การอยู่ร่วมกันของ 2G, 3G และ 4G เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป

Print Friendly, PDF & Email

ในที่สุด ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ใช้เครือข่าย 3G แบบเต็มรูปแบบจะมาแล้วครับ หลังจากที่ กสทช. และ กทค. เขามีมติที่ออกใบอนุญาต IMT ย่านความถี่ 2.1GHz (หรือ 2100MHz) ให้กับผู้ให้บริการแล้ว หลังจากต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มามากมาย จนนับได้ว่าเป็นมหากาพย์บทหนึ่งของแวดวงการเทคโนโลยีเลยทีเดียว แต่เอาเป็นว่า ถ้า พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ พูดไม่ผิด เราก็จะเริ่มทยอยๆ ได้ใช้เครือข่าย 3G บนย่าน 2100MHz ในอีก 2 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างเร็วครับ แต่ ณ ตอนนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่าง truemove H เขามองข้ามช็อตไปที่ 4G กันแล้ว

 

ปูพื้นฐานแบบพอสังเขปกันก่อน

ใจจริงอยากเข้าสู่ประเด็นหลักเลย แต่เดี๋ยวท่านผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานจะงง ว่าผมพูดถึงอะไรกันอยู่ … แล้วไอ้ 3G กะ 4G คืออะไร เห็นคนเขาพูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ดังนั้น ผมขอปูพื้นฐานแบบสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ กันก่อนนะครับ โดยจะสรุปเป็นข้อๆ สั้นๆ เลย จะได้อ่านง่ายๆ ไม่เสียเวลา … แต่ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้ลงไปในรายละเอียด แต่จะพูดถึงแค่ประเด็นหลักๆ ที่ให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานในเรื่องพวกนี้ สามารถเข้าใจได้คร่าวๆ ถึงความประเด็นสำคัญๆ ก็พอนะครับ

  • ตัว G หมายถึง Generation หรือก็คือ ยุคต่างๆ ของระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
  • 1G เป็นยุคของ Analog ส่วน 2G เป็นยุคที่เริ่มเข้า Digital แต่จากนั้นยุคใหม่ๆ เขาดูที่ความเร็ว โดย
  • 1G นั้นให้บริการแต่เสียง
  • 2G ให้บริการทั้งเสียง และดาต้าพื้นฐาน (SMS) และต่อมาให้บริการดาต้า (หรือบางคนอาจจะเรียกว่าเป็น Mobile Internet) ด้วย แต่ความเร็วไม่สูง … เร็วที่สุดในยุค 2G คือ EDGE ที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 384Kbps
  • 3G ให้บริการทั้งเสียง และดาต้า (SMS, Mobile Internet) ด้วย แต่ความเร็วสูงขึ้น โดยอ้างอิงตามนิยามของ ITU แล้วขั้นต่ำเริ่มที่ 384Kbps
  • 4G ณ ตอนนี้ให้บริการเฉพาะดาต้า (Mobile Internet) แต่ความเร็วก็สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยอ้างอิงจาก ITU (อีกเช่นกัน) ความเร็วสูงสุดเมื่ออยู่บนยานพาหนะที่เคลื่อนที่เร็วควรมีความเร็วขั้นต่ำ 100Mbps และในสภาวะที่ไม่เคลื่อนที่หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ (เช่นเดิน หรือวิ่ง) ควรเป็น 1Gbps หากได้ช่องสัญญาณ 100MHz

 

เปรียบเทียบ 3G กับ 4G LTE ในช่วงยุคต่างๆ

 ที่มา: Qualcomm

  •  ในไทยเราตอนนี้ 3G เป็น Rel-8 ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 42Mbps และอัพโหลดสูงสุด 11Mbps ส่วน 4G ยังไม่ชัดเจน แต่ตั้งเป้ากันไว้ 100Mbps

 

การอยู่ร่วมกันของ 2G, 3G และ 4G

ในโลกอุดมคติ เราก็คงอยากให้ใครต่อใครไปใช้เทคโนโลยี 4G กันหมด แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง การจะเป็นแบบนั้นก็ทำได้ยากครับ ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ประการเลย คือ ณ ตอนนี้เทคโนโลยี 4G ยังไม่รองรับการให้บริการเสียง หรือพูดง่ายๆ ยังใช้โทรศัพท์คุยกันไม่ได้นั่นเอง ส่วนข้อที่สองก็คือ ผู้ใช้งานทั่วไปจำนวนมาก อาจจะยังมีอุปกรณ์ที่รองรับแค่เทคโนโลยี 2G หรือ 3G อยู่นั่นเอง

ดังนั้นการมาของเทคโนโลยีอย่าง 3G หรือ 4G นั้น จะไม่ได้มาในลักษณะของการ “แทนที่” เทคโนโลยีที่มีก่อนหน้าครับ แต่จะมาในลักษณะของการ “เสริมกันและกัน” มากกว่า คือ เทคโนโลยี 2G เดิม ก็ยังคงมีเพื่อให้บริการเสียง และดาต้า สำหรับผู้ใช้งานที่ยังใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าอยู่ และด้วยโครงข่ายที่มีอยู่ ก็จะได้พื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุมมากกว่า … ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องการใช้งานดาต้ามาก และอยู่ห่างไกลเมืองหน่อย

ถัดมาก็คือเครือข่าย 3G ที่เพิ่งจะมีแววได้ใช้บนย่านความถี่ 2100MHz กันนี่แหละครับ จะให้บริการทั้งเสียงและดาต้า สำหรับพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานดาต้าสูงมากขึ้น เช่น ตามพื้นที่ในเมือง หรือชุมชนต่างๆ พวกนี้ก็เน้นไปที่กลุ่มที่ท่องเว็บทั่วๆ ไปใช้งาน Social Media และมัลติมีเดียทั่วๆ ไป ที่ต้องการความเร็ว แต่ไม่ต้องถึงกับจัดจ้าน ซึ่งอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ก็พร้อมแล้วสำหรับเครือข่าย 3G

และสุดท้าย เครือข่าย 4G ซึ่งยังให้บริการได้เฉพาะแค่ดาต้า ดังนั้นก็อาจจะมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่ต้องการใช้งานดาต้ามากๆๆๆ โดยจะอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด ไม่ครอบคลุมมาก เช่น อาจจะอยู่เฉพาะบริเวณห้างสรรพสินค้าที่มีคนไปใช้บริการหนาแน่น หรือมหาวิทยาลัย หรือแหล่งอาคารธุรกิจ โรงพยาบาล อะไรแบบนี้ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่องานเฉพาะอย่าง เช่น Video Conference, Tele Doctor หรือแม้แต่ Remote Surgery (การผ่าตัดจากระยะไกล) นั่นเอง … แม้ว่าในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่รองรับเครือข่าย 4G ยังมีไม่มาก แต่ว่าในระยะยาว จำนวนรุ่นที่รองรับก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

ภาพจำลองการอยู่ร่วมกันของเทคโนโลยี 2G, 3G และ 4G

 

แน่นอนว่า ในระยะยาวแล้วเทคโนโลยีในยุคก่อนๆ ก็จะต้องหดหายไป เมื่ออุปกรณ์ (ผมหมายถึงโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แอร์การ์ด ฯลฯ) ออกมารองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่อะไรในเร็ววันนี้แน่นอน

 

การเติบโตของเทคโนโลยีในยุคต่างๆ

ที่มา: CDG

 

ถ้าดูจากข้อมูลพยากรณ์ของ CDG แล้ว จะเห็นว่า 3G ยังไปได้อีกไกลครับ และเทคโนโลยี 2G ก็ยังจะอยู่กับเรา (บางประเทศ บางพื้นที่) ไปอีกถึงปี ค.ศ. 2020 เป็นอย่างน้อยละครับ

 

truemove H กับการทดสอบ 4G ล่าสุดที่วังน้ำเขียว

 

ทีมผู้บริหาร truemove H ที่ไปทดสอบ 4G

ที่มา: ADSL Thailand

 

แน่นอนว่าก่อนจะนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้งานกัน ก็ต้องมีการทดสอบกันก่อน ซึ่ง truemove H เลือกที่จะนำทีมผู้บริหารไปทดสอบกันที่ วังน้ำเขียว ครับ … ตามแนวคิดที่ว่า ใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง เพื่อให้คนที่อยู่ห่างไกลเขาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว … เผอิญว่าผมไม่ได้ไปกะพวกเขาด้วยหรอกนะครับ แต่ @ceemeagain ได้ไปน่ะ เลยขอเอาคลิปของน้องซีเขามาให้ดูไปพลางๆ แทน (และโดยความเห็นส่วนตัว ผมว่าให้น้องซีมาเป็นคนนำเสนอ คงดีกว่าเห็นหน้าผมเป็นแน่แท้ … ฮา)

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=lJIg2eNJyRs[/tube]

 

เห็นผู้ให้บริการมาเตรียมพร้อมแบบนี้แล้ว และใบอนุญาต 3G ย่าน 2100MHz ก็พร้อมจะออกแล้ว เราๆ ท่านๆ ในฐานะผู้ใช้งาน ก็เตรียมลุ้นกันต่อครับ ว่า 4G จะมาให้ใช้กันเมื่อไหร่ล่ะ (หุหุ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: