คู่ที่ 2 … iPhone 5 ปะทะ Samsung Galaxy Note II

 

ผมเพิ่งได้ iPhone 5 มาหมาดๆ (หลังจากก่อนหน้านี้ได้รีวิวไปแล้วอ่ะนะ) และก่อนหน้านี้ผมก็รีวิวเปรียบเทียบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy SIII ไปแล้วด้วย แต่ก็ยังมีคนถามผมต่อว่า แล้วถ้าเทียบกับ Samsung Galaxy Note II ล่ะ จะเป็นยังไงบ้าง … เมื่อมีคนขอมา ทำไมจะไม่ตอบสนองล่ะครับ ดังนั้นจะมัวช้าอยู่ไย ก็รีบไปหยิบมาเทียบกัน แล้วก็เอามารีวิวเปรียบเทียบกันแบบจุดต่อจุด แบบเดียวกับที่ผมได้ทำกับ Samsung Galaxy SIII ซะเลย ดังนั้น ถ้าจะอ่านบล็อกตอนนี้ ขอให้ทำใจเอาไว้ก่อนว่า มันยาวเอาเรื่องนะครับ

ก่อนอื่น ต้องเริ่มที่สเปกของทั้ง 2 รุ่นเทียบกันดูก่อนครับ

เผื่อใครไม่อยากอ่านยาวๆ … ผมสรุปให้ในย่อหน้าแรกนี่ก่อน … สเปกของ Samsung Galaxy Note II นั้น เหนือกว่า iPhone 5 ในแง่ของตัวเลขแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM, การรองรับ MicroSD Card และกล้องด้านหน้า

แต่ต้องขอออกตัวล้อฟรีสุดๆ ก่อนว่า สเปกอย่างเดียวมันไม่ใช่ทั้งหมดสำหรับประสบการณ์ในการใช้งานนะครับ พูดง่ายๆ Don’t judge the book by its cover นั่นเอง และโดยส่วนตัวของผม ผมมองว่าแต่ละตัวก็เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละแบบแตกต่างกันไปครับ

 

สเปก iPhone 5 Samsung Galaxy Note II
CPU A6 Dual-core 1.3GHz
(Geekbench อัพเดตซอฟต์แวร์แล้วพบว่าความเร็วของ CPU จริงๆ คือ 1.3GHz ไม่ใช่ 1.02GHz)
Exynos 4412 Quad-core 1.6GHz
 GPU น่าจะเป็น
3-core PowerVR SGX543MP3
Mali-400MP
 Display 4.0″ Retina Display
1136×640  พิกเซล (326ppi)
 5.5″ HD Super AMOLED
1280×720 พิกเซล
(267 ppi)
 Multitouch 11 จุด 10 จุด
 RAM 1GB 2GB
Internal Storage 16GB/32GB/64GB 16GB
External Storage ไม่รองรับ MicroSD สูงสุด 64GB
2G Model A1428
GSM/EDGE
(850/900/1900/2100MHz)
Model A1429 CDMA
CDMA EV-DO Rev. A/Rev B.
(800/900/1900/2100MHz)
GSM/EDGE
(850/900/1800/1900MHz)
Model A1429 GSM
GSM/EDGE
(850/900/1800/1900MHz)
GPRS/EDGE
850/900/1800/1900MHz
 3G Model A1428
UMTS/HSPA+/DC-HSPA
(850/900/1900/2100MHz)
Model A1429 CDMA
CDMA EV-DO Rev. A/Rev B.
(800/1900/2100MHz)
UMTS/HSPA+/DC-HSPA
(850/900/1900/2100MHz)
Model A1429 GSM
UMTS/HSPA+/DC-HSPA
(850/900/1900/2100MHz)
HSPA
850/900/1900/2100MHz
4G Model A1428
LTE (Bands 4 and 17)
Model A1429 CDMA
LTE (Bands 1, 3, 5, 13, 25)
Model A1429 GSM
LTE (Bands 1, 3, 5)
 ไม่รองรับ
WiFi 802.11a/b/g/n
Dual-band
802.11a/b/g/n
Dual-band
Bluetooth 4.0 A2DP 4.0 A2DP
กล้องหน้า  1.2 ล้านพิกเซล
วิดีโอ HD720p
  1.9 ล้านพิกเซล
วิดีโอ HD720p
กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล iSight
f2.4 aparture
พร้อม Flash
วิดีโอ 1080p 30fps
8 ล้านพิกเซล
f2.6 aparture
พร้อม Flash
วิดีโอ 1080p 30fps
คุณสมบัติกล้อง  Auto Focus
Tap to Focus/Exposure
Backside Illuminator
Face Detection
Panorama (iOS6)
 Auto Focus
Tap to Focus
Backside Illuminator
Face/Smile Detection
Panorama
Burst Shot
Face Tagging
Buddy Share
Scene Mode
Shooting Mode
ระบบปฏิบัติการ มาพร้อมกับ iOS6 Android 4.1 Jelly Bean
สัดส่วน 123.8 x 58.6 x 7.6 mm  151.1 x 80.5 x 9.4 mm
น้ำหนัก 112 กรัม 183 กรัม
Voice Command Siri S Voice
Cloud Storage iCloud Dropbox
Maps  Apple Maps by TomTom  Google Maps
SIM Card Nano SIM Micro SIM
Data Cable Lightning 8-pin Standard Micro USB
Social Media Twitter Integration
Facebook Integration
ด้วยคุณสมบัติของ Android จึงสามารถแชร์ไปยัง Social Media App ที่ติดตั้งไว้ได้หมด
แบตเตอรี่ 1,434mAh 3,100mAh
คุยสายต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง (2G/3G) 21 ชั่วโมง 40 นาที (2G)
11 ชั่วโมง 40 นาที (3G)
สแตนด์บาย 225 ชั่วโมง 590 ชั่วโมง
ราคา 16GB 22,900 บาท
(บน Apple Online Store)
16GB 22,900 บาท

 

อยากฟันธงว่าสุดท้าย คุณควรจะเลือกตัวไหน อ่านต่อไป …

 

รูปร่าง การออกแบบ ปัจจัยแรกที่หลายๆ คนใช้ตัดสินใจ

ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อย มองเรื่องของขนาดรูปร่างเป็นสำคัญแล้วนะครับ บางคนชอบแบบพอดีๆ มือ ใช้มือเดียวถนัดๆ น้ำหนักเบาๆ (พวกนี้ก็ไป iPhone 5) ส่วนบางคน (รวมถึงผม) ก็ชอบแบบจอใหญ่ๆ เห็นอะไรๆ เต็มตาดี พวกนี้ถ้าไม่ไปใช้ Android Smartphone ที่จอ 4.5 นิ้วขึ้นไป ก็จะเลือก Samsung Galaxy Note (I หรือ II) ไปเลย (ผมเคยเห็นคนใช้ Samsung Galaxy Tab 7.7 เป็นโทรศัพท์!!)

ใช่แล้ว ถ้าคุณมองแค่เรื่องของขนาดของตัวเครื่องเป็นตัวตัดสินใจว่าจะเลือกอะไรละก็ … ตัดสินใจโคตรง่ายครับ เพราะมันคือคุณสมบัติที่ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy Note II แตกต่างกันสุดขั้วสุดๆ

 

เปรียบเทียบขนาดของ iPhone 5 และ Samsung Galaxy Note II

 

แม้ว่า iPhone 5 จะมีการปรับขนาดหน้าจอมาเป็น 4 นิ้วแล้ว แต่ขนาดหน้าจอมันไม่ได้ใหญ่โตขึ้นนะครับ อย่าเข้าใจผิด เพราะ Apple เขายังต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียวอยู่ เลยปรับอัตราส่วนการแสดงผล จาก 3:2 เป็น 16:9 แทนครับ ดังนั้นอะไรๆ ไม่ได้ใหญ่โตขึ้น แต่หน้าจอมันยาวขึ้นเฉยๆ

 

เทียบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy Note II จะเห็นได้เลยว่า Galaxy Note II ใช้มือเดียวยากกว่า

 

ในขณะที่ Samsung Galaxy Note II นั้น แม้หน้าจอจะขนาด 5.5 นิ้วเหมือนเดิม แต่ Samsung เลือกที่จะลดความกว้างลงมาหน่อยนึง (หน่อยนึงจริงๆ แค่ 2.45 ม.ม.) และเพิ่มให้มันสูงขึ้นอีกหน่อย … มันให้ความรู้สึกว่าจับกระชับมือดีขึ้น แต่ยังคงใช้งานมือเดียวไม่สะดวกสำหรับหลายๆ คน (รวมถึงตัวผมเอง) เช่นเคย แนะนำว่าจะใช้งาน ก็ใช้สองมือดีกว่า

ผมไม่ขอไปร่ายยาวเรื่่องวัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่องระหว่าง iPhone 5 และ Samsung Galaxy Note II แล้ว เพราะมันก็เหมือนๆ กับตอนเปรียบเทียบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy SIII ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้าอยู่แล้ว

แต่ขอแอบพูดถึง Samsung Galaxy Note II ซักหน่อยแล้วกัน … โดยส่วนตัว ผมว่า Samsung พยายามทำให้ตระกูล Galaxy นี่มีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กันจริงๆ ตอนที่เป็น Galaxy Note ตัวแรก มันก็เหมือน Samsung Galaxy SII แล้วพอมาเป็น Samsung Galaxy Note II ก็มีหน้าตาละม้ายคล้าย Samsung Galaxy SIII อยู่หลายส่วน

ทั้ง 2 รุ่น ดีไซน์ออกมาได้ดี แต่ใครจะชอบตัวไหนอย่างไร ผมว่าเป็นเรื่องของนานาจิตตัง

 

จุดที่มองเรื่องที่ 2 เรื่องของหน้าจอแสดงผล เรื่องความคม iPhone 5 กินขาด เรื่องขนาดต้อง Samsung Galaxy Note II

ถ้าวัดกันที่จำนวนพิกเซลแล้ว iPhone 5 มี 1136 x 640 =  727,040 พิกเซล ส่วน Samsung Galaxy Note II มี 1280 x 720 = 921,600 พิกเซล … จำนวนพิกเซลของ Samsung Galaxy Note II มากกว่า ความคมชัดคงจะชนะ ถ้าเกิดมีขนาดหน้าจอเท่าๆ กัน … แต่มันไม่ใช่ยังงั้นอ่ะครับ

ความหนาแน่นของพิกเซล หรือ Pixel Density นั้น หมายถึงจำนวนจุดพิกเซลบนหน้าจอบนพื้นที่หนึ่ง (ในที่นี้หน่วยเป็นตารางนิ้ว) ซึ่ง iPhone 5 มี Pixel Density เป็น 326ppi ในขณะที่ Samsung Galaxy Note II มี 267ppi ดังนั้น

ซูมภาพกันเห็นๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าการแสดงผลตัวอักษรของ iPhone 5 นั้น เนียนเชียว ในขณะที่ Samsung Galaxy Note II นั้น เห็นเป็นหยักๆ อยู่บ้าง

 

บน iPhone 5 ล่าง Samsung Galaxy Note II

 

หมายเหตุก่อน … Noise บนภาพของ iPhone เนี่ย เพราะผมใช้ฟิล์มขุ่นอ่ะ เลยทำให้ถ่ายภาพออกมาแล้ว Noise กระจายเลย

ดังนั้น ถ้าใครเน้นเรื่องความคมชัดของการอ่าน และการแสดงผล iPhone 5 นี่กินขาดครับ … แต่ถ้าต้องการเรื่องขนาดของการแสดงผล ผมคิดว่าคงไม่ต้องรีวิวให้วุ่นวาย (รึเปล่า?!?) เพราะ Samsung Galaxy Note II นี่มันใหญ่กว่าจริงจังแบบเห็นได้ชัดอยู่แล้วอ้ะ

และเช่นเคยนะ หน้าจอของ iPhone 5 ที่เป็น LCD IPS กับ Samsung Galaxy Note II ที่เป็น HD Super AMOLED นั้น แล้วแต่คนชอบจริงๆ … งวดนี้ไม่อาจถ่ายภาพมาอวดได้ เพราะผมไปใส่เคสและติดฟิล์มให้ iPhone 5 ไปแล้ว ฟิล์มที่แถมมากะเคสดันเป็นแบบขุ่น เลยทำให้ภาพดูแย่กว่าปกติ

แต่ผมก็ยืนยันคำเดิม สีสันของจอ HD Super AMOLED ของ Samsung Galaxy Note II เนี่ยกินขาดจอ LCD IPS ครับ … แต่ต้องบอกก่อนว่า สีสันมันจัดจ้านจนเกินจริงไปหน่อย และติดฟ้ามากไปนิด บางคนเลยอาจจะชอบจอ LCD IPS มากกว่า

 

ประสิทธิภาพในการประมวลผล แบบวัดกันด้วยตัวเลข

Samsung Galaxy Note II เลือกใช้ Exynos 4412 Quad-core เหมือนกับ Samsung Galaxy SIII แต่ว่าเพิ่มความเร็วเป็น 1.6GHz ดังนั้น ผลการทดสอบก็น่าจะชัดเจนเลยว่า คะแนนมากกว่าแน่ๆ และที่ผมทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench เทียบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy SIII ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ

 

ผลการทดสอบด้วย Geekbench

 

และเช่นเคย ต้องบอกก่อนว่า Samsung Galaxy Note II นี่เป็น Quad-core 1.6GHz นะครับ ในขณะที่ iPhone 5 เป็นแค่ Dual-core 1.3GHz เท่านั้น ดังนั้นการที่ผลออกมาแบบนี้มันก็ไม่แปลกครับ แต่ประเด็นจริงๆ มันต้องอยู่ที่การใช้งานมากกว่า ว่าใช้งานทั่วไปแล้วเป็นยังไงกันบ้าง

 

เนื้อที่เก็บข้อมูล … เช่นเคย iPhone 5 ชนะเรื่องตัวเลือก Internal Storage แต่ Samsung Galaxy Note II ชนะเรื่องความจุรวม

Internal Storage นี่สำคัญนะครับ App ที่ติดตั้งใน Internal Storage เนี่ย จะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ได้มากสุด (App ของ Android ถ้าโดนย้ายไปอยู่ใน SD Card จะใช้คุณสมบัติบางอย่างไม่ได้ เช่น Notification อะไรแบบนี้) และพวก Internal Storage มักจะเร็วกว่าพวก SD Card ที่แถมมาให้ครับ ดังนั้นหากมีตัวเลือก Internal Storage ขนาดต่างๆ ก็ย่อมได้เปรียบ

และตรงนี้แหละ ทำให้ iPhone 5 ชนะ Samsung Galaxy Note II … แต่ก็สำหรับพวกผู้นิยมลง App เยอะๆ โดยเฉพาะเกม (ซึ่ง iOS ก็มีให้เลือกซะเยอะแยะ และแต่ละเกมก็ใหญ่ๆ ทั้งนั้น)

แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่เน้นลง App เยอะ ข้อได้เปรียบตรงนี้ของ iPhone 5 จะหายไป และกลายเป็น Samsung Galaxy Note II ที่ได้เปรียบ เพราะสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 64GB ซึ่งทำให้มีเนื้อที่รวม 80GB ในทันที … มองในแง่ราคาต่อหน่วยความจุ Samsung Galaxy Note II ก็คุ้มกว่า เพราะ 64GB อย่างมากไม่เกิน 3 พันบาท แต่ iPhone 5 64GB นี่ต้องจ่ายเพิ่มจากรุ่น 16GB ร่วม 6-7 พันบาท (แต่แน่นอน ประสิทธิภาพของการเขียนอ่านข้อมูล Internal Storage ก็ดีกว่านะ)

ใครที่เน้นดูหนัง ฟังเพลง การจะดูหรือฟังจากพวก MicroSD Card ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสแต่ประการใดครับ

 

การเชื่อมต่อ Mobile Internet: ถ้าไปต่างประเทศที่มี 4G LTE ละก็ iPhone 5 อาจจะได้เปรียบกว่า แต่ถ้าเอาแค่ในไทย ถือว่าเสมอกัน

iPhone 4S แล้ว ที่เขาเรียกว่าเป็น World Phone คือ สามารถใช้กับเครือข่ายได้ทุกแห่งในโลก รองรับทั้ง GSM และ CDMA แต่ดูเหมือน iPhone 5 จะลำบากหน่อย เพราะพวก 4G LTE ในแต่ละประเทศมันหลากมาตรฐานซะเหลือเกิน แต่โดยหลักๆ แล้ว ก็รองรับหลากหลายอยู่ครับ ดังนั้น ใครที่ไปต่างประเทศบ่อยๆ แล้วประเทศนั้นๆ มี 4G LTE ก็มีลุ้นว่าจะได้ใช้ 4G หากเราเลือก iPhone 5

แต่ถ้าเป็น Samsung Galaxy Note II นั้น อดใช้ 4G ครับ … แต่ถ้าเราไม่กะว่าจะต้องไปใช้งานในต่างประเทศ ทั้ง 2 รุ่น รองรับเครือข่ายในบ้านเราทุกย่านความถี่อยู่แล้ว ทั้ง 2G และ 3G ครับ

 

เรื่องของการใช้งานกันบ้าน … ลองเล่า และ เทียบ (ถ้าทำได้) ระหว่าง iPhone 5 และ Samsung Galaxy Note II

อันดับแรก ต้องพูดถึงการพิมพ์ภาษาไทยก่อน … ย้ำอีกครั้ง iPhone 5 คีย์บอร์ด 4 แถวพิมพ์ไทยยากมาก พิมพ์ผิดบ่อยมาก เพราะตัวอักษรไทยเราเยอะ (พยัญชนะ 44 ตัว สระอีก 32 ไหนจะวรรณยุกต์อีก) บางคนบ่นว่าคีย์บอร์ด 3 แถวแบบเดิมมันไม่ใช่ Layout ที่คุ้นเคย แต่พอมาเจอ Layout คุ้นเคยแต่แป้นแต่ละตัวผอมลีบแบบนี้ ก็บ่นอุบอยู่ … แต่เอาน่า ใช้ๆ ไป ก็อาจจะชินก็ได้ (แต่ผมใช้มาพักใหญ่แล้ว … ไม่ชินอ่ะ)

 

คีย์บอร์ด 4 แถวของ iPhone 5

 

ส่วน Samsung นั้น เมื่อก่อนเขาใช้คีย์บอร์ดที่มี Layout สำหรับพวกสมาร์ทโฟนจอเล็กมาใช้ เลยทำให้แป้นใหญ่ก็จริง แต่ต้องกดตั้งหลายทีกว่าจะได้ตัวอักษรมาซักตัว (มาแทนเดียวกับ BlackBerry) แต่ใน Samsung Galaxy Note II นี้มีการปรับปรุงแล้ว ได้แป้นเป็น Layout ที่คุ้นเคยแล้ว

 

คีย์บอร์ดของ Samsung Galaxy Note II

 

แต่ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 5.5 นิ้ว ทาง Samsung เขาเลยคิดเผื่อว่า คนใช้มือเดียวอาจจะพิมพ์ไม่ถนัด อย่างกระนั้นเลย ทำ Layout สำหรับพิมพ์มือเดียวด้วยดีกว่า ซึ่งก็คือ การบีบขนาดของคีย์บอร์ดให้เล็กลง เพื่อให้พิมพ์มือเดียวสะดวกๆ นั่นแหละ

 

One-hand Operation Keyboard ของ Samsung Galaxy Note II

 

อยากบอกว่าแนวคิดดีนะ แป้นก็ครบถ้วนดีด้วย แต่โดยความเห็นส่วนตัว ผมใช้แล้วไม่ถนัดมือ มันออกอาการคล้ายๆ คีย์บอร์ด 4 แถวของ iPhone 5 นั่นแหละ พอแป้นมันเล็กเกินไป ก็พิมพ์ลำบาก … ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมเป็นคนมือใหญ่ นิ้วอวบอ้วน?!? คนมือเล็ก นิ้วเล็ก อาจจะพิมพ์ถนัดกว่าผม?!?

แต่ถึงจะไม่ถนัดคีย์บอร์ดของ Samsung ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะระบบปฏิบัติการ Android เขายอมให้เราดาวน์โหลดคีย์บอร์ดมาติดตั้งเอาเองได้ ก็แค่เลือกที่ชอบมาก็พอ (โดยส่วนตัว ผมชอบ Keyboard ManMan ครับ)

 

ในการท่องเว็บล่ะ อันไหนท่องเว็บสบายใจกว่ากัน?!?

เรื่องท่องเว็บ บอกตรงๆ จอใหญ่ควรจะได้เปรียบ เพราะอะไรๆ มันก็ดูใหญ่ เต็มตากว่า … แต่ผมก็ยังคอนเฟิร์มว่า เหมือนกับตอนเป็น Sasmung Galaxy SIII นั่นแหละ ว่า Samsung เลือกใช้ฟ้อนต์ผิดมากๆ ในเบราว์เซอร์มาตรฐานของ Samsung ตัวอักษรเล็กกระจึ๋งมาก ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วเลย และหากไปปรับขนาดของฟ้อนต์ Layout ของเว็บก็เละอีก

ในทางกลับกัน iPhone 5 เลือกใช้ฟ้อนต์ตัวใหญ่กว่า … ถามว่า ถ้าคนสายตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่อ่าน จะอ่านออกไหม? ผมคงตอบว่าไม่ แต่อย่างน้อย ถ้าเปิดเว็บขึ้นมาเทียบกันระหว่าง iPhone 5 กับ Samsung Galaxy Note II แล้ว ผมว่าข้อความบนเว็บออก หากเป็น iPhone 5

ข่าวดี … ถ้าคุณเลือกดาวน์โหลด Google Chrome บน Android มาใช้แทนเบราว์เซอร์มาตรฐานของ Samsung Galaxy Note II ละก็ ฟ้อนต์ที่ใช้บน Google Chrome มันใหญ่กว่าเยอะ และดูใหญ่ อ่านง่ายกว่าของ iPhone 5 อีก

แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้ Google Chrome ก็จะขาดฟีเจอร์ที่เรียกว่า Reader Mode ไป … ซึ่งตรงนี้เป็นฟีเจอร์ที่ Safari บน iPhone มี และทำได้ดีด้วย

 

Reader Mode บน Safari for iOS

 

Reader Mode คือ การแปลงหน้าเว็บให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะกับการอ่านบนสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต กล่าวคือ Render หน้าเว็บซะใหม่ ให้สามารถอ่านได้ โดยไม่ต้องไปซูมเข้าซูมออกให้วุ่นวายนั่นเอง

ตรงนี้ iPhone 5 (จริงๆ คือ Safari for iOS) ทำได้ดีก็คือ มันย่อแม้กระทั่งรูปภาพในเว็บ เพื่อให้พอดีกับขนาดความกว้างของหน้าจอจริงๆ

ใน Samsung Galaxy Note II ถ้าเราใช้เบราว์เซอร์มาตรฐานของ Samsung มันจะมี Reader Mode มาให้ด้วยนะเออ … และทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวเลย คือ หน้าเว็บถูก Render ใหม่ให้มีขนาดฟ้อนต์เหมาะสมสำหรับการอ่าน และปรับขนาดตัวอักษรได้อีก (iPhone 5 ก็ทำได้นะ)

 

Reader Mode ของ Samsung Galaxy Note II

 

แต่ Samsung มาพลาดท่าไปนิดเดียวตรงที่ ใน Reader Mode มันดันไม่ย่อขนาดรูป เพื่อจะได้แสดงผลรูปได้เต็มๆ ในหน้าจอนี่แหละ … แต่นอกนั้นแล้วก็ถือว่าทำได้ดี

และปิดท้าย การดูเว็บที่มี Flash Animation ก็ไม่ใช่เรื่องที่ได้เปรียบของระบบปฏิบัติการ Android อีกต่อไป (ขอย้ำอีกหน)

 

การใช้งาน Social Media ต่างๆ ล่ะ?!?

ถ้า Social Media คือการแชร์ ตอนนี้ Apple ก็ถือว่าทำได้ดีขึ้นมากแล้ว กับระบบปฏิบัติการ iOS6 เพราะสามารถเชื่อมต่อกับ Twitter และ Facebook ได้ จากนั้นก็สามารถแชร์นู่นนี่ไปยัง Social Media ทั้ง 2 นี้ได้สบายๆ … และโดยความเห็นส่วนตัว การที่การแชร์พวกนี้ มันถูกฝังไปในระบบปฏิบัติการเลย ก็ทำให้อะไรๆ มันทำงานได้รวดเร็วครับ อันนี้ผมชอบมาก

 

การแชร์บน iPhone 5

 

แต่ระบบปฏิบัติการ Android นั้นมันไม่ได้จำกัดแค่ว่าคุณจะแชร์ผ่าน Twitter หรือ Facebook แต่คุณจะแชร์ผ่านอะไรก็ได้ จะเป็น SMS, Email, Twitter, Facebook, Dropbox ฯลฯ มันทำได้หมด เพราะ Android ไม่ได้ห้ามเรื่องการทำงานข้ามกันระหว่าง App (แต่ Apple ไม่ยอม) ดังนั้นเลยเลือกได้ว่าจะแชร์ด้วย App อะไร … แต่แน่นอน เมื่อมันเป็นการส่งข้อมูลไปยัง App ตัวอื่น ดังนั้นความเร็วในการใช้งานก็จะแตกต่างกันไป

 

 

การแชร์บน Samsung Galaxy Note II

 

การดูหนังฟังเพลง … Samsung Galaxy Note II ยังคงชนะเพราะหน้าจอใหญ่ได้เปรียบ แต่ iPhone 5 ก็ยังชนะเรื่องลำโพงเสียงมีมิติกว่า

บางคนบ่นเรื่องความยุ่งยากในการโยนไฟล์หนังหรือเพลงเข้าไปใน iPhone 5 เพราะต้องผ่านทาง iTunes สถานเดียว แต่บางคนที่ใช้ iTunes คล่องๆ ก็ชมเปาะว่า นี่คือวิธีการที่เจ๋งเป้ง และสะดวกมาก เพราะว่าผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการไฟล์หนังได้ผ่านทาง iTunes (ผมเองก็คิดแบบนั้น) … ในขณะที่ คนใช้ Android ชิลกว่า เพราะเชื่อมต่อแบบ USB Mass Storage หรือ MTP (Media Transfer Protocol) แล้วโยนไฟล์หนังเข้าในเครื่องได้เหมือน Copy ไฟล์เข้าฮาร์ดดิสก์เลย

ของแบบนี้นานาจิตตังครับ … แต่ถ้ามองเรื่องการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ละก็ iPhone 5 จะน่ารำคาญตรงที่ใช้สายเคเบิ้ลแบบหัวต่อเฉพาะของมันเอง ในขณะที่ Samsung Galaxy Note II นั้นใช้แบบ Micro USB ที่เป็นมาตรฐานของพวกอุปกรณ์พกพาส่วนใหญ่ ดังนั้นในแง่ของการย้ายไปใช้อุปกรณ์อื่น Samsung Galaxy Note II จะทำได้ง่ายกว่า

ขนาดหน้าจอได้เปรียบจริงๆ ดูจากการเปรียบเทียบในรูปด้านล่างได้ครับ (เนื่องจากภาพเป็นแบบ 16:10 ก็เลยทำให้เห็นแถบดำด้านบนและด้านล่าง … หากเป็นหนังแบบ 16:9 นั้นจะไม่เห็นนะครับ)

 

ดูหนังบน Samsung Galaxy Note II เทียบ iPhone 5

 

ถ้าใครมีทีวีที่รองรับ dlna ละก็ ทั้ง iPhone 5 (ต้องติดตั้ง App เสริม) และ Samsung Galaxy Note II ต่างก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อสตรีมมิ่งภาพไปที่ทีวีได้ครับ ปัญหาเรื่องจอเล็กก็จะหมดไป

ในแง่คุณภาพเสียงนั้น iPhone 5 ก็อย่างที่ผมเคยรีวิวไว้ คือ เปิดเสียงดังๆ แล้วฟังไม่สบายหู ระดับเสียงที่ 80% จะเป็นอะไรที่สบายหูสุดแล้ว ลำโพงของ iPhone 5 จะให้เสียงที่หนา และหนักแน่น ในขณะที่ Samsung Galaxy Note II นั้นเสียงจะเน้นความใส แต่แหลมจนหากเปิดดังเต็มที่อาจบาดหูได้ ระดับเสียงที่เหมาะที่สุด ก็คือ 80% อีกเช่นกัน แต่มิติของเสียงสู้ลำโพงของ iPhone 5 ไม่ได้

 

เรื่องการเล่นเกม Samsung Galaxy Note II ก็ยังได้เปรียบเพราะจอใหญ่กว่า แต่ตัวเลือกและกราฟิกของเกม iPhone 5 ยังเหนือกว่า

โดยความเห็นและความชอบส่วนตัว หน้าจอขนาดที่เหมาะกับการเล่นเกมที่สุด คือขนาด 5-6 นิ้วนี่แหละครับ ดังนั้น ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วของ Samsung Galaxy Note II จึงเหมาะสมมากๆ ทั้งขนาดที่เต็มตา ในขณะที่ไม่ใหญ่จนมือของเราควบคุมเกมไม่ได้

iPhone 5 นั้นขนาดหน้าจอไม่ใหญ่มาก มือของเราจะไม่มีปัญหาในการเอื้อมไปควบคุมเกม แต่ปัญหาคือ หน้าจอแสดงผลพื้นที่จำกัดมากมาย จนเกมบางเกมที่มี Virtual Controller จะเต็มจอ จนนิ้วมือเรานี่แหละ ที่จะไปบังจอ

และเช่นเคย iPhone 5 ยังได้เปรียบในแง่ของกราฟิก 3D และ Effect ต่างๆ เพราะ GPU รองรับมากกว่า … เกมอย่าง Infinity Blade, Horn, Wild Blood ที่ใช้ Unreal Engine นั้น มีให้เล่นบน iPhone 5 แต่ว่าไม่มีให้เล่นบน Samsung Galaxy Note II ครับ

 

ขอเอารูปเก่ามาฉายซ้ำ เกม Wild Blood บน iPhone 5

 

อีกประเด็นที่สำคัญคือ การที่ Android มีจำนวนมากเกินไป ความหลากหลายทางฮาร์ดแวร์มีสูง ผลก็คือการออกแบบเกมทำได้ยาก พอจะทำให้รองรับฮาร์ดแวร์หลากหลาย ก็ต้องแลกด้วยการที่เกมอาจไม่สามารถดึงศักยภาพของฮาร์ดแวร์มาได้อย่างเต็มที่

ไม่ต้องดูไกล เกม Asphalt 7: Heat ที่ผมชอบใช้ในการรีวิวนี่แหละครับ … ทั้ง iPhone 5 และ Samsung Galaxy Note II ต่างก็ให้ 3D Effect พอๆ กัน แม้กระทั่งเงาที่สะท้อนบนตัวรถที่สมจริง แต่ปัญหาที่ผมเจอก็คือ ในบางฉาก เช่น Shanghai เนี่ย บน iPhone 5 กราฟิกเนียนและลื่นไหลมากทีเดียว แต่พอมาเล่นบน Samsung Galaxy Note II นั้น กราฟิกกระตุกได้ชัดเจนเลยทีเดียว

 

Asphalt 7: Heat บน iPhone 5

Asphalt 7: Heat บน Samsung Galaxy Note II

 

ณ ตอนนี้ ตัวเลือกของเกมบน iPhone 5 ยังคงมีมากกว่า Android ครับ … ถ้านับเฉพาะค่ายเกมที่ทำเกมบนอุปกรณ์พกพา จะเห็นว่าเกมใหม่ๆ นั้น ออกมาทั้งเวอร์ชัน iOS และ Android (เช่น เกมจากค่าย Gameloft, EA, Zynga อะไรพวกนี้) แต่ถ้านับค่ายใหญ่ๆ ด้วย จะเห็นว่าค่ายอย่าง Square Enix นี่ก็ยังไม่ได้ลงมาเต็มตัวเท่าไหร่ (มี Final Fantasy และเกมบางเกม แต่เกมอย่าง Chaos Rings หรือ Drakerider ยังไม่มีเวอร์ชัน Android) และ Capcom เองก็มีแต่ข่าวว่าจะลงมาทำเกมบน Android (เช่น Street Fighter) แต่ก็ไม่มาซะที

แนวโน้มของเกมบน Android ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ส่วนหนึ่งเพราะว่ายอดขายของ Android เยอะขึ้นมาก ล่าสุด IDC เผยว่าไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ยอดขายของ Android Smartphone คิดเป็น 75% ของสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่ขาย (iOS อยู่ที่ 14.9%) เลยน่าจะทำให้ค่ายเกมต่างๆ หันมามอง Android มากขึ้น (หวังว่านะ) แต่คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกซักปีล่ะครับ

 

S Pen … จุดขายของ Samsung Galaxy Note II

จุดนึงที่เป็นจุดขายของ Samsung Galaxy Note II ที่ชัดเจน และ iPhone 5 เทียบไม่ได้ คือการมี Stylus  ที่เรียกว่า S Pen ซึ่งทำได้ดีขึ้นกว่าสมัยเป็น Samsung Galaxy Note ตัวแรกมากมาย ซึ่งคราวนี้ การตอบสนองต่อการขีดๆ เขียนๆ ของ S Pen นั้น ทำได้ดีเกือบจะเทียบเท่าปากกาจริงๆ แล้ว

ถ้าใครคิดว่าจะใช้สมาร์ทโฟนเป็นสมุดจดโน้ตด้วยลายมือตัวเองแบบจริงจัง ผมว่า Samsung Galaxy Note II คือคำตอบมากที่สุดแล้ว … และแม้จะเป็นโปรแกรมวาดรูปแบบเดียวกัน (เช่น Sketch Book) เนี่ย การใช้งานแบบใช้นิ้ววาด กับใช้ S Pen วาด ให้ประสบการณ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยนะครับ

 

วาดรูปด้วย Sketch Book บน Samsung Galaxy Note II

วาดรูปด้วย Sketch Book บน iPhone 5

 

การใช้นิ้วมือในการวาดรูป สำหรับคนที่เก่งๆ อาจจะไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับมือใหม่ (แบบผม) มันคือประสบการณ์ที่เลวร้ายทีเดียว และแม้ว่าผมจะลองใช้ Capacitive Stylus อย่าง adonit Jot Pro บน iPhone 5 ก็ตาม แต่ด้วยหน้าจอที่ขนาดเล็ก ก็เลยทำให้การเขียนอะไรต่อมิอะไรไม่สะดวก (นี่คือข้อได้เปรียบอีกประการของ Samsung Galaxy Note II)

และนอกจากนี้ Samsung Galaxy Note II ก็มีฟีเจอร์อื่นๆ และ App อื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้เราใช้ประโยชน์จาก S Pen ได้ เช่น S Note และ S Planner และยังเปิด API ให้นักพัฒนาทำ App เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์จาก S Pen ได้อีก

 

ดวลกันระหว่างกล้องถ่ายรูป และวิดีโอ

กล้องก็เป็นอีกจุดนึงที่น่าจะมาดวลกันให้เห็นจะจะไปว่าระหว่าง iPhone 5 กับ Samsung Galaxy Note II ว่าเป็นยังไง … แต่โดยส่วนตัว ดูจากสเปกอะไรหลายๆ อย่างแล้ว Samsung Galaxy Note II สเปกใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy SIII มาก ดังนั้น ผมเลยคาดว่า ผลที่ได้จะใกล้ๆ กัน

 

เรื่องลูกเล่นของกล้อง ก็อย่างที่บอก Samsung Galaxy Note II ปรับแต่งได้เยอะกว่า

ลูกเล่นของกล้อง ของ iPhone 5 ก็เรียบง่าย เหมาะกับการเป็น Point & Shoot จริงๆ ครับ แต่มันมีความสามารถจำกัด แค่เท่าที่ Apple คิดว่ามันจำเป็นสำหรับใช้กับกล้องดิจิตอลบนสมาร์ทโฟน อันได้แก่ Grid ที่ใช้สำหรับแบ่งสัดส่วนของภาพ, HDR (High Dynamic Range) และ Panorama พร้อมกับฟีเจอร์มาตรฐาน iOS อย่าง Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้ง Focus และ Exposure ครับ

 

User Interface กล้องของ iPhone 5

 

Samsung Galaxy Note II ก็เหมือนอย่างเคยครับ โอกาสในการปรับแต่งเพียบ และก็ไม่ได้ใช้ยากในแง่ของการเป็นกล้องแบบ Point & Shoot ครับ … ในแง่ของการปรับแต่งเนี่ย Samsung Galaxy Note II ก็เลยชนะ iPhone 5 ไป

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy Note II

 

แต่ iPhone 5 ชนะเรื่อง Tap-to-Focus

แต่ที่ผมยังกังขาคือ ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ ที่ผลิต Android Smartphone เขาพยายามใส่คุณสมบัติ Tap-to-Focus ให้รองรับทั้งการปรับ Focus และ Exposure แล้ว (แม้ว่าจะยังไม่ดีเท่า iOS) Samsung กลับยังทำให้ปรับได้แค่ Focus เท่านั้น ทั้งๆ ที่มีเป็นฟีเจอร์นึงที่ดีมาก ทั้งสำหรับมือใหม่หัดถ่าย และ พวกที่ชอบถ่ายรูปจริงจัง … ณ จุดนี้ Samsung Galaxy Note II สู้ iPhone 5 ไม่ได้จริงๆ

 

การถ่าย Panorama นั้น iPhone 5 ชนะขาด

Samsung Galaxy Note II ถ่ายภาพแบบ Panorama ได้แค่ระดับ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้นครับ เพราะเป็นการถ่ายรูปขนาด 1600 x 1200 พิกเซล 8 รูปมาเชื่อมต่อกัน (พิกเซลหดหายไปบางส่วน เพราะเป็นจุดที่ภาพเกยกันเพื่อใช้เชื่อมต่อภาพ)

iPhone 5 ชนะเพราะตอนถ่ายภาพแบบ Panorama ได้ความละเอียดแบบเต็มที่มากๆ ถ่ายได้ความละเอียดระดับ 25 ล้านพิกเซลเลยด้วยซ้ำ ขนาดไฟล์นี่ระดับ 16MB เลยทีเดียวนะครับ เวลาไปอัดภาพนี่ ได้ขนาดใหญ่ทีเดียว … ฟีเจอร์นี้เหมาะมาก เวลาที่ไปเที่ยวชมวิวทิวทัศน์สวยๆ งามๆ แล้วอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

การถ่ายภาพในแบบปกติ ด้วยกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล

ลองดูภาพ 8 ล้านพิกเซลที่ได้จาก iPhone 5 ก่อนเลยครับ … ความสว่างของภาพถือว่าใช้ได้ทีเดียว สีสันก็ถือว่าสมจริง ชัดเจนมากครับ … แนะนำให้ลองดาวน์โหลดรูปด้านล่างแต่ละรูปไป แล้วลองซูมซัก 200% ขึ้นไป จะเห็นได้ชัดครับ

 

 

เทียบกับ Samsung Galaxy Note II ดูบ้าง จะเห็นว่าเก็บสีสันจืดไปหน่อยครับ ภาพออกมาดูฟุ้งๆ ไปนิด … ลองซูมเข้าซัก 200% จะเห็นได้ค่อนข้างชัดเลยทีเดียว … ไม่ใช่กล้องไม่ดีนะ แต่ปัญหามันคือ ขาดความสามารถเรื่อง Tap-to-Focus ไปอ่ะ พอเจอสภาพที่แหล่งกำเนิดแสงมันมาจากด้านข้างแบบที่ผมทดสอบถ่าย ผลคืออย่างที่เห็นในภาพแรกนั่นแหละ

 

 

ในแง่ของกล้องแล้ว ที่ 8 ล้านพิกเซล ทั้ง iPhone 5 และ Samsung Galaxy Note II ต่างก็ให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ดีทั้งคู่ แต่ iPhone 5 นี่ชนะกันที่ Software ค่อนข้างชัดเจนมากมายครับ

 

การถ่ายภาพในโหมด HDR ทำได้ดีทั้งคู่ แต่ iPhone 5 ชนะเพราะ Tap-to-Focus ที่ปรับ Exposure ได้

HDR เคยเป็นฟีเจอร์เด่นของ iPhone มาตั้งแต่สมัย iPhone 4 แต่ตอนนี้ Android Smartphone ก็ทำกันได้แล้ว และแน่นอน Samsung Galaxy Note II ก็ทำได้เช่นกัน และทำได้ดีทีเดียว

เรามาดูที่ Samsung Galaxy Note II กันก่อน จะเห็นว่าตอนถ่ายรูปแบบไม่เปิดโหมด HDR เนี่ย เห็นรายละเอียดท้องฟ้าครับ แต่ว่าต้นไม้ (สีเขียวๆ นั่นแหละ) จะดูมืดๆ แล้วหลังคาโรงรถบ้านผมก็ดูมืดๆ ไป แต่พอเปิดโหมด HDR แล้ว จะเห็นว่าต้นมีมีสีเขียวสดขึ้น และหลังคารถนี่ก็สว่างขึ้น เห็นรายละเอียดต่างๆ มากขึ้น … ถือว่าโหมด HDR ทำได้ดีทีเดียว

 

เปรียบเทียบโหมด HDR ของ Samsung Galaxy Note II

 

แต่ iPhone 5 นี่สิครับ … HDR นี่ทำได้ดีทีเดียวเช่นกัน แต่ว่าด้วยความที่มีคุณสมบัติ Tap-to-Focus ที่ปรับ Exposure ได้ เลยทำให้ลูกเล่นในการถ่ายภาพแบบ HDR เนี่ย ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยอยู่ที่ว่าตอนเลือกถ่ายแบบปกตินั้น เน้นไปที่การถ่ายภาพให้มืดก่อน หรือพยายามปรับ Exposure ให้สว่างก่อน (Samsung ก็ทำแบบนี้ได้ แต่ไม่สะดวก เพราะต้องไปปรับ Exposure ในส่วนของ Settings เอาเอง) สังเกตรูปด้านล่างให้ดี จะเห็นว่าในโหมด HDR ของ iPhone 5 ทั้ง 2 รูป จะแตกต่างกันเล็กน้อยในแง่ของความสว่างโดยรวมของภาพครับ

 

เปรียบเทียบโหมด HDR ของ iPhone 5

 

กล้องด้านหน้าของเนี่ย ต้องยกให้ Samsung Galaxy Note II ชนะ

เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy SIII ครับ กล้องหน้าความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซลของ Samsung Galaxy Note II ก็ให้ภาพที่คุณภาพดีกว่า iPhone 5 ค่อนข้างชัดเจนครับ สาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ชอบถ่ายรูปตัวเองด้วยกล้องหน้า คงชอบ Samsung Galaxy Note II มากกว่า

ลองดูเปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ iPhone 5 ดูนะครับ … จะเห็นว่าคุณภาพของภาพดีขึ้นกว่าสมัยก่อนที่เป็นกล้อง 3 แสนพิกเซลเยอะ แต่ว่าก็ยังมี Noise แบบเห็นได้ชัดๆ อยู่พอสมควรทีเดียว

 

ภาพจากกล้องหน้าของ iPhone 5

 

ส่วนกล้องหน้าของ Samsung Galaxy Note II เนี่ย ความละเอียดสูงสุด 1.9 ล้านพิกเซลนี่เป็นแบบ 1392 x 1392 พิกเซล สี่เหลี่ยมจตุรัสเลยครับ เหมาะสำหรับใช้โพสต์บน Instagram เลยสินะ เห็นได้ชัดว่า Noise น้อยกว่าของ iPhone 5 อยู่เยอะทีเดียว

 

ภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Samsung Galaxy Note II

 

แต่อย่างหนึ่งที่ iPhone 5 ทำได้ดีกว่าคือ ในโหมดการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าเนี่ย iPhone 5 ยังสามารถทำ Tap-to-Focus ปรับทั้ง Focus และ Exposure ได้สบายๆ … แต่ Samsung Galaxy Note II นี่ แม้ในโหมดถ่ายภาพนิ่งจะสามารถทำ Tap-to-Focus ได้ แต่พอมาเป็นโหมดถ่ายภาพด้วยกล้องหน้า … จบกัน Tap-to-Focus หายไป (ฮือๆ)

 

แบตเตอรี่ Samsung Galaxy Note II ชนะ (ก็แหงล่ะ 3100mAh นี่นา)

มาดูเรื่องระยะเวลาในการใช้งานบ้าง … ตรงนี้จากประสบการณ์ในการใช้งานโดยตรงนะครับ บอกได้เลยว่า Samsung Galaxy Note II อึดกว่าอยู่พอสมควรครับ การใช้งานเน็ตต่อเนื่อง อยู่ได้ราวๆ 6-8 ชั่วโมง (แล้วแต่ว่าเล่นเน็ตโหดแค่ไหน) ในขณะที่ iPhone 5 นั้นจะอยู่ได้ราวๆ 5-6 ชั่วโมง ถ้าใช้งานเน็ตแบบต่อเนื่องครับ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะ Samsung Galaxy Note จัดแบตมาให้เต็มๆ ตั้ง 3,100mAh ในขณะที่ iPhone 5 ให้แบตมาให้ 1,434mAh เท่านั้นนี่นา

มันมองได้ 2 แบบครับ กรณีนี้ แบบแรก คงต้องบอกว่า Apple ออกแบบสมาร์ทโฟนมาให้ใช้พลังงานได้ต่ำมากๆ จนสามารถทำงานได้ 5-6 ชั่วโมงต่อเนื่อง (และถ้าใช้แบบไม่ต่อเนื่อง การจะอยู่ให้ครบวันก็พอมีหวัง) ภายใต้แบตเตอรี่แค่ 1,434mAh ได้ ในขณะที่ Samsung ต้องเลือกที่จะใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นมาก เพื่อให้สามารถทำงานได้นานๆ (เพราะ CPU/GPU ก็แรง จอก็ใหญ่)

มองอีกแบบ ถ้าคิดในแง่ผู้ใช้งาน อะไรอยู่ได้นานก็ดีกว่า คิดง่ายๆ แบบนี้ ถ้าใครต้องการสมาร์ทโฟนที่แบตอึดชัวร์ๆ ก็อาจจะต้องลองพิจารณา Samsung Galaxy Note II นะครับ

 

บทสรุปของการเลือก

คงต้องลอกการบ้านตอนรีวิวเปรียบเทียบ iPhone 5 กับ Samsung Galaxy SIII มาเลยทีเดียว เพราะว่าผลมันออกมาแบบเดียวกันนั่นแหละครับ … ว่าแล้วก็ขอลอกการบ้านมาเลย (อันนี้สารภาพบาปเลย ว่าก็อปปี้บล็อกเก่ามาเห็นๆ) โดยถ้าคุณจะ …

  • ซื้อไปเล่นเกม … จงไป iPhone 5 … จบ
  • ซื้อไปท่องเว็บ ใช้งาน Social Media … เลือกอะไรก็ได้ แต่ iPhone 5 พิมพ์ไทยยาก ส่วน Samsung Galaxy Note II พิมพ์ไทยง่าย … จบ
  • ซื้อไปถ่ายรูปและวิดีโอแบบชิลๆ … เลือกอะไรก็ได้ ไม่ใช่ปัญหา … จบ
  • ซื้อไปถ่ายรูปและวิดีโอแบบจริงจัง … จงไป iPhone 5 … จบ
  • ซื้อไปดูหนังฟังเพลง …
    • ถ้าชอบเสียงหนักแน่น เลือก iPhone 5 ถ้าชอบเสียงใส เลือก Samsung Galaxy Note II
    • ถ้าชอบจอใหญ่ จงเลือก Samsung Galaxy Note II
    • ถ้าชอบสีสันจัดจ้าน ดูหนังแล้วได้ประสบการณ์ที่ดี จงเลือก Samsung Galaxy Note II แต่ถ้าชอบแบบสีธรรมดา ไม่แสบตาเกิน เลือก iPhone 5
  • ซื้อไปเป็นโทรศัพท์มือถือ … ซื้อ Nokia 3310 เหอะ … จบแมะ

แต่ที่ผมคงต้องเสริมอีกเรื่อง คือ หากมีใครถามผมว่า แล้วถ้าเกิดให้เลือกระหว่าง Samsung Galaxy SIII และ Samsung Galaxy Note II ล่ะ?!? (สมมติว่าตกลงปลงใจ ไม่ซื้อ iPhone 5) จะเลือกตัวไหนดี?!? ผมคงบอกว่า Samsung Galaxy Note II คุ้มกว่าครับ (ราคาแพงกว่านิดเดียว แต่ว่าจอใหญ่กว่า ฮาร์ดแวร์แรงกว่า มี S Pen อีกต่างหาก)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

143 Responses

  1. loh says:

    รอคู่ต่อไป ipad mini vs SS Galaxy note7.7

    • kafaak says:

      เอิ่ม -_-”
      แต่ผมไม่ซื้อ iPad Mini นะ รู้สึกซ้ำซ้อนยังไงชอบกล คงไม่ได้รีวิวล่ะ

  2. biribiri fanboy says:

    แล้วถ้าซื้อไปเทรดหุ้น ดูราคาหุ้น เลือกอะไรดีครับ (จริงๆอยากได้ lumia 920 แต่เห็นเค้าบอกกันว่า window phone ยังไม่มีแอพพวกนี้)

    • kafaak says:

      ณ ตอนนี้ iPhone/iPad เหมาะสมสุด

      ไม่งั้น ก็ต้องพวก Samsung Galaxy SIII หรือ Galaxy Note ครับ อย่างน้อยๆ ยังพอมี Streaming for Android หรือ i2Trade แต่ข้อเสียคือ Streaming for Android มันมีพื้นฐานมาจาก Web App มันเลยจะช้าๆ ส่วน i2Trade มันรองรับโบรกไม่กี่รายเอง

      Windows Phone 8 น่าจะมีโปรแกรม Finance ไว้ดูราคาหุ้นได้ รายละเอียดมีเยอะดี แต่ไม่มากเท่าโปรแกรมเทรดหุ้นโดยตรง และที่สำคัญ มันเทรดหุ้นไม่ได้ … แต่ถ้า Windows Phone 8 ขายดี ผมว่าพวกโบรกหรือ Settrade ก็คงทำโปรแกรมมารองรับเองแหละ

      • biribiri fanboy says:

        ขอบคุณครับ จริงๆก็คิดไว้ว่าคงต้องใช้ iPhone แต่พอไปลองเล่น Note 2 แล้วหน้าจอใหญ่กว่า iPhone มาก เลยลังเล

  3. skuma says:

    ผมว่ารอ ดู nexus 4 ดีกว่า หึหึ

  4. conuis says:

    สุดยอดกว่าจะอ่านจบทำเอาเหนื่อยเลย^^ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆค่ะ
    ทีแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะเอาอะไรดี แต่ก็อยากลองเปลี่ยนมาใช้Note2เหมือนกันเวลาดูหนังบนรถคงสะใจดี ^_^

  5. Peepo says:

    จ๊าบบบ ขอบคุณมากๆ ครับ ทำให้ เลือกง่ายขึ้นเยอะสำหรับ คนเลือกมากอย่างผม เอิ๊กๆ

  6. Da says:

    เน้นดูหุ้น เข้าfacebook และท่องเว็ปอ่ะ เลือกอะไรดี เค้าว่ากันว่า ipone โหลดอะไรก็ค่อนข้างจะยุ่งยาก และมีแต่ชวนให้เสียเงิน จริงป่ะค่ะ และไม่รองรับซิมอื่น ๆ ประมาณนั้น

    • kafaak says:

      เน้นดูหุ้น ทางเลือกของคุณคือ iPhone ครับ
      และใช่ครับ iPhone 5 ใช้ นาโนซิม ใช้กับเครื่องอื่นไม่ได้เลย (นอกจากตระกูล Apple ในอนาคต)

      • wisit says:

        หากเป็นลูกค้าของ บล.เอเซียพลัส (ASP) และ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (MBKET) สามารถใช้แอพ i2trade ได้ ก้อสามารถเลือกใช้ Android ได้แอพนี้อาจไม่เสถียรเท่ากับ streaming แต่ก้อดีกว่าไม่มี ฮาๆๆๆ

      • Da says:

        โทษทีค่ะ อาจบอกรายละเอียดไม่ชัดเจน คือเน้นเล่นหุ้น ซื้อขายหุ้นนะค่ะ ไม่ใช่ดูอย่างเดียว และเปิดดู youtube อ่ะค่ะ ช่วยตอบอีกครั้งนะค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่ช่วยได้เยอะมากๆ เลยค่ะ

        • kafaak says:

          คืองี้ฮะ

          ที่ให้เลือก iPhone เพราะ พวกโบรกเกอร์ใหญ่ๆ เขาทำโปรแกรมสำหรับดูและซื้อขายหุ้นบน iPhone เยอะมาก … หากไม่ชอบ ก็ยังมี Streaming for iOS ของ Settrade ให้เลือกอีก (แน่นอน ซื้อขายได้ด้วย) โดยส่วนตัว ผมก็เลือก Streaming for iOS ครับ

          สำหรับ Android ตัวเลือกคุณจะจำกัดหน่อย เพราะตอนนี้มีแค่ i2Trade ที่เมื่อกี้คุณ wisit เขาบอกว่าได้แค่ไม่กี่แห่ง เช่น ASP, MBKET และที่ผมใช้อยู่ก็ KT-ZMICO (แต่จริงๆ มันมี 5-6 แห่ง ถ้าจำไม่ผิด) ถ้าคุณเลือก Samsung ก็จะใช้ Streaming for Android ได้ (ตอนนี้โหลดได้จาก Samsung Apps) แต่ความเร็วจะสู้ iPhone ไม่ได้ แต่ได้เปรียบตรงจอใหญ่ เต็มตาครับ

    • honey says:

      ถ้าจะถามว่า เทรดหุ้นหน่ะค่ะ แต่เทรดผ่านเว็ปที่ทางบริษัทเค้าพัฒนาเอง ไม่ผ่าน app settrade หรือ i2trade จะเลือกอันไหนดี ระหว่าง ipad , iphone , note2 , note10.1 และ tablet2 ค่ะ

      • kafaak says:

        ในกรณีนั้น แนะนำว่าเลือกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ครับ (iPad/iPhone) เพราะพวกโบรกเกอร์จะเน้นทำบน iOS เป็นส่วนใหญ่ (ด้วยเหตุผลคือ 1. iOS พัฒนา App ง่ายกว่า Android และ 2. คนใช้เยอะกว่า คนที่ใช้ iPhone/iPad ส่วนใหญ่ก็รวยๆ เล่นหุ้นกันก็เยอะด้วย)

  7. Kris says:

    ขอบคุณมากครับ ผมตั้งใจอ่านจนจบได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นมาก ผมตัดสินใจได้แล้วครับ

    • Patty says:

      ใช้Iphon4stradeหุ้นบนstreamingอยู่ก็ดีแต่จอเล็กไปถ้าใช้sum sung galaxy noteจะคล่องพอกันมั็้ยความเร็วจะต่างกันชัดเจนมั้้ยค่ะ

      • kafaak says:

        จอใหญ่กว่าเต็มๆ แต่ความเร็วจะต่างกันพอรู้สึกได้ เพราะบน Samsung Galaxy Note II ดึงข้อมูลผ่านเว็บครับ แต่บน iPhone เป็น App เลย

  8. Tumzii says:

    ตัดสินใจไม่ถูกระหว่าง2 ตัวนี้ ตอนแรกคิดว่าnote2 แต่มีคนบอกจะตกรุ่นไว แล้วเราไม่ค่อยรักษาของกลัวจะพังก่อน พอไปดูi5 ก็แบบเหมือนแอปเปิ้ลไม่ค่อยไดืพัฒนาอะไรให้น่าสนใจ มีแต่เดิมๆไอแพตก็มีอยู่แล้ว ตัดสินใจไม่ถูก ควรเลือกใช้อะไรดีครับ

    • kafaak says:

      เรื่องตกรุ่นไวสำหรับ Android ต้องทำใจครับ คิดซะว่าคุณซื้อโน้ตบุ๊กมาซักตัว ถ้ารับได้ ก็ OK
      ถ้ารับไม่ได้ และคิดว่ายังไงก็จะขายต่อ … iPhone 5 คือคำตอบมากกว่า
      คุณบอกผมว่ามี iPad อยู่แล้ว … แต่คำถามผมคือ คุณมีโทรศัพท์มือถืออะไรอยู่ ตอนนี้?!?

      • Tumzii says:

        ใช้แบล็คเบอร์รี่กับไอแพตครับ

        • kafaak says:

          ถ้าเป็นสาวก BlackBerry ก็อยากแนะนำให้รออีกหน่อย ตอนนี้ใช้ iPad ไปพลางๆ ก่อน รอดู BlackBerry 10 ก่อน (ปีหน้า) ครับ

          • Tumzii says:

            ไอแพตส่วนมากผมไว้เล่นเกมกับอ่านหนังสือ แค่นั้นอ่ะครับ ส่วนที่จะหาสมาทโฟนไว้ เล่น ig line fackbook แบล๊คเบอร์รี่ตอบสนองไม่ดีครับ ใช้ยากแล้วก้อดีเลมากครับ ส่วนไอแพตเวลาเล่นก็ใหญ่เกินไปบางที่พกพาไม่สะดวกเลยครับ เลยอยากได้ประมาณไอ5กับโน๊ต2 แต่ไม่รู้จะเลือกอะไรดี ส่วนแบล๊คเบอร์รี่จะใช้เครื่องเก่าไม่คิดจะซื้อแล้วครับ เพราะคนเลิกใช้เยอะมากหันไปเล่นline หมดในบีบีไลน์เน่ามาก

          • kafaak says:

            อ้อ!
            ถ้ากรณีนั้น แล้วคิดจะใช้แค่เล่น Instagram, Line, Facebook นี่ ผมเองก็ฟันธงให้ลำบาก เพราะทั้งคู่ก็ใช้ได้โอเคกันหมด ทีนี้อยู่ที่ว่า อยากได้หน้าจอขนาดไหนดีกว่าครับ และมีงบซื้อขนาดไหน อะไรแบบนี้

  9. DON says:

    ขอบคุณครับ ได้ประโยชน์จริงเพราะรีวิวแบบเป็นกลางดี
    ไม่เหมือนพวกรีวิวเชียร์พรรคที่ตัวเองชอบ(แบบนั้นควรจะบอกไปเลยว่าเชียร์ใครเพราะชาวบ้านเขาเสียเวลาอ่าน)
    ส่วนที่ยาวไปน่ะดีแล้วครับคนอยากรู้ยาวกว่านี้ก็อ่าน

  10. Tumzii says:

    เวลาเด้งเตือนตอบสนอง ลักษณะเหมือนไอแพตไอโฟนไหมครับ โน๊ต 2 อะครับ

  11. ผิดแล้ว says:

    ผมว่ามันผิดละ i5 ต้องเทียบกับ s3 สิครับ note2 มันเทียบไม่ได้หลอกครับ

    • kafaak says:

      น่าสนใจ ไหนลองบอกเหตุผลหน่อยครับ ว่าทำไมเทียบไม่ได้?

  12. Non says:

    แล้วเรื่องi5 ที่มีปัญหาลอกง่ายล่ะครับ ไหนๆจะเสียเงินสักก้อนนึงแล้ว ทีแรกผมจะซื้อ4s แต่ใจก้ออยากรอi5 แต่พอi5ออกมา เครื่องข้างในผมชอบนะ แต่รับไม่ได้กับเครื่องลอกนี่แหล่ะครับ ผมควรจะหันไปเลือก4s ดีมั้นครับ

    • kafaak says:

      จริงๆ iPhone 5 ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่า iPhone 4S มากมายครับ ฮาร์ดแวร์แรงขึ้น แต่เกมที่ใช้ประสิทธิภาพนั้นเต็มที่ก็ยังไม่เยอะ (หรืออาจจะยังไม่มีด้วยซ้ำ)
      กล้อง ก็ประสิทธิภาพใกล้ๆ กัน (ยกเว้นกล้องหน้า iPhone 5 ดีกว่า) … เรื่องปัญหาลอกง่าย … อันนี้แล้วแต่แจ็กพ็อต แต่ก็เป็นแบบที่ Apple อธิบายนั่นแหละครับ อลูมิเนียมมันเสียงต่อการเกิดปัญหาลอก ถลอก บุบ มากกว่าอยู่แล้ว เพราะเป็นโลหะนิ่ม (ผมใช้ iPhone 5 ใส่เคสเต็มพิกัด)

  13. Non says:

    ขอบคุณนะครับ

  14. moon says:

    คืออยากจะขอคำแนะนำ ตอนนี้อยากได้มือถือใหม่สักเครื่องเล่นอะไรดีค่ะ i phone4 s 32G โอมั้ยพี่

  15. ศศิ says:

    ในความรู้สึกโดยส่วนตัวดิฉันคิดว่า ซัมซุงคือทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะใช้มาหลายรุ่นแล้วไม่เคยมีปัญหาเครื่องรวนเลย แม้แต่ครังเดี ยว. ใช้งานก็ง่าย ประทับใจมาก ซัมซุงนี่แหละใช่ที่สุดค่ะ

  16. phitchaya says:

    ขอบคุณ… ได้ตัวเลือกสำหรับตัวเองแล้วหล่ะ

  17. Min46 says:

    รบกวนสอบถามช่วยตัดสินใจทีคะ ถ้าเราเน้นถ่ายรูป คือชอบถ่ายแล้วอับรุปอะค่ะ ^^” ระหว่าง2ตัวนี้เอาอันไหนดีคะ หาข้อมูลมาก็หลายเวปแล้วก็ลังเลมากเลยอะค่ะ T^T

    • kafaak says:

      ถ้าให้ฟันธงเลย เน้นถ่ายรูป ผมคงแนะนำให้ไปใช้ iPhone 5 ครับ (ถ้าเทียบระหว่างสองรุ่นนี้นะ)

  18. NJ says:

    ผมอยากรู้เรื่อง touch screen อะครับ ว่า note2 กับ iPhone5 มันต่างกันมากั้ยครับ
    พอดีเริ่มเบื่อ iPhone เพราะว่าใช้มาตั้งแต่รุ่นแรกเลย(2G). ผมกลัวเรื่่องระบบ touch screen. กลัวตอบสนองไม่เท่ากับ iPhone

    • kafaak says:

      การตอบสนอง ไม่ใช่ประเด็นเรื่องจอทัชสกรีนครับ เป็นประเด็นเรื่องของ Software (ตัว OS เอง) … ถ้าผม ผมตอบยาก เพราะไอ้ที่ผมมองว่า ก็ลื่นดี บางคนบอก iPhone ลื่นกว่า … กรณีนี้ แนะนำว่าไปลองหยิบๆ จับๆ เล่นเองดีที่สุดครับ

  19. บุษบา says:

    หนูเป็นวัยรุ่นธรรมดาค่ะ อยากถ่ายรูปสวย แต่งรูปปกติทั่วไป เล่นเว็บ ดูหนัง เล่นเกม แต่คือหนูแยกความแตกต่างระหว่างแต่งรูปของสองเครื่องนี้ไม่ค่อยออกอ่ะค่ะ แล้วเห็นว่าโน๊ต2 ท่องเว็บช้ากว่า นี่ช้ากว่ามากมั้ยอ่ะคะ ช้าจนทนไม่ได้รึเปล่า คือใจก็กะจะเอาโน๊ต2 อยู่เพราะจอใหญ่มีปากกาและแบตอึดกว่า แต่กลัวความคมชัดไม่สู้ไอโฟนแล้วก็ท่องเว็บอืดอ่ะค่ะ ตัดสินใจมานานแล้วค่ะ ช่วยหนูที แล้วเรื่องเคสนี่ โน๊ต2 เคสเยอะมั้ยคะ

    • kafaak says:

      ผมมองว่าต่างกัน (อ้างอิงตามสิ่งที่น้องใช้งาน และถามถึงนะ)

      1. กล้องของ iPhone 5 ได้คุณภาพดีกว่า Samsung Galaxy Note II (ในความเห็นของผม) โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อย และฟีเจอร์พาโนรามาทำออกมาได้ดีกว่า
      2. แต่ถ้าเน้นถ่ายด้วยกล้องหน้า Samsung Galaxy Note II ทำได้ดีกว่า iPhone 5 พอสมควรเลย
      3. เกมบน iPhone 5 มีให้เลือกเยอะกว่ามากมาย
      4. ดูหนัง จอใหญ่ได้เปรียบ และผมมองว่า Super AMOLED ของ Samsung Galaxy Note II ดูหนังได้เต็มอารมณ์กว่า
      5. แบตเตอรี่ ไม่อยากให้ดูที่ตัวเลขความจุแบต … จากการใช้งานอย่างหนักหน่วง ผมบอกได้เลยว่า สองเครื่องนั้น แบตอึดพอๆ กัน
      6. การท่องเว็บ อืดไม่อืด อยู่ที่เน็ตมากกว่าอยู่ที่เครื่อง
      7. Samsung Galaxy Note II มีปากกาเป็นจุดเด่น แต่ถ้าชีวิตไม่ได้ขีดๆ เขียนๆ ไม่ได้ชอบวาดรูป มันก็ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์
      8. เคสของ iPhone 5 มีให้เลือกเพียบกว่า Samsung Galaxy Note II มากมาย (แต่ไม่ใช่ Galaxy Note II ไม่มีให้เลือกนะ มี แต่ น้อยกว่า)

      • บุษบา says:

        ขอบคุณมากเลยค่ะ เป็นประโยชน์กับหนูมากกกกตัดสินใจได้แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณพี่มาก

      • Too says:

        ผมใช้ทั้งไอโฟน5 เเละnot ll วันเเรกถือไอโฟนไปอวดเพื่อนๆเพราะฮิติเเละชอบ ใช้ไป3วันผมตั้งเลยเพราะการทำงานคนละเรื่องเเละเพื่อนๆก็หันมาใช้not ll กันหมดเพราะชอบเเชร์ภาพผ่านnfc ถือไอโฟนยุ่งกับเพื่อนอะไรไม่ได้เลยblutoothไม่ได้nfc ไม่ได้ตอนนี้อยากขายเครื่องออกละ ไม่น่าซื้อจริงๆ

  20. Book says:

    อยากรู้ว่าnotr2ที่ว่าทำงาน2หน้าจอได้ มันใช้งานได้ดีแค่ไหนครับ

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัว ผมมองมันเป็น Gimmick ครับ ผมไม่ได้ให้คะแนนกับการทำงานหลายหน้าจอเท่าไหร่

      • Book says:

        แค่อยากรู้ว่ามันทำให้ช้าลงไม้ครับ

        • kafaak says:

          ไม่ได้ลองเป็นการส่วนตัว แต่เท่าที่เห็นคนเคยโชว์ ไม่ช้ามาก แต่มันไม่ค่อยได้มีประโยชน์อะไรมากเช่นกัน
          ถ้าจำไม่ผิด มันเป็น Group Share ที่แชร์หน้าจอเราให้คนอื่นเห็นนะครับ แค่นั้นเอง

          • Book says:

            ผมว่ามันก็ดีนะครับอีกหน่อยเราดูหุ้นไปด้วยแล้วก็ดูแรงเงาไปด้วยได้แล้ว

          • kafaak says:

            หุ้นมีกลางวัน แรงเงามีกลางคืนอ้ะ

          • kafaak says:

            อ๊ะ นึกได้ก่อนนอน … ผมคิดว่าผมเข้าใจคุณผิด
            คุณกำลังหมายถึง ฟีเจอร์ Multiscreen ที่เปิด App 2 ตัวพร้อมๆ กันได้แหง … มันมีประโยชน์ในระดับนึง แต่มันดันจำกัดให้เฉพาะที่ Samsung กำหนดมา เลยไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
            และโดยส่วนตัว ผมมองว่ามันจะมีประโยชน์กับจอใหญ่ๆ อย่าง Samsung Galaxy Note 10.1 มากกว่า

  21. JUI says:

    อยากสอบถามว่า CASE ที่ซื้อมาใส่เต็มพิกัด เป็นอย่างไร มีรูปให้ดูไหมครับ ราคา ซื้อที่ไหนครับ

    • kafaak says:

      เคส iPhone 5 ผมซื้อตอนที่ไปรับเครื่องที่งานเปิดตัว iPhone 5 ของ truemove H ครับ ยี่ห้อ gosh! ครับ เป็นแบบยางใส สนนราคา 413 บาท (รวม VAT 7%) พร้อมแผ่นกันรอยด้านหน้าให้ด้วย น่าจะซื้อที่ทรูคอฟฟี่ที่มีขายพวกอุปกรณ์เสริมได้ เช่น ที่สยามสแควร์ หรือไม่ก็จามจุรีสแควร์

  22. Book says:

    ใช่ครับระบบนั้นอะครับแต่ผมได้ยินข่าวว่าในnote10.1มันค่อนข้างช้า
    เลยอยากถามว่าในnote2ก็เป็นไม้ครับ(ที่ผมพูดหมายถึงดูหนังย้อนหลังนะ)

    • kafaak says:

      ไม่เป็นครับ ก็รวดเร็วดี … ตอนเป็น Note 10.1 ก็ไม่ช้านะครับ แต่อย่างว่า ช้าหรือเร็ว แต่ละคนตัดสินไม่เหมือนกันอีก

  23. JUI says:

    สอบถามหน่อยครับ โน๊ต 2 ใช้ทำงาน Office ได้ไหมครับ พวก word excell pwp ครับ

    แล้ว โน๊ต 2 หรือ tab นะครับที่โหลด bit ได้ ครับ

    ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      ขอแค่มีโปรแกรมก็ทำงานได้ครับ แนะนำ Polaris ที่แถมมากกับ Samsung Galaxy Note 10.1 (แต่ Note 2 ไม่เห็นเขาแถมมานะ ไม่รู้จะดาวน์โหลดจาก Samsung Apps ได้ฟรีไหม)
      ส่วนเรื่องโหลดบิต อยู่ที่โปรแกรมมากกว่า แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้ดาวน์โหลดบิตครับ เพราะผ่าน 3G ไม่เวิร์กหรอก (และไม่ควรทำ) ควรดาวน์โหลดผ่าน WiFi ดีกว่า และถ้าเป็นแบบนั้น ใช้ PC ดีกว่าครับ

  24. La-or Mutisom says:

    โหลดแอปคีย์บอร์ดแม่นแม่นมาแล้วแต่สงสัยทำผิดขั้นตอนตรงไหนไม่ทราบมันไม่ปรากฎช่วยอธิบาย
    ให้ละเอียดหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      ต้องไปที่ Settings > Language & Input แล้วทำเครื่องหมายถึงตรง Keyboard ManMan ก่อน จากนั้น แตะตรง Default แล้วเลือกเป็น Keyboard ManMan ครับ

  25. Jill says:

    ต้องการใช้เป็นโทรศัพท์ เช็คเมล์ ท่องเน็ต ใช้ facebook ถ่ายภาพ .. ควรเลือกใช้อะไรดีคะ

    • kafaak says:

      ได้ทั้ง 2 แบบเลยครับ ถ้าจะทำแบบนั้น แต่ถ้าเน้นว่าต้องภาพสวย เน้นถ่ายพาโนรามา อะไรแบบนี้ iPhone 5 จะได้เปรียบกว่า

  26. JOY says:

    ใช้Samsung Galaxy Note II อยู่ค่ะ แต่มีปัญหาเรื่องไม่สามารถอัดเสียงขณะสนทนาได้ ลองโหลดแอพแต่ละตัวมาใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบได้ยินเสียงชัดอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เสียงเรา ก็เสียงเพื่อน “ใช้บลูทูธนะคะ” จะโหลดแบบเสียเงิน แต่ลองเข้าไปอ่านแล้วหาไม่เจอว่ามีตัวไหนบอกว่าลองรับบลูทูธ รบกวนคุณkafaak หน่อยนะคะ

  27. JOY says:

    https://play.google.com/store/apps/details?id=com.appstar.callrecorderpro&feature=more_from_developer#?t=W251bGwsMSwxLDEwMiwiY29tLmFwcHN0YXIuY2FsbHJlY29yZGVycHJvIl0.

    ตัวนี้ก็ไม่ได้ระบุ ไม่ค่อยแตกต่างจากตัวฟรี หาจนมึนแล้วค่ะคุณkafaak

    • kafaak says:

      ผมก็ไม่ค่อยได้ใช้โปรแกรมพวกนี้เหมือนกันครับ เลยไม่รู้จะแนะนำยังไงดี
      แต่เท่าที่เห็นๆ มา ทุกโปรแกรมเน้นการตั้ง Source ของเสียงที่จะบันทึก แต่ท่าทางจะไม่รองรับ Bluetooth ทั้งนั้นอ่ะครับ

  28. KID says:

    คืออยู่ห่างกับแฟนฮะ อยากเห็นหน้ากันบ่อยๆ ลังเลระหว่าง ไอ5 กับ โน๊ต2 คือถ้าซื้อก็กะจะซื้อรุ่นเดียวกันเลย แล้วก็อยากโหลดแอปที่เกี่ยวกับพวกการเรียนด้วย (เป็นนักศึกษาครับ) พี่ว่าแบบไหนจะตอบโจทย์ได้ดีกว่ากันครับ?

    • kafaak says:

      อะไรคือ App ที่เกี่ยวกับการศึกษาครับ?

      • KID says:

        พวกคำศัพท์อิ้ง จีน ,โหลดคลิปมาฝึกฟัง พูด เขียน ประมาณนี้ครับพี่

        • kafaak says:

          ทั้งคู่มีเหมือนๆ กัน แต่กรณีนี้ ผมแนะนำไปใช้ iPhone ดีกว่าครับ (แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น iPhone 5 ก็ได้ ถ้าจะทำแค่นั้น … หมายถึง รวมการโทรหาแฟนแบบเห็นหน้าด้วยอ่ะนะ จะใช้ Skype, Google+ หรือแม้แต่ FaceTime ก็ตามแต่)

          • KID says:

            ขอบคุณครับ รีวิวของพี่ทำเอนเอียงไปหลายรอบ คือมันดีทั้ง2รุ่น ดีคนละแบบ อย่างที่พี่บอกเลยว่า แบบไหนจะตอบโจทย์ของเราได้ดีกว่ากัน ตอนนี้เลือกได้แล้วล่ะครับ ไม่I4s ก็ I5 ขอบคุณครับ

          • kafaak says:

            ในฐานะที่น้องเป็นนักศึกษา ผมแนะนำว่า iPhone 4S ก็พอนะครับ มีน้อย ใช้น้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลง ให้มาก จะยากนาน
            ยกเว้นน้องจะหาเงินมาจ่ายเองได้แล้ว ค่อยว่ากัน

  29. Aam says:

    เห็นด้วยทุกอย่ายกเว้นวัสดุที่คุณภาพพอกัน คือที่บ้านใช้อยู่ทั้ง2รุ่นที่คุณวิวให้ดู อยากบอกว่าวัสดุsamsung แย่กว่า i phon มาก เหมือนจับพลาสติก ยิ่งข้างหลังยิ่งแย่ไปกันใหญ่เลยค่ะ

    • kafaak says:

      ต้องชี้แจงแบบนี้ครับ โพลีคาร์บอเนต จริงๆ ก็เป็นพลาสติกเกรด A ที่ราคาก็พอๆ กับอลูมิเนียมเกรด A ครับ เพียงแต่ความรู้สึกของเราจะมองว่า พลาสติกราคาถูกกว่าโลหะ (อลูมิเนียมเป็นโลหะ) … แต่อย่างว่า ความรู้สึกที่เรียกว่า Stereotype นี่มันแก้ยาก ผมเองก็ยังแอบรู้สึกว่าโลหะดีกว่าพลาสติกอยู่

    • เอ่อ..พลาสติกที่ว่า..ราคามันแพงก่าอลูมิเนียมอีกนะครับ…

  30. SS NII says:

    สรุปที่อ่านๆมา ไอโฟนดีกว่าซัมซุมว่างั้น
    เวลาจะพูดถึงไอโฟนบอกว่าดีกว่า
    แต่เวลาพูดถึงซัมซุมบอกว่าแค่ว่าคุ้มกว่า

    คุณชอบแนะนำแต่ไอโฟนนะรู้สึก

    ไม่ได้ว่านะ ทั้ง เช่น2เครื่องมันก็จอ LED ทั้ง2ยี่ห้อแหละ

    ทั้ง2อย่างก็มีข้อดีข้อเสียแหละ เวลาคนถามช่วยบอกข้อเสียของไอโฟน5บ้างก็ดีนะ

    ใช่ว่าของที่คนเอเชียผลิตมันจะไม่ดี และของฝรั่งหัวทองมันดีไปซะทุกอย่าง

    • kafaak says:

      เข้าใจอะไรผิดป่ะครับ? iPhone 5 ก็ผลิตในเอเชียนะครับ อ่านดูด้านหลังบ้าง เขาเขียนว่า Assemble in China (ประกอบในประเทศจีน)
      ไม่แน่ใจว่าตามข่าวบ้างหรือเปล่าครับ?

      ผมเป็นคนใช้ Android Smartphone เป็นเครื่องหลักครับ และตัวผมเองก็เคยใช้ Samsung Galaxy Note ตัวแรกเป็นเครื่องหลักมาก่อน และอยากซื้อ Note II มาใช้ด้วย เพียงแต่หมดปัญญา เพราะเอาเงินไปซื้อ Microsoft Surface แทนแล้ว … บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้เข้าข้าง iPhone แต่อย่างใด ผมแค่แนะนำว่า หากต้องการใช้ทำอะไร อะไรเหมาะมากกว่ากัน อ่านดูดีๆ จะเห็นว่าผมก็ระบุชัด ดูหนังเนี่ย ผมชอบ Note II มากกว่า ด้วยว่าจอใหญ่ และ Super AMOLED มันเจ๋งกว่าเยอะ

      • Mamay says:

        พี่คะสรุปเรยนะ sumsung ราคาตกเร็วกว่า iphone ใช่ป่ะ ถ้าจะซื้อnote II ตอนนี้22900(2012)แร้วรอ iphone ตัวใหม่ ปี2013 เนี่ยราคาจะเหลือประมานเท่าไหร่อ่ะ จะถึง10000มั๊ยพี่

        • kafaak says:

          อยู่ที่ว่าตัวใหม่ออกมาเมื่อไหร่น่ะครับ … ถ้าออกมาเดือน ก.ย. ปีหน้า ก็อาจจะเหลือซัก 11,000 บาท ครับ

  31. Da says:

    ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ เกี่ยวกับระบบการใช้งาน ของ iphone 5 เข้า app store ไม่ได้เลย ขึ้นว่า ไม่สามารถเชื่ออมต่อ itunes store ตลอด เซ็งเลย ท้ั้ง ๆ ที่ เชื่อมเน็ตได้ เป็นเพราะอะไรค่ะ เครื่องก็เพิ่งใช้งาน 2 วัน

    • kafaak says:

      ตอบยากเลยครับ … ก่อนอื่น เช็ค Internet ก่อนเลยดีกว่า ว่าใช้ได้อยู่ไหม ถ้าใช้ได้ ลองใช้คอมพิวเตอร์ เปิด iTunes ขึ้นมา แล้วเช็คก่อนว่าคอมพิวเตอร์เองก็เข้า iTunes Store ได้ไหม

      ถ้าไม่ได้ อาจเป็นที่ Internet ครับ

  32. Bird says:

    กำลังจะซื้อเครื่อง ใจชอบ Apple แต่ไม่ชอบรูปลักษณ์ของ Iphone 5 ครั้นจะให้ซื้อ 4 S ก้อรุ่นเก่า อยากได้รุ่นใหม่ ชอบถ่ายรูป เล่น line เล่น FB เข้าเนทส่งเมล์ ใจชอบNOTE2 แต่เห็นใน Pantip บอกว่าเจอปัญหาจอแตกละเอียด การบริการไม่ดี เลยหวั่นๆ หันมามอง I5 อีกอันก็เป็น Lumia 920 ชอบรูปทรง แต่ก็กลัวใช้งานยาก เพราะเคยใช้ทั้ง SS แล้วก้อ พี่ Iphone IPAD ฝากช่วยแนะนำด้วยค่ะ

    • kafaak says:

      โดยส่วนตัว iPhone 5 ดีกว่า iPhone 4S แค่ CPU นะครับ เรื่องจอดีกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ไม่ใช่จุดเด่นที่ชวนให้ซื้อเพิ่มแต่อย่างใด
      ดูจากสิ่งที่คุณทำ ผมเองก็มองว่า Samsung Galaxy Note II ก็ถือว่าใช้ได้ครับ ไอ้ที่ Pantip บอกเจอปัญหาหน้าจอแตกละเอียด อาจเป็นไปได้ เพราะของที่ผลิตแบบ Mass การ QC เป็นแค่สุ่ม โอกาสที่จะมีเครื่องหลุดที่เป็นปัญหา มีแน่นอนอยู่แล้ว และเมื่อเกิดขึ้น ย่อมเป็นข่าว โดยเฉพาะถ้าเป็นรุ่นยอดนิยม (iPhone เองก็เคยมีข่าวระเบิดมาแล้วนะครับ)

      Nokia Lumia 920 ผมยังไม่ได้ใช้จริงจัง แต่เคยใช้ Windows Phone 8 มาแล้ว บอกได้ว่า ใช้งานไม่ยาก เพียงแต่ต้องมาเรียนรู้พอสมควร เพราะว่ามีอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนกับ iOS และ Android และ App ก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่ (แต่มี LINE กะ Facebook แล้ว)

  33. Bird says:

    อีกอย่างก็คือ คิดว่าเวลาถือพี่ I มันดูดีกว่าพี่ SS อะไรแบบนั้น หรือเป็นคนเดียวนะ พวกติดแบรนด์น่ะ

    • kafaak says:

      ถ้าติดแบรนด์ ก็จบฮะ หุหุ คงไม่ต้องแนะนำอะไร

  34. อรพรรณ says:

    ขอบคุณากที่ให้ความรู้ กำลังจะตัดสินใจซื้ออยู่ว่า 2 รุ่นนีี้ีว่าอันในเจ่งกว่า ขอบใจมากๆๆๆพี่นี้สุดยอดเลยนะนับถือ

  35. nat says:

    ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ อืมใจรักNokia แต่อยากลองเปลี่ยนไปตัวอื่นดูบ้าง ตอนนี้กำลังคิดระหว่างสองตัวนี้อยู่ว่าจะIphone5 หรือ NoteII หรือจะยังมั่นคงใน Nokia ดี หรือว่าจะลองทั้งสองดี อิอิ อ่านแล้วได้ข้อมูลแล้วแต่ว่าใจก็ยังลังเลมีใครเป็นเหมือนข้าพเจ้ามั้งเนี้ย

  36. JJ says:

    อ่านแล้วทำให้ค่อนข้างมีข้อมูลในการตัดสินใจเยอะเลยครับ แต่ก็ยังลังเลอยู่ว่า อยากได้มาแค่ถือให้รู้ว่าใช้ Iphone แต่ โอนย้้้ายไรทีก็ต้องผ่าน Itune หรืออยากทำไรได้แบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ต่อเข้าคอมฯปุ๊บก็ทำได้เลย แต่ต้องทำใจเรื่องว่าเป็น Samsung และราคาร่วงเร็วมากกกก และไม่แน่ใจเรื่องความเสถียรขอด้วยว่าใช้ ๆ ไป แล้วจะ Hang คามือหรือป่าว (เพราะมีหลาย ๆ คนรอบข้างเปลี่ยนจาก Samsung เป็น Iphone) และจะถามนิดนึงคับ Note 2 ดูจาก Spec ของหลาย ๆ ที่แล้ว น่าจะรองรับ 4G LTE (Bands 4 and 17)แล้วหรือป่าวอะคับ เพราะปกติเป็นคนที่ซื้อแล้วอยากใช้ยาว ไม่ค่อยจะเปลี่ยนบ่อย

  37. STG says:

    รบกวนสอบถามหน่อยครับ ตอนนี้ผมลังเลมากเลยครับว่าจะซื้อ iPhone 5 หรือ Samsung Galaxy Note 2 ปัญหามีอยู่ว่า มีอยู่ท่านหนึ่งซื้อ Samsung Galaxy Note 2 มาได้ไม่ถึงเดือน จอมันแตกโดยไม่ทราบสาเหตุ (น่าจะเกิดจะความร้อนของเครื่องหรือเปล่า) ท่านช่วยอ่านเว็ปนี้ให้หน่อยนะครับ http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T12981088/T12981088.html คือผมกลัวว่าซื้อมาแล้วจะเป็นเหมือนในเว็ปดังกล่าว ช่วยแนะนำหน่อยครับว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      พวกข่าวพวกนั้น บอกได้แค่ว่ามันก็มีโอกาสได้ แต่น้อยมากๆๆ แต่ที่เป็นข่าวก็เพราะมันเป็นยี่ห้อที่คนใช้เยอะครับ … iPhone ยังเคยระเบิดมาแล้วเลย

      ของพวกนี้ ความเป็นไปได้มันมีอยู่แล้ว เพราะเป็นของที่ผลิตแบบ Mass (หมายถึงผลิตเป็นจำนวนมากๆ) อาจจะมีโอกาสที่ของที่เป็น Defect หลุด QC ไปได้ (QC เขาแค่ “สุ่ม” ตรวจคุณภาพ ไม่ใช่ตรวจทุกเครื่อง)

      ลองอ่านข่าวนี่ก็ได้ครับ iPhone 4 ระเบิด 2 เครื่อง Samsung Galaxy SII ก็ระเบิดเครื่องนึง จากเว็บ TheInquirer.net

  38. Aor says:

    เล่นหุ้นได้ไหมคะ ใช้โปรแกรมอะไร

    • kafaak says:

      บางโบรกเกอร์ใช้ i2trade ได้ แต่มี Streaming for Android ให้ใช้เหมือนกัน (ค้นหาด้วยคำว่า setteade นะ)

  39. Zero x says:

    ผมมีไอแพดอยู่แล้วครับ คิดว่าจะซื้อมือถือสักเครื่อง ในใจว่าจะเอา ip เพราะมันน่าจะลื่นกว่า แต่คิดไปคิดมาว่า มันจะไปซ้ำกับ ipad รึป่าวมันจะคุ้มกับเงินที่เสียไปไหมครับ ปล. ผมชอบความลื่น ดูหนัง เล่นเกม ครับ

    • kafaak says:

      ไม่เกี่ยวครับ เพราะ Apple ออกแบบให้ iPad กับ iPhone ทำงานต่อเนื่องกัน เช่น ท่องเว็บบน iPad อยู่ แล้ววางไว้บ้าน ก็มาอ่านเว็บต่อบน iPhone ได้เลย (มันจะ Sync หน้าเว็บที่เปิดอยู่ผ่าน iCloud) หรือการซื้อเพลงมาฟังบน iPad ก็สามารถ Sync บน iPhone ได้ ใช้ Library และ Playlist ร่วมกัน เป็นต้น

      ถ้าชอบเล่นเกม ผมก็แนะนำ iPhone จริงๆ ครับ … (การดูหนังบน iPhone จะวุ่นหน่อย เพราะต้องคอยแปลงไฟล์ก่อน ซึ่งผิดกับ Android ที่จะโยนไฟล์อะไรมาก็ได้ แล้วค่อยหาโปรแกรมที่เปิดได้มาเปิด)

  40. กรุบกริบ says:

    ผมว่าiphone ดีกว่านะ สำหรับผม
    1.เครื่องไม่ใหญ่ ไปไหนมาไหนสะดวก ไม่ต้องทิ้งไว้ในกระเป๋าเป้ เอาออกมาได้ง่ายไม่ต้องล้วงกระเป๋าเป้ เช่นเวลาไปรอกินข้าว รอรถเมล์ ขี้ รับประกันได้เลย ถ้าคุณใช้ทั้งiphone note2 คุณจะหยิบiphone ออกมาบ่อยกว่าแน่นอน แม้ไม่ได้ออกมาทำเขี่ยไรก็ตาม มือมันว่างไง55
    2.เวลาเพื่อนเล่นเกมอะไรก็โหลดมาเล่นได้เลย เพราะเพื่อนๆส่วนมากใช้ iphone ไม่งั้นก็ตาหละห้อยไป
    3.เวลาแอบขอเบอร์สาวๆสะดวกดี จนตอนนี้คุยไม่ทัน จ่ายค่าโทรศัพท์ไม่ไหว
    4.แอบถ่ายรูปเข้าห้องสอบ ช่วยชีวิตผมได้หลายครั้งหละ ขอบคุณเจ้าขาวตัวนี้มากจริง

    • kafaak says:

      งงกะข้อ 3. ทำไมต้องแอบขอเบอร์สาว (ฮา)
      ข้อ 4. ไม่อยากให้น้องๆ เอาเป็นตัวอย่าง (ฮา)

      • กรุบกริบ says:

        ต้องแอบสิครับ มีคนรู้หละ ไม่ได้เข้าบ้านแน่ๆ
        เพิ่มข้อ 5.แอพพิเคชั่น มีให้เลือกหลากหลายมากกว่า เพราะผู้พัฒนาแอพต่างๆก็จะเลือกสร้างแอพของ iphone มากกว่าอยู่แล้ว ลองมองในมุมมองของคุณเองนะครับว่าถ้าคุณสร้างแอพเองได้แล้วจะเอาไปขายเอากำไร คุณจะเลือกสร้างแอพสำหรับ smartphone ไหนมากสุด?

        • kafaak says:

          เรื่อง app มากกว่านี่ไม่เคยเถียงอยู่แล้วฮะ
          Android ยังมีปัญหาตรงเรื่องของการทำให้นักพัฒนารู้สึกว่า พัฒนา app บนนี้แล้วหาเงินได้ … แต่หลังๆ เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่คาดว่ายังคงต้องกินเวลาอีกปีสองปี (ต้องรอให้ Device สเปกแรงๆ ราคาไม่แพงออกมาเยอะๆ ก่อน)

  41. thanet says:

    สวัสดีปีใหม่ครับพี่ kafaak
    จะรบกวนให้พี่ช่วยแนะนำผมหน่อยอ่ะครับ จะเล่าให้ฟังคร่าวๆนะครับ
    ผมทำงานแล้วได้เงินเดือน เดือนละ10,000บาท เมื่อสิ่นปีได้โบนัสมา 35,000บาท กะว่าจะเอาเงินโบนัสไปซื้อสลากออมสิน แล้วกู้เงินกลับมาเพื่อจะซื้อไอโฟนหรือไอแพด แล้วผมก็มีความสนใจอยากจะลองเล่นหุ้นดูอ่ะครับ (ลองหาอ่านหนังสือที่เค้าสอนเล่นหุ้นดูบ้างแล้ว)…. คือที่อยากจะถามก็คงประมาณว่า
    1. ความคิดที่จะเอาเงินไปซื้อสลากออมสินก่อนที่จะกู้มาซื้อไอ ดีไหม?
    2. ระหว่างไอโฟนกับไอแพดในกรณีใช้เล่นหุ้นพี่จะแนะนำให้ซื้อตัวไหนครับ
    รบกวนพี่ kafaak หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      เงินเดือน 10,000 บาท อย่าซื้อ iPhone หรือ iPad เลยครับน้อง เปลือง … เก็บเงินก่อนดีกว่าไหม? ผมเห็นด้วยกับการซื้อสลากออมสิน แต่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินซื้อ Gadget สิ้นเปลืองแบบนี้
      จะเล่นหุ้น ไม่จำเป็นต้องใช้ iPhone หรือ iPad ก็ได้ครับ Android ถูกๆ อย่าง i-mobile IQ1 ตัวละ 6 พันก็เล่นได้เหมือนกัน (ผมก็ใช้อยู่)

      เล่นหุ้น … ดูๆ แล้ว ผมแนะนำว่า น้องลองเริ่มจากซื้อกองทุนก่อน น่าจะปลอดภัยกว่าครับ … แต่ถ้าจะเล่นหุ้นจริงๆ ลองอ่านบล็อก “ตำนานหิ่งห้อย” หรือ “หิ่งห้อยไดอารี่” ของผมเพื่อทำความเข้าใจก่อนก็ได้

      • thanet says:

        คือเฝ้าร้านค้าให้แม่อ่ะครับ เงินเดือนแค่เดือนละหมื่น แต่ไม่มีภาระอะไรเลยอ่ะครับ ทางร้านมีสวัสดิการกินนอนฟรี อิอิ

        • thanet says:

          คือ ipad iphone ราคามันอลังการก็จริงอ่ะคับ แต่เวลาซื้อของแบบนี้ชอบกัดฟันซื้อไอที่ “ดีๆ” ไปเลยอ่ะครับ พี่่ kafaak ครับพอดีผมไปเจอตัวนี้มาพี่ว่าดีมั้ยครับ http://sabuy.sanook.com/product/7236891

          • kafaak says:

            Android ก็ประสิทธิภาพตามราคาครับ ซื้อถูกก็ได้ประสิทธิภาพแบบถูกๆ
            ผมไม่แนะนำ Android Tablet เท่าไหร่ เพราะผมยังมองว่า iPad มันดีกว่า … แต่สุดท้ายก็อยู่ที่งบอ่ะนะ อีกอย่างคือ จะซื้อมาทำอะไรจริงจังที่สุด ลองยกตัวอย่างสิ่งที่คุณคิดว่าคุณจะทำกับเจ้า Tablet นี่แน่ๆ มาหน่อยดีกว่า

          • thanet says:

            คือโนตบุ๊คทีใช้อยู่มันหนักมากๆอ่ะครับ เลยอยากหันมาใช้พวก tablet
            สิ่งที่ใช้อยู่เป็นประจำก็มี…..
            google
            remote Desktop
            streaming
            แล้วถ้าพริ้นงาน กับไรท์แผ่นด้วย external writer ได้ด้วยจะแหล่มมากอ่ะครับ

          • kafaak says:

            น้องครับ ถ้าจะใช้ Tablet แล้วจะพริ้นงาน กะ เขียน CD/DVD ด้วย คงต้องไปหาพวก Windows 8 Tablet แล้ว (ก็หนักกว่า iPad อยู่ดี)
            ถ้ารอไหว นู่นนนนน รอปลายปี น่าจะมีเบาๆ แจ่มๆ เยอะ แบตอึดๆ

          • thanet says:

            ไปเจอ Acer Aspire S5 มือหนึ่ง ราคา 35,000 มาอ่ะครับ น่าซื้อมั้ยครับพี่

          • kafaak says:

            ตัวนี้สวยเช้งเลยนะ ชอบไอ้ระบบไฮดรอลิกด้วย แต่เป็นอะไรที่บอบบางไปหน่อย แต่ราคา 35,000 นี่ก็โอเคนะครับ (เหมาะสำหรับคนที่คิดว่าใช้ Windows 7 เป็นหลัก … Windows 8 ผมแนะนำหารุ่นที่เป็นจอสัมผัสดีกว่า)

  42. Nana says:

    ขอบคุณค่ะสำหรับการเสียสละเวลาอันมีค่า ข้อมูลละเอียดดีมากค่ะ เราเงินเดือนเกือบ4หมื่นแต่ไม่เคยใช้ของพวกนี้เลยใช้โนเกียราคา3000บาทมา4ปีแล้วเมื่อก่อนรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่ตอนนี้คิดว่าใช้ก็ดีเหมือนกัน(เพื่อนร่วมงานชอบล้อว่าเชย)แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือว่าจะได้เช็คเมลและเล่น คุยกะเพื่อนๆบ้าง(คือปกติเสาร์อาทิตย์จะไม่นั่งอยู่ในหน้าจอเลย)

    • kafaak says:

      ใช้ตามสมควร ใช้ให้เกิดประโยชน์ ดีที่สุดแล้วครับ
      ผมก็ไม่ได้เชียร์ว่าจะต้องซื้ออะไรแพงๆ พวกนี้ หากชีวิตนี้ไม่ได้คิดจะใช้อะไรมากกว่าโทรเข้าโทรออกเลย 🙂

  43. kwan says:

    อยากทราบว่าความทนทาน ระหว่างโน้่ท 2 กับ ไอโฟน อันไหนทนกว่า เค้าว่าไอโฟนมีระบบป้องกันการติดไวรัส โน้ท 2 ไม่มีหรือคะ ถ้าเทียบราคาแล้วอันไหนน่าจะใช้งานได้คุ้มราคากว่ากันอะคะ
    ชอบถ่ายรูป เล่นเนท เล่นเกม ควรใช้อย่างไหนคะ

    • kafaak says:

      iPhone เป็นระบบปิดครับ จะลงโปรแกรมอะไรเองเนี่ย ทำไม่ได้ ถ้าไม่แหกคุก (แฮกเครื่อง) ซะก่อน ดังนั้น ถ้าใช้งานตามปกติ โอกาสติดไวรัสน้อยมาก (เพราะ App ต้องดาวน์โหลดจาก App Store และ Apple ก็ตรวจเข้มดี)
      Samsung Galaxy Note 2 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ค่อนข้างเปิด … แต่ก็มีโปรแกรม Antivirus ให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งเพื่อป้องกันไวรัสครับ

      ถ้าเทียบราคา ผมว่า Galaxy Note 2 คุ้มกว่าครับ (ทำอะไรได้หลากหลายอย่างดี มี S Pen) แต่ถ้าชอบถ่ายรูป เล่นเน็ต เล่นเกม ผมยังแนะนำ iPhone 5 อยู่ครับ (กล้อง iPhone 5 และ App เกม มันเยอะกว่า Android)

  44. humbig69 says:

    ผมกำลังจะซื้อโน๊ตสองอยู่พอดีครับชีวิตใช้จดจำเขียนเกี่ยวกับงานเอกสารเปนหลัก..แต่ใจก็อยากได้ I5 เพราะชอบซอฟแวเขา I5 ครับไม่ทราบพอจะมีคำแนะนำบ้างไหมคับ..หลักๆๆบันทึกงานที่สั่งลูกน้องบันทึกงานที่ประชุมแต่ไม่ได้ระเอียดอะไรมากและตามงานในอีเมล์บ้าง..แนะนำผมทีได้ไหมคับ

    • kafaak says:

      อยู่ที่ว่าจะเขียนด้วยปากกา หรือจะพิมพ์แล้วสะดวกกว่าครับ ถ้าพิมพ์ได้ จะใช้ iPhone 5 ก็ได้ครับ … จุดเด่นที่เป็นตัวตัดสินใจให้ซื้อ Samsung Galaxy Note II หลักๆ สำหรับทุกคนเลยก็คือ จอใหญ่ และ มี Stylus ที่ใช้จดบันทึกได้เยี่ยมครับ

  45. เบ้นซ์ says:

    ผมอยากทราบว่า

    ราคา not2 กับ iphone 5 อันไหนจะลงเร็วหรือมากกว่า ครับ

    ในการเล่นเกมส์ เกมส์ ที่มีสเปคสูง ไอโฟน หรือ not2 มีเกมส์เยอะกว่า แล้วโหลด เกมส อยากทราบว่า not2 เสียตังโหลด เกมสหรือเปล้า พวก FIFA13 เนี่ยไอโฟนเสียตังแน่ๆ และ ความสวยงามของเกมส์ อันไหนดีกว่า

    อยากทราบว่า แบตของ Not2 มัน3100 ไอโฟน 1000กว่าๆ จะต่างกันมากหรือไม่

    แล้ว อันไหนใช้งานได้นาน กว่า แบบว่่า ผมใช่ Ace Plus ใช้ไปใช้มา ก้อแล๊ค อยากทราบว่าไอโฟน กับ not2 จะเปนไหม

    อยากทราบว่ากล้องหน้า ของ i phone และ not2 จะต่างกันมากหรือไม่เพราะผมคนชอบถ่ายรูป อยากได้ I5 แต่กล้องมันน้อย และ Ram ของ Not2 มัน 2จิก I5 เท่าไร และเคสเครื่องNot2 จะมี เยอะหรือเปล่า

    • kafaak says:

      1. iPhone 5 ราคาตกลงช้ากว่าครับ เพราะปีนึงออกรุ่นเดียว (คิดซะว่ามันคือเครื่อง Mac อ่ะ ราคามันลงช้ากว่าเครื่อง PC อยู่แล้ว)
      2. เกมและ App นั้นระบบปฏิบัติการ iOS (ก็ iPhone/iPad นั่นแหละ) มีให้เลือกมากกว่า กราฟิกโดยรวมดีกว่า … ส่วนเรื่องเกม ถ้าจะเอาแบบถูกลิขสิทธิ์ละก็ ต้องเสียเงินทั้งคู่ครับ (อย่าเคยตัวกับการโหลดเถื่อนแบบฟรีๆ จนคิดว่า Android จะฟรีทุกอย่าง)
      3. ปริมาณแบตไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้แบตอึด … แต่ Galaxy Note 2 นั้น จากที่ลองเล่น แบตอึดกว่า iPhone 5 อยู่นิดหน่อย อย่างเก่งไม่เกิน 1.5 ชั่วโมง
      4. ผมไม่เข้าใจคำว่า Lag ครับ … Ace Plus สเปกมันต่ำมาก แรมแค่ 512MB เท่านั้น แถม Internal Storage ก็น้อย ใช้ไปนานๆ แรมหมดอยู่แล้ว (App สมัยนี้แด๊กแรมจะตาย) … แต่พวก High-end สมัยนี้ แรม 1-2GB แล้ว … แต่ถ้าเปิด App เยอะๆ ก็มีอืดบ้างอยู่ดี โดยเฉพาะ Android เพราะการบริหารจัดการ RAM แตกต่างกัน
      5. กล้องหน้า Galaxy Note 2 ดีกว่าของ iPhone 5 อันนี้ชัวร์ แต่กล้องหลังผมว่า iPhone 5 ดีกว่า
      6. RAM iPhone 5 อย่างที่ผมบอก มี 1GB แต่ก็อีกนั่นแหละ ความสามารถในการบริหารจัดการ RAM ของ OS แต่ละตัวมันแตกต่างกัน
      7. เดี๋ยวนี้เคสของมือถือ Samsung มีเยอะแล้ว

      เคลียร์ไหมครับ?

      • bird says:

        อยากถามเกี่ยวกับการเซฟรูปเฟดบุกในnote2ว่าเซฟยังไง
        birdtanakorn345@hotmail.co.th

        • bird says:

          ช่วยตอบหน่อยครับ
          ขอบคุณครับ

          • kafaak says:

            ผมตอบอยู่แล้วนะครับ ไม่ต้องห่วง แต่ผมก็มีงานมีการทำ ดังนั้นกรุณาอย่าเร่ง

        • kafaak says:

          มันไม่มีฟังก์ชั่น Save picture ครับ … ต้องจับภาพหน้าจอเอา ไม่งั้นก็ต้องเซฟจากคอมฯ

  46. BeeBee says:

    สอบถามค่ะ กำลังตัดสินใจไม่ถูกค่ะว่าซื้อ ip5 กับ samsung note2 คือลักษณะงานหลักที่จะเอามาใช้คือขายสินค้าผ่านเนตค่ะ เล่นเนตเข้าเวปดูรูปสินค้าจากเนตแล้วเซฟรูปไว้เพื่อเอาไว้อัพรูปลงขายสินค้าหน้าร้านอีกทีค่ะ ไม่รู้ว่าตัวไหนจะมีเนื่อที่ที่จะเก็บไฟล์รูปเนื่อที่เยอะๆได้ค่ะ /เช็คเมลตอบเมลลูกค้า /เล่นfacebook ค่ะ /ไม่ทราบว่า note2 มี excel ไว้ให้ใช้งานด้วยหรือป่าวค่ะ / อาจจะมีถ่ายรูปสินค้าบ้างค่ะ /รูปสินค้าที่เราเซฟไว้ในมือถือจะต่อเข้ากับเครื่องคอมฯไหนจะสะดวกมากกว่าค่ะ สามารถใช้งานร่วมกันได้ค่ะ
    รบกวนหน่อยนะคะ

    • kafaak says:

      กรณีที่คุณว่า Samsung Galaxy Note II ดูจะเหมาะกว่าเยอะมากเลยครับ (ฟีเจอร์ที่ใช้คู่กับ S Pen มันเหมาะมากสำหรับการนี้ … ซื้อเสร็จแล้ว ไปเข้า Workshop สอนใช้งานของ Samsung เขาด้วยนะ)
      พวก Android จะมีโปรแกรมไว้เปิดไฟล์ Excel ให้ซื้อใช้ครับ (ใช่ครับ ต้องซื้อ)

      • BeeBee says:

        ขอบคุณมากค่ะ สอบถามอีกนืดนึงนะคะ ถ้ากรณีที่เราซื้อ note2 พอดีเราใช้ดีแทครายเดือนไปดูแพคเกจแล้วไม่รู้จะเลือกอันไหนดีว่าไหนคุ้มที่เราจะใช้งานข้างต้นค่ะ เพราะตอนนี้เราติดที่ว่าเราใช้เนตบ้านอยู่ด้วย(620 บาท) แล้วจะเสียแพคเกตรายเดือนอีกมันก็จะไปกันใหญ่เพราะค่าโทรเราเดือนนึงก็300กว่าบาท เลยจะถามว่ามีวิธีไหนที่จะประหยัดได้บ้างค่ะ

        -ซื้อแพคเกต ยกเลิกเนตบ้าน เวลาเล่นเนตเห็นเพื่อนว่ามันสามารถปล่อยสัญญาณจากมือถือมาเล่นได้ใช่มั้ยค่ะ /ความเร็วจะช้ามั้ยค่ะ / สามารถเล่นพร้อมกันทั้งสองได้เลยหรือป่าวค่ะ
        -ซื้อแพคเกต คงเนตบ้านไว้ด้วย(เอาไว้ให้ลูกหรือแฟนไว้เล่นเนตอ่ะคะ) กลัวไม่สะดวกหรือเผื่อแย่งกันเล่น
        รบกวนอีกนิดนะคะ

        • kafaak says:

          แนะนำว่าให้คงแพ็กเกจเน็ตบ้านไว้ แพ็กเกจเน็ตมือถือ แม้มันจะบอกว่า Unlimited แต่มันจำกัดปริมาณครับ ถ้าใช้เกินจะโดนลดความเร็วลง ตอนนั้นล่ะโคตรช้าเลย

          แนะนำว่า ลองดูแพ็กเกจที่ไม่ Unlimited ก่อน เปิดแบบเติมเงินแบบจำกัดปริมาณหรือจำกัดชั่วโมงมาลองใช้ แล้วดูว่าเดือนนึงเราใช้เฉลี่ยเท่าไหร่ จะได้เลือกแพ็กเกจรายเดือนที่เหมาะสมได้

  47. sogood says:

    ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะเลย
    คือตัวหนูเองเป็นสาวก iphone ตอนนี้หนูใช้i4 อยู่แต่ว่าเครื่องมันช้าๆ เลยว่าจะขายแล้วซื้อเครื่องใหม่พี่ว่าหนูซื้อ i5 ไปเลยดีปะคะ หรือว่ารอ i5s ดีเห็นว่าเครื่องจะมาแล้ว เพราะจากที่ดูๆมา i5 ก็ไม่ได้พัฒนาเพิ่มเติมจาก i4s เท่ารัย(แล้วพี่คะเค้าว่าi4 กับ i4s ต่างกันแค่มีสิริแล้ว5ต่างจาก4sแค่เรื่องกล้องเหรอค่ะ)

    • kafaak says:

      iPhone 5S (ถ้ามันชื่อนี้จริงๆ) มันจะมาปลายๆ ปีครับ ถ้ารอไหว แล้ว OK กับเรื่องที่ราคาขายมือ 2 ของ iPhone 4 จะลงไปอีก ก็รอก็ดีครับ
      iPhone 5 ต่างกะ iPhone 4S ตรงดีไซน์, CPU, RAM และจอที่ยาวขึ้นครับ … แต่ในการใช้งาน มันเหมือนๆ กับ iPhone 4S ครับ

  48. Hyunbee says:

    อยากรบกวนถามหน่อยค่ะ
    คือตอนนี้กำลังจะซื้อโทรศัพท์ใหม่อ่ะค่ะ(ปกติใช่Nokiaรุ่นเก่ามานานมาก)แล้วจะเปลี่ยนไปใช้สมาทโฟนอ่ะ
    ลังเลค่ะไม่รู้จะซื้อตัวไหน คือแบบซื้อไป ก็ไปเอาใช้เล่นเน็ต เช็คเมลล์ เล่นเกมส์ ดูหนังฟังเพลง ถ่ายรูปค่ะ พูดคุยกะเพื่อนๆ เลยกังวลมากกลัวซื้อมาแล้วเสียใจค่ะ เพราะไม่ได้ซื้อของแบบนี้บ่อย ซื้อทั้งทีอยากให้คุ้มค่ะ แบบทนทานใช้ได้นานหลายปีค่ะ แล้วอย่าง Samsung นี่จะมีรุ่นใหม่มาอีกมั้ยค่ะ ตอนแรกว่าจะเอาNote 2 แต่เพื่อนบอกให้ซื้อ iPhone 5 คือถามเพื่อนๆที่ใช้ทั้ง2แบบ ต่างก็บอกว่าที่ตัวเองใช้อยู่กะดี
    เลยอยากจะถามว่า
    “อยากได้แบบที่ทนทานใช้ได้นาน เครื่องไม่รวน ไม่แฮงค์ ค่ะแบบไหนดี???”

    • kafaak says:

      ปัญหาไม่ได้เกี่ยวกับเครื่องทนทาน ใช้ได้นาน เครื่องไม่รวนฮะ ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นแบบนั้นทั้งคู่ (เว้นแต่คุณจะดวงดี แจ็กพ็อต ซื้อมาเจอของมีปัญหา)
      ปัญหาอยู่ที่ คำว่าอยากใช้ได้นาน หมายถึง ไม่ต้องกังวลว่ามีรุ่นใหม่ๆ ออกมาถี่ไหม และเมื่อจะขาย ราคาไม่ตกรึเปล่า

      Galaxy Note 2 มีความสามารถในการทำงานได้หลากหลายกว่า แต่รุ่นใหม่ๆ ออกมาบ่อยกว่า ตกรุ่นไวกว่า ราคาขายก็จะตกมากกว่า iPhone (แต่ก็ไม่ได้ถึงกับตกดิ่ง เพราะคนอยากได้ก็มีเยอะอยู่)

      iPhone 5 จะตกรุ่นช้ากว่า เพราะ Apple มักจะออกแค่ปีละรุ่น (แต่หลังจาก สตีฟ จ็อบส์ ตายนี่ไม่แน่ แต่น่าจะไม่เกิน 2 รุ่นต่อปี) … ในแง่ของเกม ทำได้ดีกว่า Galaxy Note 2 เพราะตัวเลือกดีกว่าครับ แต่ถ้าจะซื้อ ทำใจนิดนึง ราวๆ ปลายปีนี้ ก็น่าจะตกรุ่น เพราะของใหม่จะออกครับ (ครบรอบพอดี)

  49. sakolwan says:

    ขออนุญาตสอบถามนอกเรื่องค่ะ
    ซัมซุง s3 สามารถนำไปใช้ต่างประเทศได้ไหมคะ ถ้าเราใช้โรมมิ่งน่ะค่ะ (เครื่องศูนย์ไทยค่ะ)
    ไอโฟนใช้ได้ในต่างประเทศแน่นอน แต่ซัมซุงไม่แน่ใจ ขอรบกวนด้วยค่ะ
    ขอบพระคุณค่ะ

    • kafaak says:

      S3 นี่รองรับ 850/900/1800/1900MHz ครับ (2G) และ 850/900/1900/2100MHz (3G) ครับ เรียกว่ารองรับได้แทบทุกประเทศในโลกเลยครับ

  50. Ohmylove says:

    ขอรบกวน ขอคำปรึกษาหน่อยครับ คือผมมี Ipod gen4 , Ipad , blackberry8520 แต่ตอนนีิ้เจ้าบีบีของผมซึ่งใช้มา3ปีแล้ว มันก็เริ่มงอแงกับผม ใกล้จะเข้าโรงแล้ว ผมเลยตัดสินใจจะซื้อใหม่ ลังเล iphone5 กับ note2 ซึ่ง่สวนตัวผมชอบเล่นเนต ดูหนัง ฟังเพลง ถ่่ายรูป แต่งรูปบ่อย แชท จดข้อความบ่อย คือลังเลมาก อยากซื้อทีเดียวหลายใช้ไปอีกหลายๆปีอะครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ

    • kafaak says:

      ทั้งคู่ก็ซื้อทีเดียวใช้ได้อีกหลายๆ ปีนั่นแหละครับ เพียงแต่คุณต้องทำใจกับ “ของใหม่” ที่จะมาทุกปี (ทำใจได้ป่าว?!?)
      การเล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป แต่งรูป แชท ทั้ง iPhone 5 กับ Note 2 ทำได้ดีทั้งคู่ แต่ iPhone จะเหนือกว่าเรื่องกล้องเพราะมี Tap to Focus/Exposure ที่ Note 2 ทำไม่ได้
      แต่จดโน้ตนี่ Note 2 ทำได้ดีกว่าครับ

  51. mom says:

    คือตอนนี้ลังเลระหว่าง ipad4 กับ note2 ส่วนตัวเป็นคนเบื่อง่ายอ่ะคะ เลยกลัวจะเบื่อ อยากได้เครื่องที่สามารถรองรับการทำงานพวกกราฟฟิค ใช้โปรแกรมออกแบบได้อ่ะคะ ไม่รู้ว่าแอนดรอย จะมีโปรแกรมพวกนี้มั้ย เเล้วเสียตังรึเปล่า (เรียนออกแบบคะ) ตัวไหนจะใช้งานได้หลากหลาย และสะดวกกว่ากันคะ

    • kafaak says:

      กราฟิก โปรแกรมออกแบบ?!? เช่นอะไรบ้างอ่ะครับ?!?
      ทั้งคู่มี Adobe Touch มี SketchBook (ของ Autodesk) แต่ไม่ได้ทำได้ดีเท่ากับของ PC หรอกนะ (ต้องเสียเงินครับ ราคาประมาณ 300 บาท ต่อตัว)

      • mom says:

        พวก iMovie ,iPhoto อะไรพวกนี้อะค่ะ แล้วการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง ท่องเว็บ เนี่ย ios ใช้งานง่ายกว่าทั้งหมดเลยมั้ยคะ

        • kafaak says:

          ตอบยากจริงๆ ครับ … ในแง่ของการโยนไฟล์เข้ามาเพื่อใช้งาน Android ใช้ง่ายกว่าครับ แต่หากใครคุ้นกับการใช้ iTunes แล้ว การใช้ iPhone 5 ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ

  52. peeravas says:

    ถูกใจมากๆเลยครับ จะติดตามต่อไปนะครับ ^^

  53. Meemiw says:

    พี่ค่ะคือหนูจะซื้อมาเพื่อขายของออนไลน์อ่ะค่ะ อันไหนจะสะดวกกว่ากันค่ะ ตอนนี้มีไอแพดยุ แต่มันใหญ่ พกพายาก ไม่สะดวก แบบไหนจะตอบโจทย์ได้ดีกว่ากันค่ะระหว่างi5 กับ note2

    • kafaak says:

      ความเห็นของผม ผมว่าลองพิจารณา iPad Mini น่าจะดีกว่าไหมครับ

  54. nok2010 says:

    อยากได้มือถือราคาประมาณหมื่นถึงหมื่นห้าค่ะ กำลังตัดสินใจระหว่างรุ่น Samsung Galaxy note 2 กับ Sony Xperia Z and iPhone4S อยู่ค่ะ คือปกติอยากได้รุ่นที่ถ่ายรูปสวยหน่อย จะเอาไปลงเฟซบุ้คค่ะ ไม่เน้นเล่นเกมส์ ราคาตกเร็วก้อไม่เป็นไร แค่เล่นเฟซได้นานๆ แบตอึดๆ สามารถโหลดเพลงหรือหนัง youtubeได้ดีและสะดวก ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนรุ่นไหนมาก่อน กะว่าจะใช้ไปนานๆ ไม่ชอบเปลี่ยนมือถือค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมค่ะ ว่ารุ่นไหนดี? ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ,,,,

    • kafaak says:

      งั้นขอแนะนำ Samsung Galaxy Note 2 ครับผม … กล้องอาจจะยังสู้ iPhone 4s ไม่ได้ แต่ถ้าเอาแบบ สวยพร้อมลง Facebook ก็ถือว่าเหลือๆ

    • x says:

      ป่านนี้คงได้เครื่องใหม่แล้วมั้งครับ

      แต่ผมก็จะตอบเล่น ๆ ให้นะ เพราะว่าตอนนี้ใช้อยู่ทั้ง Note2/iPhone 4s

      ปกติอยากได้รุ่นที่ถ่ายรูปสวยหน่อย จะเอาไปลงเฟซบุ้คค่ะ
      – ถ้าแอพติดกล้องละก้อ iPhone ดีกว่าครับ แต่ถ้าแอพติดตั้งนอกนี่ พอพอกัน

      ไม่เน้นเล่นเกมส์ ราคาตกเร็วก้อไม่เป็นไร แค่เล่นเฟซได้นานๆ แบตอึดๆ
      – ข้อนี้ ถ้าเล่นได้นาน ๆ ละก้อ Note 2 ครับ iPhone นี่ บ่าย ๆ เริ่มลำบากแล้ว

      สามารถโหลดเพลงหรือหนัง youtube ได้ดีและสะดวก
      – ถ้าชอบดู youtube ละก้อ Note 2 กินขาดครับ จอใหญ่ สะใจมาก ดูได้นานด้วย

Leave a Reply

%d bloggers like this: