บล็อกระบายอารมณ์เรื่องการจองหนังออนไลน์

บล็อกตอนนี้ ขอระบายอารมณ์ล้วนๆ นะครับ … กรุณาอ่าน Rating ข้างบนก่อนนะครับ เยาวชน ไม่ควรอ่านบล็อกตอนนี้ของผม เพราะเขียนตอนกำลังเหลืออดสุดๆ … คือเรื่องของเรื่อง วันนี้ผมตั้งใจจะดู Twilight Breaking Dawn ภาค 2 ตามที่สัญญาเอาไว้กับแฟน ซึ่งผมก็เลือกใช้บริการของ มายอซีนีเป็ด (นามสมมติ) ก็แหงล่ะ เราไม่มีตัวเลือกมากนักนี่นะ เพราะปัจจุบัน โรงหนังใหญ่ๆ ในประเทศไทยมันเหลือแค่ 2 ค่าย แล้วที่ใกล้บ้านที่สุดของผม ก็ มายอซีนีเป็ด (Mayor Cineped) นี่แหละ … เป้าหมายคือ ดูรอบ 14:05 ครับ เวลากำลังดี ดูจบออกมาเดินอีกแป๊บๆ หม่ำมื้อเย็นกับแฟน แหม่ แผนแสนจะเพอร์เฟ็กต์

 

โลกนี้ไม่มีแผนแสนเพอร์เฟ็กต์

ใช่ครับ โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม … ผมเคยมีปัญหากับ มายอซีนีเป็ด มาแล้วก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการจองบัตร ซึ่งดันยอมให้ผมจองล่วงหน้าได้ แต่บัตรที่ออกมา เป็นบัตรในวันปัจจุบันซะงั้น (ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นปัญหาจากระบบ ที่นโยบายบอกว่าไม่ให้จองล่วงหน้า แต่บนหน้าเว็บดันให้เลือกได้) ผมห่างหายไปจากการเป็นลูกค้าของ มายอซีนีเป็ด ไปพักใหญ่มากๆ

 

หน้าจองรอบของ มายอซีนีเป็ด

 

งวดนี้ ผมก็เข้าไปที่หน้าเว็บ ดูแล้วระบบการจองดูดีขึ้น เลือกภาพยนตร์ที่ต้องการ เลือกสาขาที่อยากไปดู จากนั้นดูรอบฉาย แล้วก็ไปเลือกที่นั่ง … การเลือกที่จะชำระผ่านบัตรเครดิตเลย จะช่วยให้มีที่นั่งให้เลือกเยอะมากขึ้น (ซึ่งผมชอบ) แต่เมื่อถึงการชำระเงิน ก็เกิดปัญหาขึ้นครับ … ผมพยายามลองใหม่ 3 หน และแต่ละครั้งต้องใช้เวลารออย่างน้อยๆ 6 นาที เพราะระบบมันเหมือนพยายามจะ Process อะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งผมไม่กล้ากดซ้ำ เพราะกลัวมันจะตัดบัตรเครดิตเบิ้ล

 

การชำระเงินไม่สำเร็จ

 

ทุกครั้งที่พยายามชำระเงิน ผลคือไม่สำเร็จครับ … ด้วยสาเหตุของการปฏิเสธที่ บอกตรงๆ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร … พอดีเห็นเบอร์ Call Center ของ ธ.กุงปี๋ ที่เป็นผู้ให้บริการ Gateway ก็เลยโทรไป เผื่อเขาจะตอบได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่คำตอบที่ได้รับคือ ให้โทรไปที่สาย Movie Line ของ มายอซีนีเป็ด ซะงั้น … สรุปคือ จะให้ผมไปจองผ่านทางโทรศัพท์แทน ว่างั้น ขอบคุณนะครับ เป็นผู้ให้บริการที่ให้บริการดีมาก ขอประชดจากใจ (จากนี้ ขอแนะนำว่าอย่าไปใช้บริการ Gateway ของ ธ.กุงปี๋ นะครับ หากธุรกิจของคุณจะทำ Online Payment)

ไม่มีเวลามาหงุดหงิด (ณ ตอนนั้น) เพราะสัญญากับแฟนเอาไว้ ดังนั้น โทรจองก็ได้(วะ) … กดเบอร์ Movie Line ปุ๊บ รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติในการจอง เลือกโรงที่ชอบ เลือกเรื่องที่ชอบ เลือกรอบที่ต้องการ กดยืนยันการจอง … รอ … แล้วก็ได้ยินว่า “ขออภัยค่ะ ระบบทำการจองให้ไม่ได้” อะไรประมาณนี้ แล้วก็ตัดสายไปที่ Call Center แทน (ในใจตอนนั้นคิด “อะไรอีกแล้ววะเนี่ย”)

พนักงานสาวรับโทรศัพท์ … ผมแจ้งความประสงค์ … เธอตอบมาได้อย่างรวดเร็วว่า ผมต้องต่อไปที่ Direct Line ของสาขาเอง … เฮ้ย!!! แล้วสรุป จะมี Movie Line ทำด๋อยอะไรมิทราบ แล้วไอ้ระบบอัตโนมัติ จะมีทั้งชื่อโรง ชื่อหนัง และรอบให้ผมเลือกทำด๋อยอะไร หากเขาไม่สามารถจองให้ผมได้

แต่สรุป ผมก็ต้องติดต่อทาง Direct Line เอง (เธอขอไปปรึกษาผู้จัดการ หายไปนานมาก ราวๆ 6 นาที) แต่ Call Center ใจดี เขาจะให้ทางสาขาติดต่อผมมาเอง … แต่ปัญหาก็เกิด เพราะ truemove H ดันล่ม (ผมรู้ได้เลยว่าล่ม เพราะทั้ง 2 เบอร์ผม สัญญาณดับพร้อมกัน) ไปพักนึงโดยผมไม่รู้ตัว ผมเลยต้องโทรไปแทน … ติดต่อสาขาไม่ยาก โทรแป๊บเดียวติดเลย พนักงานพยายามให้ความช่วยเหลือดีมาก แต่ด้วยนโยบาย ที่ไม่ให้เลือกที่นั่งได้มากนัก ผ่านทางโทรศัพท์ (เข้าใจว่า เพื่อกระตุ้นให้คนไปจองผ่านเน็ตและชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเลย) ก็เลยช่วยอะไรผมไม่ได้มากนัก ผมเลยตัดสินใจ จะพยายามที่จะจองผ่านอินเทอร์เน็ตอีก 2 ครั้งแทน

 

ความพยายาม 2 ครั้งสุดท้ายไม่สัมฤทธิ์ผล

แม้จะลองอีก 2 หน แต่สุดท้าย ก็ไปตายตรงที่หน้าชำระเงินอยู่ดี … หมดความอดทนแล้วครับ ดูเหมือนว่าแผนการดูหนังชิลๆ ในวันหยุด จะทำให้ผมหงุดหงิด อารมณ์เสีย (จนต้องมาระบายบนบล็อกนี้) ซะมากกว่า และหมดเวลาชีวิตไปราวๆ 40-50 นาที เพื่อพยายามจะเสียเงิน 380 บาท เพื่อจองตั๋วหนัง ที่เข้าโรงไปแล้วเกือบเดือน 2 ใบ (และอาจจะต้องไปจ่ายค่าน้ำและป๊อบคอร์นที่ราคาคูณ 3 แบบที่ @KongMeangRyu เขาแซวมาด้วย)

ผมยอมแพ้ครับ เพราะถ้ามันมีที่นั่งว่างให้ผม แต่ผมไม่สามารถจองได้ แม้ผมยินดีที่จะจ่ายเงินแล้วก็ตาม ผมว่า ผมเอาเวลาของชีวิตมาทำงานดีกว่า ได้เงินด้วย ไม่เสียเงิน … แล้วเย็นนี้ผมก็ไปเดิน Window Shopping กับแฟน ไปเดิน Banana IT เล็งๆ สเปกคอมฯ ที่จะซื้อมาทำ Server ง่อยๆ ในบ้านซักเครื่องแทน น่าจะดีกว่าเนอะ

 

ข้อคิดจากเรื่องนี้

จากประสบการณ์ตรง ผมยิ่งมั่นใจว่าที่ธุรกิจภาพยนตร์มันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่เพราะสามารถดาวน์โหลดหนังจาก Bittorrent มาดูกันฟรีๆ ได้หรอกนะ … อันนั้นมันส่วนหนึ่ง เพราะโหลดฟรี ดูได้ทั้งบ้าน หรืออาจจะซื้อเป็น Bluray หรือ DVD มาดู ราคาประหยัดกว่า ดูได้ทั้งบ้านเช่นกัน ส่วนตั๋วหนัง เริ่มต้นก็เกือบสองร้อยบาทแล้ว ดูกันกับแฟนสองคน ก็เกือบสี่ร้อยบาท

แต่ประสบการณ์ในการดูหนังโรง มันก็ดีกว่าดูที่บ้านจริงๆ … อันนี้ต้องสัมผัสเอง … และแม้ป๊อบคอร์นกับน้ำอัดลมจะโคตรแพง แต่มันก็เป็นอุปกรณ์เสริมที่ได้บรรยากาศดี เรียกว่าถ้าไม่เดือดร้อนมาก และหนังมันดีจริงๆ ก็น่าจะมาดูโรงครับ

แต่ปัญหาหลักคือ เมื่อการมาดูโรง ที่ต้องจ่ายแพงพอสมควรแล้ว ยังต้องมาเจอประสบการณ์แย่ๆ ในการซื้อตั๋วหนัง หรือจองตั๋วหนังอีก แบบนี้มันทำให้ความรู้สึกว่า แล้วทำไมเราต้องมาหาเรื่องทั้งเสียเงิน ทั้งหงุดหงิดด้วยล่ะ?!? จริงไหม

 

สิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้

ก็บล็อกตอนนี้ไง (ฮา)

 

หมายเหตุ

  • เหตุการณ์ข้างต้นเป็นเหตุการณ์จริง เกิดขึ้นกับผมจริง ไม่ใช้สลิง ไม่มีตัวแสดงแทน แต่ผมใช้ชื่อสมมติล้วนๆ … ใครจะกินปูนร้อนท้อง ก็เป็นเรื่องของเขา
  • เผื่อทาง มายอซีนีเป็ด มาเห็นเรื่องนี้เข้าแล้วอยากติดต่อกับผม … ไม่จำเป็นครับ ไม่ต้อง ผมแค่แชร์ประสบการณ์ของผมให้คนอื่นๆ (ที่อาจจะเป็นลูกค้าของคุณ หรืออาจจะเป็นลูกค้าในอนาคตของคุณ) ได้อ่าน ไม่ต้องมาเคลียร์อะไรกับผม เอาเวลาไปปรับปรุงบริการของคุณที่จะให้กับลูกค้าคนอื่นดีกว่า มันดีกว่าเอาเวลามาเสียกับผม ที่เป็นลูกค้าที่เสียความรู้สึกไปแล้ว และหมดอารมณ์ที่จะเป็นลูกค้าของคุณไปแล้วเยอะ
  • ใครเจอประสบการณ์คล้ายๆ ผม จะมาแชร์ที่ Comment ก็ได้ ดราม่าได้แต่พองาม แต่อย่าให้เกินเลย ขอสงวนสิทธิ์ Edit หรือ Delete คอมเม้นต์ตามสมควร

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

18 Responses

  1. kungx says:

    จริงมาก จองหนังออนไลน์ระบบไม่ค่อยได้เรื่องเลย
    เอาจริงๆแล้วก็จ่ายแพงกว่าไปจองหน้าเค้าเตอร์อีก
    เพราะหน้าเค้าเตอร์ใช้บัตรลดได้ (ราคานักศึกษา)

  2. Khonsankala says:

    อยากชวนมาลองใช้บริการที่มาเลย์ดูครับ ได้ทั้งผ่านเวปและแอพบนมือถือ ได้ทั้งโรงใน KL และต่างจังหวัด ถ้าผ่านแอพก็สแกนบาร์โคดก่อนเข้าโรงได้เลย จองล่วงหน้าได้เป็นอาทิตย์ด้วยครับ สะดวกมาก

  3. iheresss says:

    ผมใช้ระบบจองตั๋วออนไลน์ของอีกเจ้าหนึ่ง ใช้ gateway ของกสิกรไทย ดีกว่าเยอะเลยครับ (ไม่รู้เพราะว่าบัตรเครดิตผมเป็นกสิกรเหมือนกันรึเปล่านะ)

  4. khai says:

    เคยเจอแบบนี้เหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่ที่จองที่มาก็สามารถเข้าจองที่ได้ปกติครับ บางครั้งผมใช้สิทธิ์ AIS ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ก็ยังสามารถเข้าระบบไปจองที่ได้ สำหรับตอนที่เจอปัญหาแบบนี้ผมก็ไม่พยายามทำรายการ แต่ออกจากบ้านไปที่โรงหนังเลย โชคดีที่บ้านใกล้รถไฟฟ้าก็เลยไปง่ายหน่อย

  5. GigMePlz says:

    ระบบจองตั๋วหนังของไทยล่าหลังมานานแล้วล่ะครับ 10 ปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น เคยเจอกับตัวเองเลย เช่น จะจองหนังล่วงหน้า เลือกโรงเลือกที่นั่ง แต่ทำไม่ได้ สอบถามที่โรงได้คำตอบว่า ต้องเช็คหนังเช็ครอบวันต่อวัน ส่วนสมัยนี้ดีขึ้นมานิดนึง มีหนังโชว์ให้ดูว่าพรุ่งนี้จะฉายอะไรโรงไหน แต่… อย่าไว้ใจ เพราะวันรุ่งขึ้นโรงหนังพร้อมที่เปลี่ยนแพลนจากที่ตั้งไว้ได้ตลอดเวลา เคยเช็ครอบของ Major ไว้ พอวันรุ่งขึ้น จะไปดูโรงนั้นเป็นหนังเรื่องอื่น และหนังที่จะดู ไม่มีรอบที่เราจะไปดู สอบถามทาง Major ได้คำตอบที่น่าเบื่อคือ ลูกค้าต้องโทรมาเช็คโปรแกรมแบบวันต่อวัน แล้วจะมีรายการหนังโชว์ล่วงหน้าทำไมละเนี่ย อารมณ์เสียเพราะระบบที่ไม่เป็นระบบตามเคย และที่สำคัญไปแวะดูหนังที่ Seacon เจอพนักงานหญิงบริการเหมือนลูกค้าไปขอดูหนังเค้าฟรี พูดจาไม่ดีมากๆ นึกว่าเราเจอคนเดียว ระหว่างรอดูหนังที่จองไป เจอคอมเมนต์ใน Four Square แถมถ่ายรูปพนักงานคนนั้นโพสไว้ด้วย เห็นแล้วต้องทำใจ เพราะโรงหนัง Major ที่ Seacon เจ้าที่ของเค้าแรงจริงๆ – -“

  6. นิวเคียร์ says:

    เคยเจอประสบการณ์แย่ๆๆๆกับแบ๊งกุงปี๋เหมือนกัน
    ไม่เคยคิดใช้บริการแบ๊งนี้อีกเลย

  7. GMThink says:

    ไหนก็ไหนๆ ขอพูดเรื่อง ธ.กุงปี๋ หน่อยครับ

    สำหรับกุงปี๋ออนไลน์ ในกรณีที่เราลืมรหัสผ่าน มันจะมีวิธี reset รหัสผ่านอยู่ 2 วิธีคือ
    1. รีเซตออนไลน์บนเว็บได้เลย
    2. กรอกแบบฟอร์มบนเว็บแล้วปริ้นเอกสารพร้อมถ่ายสำเนาบัตรปชช.กับสำเนาสมุดคู่ฝากไปยื่นเรื่องที่สาขา

    ข้อแรกฟังเหมือนจะดูดีนะครับ แต่วิธีคือ เราต้องตอบคำถามลับทั้ง 2 ข้อ ที่เราได้ตั้งและตอบไว้ตอนเราสมัคร… ถามจริงๆ ใครจำได้บ้างครับ? แทบจะไม่มีใครจำกันหรอกครับ คือมันปลอดภัยดีนะครับ ดีเกินไป น่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย?

    สำหรับข้อ 2 เป็นวิธีที่โบราณและไม่สะดวกเอามากๆ(แต่ก็จำเป็นครับ เพราะเป็นตัวเลือกสุดท้าย) คุณต้องกรอกแบบฟอร์มพร้อมตั้งรหัสผ่านใหม่ ปริ้นฟอร์มพร้อมหลักฐานข้างต้น ไปยื่นที่สาขาเอง รอ approve ประมาณ 7-14 วัน! แล้วระบบจะส่งอีเมล์แจ้งเราว่า approve แล้วนะ เชิญกลับไปใช้งานได้ … ปัญหาแรกคือฟอร์มที่จะปริ้นออกมา ฟอนต์เป็นสีเทา! และตัวเล็กมาก ปริ้นออกมามองแทบจะไม่เห็นแล้ว แถมโลโก้ธนาคารกินพื้นที่มาครึ่งกระดาษ(A4) เบียดเนื้อหาข้างล่าง(ซึ่งมีนิดเดียว)ไปอีกหน้านึงเลย อีกปัญหาคือกำหนด worstcase ของระยะเวลา approve นานมาก ผมอ่านเจอแล้วอึ้งเลย นี่มันจะเกิดมาเป็น online banking ทำไมครับ(แต่ที่ผมไปทำก็แค่วันเดียวนะ หลังจากส่งเอกสาร)

    และขอเทียบกับ K-Cyber banking(ธ.กสิกรไทย) ในกรณีที่เราลืมรหัสผ่าน วิธีแก้ปัญหาสถานเดียวคือต้องโทรไป call center ตอบคำถามต่างๆ(เกี่ยวกับบัญชีของเรา)เพื่อยืนยันตัวเรา พอผ่านแล้ว เขาจะส่งรหัสชั่วคราวมาที่อีเมลของเราทันที แล้วระบบจะแจ้งให้เราเปลี่ยนรหัสใหม่เมื่อเรา login แล้ว ดำเนินการทั้งหมดอย่างมากไม่เกิน 10 นาทีครับ

    นี่เอามาเทียบกันเพื่อให้เห็นความแตกต่างแบบชัดเจนว่ากระบวนการของ 2 ธนาคารนี้ต่างกันแบบสุดขั้วแค่ไหน(ส่วนของธนาคารอื่นผมไม่รู้ครับ ผมยังไม่เคยใช้) ใครสังกัดที่ไหนก็ไม่ว่าอะไรครับ คนทำระบบเขาคงมีเหตุผลของเขา แต่เป็นผม ขอเลือกวิธีที่ง่ายและสะดวกมากกว่าครับ ไหนๆจะใช้ online banking เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงินแล้ว ก็ขอใช้ให้มันสมน้ำสมเนื้อกับเป้าหมายที่มันเกิดมาซะหน่อย 🙂

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบแนวคิดของการรีเซ็ตแบบออนไลน์ด้วยการตอบคำถามลับเลยครับ ไม่ปลอดภัยอย่างแรง (เพราะบางคนอาจตั้งคำถามตอบง่าย หรือคำถามที่คำตอบสามารถค้นหาได้ผ่าน Google หรือ Social Network ต่างๆ) ส่วนกนณีที่ 2 เรื่องที่ ธ.กุงปี๋ เขาทำ ผมก็เห็นด้วยว่า เอิ่ม จะโบราณไปไหน … K-Cyber Banking เท่าที่ผมอ่าน มันก็โอเคนะครับ แต่ผมก็ว่ายังไม่ปลอดภัยมากเท่าไหร่ เพราะถ้าเกิดสามารถตอบคำถาม Call Center ได้หมด แถมยังแฮกเมล์เราได้อีก ก็มีโอกาสโดนเอาได้ครับ

      ผมชอบของ KTB มากที่สุด ลำบากนิดหน่อย เพราะต้องไปทำที่ธนาคารสถานเดียว แต่เขาจะ Reset รหัสผ่านให้เราได้เลย แล้วเราก็รีบเปลี่ยนรหัสผ่านอีกที ใช้เวลาที่ธนาคารไม่ถึง 10 นาทีเช่นกัน (แต่อาจต้องรอเข้าคิวหน่อย) … ผมชอบแบบนี้มากกว่านะ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ต้องเน้นอำนวยความสะดวกมาก ขอเน้นไปทางปลอดภัย และมั่นใจว่าไม่มีใครที่จะเข้าไปรีเซ็ตรหัสผ่านได้จริงๆ … แต่วิธีของ KTB ก็มีช่องโหว่เรื่องนึง คือ ตอนเจ้าหน้าที่ Reset รหัสผ่าน อีกคนที่จะรู้รหัสของเรา ก็คือเจ้าหน้าที่ที่ Reset ให้นี่แหละ

      แต่เห็นด้วยครับ ของ ธ.กุงปี๋ นี่โบราณจริงจัง (วิธีที่ 2)

      • Khonsankala says:

        ไม่รู้ว่าของบัวหลวงเป็นไงบ้าง ผมเคยใช้เมื่อหลายปีมาแล้ว วิธีการเหมือนข้อสองของกุงปี๋เลยครับ ไม่รู้เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปหรือยัง

  8. kungwan says:

    เพิ่งเจอมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เลยค่ะ เจอแบบเจ้าของกระทู้เปี๊ยบ มีปัญหาตอนจะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตคือจ่ายเงินไม่ได้ ลองอยู่ 4 รอบ ไม่ผ่านสักรอบ สุดท้ายตัดสินใจไปซื้อตั๋วที่หน้าโรงแทน

    • kafaak says:

      ยังดีฮะที่อดทนอดกลั้นไปซื้อตั๋วหน้าโรงได้ ผมเลิกเป็นลูกค้าไปเลย (ฮา)

  9. North4loor says:

    เคยซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นในไอโฟนครั้งเดียว ตอนนั้นจะดูเบรคกิ้งดอว์นพาร์ททูวันเสาร์แรกที่เข้าโรงด้วย ยังแอบคิดในใจว่าจะรอดไหม ปรากฏว่าครั้งเดียวผ่านฉลุย แอบชื่นชมเมเจอร์ในใจ แต่พอได้มาอ่านในนี้รู้เลยว่าวันนั้นคงโชคดีระบบทุกอย่างสมบูรณ์ … ส่วนตัวคิดว่าจายผ่านบัตรเครดิตน่าจะฉลุยสุดเลยถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องเกทเวย์ที่ล่มบ้างบางครั้งมเคยเจอของ TMB ก้อล่ม KBANk ก้อเคยเจอล่ม ก้อต้องทำใจร่มๆกันไป

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัวผม ผมเจอปัญหากับทุกค่ายหนังเลย -_-” เลยคิดว่า ชีวิตนี้ดวงคงไม่เหมาะกับการดูหนังโรง (ฮา)

  10. Rang says:

    ค่าดูหนังในโรงสมัยนี้มันโหดจริงๆ

  11. Chocolove says:

    ถ้าใครใช้ระบบแอนดรอยลองโหลด AIS mPAY MasterCard มาใช้ดูค่ะ จองตั๋วหนังแล้วยังมีโปรแถมป๊อบคอร์น ด้วยค่ะ

  12. liverpool says:

    พูดถึงระบบการจองตั๋วหนังสมัยนี้ของในเครือ Major ที่เป็นระบบใช้บัตร Mcash ในช่วงแรกๆ ทำผมหัวเสียมากมายเลยกับการที่จะดูหนังเรื่องนึง เพราะสมัยก่อนแค่เราไปต่อคิดแล้วจ่ายเงินสดก้อได้ตั๋วหนังแล้วไม่ต้องทำอะไรมากแต่เดี๋ยวนี้ต้องมาทำบัตรก่อนแล้วเติมเงินในบัตรแล้วถึงจะไปทำรายการในตู้จองตั๋วหนังได้รู้สึกว่ามันแลดูยุ่งยากหลายขั้นตอนกว่าจะได้ตั๋วหนังมาสักใบมันอารายกันนักหนาแถมบัตรที่ใช้รูดจ่ายค่าตั๋วหนังใช้ได้แค่สองแบบเท่านั้นด้วยนะคือบัตร Mcash กับบัตรเครดิต บัตรเดบิตใช้ไม่ได้อีกไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะต่างกันตรงไหนมันก็ใช้รูดจ่ายค่าตั๋วหนังได้เหมือนกัน แต่ในที่สุดแล้วถ้าเราจะดูหนังของเค้าเราก็ต้องจำเป็น (จำใจ) ทำตามระบบขั้นตอนของเค้าจนมาทุกวันนี้ผมเริ่มชิน (ชา) และรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติไปแล้วถ้าจะไปดูหนังในเครือของ Major ต้องทำใจและรับได้กับระบบนี้

  13. liverpool says:

    เมื่อครั้งที่แล้วได้เข้ามาระบายเรื่องของการจองตั๋วหนังของเครื่อ Major แต่วันนี้เป็นเรื่องดีๆของการจองตั๋วหนังคับพอได้ผมได้ลองใช้วิธีการจองผ่าน App Mpay MasterCard คราวนี้สะดวกเลยคับไม่ต้องไปต่อแถวไม่ต้องไปเสียจิต (จิตตก) กับการจองตั๋วหน้าโรงหนังอีกต่อไปแล้วคับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: