[Advertorial] HP Premium Care Pack เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และ ไร้กังวล

สิบปีที่แล้ว เราได้เห็นธุรกิจเริ่มนำไอทีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานกัน แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง ไอทีจึงเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่แต่เฉพาะในธุรกิจใหญ่ๆ … สิบปีผ่านไป เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นไปมาก และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ธุรกิจต่างๆ สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น แต่ปัญหายังไม่คลี่คลาย ธุรกิจที่มีขนาดเล็ก ยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านไอทีได้มากนัก ไม่สามารถจ้างพนักงานไอทีมาประจำการเพื่อช่วยแก้ปัญหาได้ … และนี่คือที่มาของ HP Premium Care Pack ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้

 

เริ่มต้นที่ 990 บาท คุณก็วางใจเรื่องการซ่อมบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ HP ได้

สำหรับธุรกิจที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กของ HP นั้น หากซื้อบริการ HP Premium Care Pack แล้ว ก็เสมือนหนึ่งมีทีมไอทีประจำบริษัทละครับ เกิดปัญหาปุ๊บสามารถติดต่อทีมให้บริการสนับสนุนได้เลยครับ โทรฟรีด้วย ตลอดช่วงเวลาที่น่าจะเป็น Office Hours ของบริษัททั่วไปเลย (จันทร์ – เสาร์ เวลาแปดโมงเช้าถึงสามทุ่ม)

นอกจากนี้ ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือแบบถึงลูกถึงคน ก็มีบริการนอกสถานที่ ที่พร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาถึงที่ออฟฟิศเลยครับ และมั่นใจได้ถึงความครอบคลุมในการให้บริการ เพราะ HP มี Partner เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น Adobe, AMD/ATI, Citrix, Hitachi, Intel, Intervider (Corel), McAfee, Microsoft Office, Microsoft Windows, Norton Internet Security, NVIDIA, Red Hat, Roxio (Rovi), Seagate, Skype Sonic (Rovi), Sun Java, หรือ Western Digital … เรียกว่า จะซอฟต์แวร์ (Microsoft, Adobe, Red Hat, Sun Java) หรือฮาร์ดแวร์ (AMD, Intel, Hitachi, NVIDIA, Western Digital) จะเป็นด้าน Productivity (Microsoft Office, Adobe) หรือ Security (McAfee, Norton Internet Security) นี่ ให้บริการสนับสนุนได้หมด

 

ความเสียหายจากอุบัติเหตุก็สำคัญ

อุบัติเหตุ แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่มันก็เกิดขึ้นได้ และเกิดขึ้นที บางครั้งก็สร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอย่างมาก … ยิ่งเครื่องคอมพิวเตอร์มีโอกาสเคลื่อนย้ายที่บ่อย ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มาก ไม่ว่าจะเป็น ลืมเอาไว้ในรถยนต์แล้วจอดรถตากแดดไว้ (บ้านเราอากาศเย็นๆ ซะที่ไหนล่ะ) หรือ เผลอทำตกหล่นขณะกำลังพกไปนำเสนองานลูกค้า อะไรแบบนี้เป็นต้น แล้วไอ้อุบัตเหตุพวกนี้ มันก็จะอยู่นอกเหนือการรับประกันทั่วไปซะด้วยสิ … แถมความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มักมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง

แต่ HP Premium Care Pack มีบริการ ประกันความเสียหายจากอุบัติเหตุ (ADP) ให้เลือกซื้อเพิ่มด้วยนะครับ จ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่เหมือนกับการประกันอุบัติเหตุของคนเรานี่แหละ เมื่อเกิดขึ้นมาจริงๆ เราก็มั่นใจว่าเราจะได้รับการซ่อมแซมที่รวดเร็ว และไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับบริษัทมาก

(หมายเหตุ: อะไหล่ที่เสียหายจากอุบัติเหตุที่จะเปลี่ยนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ครั้งในรอบ 12 เดือน โดยเริ่มจากวันที่ Care Pack รับประกัน และหลังจากนี้จะมีค่าใช้จ่ายของค่าแรงและอะไหล่ ถ้ามีอะไหล่ที่เสียหายจากอุบัติเหตุขึ้นอีก)

 

ฮาร์ดดิสก์เสีย เอาไปซ่อม แต่อยากเก็บฮาร์ดดิสก์ไว้ HP จัดให้ ด้วยประกันเก็บรักษาสื่อบันทึก (DMR)

ถ้าเครื่องไม่มีประกัน เวลาฮาร์ดดิสก์เสีย ก็คือซื้อใหม่คุ้มกว่า … แต่ถ้ามีประกัน ก็สามารถส่งเคลมได้ แต่ก็ต้องเอาฮาร์ดดิสก์เก่าที่พังคืนเขาไปนะ แต่ปัญหาคือ ถ้าเกิดคุณมีข้อมูลความลับมูลค่าพันล้านอยู่ในนั้นล่ะ? การจะไปลบข้อมูลพวกนั้นทิ้งก็คงทำไม่ได้ เพราะมันเปิดไม่ติดแล้ว จะไปเอาแม่เหล็กไปแปะ (ฮาร์ดดิสก์ไม่ถูกกับแม่เหล็กอย่างแรง แปะปุ๊บเจ๊ง ข้อมูลหาย) ก็ไม่ได้อีก เพราะจะกลายเป็นว่าเสียเพราะความจงใจของเราเอง … แล้วจะเอายังไงดี?

HP Premium Care Pack นั้นมีการประกันเก็บรักษาสื่อบันทึกที่ได้รับความเสียหาย (DMR) เพื่อให้คุณสามารถเก็บฮาร์ดดิสก์ที่เสียหายนั้นไว้ได้ (จะเอาไปต้มยำทำแกงอะไร เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่มีสิทธิ์ถูกกู้ขึ้นมาได้อีก ก็เรื่องของคุณแล้ว) แม้ว่าคุณจะส่งเคลมเพื่อซ่อมแซม

แต่ทั้งหมดที่พูดถึงไปนั้น … คุณไปอ่านรายละเอียดเอาจาก Facebook Fan Page ของ HP Thailand ก็ได้อ่ะนะ แต่มันมองไม่เห็นภาพว่า แล้วจริงๆ มันจะมีประโยชน์อะไรกับพวก SMEs (โดยเฉพาะ Small Business) กันแน่ … ลองมาดูสถานการณ์จำลองที่ผมจะยกตัวอย่างให้อ่านต่อไปนี้

 

ต่อไปนี้ เป็นสถานการณ์จำลองล้วนๆ หากชื่อของตัวละคร หรือ สถานที่ไปพ้องกับบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญนะครับ
สถานการณ์จำลอง 1: ก๋วยเตี๋ยวเจ๊ติ๋มปากซอย เกิดอยากใช้ไอทีมาช่วยบริหารจัดการ
เจ๊ติ๋มขายเย็นตาโฟอยู่ปากซอย อยากจะเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ ประมาณว่าวันก่อน กาฝาก พาไปเปิดหูเปิดตากิน Sizzler แล้ว เห็นว่าคอมพิวเตอร์เอามาช่วยเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกดี อยากได้เอามาเก็บออเดอร์ลูกค้า เอามาวิเคราะห์ว่า วันๆ ลูกค้ากินอะไรมาก จะได้วางแผนซื้อพวกวัตถุดิบมาได้เหมาะสม

ความต้องการคือคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวแค่นั้นเอง แต่ทั้งเจ๊ติ๋มกับลูกชาย ไม่มีใครเก่งคอมพิวเตอร์ซักคน (แค่ใช้ได้ก็ดีแล้ว) จะไปจ้างพนักงานมาดูแลคอมพิวเตอร์เดือนละ 10,000 บาท ขั้นต่ำ (ถ้าหาได้) ก็ไม่คุ้ม (คุณคิดว่าคอมพิวเตอร์เจ๊งบ่อยซะที่ไหงน) ไอ้ครั้นจะเอาไปส่งร้านคอมฯ ในละแวกใกล้ๆ ก็ไม่มีห้างไอที หรือร้านคอมฯ อยู่เลย ไปทีนึงเสียทั้งค่ารถ ต้องปิดร้าน แถมยังโดนค่าบริการพื้นฐาน 300 – 500 บาท/ครั้งก่อนเลย

ถ้าซื้อแพ็ก HP 3-year Premium Care Desktop Service ละก็ เสียเงินแค่ 990 บาทสำหรับระยะเวลา 3 ปี หารแล้วเหลือค่าใช้จ่ายปีละ 330 บาทเอง ถูกกว่าประกันชีวิตเยอะ แค่นี้เจ๊ติ๋มก็สบายใจแล้วว่าเกิดปัญหา มีคนช่วยแน่นอน (บางทีปัญหามันแค่ปัญหาด้านซอฟต์แวร์ โทรคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ แล้วให้เขาช่วยเหลือทางโทรศัพท์มันก็พอแล้ว)

 

สถานการณ์จำลอง 2: ร้านอินเทอร์เน็ตท้ายซอย

ได้ข่าวว่าจะมีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่มาเปิดท้ายซอย จะมีเครื่องคอพพิวเตอร์ประมาณ 10 เครื่อง กลุ่มเป้าหมาย เด็กๆ ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในซอยนี่แหละ  … แน่นอน รายได้ไม่มากพอที่จะมาจ้างพนักงานไอทีมาดูแลหรอก ต่อให้รู้จักกับน้องคนนึงที่เรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความรู้คอมพิวเตอร์ในระดับดีทีเดียว แต่ปัญหาก็คือ ค่าตัวน้องเขาก็ไม่ได้ถูกๆ นะ เขาขอเดือนละ 4,000 บาท และไม่ได้มาประจำทุกวันนะ ทำได้แค่โทรไปให้เขาเข้ามาตอนมีปัญหาเท่านั้นเอง … แถมเวลาอุปกรณ์ชำรุด น้องวิทยาการคอมพิวเตอร์ก็ซ่อมให้ไม่ได้อีก ต้องหิ้วไปร้านเสียเงินเพิ่มอยู่ดี

เช่นเคย เสียเงินซื้อแพ็ก HP 3-year Premium Care Desktop Service นี่ 10 เครื่องโดนแค่  9,990 บาท ก็ได้ความช่วยเหลือจาก HP เป็นเวลา 3 ปีแล้ว เฉลี่ยแล้วปีหครึ่งเสียเงินแค่ 3,330 บาทเท่านั้นเอง ถูกกว่าค่าตัวน้องวิทยาการคอมพิวเตอร์อีก แถมอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ก็ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซมได้ด้วย

 

สถานการณ์จำลอง 3: ลูกยังเล็ก แต่อยากให้พกโน้ตบุ๊ก หัดใช้งานให้คุ้นชิน

ผมอิจฉาเด็กๆ สมัยนี้นะ เดี๋ยวนี้อยู่ ป.4 ก็มีโน้ตบุ๊กใช้แล้ว (สมัยผมยังเด็กๆ ต้องนู่น ป.6 กว่าจะได้ใช้คอมพิวเตอร์ … ระบบ Netware ด้วย … ใครเกิดทันบ้าง?!?) แต่ปัญหาก็คือ เด็กๆ นั้นยังรักษาข้าวของได้ไม่ค่อยดีเท่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ เท่าไหร่ อยู่มาวันดีคืนดี ใช้งานเล่นเกม Angry Birds บน Facebook อยู่ดีๆ เกิดอินกับเกมมากไปหน่อย ปัดโน้ตบุ๊กตัวเก่งตกลงมาดังกร๊อบ (อูยยยย)

HP 3-year Premium Care ADP Notebook Service สนนราคา 3,490 บาท สำหรับ Notebook B,P,W,M series ที่ซื้อมา ทำให้เราเบาใจว่า อย่างน้อยๆ เราก็มีประกันอุบัติเหตุ ประหยัดไปได้เยอะทีเดียว

 

เห็นภาพไหมครับ ว่า HP Premium Care Pack นั้น ช่วยประหยัดเงินให้กับเรา ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงได้ยังไง และในธุรกิจเล็กๆ ที่ทุนทรัพย์น้อย ก็ยังสามารถได้การบริการคุณภาพดี ภายในค่าใช้จ่ายที่ไม่โหดร้ายจนทำร้ายธุรกิจของเราด้วย

 

โดยภาพรวมของ HP Premium Care Pack

คุณซื้อคอมพิวเตอร์มา มันมีค่าใช้จ่ายอยู่แล้วครับ ที่เขาเรียกว่าค่าเสื่อมราคาไง (ซึ่งพอจะขายมือสองแล้ว มูลค่าของคอมพิวเตอร์ก็จะลดลง) แต่ค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อมบำรุงก็ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ เพียงแต่ใครโชคดี ใช้งานแล้วไม่เจอปัญหา ก็ประหยัดเงินในส่วนนี้ไป แต่ใครโชคร้าย เจออุบัติเหตุบ่อย หรือใช้งานแล้วเกิดปัญหาบ่อย ก็จะเจอค่าใช้จ่ายส่วนนี้อ้วกเลย … สำหรับคนธรรมดาแล้ว บางคนอาจจะเลือกเสี่ยงดวงเอา ถ้าเจอปัญหาก็ถือว่าซวยไป แบบนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา … แต่สำหรับธุรกิจ คุณจะมาเสี่ยงดวงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้น หากเป็นลูกค้าคอมพิวเตอร์ของ HP อยู่แล้ว การเลือกซื้อ HP Premium Care Pack น่าจะเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณของบริษัท ในเรื่องการซ่อมบำรุงได้ในระยะยาวนะครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: