ขับรถท่องไปแบบ Like a Boss … รีวิว Garmin Nuvi 2575

 

โดยส่วนตัว ผมว่ามันหมดยุคของการมานั่งกางแผนที่แล้วละครับ เดี๋ยวนี้ถ้าจะไปไหนมาไหนที่ไม่เคยไปมาก่อน อุปกรณ์จำพวก GPS Navigator ราคาก็ไม่ได้แพงมากมายอะไรแล้ว มีติดไว้ซักเครื่องในรถก็ไม่เลว จริงไหมล่ะครับ … แต่คำถามคือ แล้ว GPS Navigator ที่วางจำหน่ายแบบติดตั้งในรถ กับที่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้น มันแตกต่างกันตรงไหน? มันคือคำถามที่ผมเองก็อยากรู้ตอบเหมือนกัน และพอดีเลย เพิ่งได้ Garmin Nuvi มาทดสอบพอดี ฉะนั้น เราไปร่วมหาคำตอบพร้อมๆ กัน

ลองดูรูปร่างหน้าตา

หน้าตาของ Garmin Nuvi ตัวนี้ก็ประมาณ GPS Navigator ทั่วๆ ไปครับ ดูแล้วไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษครับ หน้าจอเป็นแบบสัมผัส ขนาด 5 นิ้ว ดูเต็มตาดี ความละเอียดไม่สูง ไม่น่าแปลกใจ เพราะมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการอ่านโน่นนี่นั่นอยู่แล้ว

 

ด้านหน้าของ Garmin Nuvi 2575 จอขนาด 5 นิ้ว

 

ด้านหลังของ Garmin Nuvi 2575 มีลำโพง และช่องสำหรับต่อเสาอากาศภายนอก (กรณีที่กลัวเสาอากาศทีวีที่มีมาให้ในตัวมันให้ภาพไม่ชัด)

 

ด้านหลังของ Garmin Nuvi 2575

 

ด้านบนของ Garmin Nuvi 2575 มีเสาอากาศ และปุ่มเปิดปิดเครื่อง … มีร่องบุ๋มเล็กๆ ไว้ยึดกับตัวล็อกของ Car Holder

 

ด้านบนของ Garmin Nuvi 2575

 

ด้านล่างของ Garmin Nuvi 2575 เป็น Connector สำหรับต่อกับ Car Holder และมีพอร์ต Micro USB ตรงนี้ด้วย (ไว้ชาร์จแบตเตอรี่ของเครื่อง)

 

ด้านล่างของ Garmin Nuvi 2575

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีสล็อตใส่ MicroSD Card เอาไว้เก็บข้อมูลพวกวิดีโอที่อัดมาจาก Driving Recorder (อุปกรณ์เสริมจ้า)

 

ด้านซ้ายของ Garmin Nuvi 2575

 

 

ฟีเจอร์โดยคร่าวๆ ของ Garmin Nuvi 2575 ครับ

เผื่ออยากจะรู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง … ลองอ่านนี่เลย

  1. Text to Speech บอกชื่อถนน ซอย เป็นภาษาไทยได้
  2. myTrends กำหนดจุดหมายปลายทางจากพฤติกรรมของเจ้าของเครื่อง
  3. Custom Menu ให้เราปรับเปลี่ยนคำสั่งบนหน้าเมนูหลัก ให้เหมาะกับที่เราใช้บ่อยๆ ได้
  4. Route/Area Avoidance กำหนดเส้นทางที่เราต้องการหลีกเลี่ยงก่อนที่จะให้เริ่มนำทางได้ เวลานำทางจะได้ไม่พาไปแถวนั้น
  5. Prompted in calculation mode เลือกรูปแบบการนำทางได้ ว่าจะเอาแบบเน้นเวลา หรือ เน้นระยะทาง
  6. Search near center of map ค้นหาสถานที่ใกล้เคียงตำแหน่งปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
  7. Garmin Locate ค้นหาตำแหน่งจอดรถล่าสุดด้วยเครื่อง Garmin
  8. Route Planning วางแผนเส้นทางล่วงหน้า 100 เส้นทาง
  9. Where Am I? บอกตำแหน่งของเราเป็นพิกัดได้
  10. Trip Log บันทึกและแสดงเส้นทางที่เราไปมา
  11. Speed Limit เตือนความเร็วที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย
  12. Analog TV Tuner ดูทีวีระบบอนาล็อกได้ในตัว
  13. Driving Recorder  บันทึกการขับขี่เก็บไว้เป็นวิดีโอ … Video In ไว้ต่อกับกล้องมองหลังได้
  14. Bluetooth Hand Free support

และอื่นๆ อีกมากมาย (ไปถามตัวแทนขายแล้วกันนะพี่น้อง … มันเยอะ)

 

ดูทีวีได้

สำหรับบางคน การที่จะต้องพึ่งพา GPS Navigator อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เพราะนานๆ จะออกนอกเส้นทางที (แต่อยากมีไว้โก้ๆ หรือ เผื่อเหนียว) ก็มักจะเกิดคำถามว่า แล้วจะปล่อยให้ GPS Navigator ห้อยไว้เล่นๆ ไว้ทำไม?!? แต่เจ้านี่มีคำตอบครับ เพราะมาพร้อมกับ Analog TV Tuner ด้วย … แถมเวลาที่นำทางอยู่ ก็ยังสามารถเปิดทีวีดูได้ด้วย ฟังแต่เสียงบอกนำทางไป

 

ดูทีวีไป นำทางไปได้ เสาอากาศอาจจะเล็ก แต่ภาพก็พอไหวครับ

 

ถ่ายภาพย้อนแสง เลยทำให้ภาพดูมืดไปหน่อย เดี๋ยวไว้ดูรีวิวเอานะครับ … ตอนทดสอบนี่ก็เปิดนำทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไปพร้อมๆ กับเปิดดูโปเกม่อนทางช่องเก้าการ์ตูนด้วย … เสียงดังฟังชัดดี และเวลาถึงที่ที่ต้องเลี้ยว หรือ ต้องนำทาง ระบบก็จะปิดเสียงทีวีแล้วพูดนำทางไป

 

ลองใช้ Garmin นำทางกันจริงๆ

วันนี้วันเสาร์ ผมเลยนัดกับคุณแม่ไปเดินตลาดบางน้ำผึ้งกันครับ … เลือกสถานที่ที่ไกลจากบ้านพอสมควร และต้องผ่านโน่นนี่นั่น มีเลี้ยวไปเลี้ยวมา และที่สำคัญ เรารู้จักเส้นทางดี จะได้รู้ว่าตัว GPS Navigator รู้จักเส้นทางดีแค่ไหนด้วย เผื่อจะได้แกล้งเจ้า Navigator นี่ซะหน่อยด้วย โดยการเลือกเส้นทางที่มันไม่ได้แนะนำ แล้วดูว่าระบบจะสามารถคำนวณเส้นทางใหม่ได้เร็วแค่ไหน

 

ลองใช้ Garmin Nuvi 2575 นำทาง

 

เอาเป็นว่า แค่ออกจากบ้านก็แกล้งมันแล้วละครับ เพราะระบบบอกว่าให้ผมเลี้ยวขวา แล้วออกไปถนนใหญ่ (เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด และถนนใหญ่ ขับไปมาสะดวกสุด) แต่ผมเลือกที่จะไปอีกทางแทน (เป็นทางที่รถติดน้อยกว่า แต่ทางเล็ก และแคบ) … พอออกนอกเส้นทางไม่ถึง 50 เมตร ระบบคำนวณเส้นทางใหม่ แล้วแนะนำให้ผมไปอีกทาง ซึ่งอยู่ในทิศทางเดียวกับที่รถของผมมุ่งหน้าไป แต่ก็ยังเป็นเส้นทางใหม่ ที่แอบอ้อมไปนิดนึง แต่มันคือเส้นทางที่สั้นที่สุด ที่ถนนใหญ่ ไปมาสะดวก แต่นี่ก็ยังไม่ใช่เส้นทางที่ผมจะไปอยู่ดี ดังนั้น พอมันบอกให้เลี้ยวขวา ผมก็จัดเต็ม เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานอีกครั้ง … ไม่กี่สิบวินาทีต่อมา ระบบคำนวณเส้นทางใหม่ และนำทางไปยังเส้นทางที่ผมต้องการจนได้

ความประทับใจ ณ ตอนนี้คือ ระบบยอมแพ้เร็วดี พร้อมที่จะคำนวณเส้นทางใหม่ เพื่อให้เป็นเส้นทางที่เราตั้งใจจะมุ่งหน้าไป … ตรงนี้ผมชอบนะ เพราะโดยส่วนตัว ผมรำคาญโปรแกรมนำทางที่ไม่ยอมแพ้ซะจริงๆ ผมเคยเจอบางตัวนี่ ขนาดขับไปคนละทิศเป็นระยะเกือบสองกิโลเมตรแล้ว มันยังจะให้ผม U-Turn กลับไปทางที่มันคำนวณไว้ในตอนแรก … แอบแซวเรื่องนี้กับแม่ในรถ ขำกันสองคนแม่ลูก … แม่บอกว่า “เออ จริง ยอมแพ้เร็วแบบนี้แม่ชอบ” (ฮา)

 

ระบบแผนที่ของ Garmin Nuvi 2575 แสดงผล POI ค่อนข้างละเอียดดี

 

ตัวโปรแกรมนั้น ให้ข้อมูลค่อนข้างครบนะครับ ถึงทางออกคู่ขนานแล้ว ต้องอยู่เลนไหน มีบอกให้เรียบร้อยเลย ถึงแยกแล้วเลี้ยวไปทางถนนไหน หากมีป้ายบอก บนหน้าจอก็จะมีบอกด้วยว่าควรไปทางไหน (ทำเป็นรูปป้ายบอกทางเลยทีเดียว) เสียงคนนำทางค่อนข้างดังฟังชัดเลยครับ แต่ฟังแล้วแอบนึกว่าเป็นชาวดอยอ่ะ เพราะตอนผูกแต่ละพยางค์เข้าด้วยกัน มันไม่เนียนสมบูรณ์ เช่น ซอยเพชรหึงษ์ นี่ อ่านเป็น ซอย-เพ็ด-ชา-หึง แทนที่จะเป็น ซอย-เพ็ด-ชะ-หึง แบบออกเสียงอะกึ่งเสียง … แต่ก็ฟังชัดเจนดี และไม่ทำให้สับสนครับ

อีกจุดนึงที่ประทับใจคือ ระบบไม่พูดมากครับ บอกทางเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ … ผมเคยเจอโปรแกรม GPS Navigator บนสมาร์ทโฟนตัวนึง บอกทุกเลี้ยว ซ้ำไปซ้ำมา จนงง … เลี้ยวซ้ายแล้วเลี้ยวขวา เลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้ายแล้วเลี้ยวซ้าย … งงพะย่ะค่ะ … แต่ เจ้านี่ นอกจากจะไม่พูดมากแล้ว ยังรู้จักจังหวะพูดด้วย เช่น ระยะทางเหลือ 200 เมตรก่อนถึงทางเลี้ยวเหมือนกัน แต่หากขับด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันจะรอจนใกล้ๆ อีกนิด ค่อยบอกให้เลี้ยว แต่หากขับด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะบอกให้เตรียมเลี้ยวเลย

 

ขากลับบ้าน ทดสอบเทียบกับ Apple Maps

แม้ว่า Apple Maps จะเจอคนบ่นเรื่องบั๊กต่างๆ ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ถือเป็นบริการแผนที่นำทางฟรีที่สามารถใช้งานในเมืองไทยได้ และผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน ก็มีพร้อมใช้งานล่ะ ดูจากยอดขาย iPhone ในไทยนี่แหละ … ดังนั้น คำตอบของผม เกี่ยวกับการนำทาง เมื่อเทียบระหว่าง GPS Navigator แบบที่ออกแบบมาเฉพาะงาน กับที่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟน จะเป็นยังไง มันก็ดูจากตรงนี้แหละครับ

 

ให้ทั้ง Garmin Nuvi 2575 และ iPhone 5 นำทางไปเซ็นทรัลพระรามสอง

 

Garmin นำไปทางนึง ส่วน Apple Maps นำไปอีกที … อันนี้ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเพราะมันมีเส้นทางตรอกเล็ก ซอยน้อย ให้เลือกเยอะ และอัลกอริธึ่มในการเลือกเส้นทางมันแตกต่างกันนิดหน่อย … แต่สุดท้ายก็ไปโผล่ที่เดียวกันครับ … เท่าที่สังเกต เหมือน Garmin จะเลือกเส้นทางหลักมากกว่าซอยเล็กๆ แคบๆ ส่วน Apple Maps นั้นจะเน้นไปที่เส้นทางที่สั้นที่สุด (ผมไม่ปรับตั้งอะไรทั้งสิ้น เลือกให้ระบบใช้อัลกอริธึ่มในการเลือกเส้นทางแบบ Default เลย)

ในแง่ของความแม่นยำนั้น ต้องบอกว่า ทั้ง Apple Maps (อานิงสงส์จาก iPhone 5) นั้น แม่นพอๆ กับ Garmin เลยครับ … สลับกันแม่นกว่า แต่พิกัดต่างกันไม่เกิน 10 เมตรครับ (เป็นอะไรที่พอรับได้ทั้งคู่) แต่ถ้าต้องให้ฟันธง ผมต้องบอกว่า iPhone 5 พิกัดแม่นกว่าเป็นส่วนใหญ่ครับ เช่น ตรงแยกที่จะเลี้ยวเข้า ถ.สุขสวัสดิ์นี่ Apple Maps บอกว่า 0 เมตร (คือถึงแล้ว) แต่ Garmin ยังบอกว่าอีก 30 เมตร

 

อยู่ตรงแยกแล้ว Apple Maps บอก 0 เมตร ส่วน Garmin Nuvi 2575 บอก 30 เมตร

 

ในแง่ของการบอกทาง ผมชอบของ Garmin มากกว่า Apple Maps เพราะคำนวณความเร็วของรถ เพื่อชิงบอกเส้นทางก่อนที่จะถึงค่อนข้างจะดีกว่า คนขับได้โอกาสเตรียมตัวมากกว่า … นอกจากนี้ สำเนียงของ Garmin นั้นเป็นคนไทยกว่าครับ Apple Maps มันฝรั่งไปนิด (ถนนพระรามที่สอง Garmin อ่าน พระรามที่สอง ชัดเจน แต่ Apple Maps อ่าน พระรามที่ซ้อง … ฮา) … และแม้ว่าผมจะชอบ GPS ที่ไม่พูดมาก (คือ ไม่บอกข้อมูลมากเกินจำเป็น) แต่ Apple Maps นี่ก็เงียบเกิ๊น ช่วงนึงที่รถวิ่งมาถึงทางแยกที่จะขึ้นทางด่วนได้ Garmin จะคอยเตือนให้อยู่ทางขวาไว้ เพราะเราจะต้องขับตรงต่อไป แต่ Apple Maps นั้นละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเราจะต้องวิ่งตรงไปอีก 2.6 กิโลเมตร แล้วเข้าถนนพระรามที่สอง เลยไม่บอกอะไร … แบบนี้ผมว่า คนที่ไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นทางเนี่ย น่าจะชอบ Garmin มากกว่าครับ

 

Apple Maps มาติงต๊องตรงไม่รู้จัก U-Turn เกือกม้าหน้าเซ็นทรัลพระราม 2 เลยให้ไปอ้อมซะไกล

 

ฟันธงสุดท้าย Garmin รู้จักเส้นทางดีกว่า Apple Maps ครับ เพราะมันให้ขึ้น U-Turn เกือกม้าเข้าเซ็นทรัลพระรามสอง แต่ Apple Maps มันให้ผมไปอ้อมโลก U-Turn ตรงวงแหวนรอบนอกถนนพระรามที่สองซะงั้น อ้อมอีกราวๆ 7-8 กิโลเมตร (ไป-กลับ) เลยทีเดียว

 

Driving Recorder และ Video In

Garmin Nuvi 2575 มีอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจคือ Driving Recorder ครับ ติดร่วมกับ Car Holder แล้ว ดูเท่ห์ไปอีกแบบเลยละครับ (ผมไม่ได้อุปกรณ์เสริมมาทดสอบ เลยได้แต่พูดถึงเฉยๆ) เท่าที่ดู มันใช้ประโยชน์ได้จาก 2 เรื่องหลักๆ คือ การบันทึกการขับขี่แล้วบันทึกไว้ เกิดอุบัติเหตุมา เรามั่นใจได้เลยว่ามีหลักฐาน (ฮา) … อีกเรื่องนึงที่ช่วยได้ คือ การตั้งกล้องไปที่มุมบอดของสายตาคนขับ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาเพิ่มเติมให้เรา

 

ติด Driving Recorder กับ Car Holder ของ Garmin Nuvi 2575

 

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Video In ให้เราติดตั้งกล้องไว้ด้านหลังรถ แล้วต่อภาพจากกล้องมาโผล่ที่ Garmin Nuvi 2575 นี่ได้ … แม้รถของคุณจะไม่ใช่รุ่นหรูหราไฮโซ มีระบบกล้องด้านหลัง เราก็ทำเองได้ (ฮา)

 

คุณสมบัติ Video In ของ Garmin Nuvi 2575

 

บทสรุปของ Garmin

ถ้าเกิดจะใช้การนำทางด้วยระบบ GPS ของสมาร์ทโฟน คุณต้องมีสมาร์ทโฟนที่ดีๆ เชื่อมั่นได้ในพิกัด GPS ของสมาร์ทโฟนนั้น … ตรงนี้ผมได้ผลการทดสอบของสมาร์ทโฟนออกมาค่อนข้างดี เพราะใช้ iPhone 5 อ่ะนะ (ชิป GPS เขาดี) … นอกจากนี้ ยังต้องมีโปรแกรมนำทางด้วย ใครใช้ iPhone กับ iOS6 ก็โชคดีหน่อย ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม เพราะมีมาให้อยู่แล้ว แต่ใครใช้พวก Android นั้น Google Maps ยังนำทางไม่ได้ ต้องไปหาซื้อโปรแกรมนำทางมาเพิ่ม … และสุดท้ายก็คือแบตเตอรี่ ที่จะลดค่อนข้างฮวบฮาบ หากคุณไม่มีสายชาร์จและที่ชาร์จในรถมาด้วย ก็จะลำบาก

Garmin นี่สมกับที่ทำธุรกิจนี้มานานครับ … ทำระบบนำทางออกมาได้ดี มีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน และบันทึกจุดสนใจ (Point of Interest) ไว้ค่อนข้างละเอียดทีเดียว … แต่ข้อเสียของมันคือ การค้นหาสถานที่ ที่ผมว่ายังทำมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ เช่น ผมหาเซ็นทรัลพระรามสองไม่เจอ ไปค้นจากสถานที่ช้อปปิ้ง เลือกห้างสรรพสินค้าก็ไม่มี (แต่มีเซ็นทรัลพระรามสองเป็น POI บนแผนที่นะ) ระบบคีย์บอร์ดก็ใช้ยากไปหน่อย จริงๆ น่าจะปรับ Layout ให้เป็นแบบที่คนไทยคุ้นเคยมากกว่านี้ครับ

แต่นอกจากระบบนำทางที่ดี (โดยเฉพาะ การบอกทางที่ไว้วางใจได้) แล้ว การที่มาพร้อมกับ TV Tuner แบบอนาล็อก ก็ช่วยทำให้มันเป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์นำทางครับ เช้าๆ นี่เปิดข่าวทีวีฟังไปขณะขับรถ (ฟังนะครับ อย่าดู … ตามองถนนด้วย) ได้ด้วย และเท่าที่ทดสอบดู เสาอากาศก็ค่อนข้างชัดดี และจริงๆ แล้ว ตัวอุปกรณ์ Car Holder ของ Garmin ก็มีช่องสำหรับต่อเสาอากาศเสริมให้ด้วย เผื่อต้องการภาพชัดชัวร์ๆ ไง (ต้องติดตั้งเสาเองนะครับ)

 

หากสนใจ … ทาง Garmin บอกมาว่า

  1. ซื้อตอนนี้มีโปรโมชั่น อัพเดตแผนที่ให้ฟรีตลอดอายุการใช้งานของเครื่อง (ปกติ GPS Navigator ที่เป็นแบบนี้จะอัพเดตฟรีแค่ 1 หรือ 3 ปีอย่างมาก)
  2. สนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก http://www.gpssociety.com/TH/Pages/default.aspx
  3. สนนราคาของ Garmin Nuvi 2575 คือ 9,990 บาทครับ
  4. อยากซื้อ ไปหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, ซีเอ็ดบุ๊กเซ็นเตอร์ และ Garmin Showroom ที่ตึกสาทรนครชั้น 22

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. lulable says:

    อ๊ากกก กำลังจะซื้อรุ่นนี้พอดีเลย ขอบคุณมากคร้าบบบ

Leave a Reply

%d bloggers like this: