กฎใหม่ ITU คลิกปุ๊บเสียเงินปั๊บ … จริงหรือ?!?

 

ข่าวเดลินิวส์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้สึกสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ … เรื่องการแก้ไขสนธิสัญญาการบริหารเครือข่ายโทรคมนาคม หรือ Internet Telecommunication Regulation (ITR) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้งานต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์แบบที่เรียกว่า Pay per Click หรือ จ่ายตามการคลิกเลย … ที่ผมสนใจ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ประเด็นที่ทำให้ผมสนใจกว่าคือ ถ้าเรื่องมันร้ายแรงขนาดนี้ ทำไมผมไม่เจอข่าวแนวเดียวกันนี้ในต่างประเทศเลย (และแม้ผมจะพยายามค้นหาข่าวเกี่ยวกับ Pay per Click ผ่าน Google ก็ไม่เจอเลยแม้แต่น้อย)

แต่จากเนื้อข่าวที่เห็นได้ชัดว่ามีผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้งานทั่วไป และไม่จำกัดวงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ว่ามีผลกับคนทั้งโลกเลย เพราะประเทศที่เป็นสมาชิกที่สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้น่ะ เฉพาะประเทศสมาชิกที่สามารถโหวตได้ก็ 193 ประเทศแล้ว นี่ไม่นับอีกเป็นร้อยประเทศที่เป็นสมาชิกแบบที่ไม่สามารถโหวตได้

จึงเป็นที่มาที่วันนี้ (25 ตุลาคม 2555) กสทช. เลยจัดงานเสวนา “NBTC Public Forum 9: ITU จะกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต ไทยควรมีท่าทีอย่างไร” และ คมชัดลึก ก็ได้เปิดประเด็นหัวข้อนี้ โดยเชิญผู้รู้หลายท่านมาออกความเห็นเมื่อสองทุ่มที่ผ่านมาด้วย (สำหรับสรุปประเด็นเสวนาที่ กสทช. แนะนำอ่าน Blognone ที่ @markpeak เขียน)

ผมเลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ และพบว่า เรื่องนี้มันเป็นประเด็นกันมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว และ Forbes ก็มาเขียนบทความที่น่าสนใจคือ Why is the UN Trying to Take over the Internet? ซึ่งผมอยากแนะนำให้อ่านต้นฉบับบทความนี้ เพื่อรายละเอียดที่สมบูรณ์ … แต่ถ้าไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้จนจบ ผมขอสรุปให้อ่านกันแบบนี้ครับ

 

ใครคือ ITU??

ITU ย่อมาจาก International Telecommunication Union หรือ สหภาพโทรคมนาคมสากล เป็นหน่วยงานในสังกัดของสหประชาชาติ (United Nations หรือ UN) ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลเรื่องเกี่ยวกับโทรคมนาคม เช่น การใช้คลื่นความถี่, การกำหนดวงโคจรของดาวเทียม, การพัฒนามาตรฐานทางเทคนิคเพื่อให้เครือข่ายและเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ทั่วโลก สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างราบรื่น

 

แล้วทำไม ITU ถึงจะมากำกับดูแลอินเทอร์เน็ต??

อ้างอิงจากบทความของ Forbes มันเกิดจากข้อเสนอในการแก้ไข ITR (ไอ้สนธิสัญญาที่ผมพูดถึงไปข้างต้นอ่ะ) ซึ่งค่อนข้างเก่าแล้ว (ปรับปรุงล่าสุด ค.ศ. 1988 อ่ะ) แล้วทีนี้ชาติสมาชิกหลายประเทศ (มีข้อมูลว่าเป็นพวก ยุโรป, จีน, รัสเซีย และ กลุ่มชาติอาหรับต่างๆ) เขาพยายามล็อบบี้เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งอำนาจในการควบคุมอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บภาษีการใช้งานเครือข่าย หรือ การเซ็นเซอร์เนื้อหาอินเทอร์เน็ต

โดยเท่าที่พอจะรวบรวมข้อมูลได้ … ข้อเสนอที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานอย่างมากนั้น จะเป็นแบบนี้ครับ

  • ETNO (European Telecommunications Network Operators’ Association) ที่เสนอให้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ผลิตเนื้อหา (Content Maker/Provider) เวลาที่มีคนเข้าถึงข้อมูล ตามแนวคิด Sending Party Network Pays หรือ ใครเป็นคนส่งข้อมูลก็ต้องเป็นคนจ่าย
  • จีน, รัสเซีย และ กลุ่มประเทศอาหรับ เสนอเรื่องการเฝ้าติดตามข้อมูลที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต และการเซ็นเซอร์เนื้อหา
  • (เข้าใจว่าเป็นกลุ่มประเทศอาหรับ) เสนอให้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ชมเนื้อหา ในแบบ Pay per Click (อันนี้เป็นข้อมูลที่ทาง Internet Society บอกมา แต่ผมไม่เห็นเรื่องดังกล่าวในบทความของ Forbes และผมพยายามดูรายละเอียดจากเอกสารต่างๆ ผมก็หาเรื่องนี้ไม่เจอจริงๆ)
  • มีข้อเสนอให้ ITU เข้ามากำกับดูแลอินเทอร์เน็ตในทุกๆ ด้าน แทนจากเดิมที่แยกหลายๆ องค์กรดูแลแต่ละภาคส่วนแตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบัน ICANN ดูแลเรื่องโดเมนเนม, IETF ดูแลเรื่องมาตรฐานทางเทคนิค และ W3C ดูเรื่อง World Wide Web แต่ถ้าข้อเสนอนี้ผ่าน ITU จะมาแทนที่ทั้ง 3 องค์กรในการดูแลเรื่องพวกนี้

เรื่องการเรียกเก็บเงินตามแนวคิดของ ETNO นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่สหรัฐอเมริกาก็มีอะไรคล้ายๆ กันนี้อยู่แล้ว คือ ความพยายามของพวก ISP ที่จะเก็บเงินค่าเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการเนื้อหา โดยให้เหตุผลว่า เนื้อหาพวกนี้ไปกินแบนด์วิธของพวกเขา (ทั้งๆ ที่ความจริง ISP พวกนี้ก็เก็บเงินจากผู้ใช้งานอยู่แล้ว เหมือนเป็นค่าใช้แบนด์วิธเพื่อจะได้เข้าถึงเนื้อหาต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต)

ส่วนการเซ็นเซอร์เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตของจีน, รัสเซีย และ กลุ่มประเทศอาหรับ นี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เช่นกัน เพราะ จีน กับ รัสเซีย ก็ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ในขณะที่กลุ่มประเทศอาหรับก็รู้ซึ้งถึงพลังของอินเทอร์เน็ตตอนเกิดการปฏิวัติในกลุ่มประเทศอาหรับ หรือ Arab Spring ช่วง 2 ปีก่อน … และหากที่ Internet Society พูดเรื่องการเสนอให้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ชมเนื้อหานั้นเป็นจริง และมันมาจากกลุ่มประเทศอาหรับจริง มันก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้คนไม่อยากใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล (เพราะเชื่อมต่อมากก็เสียเงินมาก)

 

แต่สหรัฐเขาไม่เล่นด้วยนะ … แต่ประเทศอื่นๆ ก็ต้องไม่เล่นด้วยนะ ถึงจะเอาอยู่

แต่ไม่ใช่ทุกประเทศเขาจะเล่นด้วยกับแนวคิดพวกนี้นะครับ ที่แน่ๆ สหรัฐอเมริกาเขามีจุดยืนชัดเจนแล้วว่าไม่เห็นด้วย โดยมีการออกข้อเสนอชัดเจนแล้วว่าจะไม่สนับสนุนข้อเสนอใดๆ ที่มุ่งเน้นให้มีการเข้าไปกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต และ เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต

แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้แต่พี่เบิ้มสหรัฐเอง ก็มีสิทธิในการโหวตแค่เสียงเดียวเท่านั้น ดังนั้นทุกอย่างต้องอยู่ที่ว่าประเทศอื่นๆ จะโหวตไปในทิศทางใด ดังนั้นความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ประเทศต่างๆ นั้น ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหาก ITU ได้มากำกับดูแลอินเทอร์เน็ตจริงๆ และข้อเสนอของประเทศต่างๆ อย่าง จีน, รัสเซีย หรือ กลุ่มประเทศอาหรับได้รับการตอบสนอง

 

ใจเย็นก่อน ตอนนี้เขายังไม่เก็บเงิน

@iwhale สรุปได้ชัดเจนมาก ในรายการคมชัดลึกคืนนี้ คือ “ทุกอย่างยังเป็นแค่การเสนอ ที่อาจจะหรืออาจจะไม่ได้รับการสนอง” อยู่ที่ว่าประเทศสมาชิกเขาจะโหวตหรือไม่ ฉะนั้นตอนนี้เรายังตอบไม่ได้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จนกว่าจะจบงาน WCIT-12 (World Conference on International Telecommunications 2012) ที่ประเทศดูไบในเดือนธันวาคมนั่นแหละครับ

 

อยากติดตามเรื่องนี้ ทำยังไงดี?

เตือนก่อนว่า ถ้าอยากติดตามเรื่องนี้จริงๆ ภาษาอังกฤษต้องอยู่ในขั้นดีถึงดีมากทีเดียวนะครับ แถมต้องเป็นคนที่พร้อมจะหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก เพราะว่าเอกสารมันเยอะ และศัพท์เทคนิคเพียบ …

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: