่งจะเป็นการกำหนดลำดับความสำคัญว่าบริการไหน (อ้างอิงตามพอร์ต TCP/IP และ UDP) สำคัญกว่ากัน เช่น อาจจะมองว่า HTTP (พวกเว็บทั้งหลาย) และพอร์ตเล่นเกมออนไลน์สำคัญกว่าอย่างอื่น … แล้วเราก็สามารถใส่ IP Address ของอุปกรณ์ที่เราต้องการให้เป็นพวกสิทธิพิเศษ ได้แบนด์วิธไม่จำกัดด้วยก็ได้
  • Bandwidth Allocation ซึ่งจะเป็นการกำหนดแบนด์วิธให้เป็นรายอุปกรณ์เลยว่า ตัวไหนควรได้แบนด์วิธสูงสุดเท่าไหร่ และยังระบุได้ละเอียดถึงระดับพอร์ต TCP/IP และ UDP ด้วย นั่นหมายความว่า เราอาจจะจำกัดว่าทุกเครื่อง ถ้าเล่นเว็บ อาจจะได้แบนด์วิธ 2Mbps แต่หากเล่นเกมออนไลน์ทุกเครื่องจะได้แบนด์วิธ 8Mbps ก็ได้ เป็นต้น

การเซ็ตอัพ QoS ทำได้ไม่ยาก แต่เช่นเคย ถ้ามี User Interface ภาษาไทยก็คงจะดีกว่านี้ (เมื่อไหร่จะมียี่ห้อไหนทำ User Interface ภาษาไทยซะทีนะ)

 

บทสรุปการรีวิว EnGenius ESR750H

EnGenius ESR750H นี่สนนราคา 4,220 บาท (ราคาจากเว็บ www.nvk.co.th/engenius) ไม่ถือว่าถูกมาก แต่ก็ไม่ถือว่าแพงหูฉี่ สำหรับ Wireless Access Point ที่มีความสามารถระดับนี้ ถ้ามองในแง่ที่ผมว่า คือ ปกติเราซื้ออุปกรณ์จำพวก Wireless Access Point แบบทีเดียวใช้ยาวๆๆๆๆ (แบบที่ผมใช้ตัวเดียวมาตลอด 7 ปี) แล้วละก็ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียวครับ

EnGenius ESR750H ให้พื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณที่ค่อนข้างกว้างมากๆ (ผมลองเดินออกไปนอกบ้าน ไปไกลราวๆ 40 เมตร ก็ยังมีสัญญาณไปถึงอยู่ … ทั้งๆ ที่สัญญาณมันต้องโดนกำแพงบ้านโน้นบ้านนี้ขวางเพียบ เพราะผมเดินออกไปด้านข้างของบ้าน ไม่ได้เดินไปด้านหน้าบ้าน) มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบถ้วน และที่สำคัญเซ็ตอัพค่อนข้างง่ายมากทีเดียวครับ

 

ขอขอบคุณ

  • ขอบคุณ @HiaKoe แห่ง NVK Co., Ltd. ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์มาให้ทดสอบ
  • สนใจอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากซื้อเจ้า EnGenius ESR750H ไปดูที่ http://www.nvk.co.th/engenius ครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: