มาซะทีกับการรีวิว iPad Mini ตอนที่ 2

มาต่อกันในตอนที่ 2 เลยครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา … ข้อดีของการรีวิวพวก iDevice ทั้งหลายก็คือ เพราะมันเป็นระบบปฏิบัติการเดียวกัน แถม Apple ไม่ชอบแถมนู่นนี่นั่นให้มากเรื่อง ก็เลยไม่ต้องรีวิวในส่วนของตัวระบบปฏิบัติการให้มาก ยกเว้นว่าจะมี iOS เวอร์ชันใหม่มาพอดี (ฮา) ฉะนั้น งวดนี้ ผมจะขอรีวิวในส่วนของการใช้งานดีกว่า ว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้ iPad Mini แล้ว ชีวิตมันจะดีขึ้นมากไหม เมื่อเทียบกับ iPad ขนาดจัดเต็ม 9.7 นิ้ว … แต่ถ้าใครอยากได้คำตอบจากผมแบบไวๆ ไม่อยากอ่านรีวิวยาวๆ ละก็ มันคือ “ใช่ครับ นี่คือขนาดที่ใช่เลยทีเดียว”

 

7.9 นิ้ว Size ที่ใช่เลยสำหรับ Tablet

สำหรับคนที่ชอบพกพาสะดวกๆ จะรู้ดีว่า iPad ตัว 9.7 นิ้วนั้น มันพกพาไปไหนมาไหนไม่สะดวก จะถือใช้งานมือเดียวก็ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ … ถ้าได้ลองถือ 2 เครื่องพร้อมๆ กันด้วยมือเดียวเพื่อเทียบขนาดแล้วจะรู้ได้เลยครับ

 

iPad Mini ใช้มือเดียวสะดวกกว่า iPad 9.7 นิ้วแน่ๆ

 

การใช้งานมือเดียว มักจะเกิดตอนที่จะใช้เพื่ออ่าน eBook หรือไม่ก็อ่านการ์ตูนออนไลน์ผ่านเว็บ แบบนั้นไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากเลื่อนหน้าเฉยๆ ซึ่งถ้าเป็นการ์ตูนออนไลน์ ก็มักจะต้องการแค่แตะที่รูป เพื่ออ่านหน้าต่อไป และมักจำเป็นตอนอยู่บนขนส่งมวลชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ที่เรามีโอกาสต้องยืนโหนราวอ่ะนะ … ขนาด 7.9 นิ้วที่กะทัดรัดนี้ ช่วยให้สะดวกในการใช้งานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวมาก

นอกจากนี้ หากใครมีกระเป๋ากางเกงใหญ่ๆ หน่อย ก็พอจะใส่ iPad Mini เข้าไปได้เลยนะครับ อย่างกรณีนี้ ผมใส่ในกระเป๋าหน้าของกางเกงยีนส์ของผมได้เลย แต่ … แบบ … โคตรตุงอ่ะขอบอก

 

เอา iPad Mini ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ได้อยู่ แต่ตุงเต็มๆ

 

iPad Mini ตัวเลือกของ eBook Reader

พอมีขนาดพอเหมาะมือแล้ว มันเลยกลายเป็นว่า iPad Mini กลายเป็นตัวเลือกสำหรับใช้เป็น eBook ที่ดีทีเดียวละครับ น้ำหนักแค่ 312 กรัม ความหนา 7.2 มม. เท่านั้น จับพอดีมือ ที่สำคัญที่สุดคือ บน App Store (จริงๆ ต้องเรียก Newsstand) มีพวก Digital Magazine เพียบมากๆ และในกรณีของ eBook ก็มีทั้ง Kindle และ iBooks ให้เลือก (และมีค่ายอื่นๆ อีกมาก รวมถึง Ookbee ที่เป็นร้านหนังสือออนไลน์ของไทยด้วย)

 

เอามาอ่าน eBook หรืออะไรต่อมิอะไรก็สะดวก

 

การดูหนังฟังเพลงบน iPad Mini

ข่าวดี iPad Mini มีลำโพงแบบสเตริโอแล้ว … ข่าวร้าย ลำโพงมันอยู่ด้านล่างของตัวเครื่องในแนวตั้ง นั่นหมายความว่าถ้าเกิดดูหนังโดยวางเครื่องในแนวนอน เราก็ยังไม่ได้มิติของเสียงแบบสเตริโออยู่ดี

 

ลำโพงของ iPad Mini เป็นสเตริโอแล้วจ้า

 

หน้าจอแสดงผลของ iPad Mini มี Pixel Density ไม่สูงมากแบบ Retina Display แต่ก็ยังมีความละเอียดระดับ HD 720p อยู่ แถมมีขนาดหน้าจอ 7.9 นิ้ว ดังนั้น อรรถรสในการรับชมไฟล์วิดีโอก็ยังโอเคอยู่ครับ ลำโพงและคุณภาพเสียงของ iPad Mini ก็ไม่ได้ทำให้ Apple เสียชื่อแต่อย่างใด จริงๆ ต้องบอกว่า ลำโพงของ iPad Mini ก็ดังดีด้วย

 

ดู Trailer หนังจาก iTunes บน iPad Mini

 

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่สัดส่วนหน้าจอเป็นแบบ 4:3 ก็จะทำให้เวลาดูภาพยนตร์ที่อัตราส่วน 16:9 แล้วเห็นเป็นแถบดำๆ ด้านบนและด้านล่าง … ยิ่งถ้าดูหนังบน iTunes ที่เป็นแบบ 16:10 แล้ว แถบสีดำยิ่งมากขึ้นอีกด้วย ดูแล้วแอบรำคาญนิดๆ นะครับ

 

การเล่นเกมบน iPad Mini

สเปกของ iPad Mini ไม่ถือว่าเร็ว แรงจัด เมื่อเทียบกับ iPad รุ่นใหม่ๆ แต่ก็ยังถือว่าเพียงพอสำหรับเล่นเกม 3D ได้เต็มที่โดยไม่มีอาการกระตุกอะไรครับ และที่สำคัญ ก็ยังพอจะได้เอฟเฟ็กต์ของเกมค่อนข้างครบถ้วนดีอยู่ ดูอยากเกม Asphalt 7: Heat บน iPad Mini จะเห็นว่าเงาสะท้อนของพลุบนตัวรถก็ยังคงมีอยู่ (ถ้าฮาร์ดแวร์ไม่ถึง เอฟเฟ็กต์นี้จะถูกตัดออกไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะเจอบน Android Smartphone/Tablet)

 

เกม Asphalt 7: Heat บน iPad Mini เอฟเฟ็กต์จำพวกเงาสะท้อนก็ครบดี

 

ขนาดที่เล็กลงของ iPad Mini ที่เหลือแค่ 7.9 นิ้ว ทำให้การเล่นรู้สึกดีขึ้น ตัวเครื่องไม่หนักเกินไปเวลาถือเล่น ขนาดกำลังเหมาะมือ เอื้อมไปสัมผัสปุ่มควบคุมของเกมหลายๆ เกมได้สะดวกกว่า ในขณะที่ความรู้สึกเต็มตามเต็มอารมณ์ ยังคงมีอยู่ค่อนข้างดี เพราะขนาดหน้าจอ 7.9 นิ้วมันก็ยังถือว่าใหญ่เอาการอยู่

 

เล่น Street Fighter x Tekken บน iPad Mini เต็มตามมากทีเดียว

 

ลองเล่น Street Fighter x Tekken บน iPad Mini นี่ ได้อะไรๆ เต็มตาจริงๆ ครับ เกมแนวนี้ เล่นบนจอเล็กๆ แบบ 3.5 นิ้ว หรือ 4 นิ้ว ของ iPhone มันไม่เพลิดเพลินเท่าจริงๆ และเมื่อขนาดหน้าจอไม่ใหญ่มาก มีความหนักไม่มาก จะเล่นเกมแนวนี้ (ที่ต้องถือเครื่องไว้ และเอื้อมนิ้วไปกดปุ่มต่างๆ ตลอดเวลา) ก็จะถนัดถนี่ดีทีเดียว

ข้อเสียเห็นๆ ของดีไซน์ที่เอาลำโพงไปไว้ด้านล่างของตัวเครื่องแบบเต็มๆ ก็คือ เล่นๆ แล้ว มือบังลำโพงครับ แม้จะไม่ถึงกับบัง 2 อันพร้อมๆ กัน แต่ก็บังไปอันนึงอ้ะ ทำให้เสียงมันอู้อี้ไปพอสมควร

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย iPad Mini

User Interface ของ Camera App บน iPad Mini ก็คือตัวเดียวกับ iPad ปกตินั่นแหละครับ … ความน่าเสียดายคือ มันถ่ายภาพพาโนรามาแบบ iPhone 4S หรือ iPhone 5 ไม่ได้ ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจหากมันเป็น iPad นะ เพราะขนาดใหญ่ๆ จะแพนกล้องก็คงไม่สะดวก แต่นี่มัน iPad Mini นะ ขนาดมันเล็กกว่าเห็นๆ แพนกล้องไปมาเพื่อถ่ายพาโนรามาอ่ะ มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย … น่าเสียดาย

 

การถ่ายภาพด้วย iPad Mini

 

แม้สเปกของกล้องจะเป็น iSight 5 ล้านพิกเซลเท่ากัน แต่ว่าถ้าเทียบกับ The new iPad หรือ iPad 4th Gen แล้วปรากฏว่าขนาดของเลนส์มันเล็กว่าครับ … ตัว iPad 9.7 นิ้วเนี่ย จะเป็นขนาดเดียวกับ iPhone 4 เลย แต่ iPad Mini นี่จะขนาดเล็กกว่าแบบเห็นๆ เลย ดังนั้น หากอยู่ในสภาพแสงที่น้อย แล้วถ่ายรูปเทียบกัน ก็อาจจะเดาไว้ได้ก่อนเลยว่า iPad Mini นั้น จะได้ผลออกมามี Noise เยอะกว่า

 

เทียบขนาดเลนส์ของ The new iPad (ซ้าย) กับ iPad Mini (ขวา)

 

ทีนี้ลองมาดูคุณภาพของภาพถ่ายบ้าง …

 

 

พบว่า ถ้าเกิดสภาพแวดล้อมมีแสงค่อนข้างโอเคหน่อย ก็จะได้ภาพที่โอเคเช่นกันครับ แต่ในส่วนที่เป็นมุมมืด ดูแล้วซอฟต์แวร์ของ Apple จะพยายามเร่งแสงให้มาก จนเกิน Noise เยอะพอสมควรทีเดียว … มองในแง่ของช่างกล้อง ก็คงจะไม่ชอบเท่าไหร่ … มองในแง่คนใช้งานทั่วไป ที่มักจะแค่โพสต์รูปขึ้น Twitter, Facebook หรือ Instagram อะไรพวกนี้ มันไม่ใช่ประเด็นซักเท่าไหร่

การถ่ายวิดีโอ ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์ ทั้ง CPU/GPU และตัวกล้อง ก็ชัดเจนครับ ถ่ายวิดีโอ 1080p ได้ไม่มีกระตุก … ด้วยลูกเล่น Tap-to-Focus ที่สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและ Exposure ของภาพ ของระบบปฏิบัติการ iOS ก็ช่วยให้การถ่ายวิดีโอ (รวมถึงภาพนิ่งด้วยอ่ะนะ) มันสะดวกขึ้นเยอะ และเหมาะสมกับหลากสถานการณ์มากๆ

คุณภาพของวิดีโอก็ถือว่า OK ครับ มี Noise พอสมควร แต่ถ้ามองในแง่ของ Home Video ที่ถ่ายด้วยกล้องจาก Tablet ก็ถือว่าพอไหว ใช้อัพขึ้น YouTube เพื่อไว้เป็นที่ระทึก … เอ้ย! ที่ระลึก ก็ได้อยู่ … แต่ด้วยความที่มันเลือกความละเอียดไม่ได้ มันถ่ายแค่ 1080p สถานเดียว ขอให้ทำใจไว้เลยว่าขนาดไฟล์ใหญ่โคตรครับ ถ่ายแค่ 10 นาทีก็กินเนื้อที่ไปราวๆ 1GB แล้ว ดังนั้น ใครที่จะซื้อมาเพื่อถ่ายวิดีโอ แนะนำว่าควรซื้อแบบจุเยอะๆ ซัก 32GB หรือ 64GB ไปเลย จะดีกว่า

 

บทสรุปของ iPad Mini

โดยส่วนตัว ผมมองว่านี่แหละ คือขนาดที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับ iPad ครับ พกพาสะดวกมาก ในขณะที่หน้าจอก็ยังใหญ่เพียงพอที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้หลากหลาย (และด้วยความเห็นส่วนตัวของผม หากต้องการพิมพ์เยอะๆ มากๆ ผมเลือกที่จะมี Bluetooth Keyboard เพื่อให้ได้ Physical Keyboard พิมพ์ถนัดๆ มากกว่าจะไปกดบนจอ … แต่ผมก็เห็นฝรั่งหลายๆ คน แฮปปี้กับการพิมพ์บน Virtual Keyboard บนจออ่ะนะ)

สนนราคาของ iPad Mini ก็ถูกตั้งเอาไว้ให้ห่างจาก iPad ตัวใหญ่พอสมควร ช่วยในการตัดสินใจได้เยอะทีเดียว … แต่ ณ ตอนนี้คำถามคาใจเพียงหนึ่งเดียว ที่อาจจะมารบกวนการตัดสินใจของพวกเราก็คือ Retina Display ครับ ต้องมาลุ้นตัวโก่งกันว่า แล้วรุ่นหน้ามันจะเป็น Retina Display ไหม แต่สำหรับใครที่กะว่าจะซื้อทุกรุ่นอยู่แล้ว คงไม่ลำบากใจในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Apple แบบมือสองก็ยังขายต่อได้ราคาดีอยู่ พอเอาไว้ทำทุนไปซื้อเครื่องใหม่ได้ (ฮา)

 

ขอขอบคุณ

ขอบคุณ truemove ที่ให้ยืม iPad Mini มารีวิวนะครับ … ใครที่สนใจจะหาซื้อ iPad Mini สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์  www.truemove-h.com/ipad ดูทั้งราคา iPad Mini พร้อมราคาแพ็กเกจจาก truemove H ได้เลยครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

11 Responses

  1. Ims says:

    ไปเล่นมาแล้วค่ะ
    อยากได้เหมือนกัน
    ชอบที่มันเบา ^^

    แต่ก็ยังติดกับความคมชัดของจอภาพอยู่ดีค่ะ
    ทำใจไม่ได้จริงๆ

    ตอนนี้ก็รอให้มี retina กับอัพเสปก
    ส่วนตอนนี้ก็เล่น ipad3 ไปก่อนละกัน ^v^

  2. Staid says:

    ผมจะเลือกซื้อ printer อยู่ครับ รุ่นที่ดูอยู่ เป็นยี่ห้อ brother รุ่นที่สามารถใช้กับกระดาษ A3. รองรับ wifi ไม่ทราบว่า จะใช้กับ AirPrint. iPad ได้มั้ยครับ หรือคุณกาฝาก พอจะมีรุ่นใหนแนะนำมั้ยครับเน้นA3

    • kafaak says:

      เรื่องการรองรับ AirPrint นี่ แนะนำให้ดูรุ่นพวกนี้เลยครับ เช็คกับทุกยี่ห้อและรุ่นที่คุณสามารถหาได้ และรองรับกระดาษขนาด A3 ได้ http://support.apple.com/kb/ht4356
      ถ้าให้เลือกยี่ห้อ ผมแนะนำ HP ซะมากกว่า (ยกเว้นถ้าจะใช้ InkJet สี เน้นพิมพ์รูป ผมยังมองว่า Epson สวยกว่า HP)

  3. Ice says:

    ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

    ตอนนี้ผมลังเล Tab7.7 กับ Ipad mini ครับ

    ส่วนตัวผมเป็นนักศึกษานะครับ ก็อยากได้Tabletไว้อ่าน Text น่ะครับ

    เวลาอ่านทีต้องมานั่งเปิด Notebook จะถ่างตาดูในมือถือก็ไม่ไหว ถึงจะจอ 4.3 ก็เถอะ55555

    เข้าคำถามเลยล่ะกันครับ

    1.ผมอยากสอบถามว่า จอของ7.7 (Super Amolet) มันแสบตามากไหมครับ (ไม่เคยใช้SS)

    ถ้าเทียบกับ Ipad mini เพราะเวลาอ่านทีคงใช้เวลา ยิ่งตอนนี้สายตาสั้นๆอยู่ด้วย ฮ่าา

    2.Ipad mini อ่าครับ เราสามารถเล่น Whatsapp Tango Appหรืออะไรก็ตามที่ใช้เบอร์โทรศัพท์ได้ไหมครับ เพราะผมมีความจำเป็นต้องใช้ติดต่อสื่อสารบ้างครับ (หากเป็นTab7.7ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้)

    เพราะผมคิดว่าหากได้ Tablet ดีๆสักเครื่อง ผมคงไม่ใช้ SmartPhoneแล้ว= = คงใช้มือถือธรรมดา

    เน้นโทรเข้าโทรออกมากกว่าครับ (จะได้มีสมาธิเวลาเรียนมากขึ้นด้วย T___T)

    อาจจะถามเยอะไปบ้าง ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

    • kafaak says:

      ถ้าอยากอ่านรีวิวเทียบ iPad Mini กะ Samsung Galaxy Tab 7.7 ละก็ อ่านจาก On Mobile ได้นะครับ ผมเพิ่งส่งต้นฉบับไปเมื่อกลางเดือน ธ.ค. 🙂
      เอาล่ะ ทีนี้มาตอบคำถามกันดีกว่า

      1. จอ Super AMOLED (สะกดให้ถูกๆ ด้วยนา) มันแสบตาพอสมควร เพราะสีสันสดมาก อย่าเปิดสว่างสุดในห้องมืดๆ เด็ดขาด (มันแสบตากว่าการเปิดจอ IPS ของ iPad สว่างสุดๆ อีกนะ)
      2. โปรแกรมพวกนั้น จะต้องการรหัสยืนยันซึ่งจะส่งไปทาง SMS ครับ ดังนั้น คุณแค่ให้มันส่งไปเข้ามือถือของคุณ แล้วเอารหัสที่ได้มากรอก ก็ใช้ได้ครับ (ซึ่งตรงนี้ Tab 7.7 เลยสะดวกกว่า เพราะรับ SMS ได้เลยไง)

      ผมแอบเห็นด้วยกับที่น้องทำ คือ ใช้ Tablet แล้ว มือถือเป็นแบบธรรมดาก็พอ … ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ แต่เพราะเห็นว่าน้องเป็นนักศึกษาครับ อย่าเยอะนักเลย หากยังใช้เงินพ่อแม่ซื้ออยู่ 🙂

      • Ice says:

        แบบนี้แสดงว่า Ipad miniก็ไม่ได้ด้อยกว่าในด้านแอพเลย

        คือแค่รับเมสเสจกับโทรเข้า-ออกไม่ได้ (แม้จะเป็นแบบCellular)

        ส่วนตัวใช้ Android มาก่อนครับ แล้วก็รู้สึกโอเคกับมัน โดยเฉพาะการถ่ายโอนข้อมูล

        แต่เรื่องความเสถียรและความค้าง คงต้องยกให้AppleจริงๆT___T

        ขอบคุณมากนะครับ ยังไงก็จะตัดสินใจให้ดีที่สุด ซื้อครั้งนี้กะใช้ยาวเลยครับ^^

        • kafaak says:

          ต้องบอกว่า iOS เหนือกว่า Android ในด้าน App อยู่ครับ (แม้ช่องว่างจะแคบลงเรื่อยๆ)
          แต่ถ้าจะซื้อ iPad Mini อาจจะรอดูสถานการณ์ก่อนไหม? รุ่นแรกมันยังไม่ใช่ Retina Display นะ

          • Ice says:

            Retina Display เท่าที่ผมดูคือการทำให้ภาพคมชัดมากขึ้นใช่ไหมครับ

            สำหรับผมไม่ได้เอามาเล่นเกมหรือดูหนังอะไรที่ต้องใช้ความละเอียดมากมายอยู่แล้วครับ (คงไม่จำเป็น??? หรือเปล่าครับ ฮ่าาา)

            ขอแค่ Tablet ที่เสถียรไม่ค้างเหมือนTabletจีน55555 ทำงานได้ดี ติดต่อสื่อสารได้บ้าง อ่านหนังสือสบายตา ก็พอแล้วล่ะครับ

            ยังไงๆก็กะจะไปซื้อในงาน TME2013 ที่ศูนย์สิริกิติ์ครับผม

            ช่วงนี้ก็หาข้อมูลไปปเรื่อยๆก่อน ขอบคุณมากครับบ^^

          • kafaak says:

            Retina Display คือจอภาพที่มีความละเอียดสูงมาก มันไมใช่แค่เพื่อการดูหนังหรือเล่นเกมนะครับ … การอ่านหนังสือเนี่ย ถ้าจอความละเอียดสูงมากๆ จะทำให้ตัวอักษรคมชัด อ่านแล้วสบายตากว่ามากครับ

          • Ice says:

            โอ้ ผมก็ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้

            แบบนี้แสดงว่า Super Amoled (พิมพ์ถูกแล้วนะครับ ฮ่าา) ของ Tab7.7 ตอนนี้ยังชนะในเรื่องจอสินะครับ

            ขอบคุณมากครับผม^^

          • kafaak says:

            Super AMOLED มันสะใจตอนดูหนังครับ โดยส่วนตัวผมชอบ Super AMOLED มากกว่าก็เท่านั้น (จะว่าผมลำเอียงก็ได้)

Leave a Reply

%d bloggers like this: