รีวิว LG Optimus Vu สมาร์ทโฟนดีไซน์สวยแบบประหลาด ตอนที่ 3

 

ได้เวลาที่จะมาปิดการรีวิว LG Optimus Vu กันซะทีครับ … อย่างเคย งวดนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย, การเล่นเกม และ การถ่ายรูปถ่ายวิดีโอกันครับ … ด้วยขนาดหน้าจอตั้ง 5 นิ้วแบบนี้ หลายๆ คนอาจจะมองว่าน่าจะดูหนัง และ เล่นเกมได้เต็มอิ่มสะใจ แต่ก็อย่างที่ผมได้บอกไว้ในตอนที่ 2 แล้ว ว่าเจ้านี่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่แปลกกว่าชาวบ้าน และมันดูดีเวลาเปิดเว็บ โดยเฉพาะการอ่านการ์ตูนบนเว็บครับ หน้าจอที่กว้างสไตล์อ้วนป้อมแบบนี้ มันทำให้อ่านสะดวกมาก แบบว่าไม่ต้องซูมเพิ่มเลย … แต่เวลาที่มาเล่นเกมและดูหนัง ซึ่งทำ Content ออกมาสำหรับพวกหน้าจอแบบ 16:9 นี่สิ เราจะได้เห็นแถบสีดำตรงด้านบนและด้านล่างของหน้าจอ ให้ออกแนวรำคาญตาอยู่หน่อย

การดูหนังบน LG Optimus Vu

CPU ระดับ nVidia Tegra 3 1.5GHz แรงพอสำหรับการเล่นไฟล์หนัง 1080p อยู่แล้วครับ ดังนั้น การเปิดไฟล์หนังระดับ HD หรือ Full HD นี่ไม่ใช่ปัญหาอะไร ไม่ต้องกลัวเรื่องกระตุก แต่ที่น่าหนักใจจริงๆ เป็นเรื่องของแถบสีดำบนหน้าจอต่างหากล่ะครับ แบบในรูปด้านล่างเนี่ย จะเห็นว่าเหมือนตอนดูหนัง DVD บนจอ CRT เลยทีเดียว (หนังเป็นแบบ 16:9 ส่วนทีวีก็ 4:3 แบบนี้เป๊ะๆ) … แต่ตัว Video Player นี่มีลูกเล่นให้ค่อนข้างเยอะทีเดียวล่ะ

 

Video Player บน LG Optimus Vu

 

อีกจุดนึงที่น่าสนใจ คือ คุณภาพของเสียงครับ เช่นเคย ให้ @mrkui เป็นผู้รับหน้าที่รีวิวคุณภาพเสียงของลำโพงของตัวเครื่อง LG Optimus Vu แล้วตามด้วยการใส่หูฟังครับ

“ลำโพงให้เสียงที่ค่อนข้างโปร่งๆ ได้ยินรายละเอียดของเพลงชัดเจน แต่เสียงเบสจะไม่ลึกนัก ทำให้รู้สึกขาดมิติไปบ้าง เสียงค่อนข้างบาง เพราะขาดย่านต่ำกับกลาง ย่านสูงค่อนข้างโอเคไม่ได้พยายามให้ฟังชัดจนแหลมบาดหู โดยรวมก็เอาไว้ฟังเพลินๆได้ ฟังเพลงบรรเลงพอไหว ฟังเพลงที่มีเสียงร้องจะรู้สึกว่าเสียงร้องกระด้างๆไปเสียหน่อย เหมือนฟังผ่านคลื่นวิทยุ และเหมือนกับลำโพงมือถือหลายๆรุ่นที่เน้นความชัดของเสียงสูง แต่ขาดย่านกลาง+ต่ำ คือไม่ควรนำมาฟังเพลง Rock. Metal เพราะอรรถรสหายเกลี้ยง อ้อ แม้ว่ามือถือเครื่องนี้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่ามือถือทั่วไป แต่เสียงก็ไม่ได้ดังตามขนาดตัวนะครับ พอๆ กับมือถือขนาดมาตรฐาน

ลองใช้หูฟังๆดูบ้าง ระบบขยายเสียงทำได้ดี การไล่แต่ละระดับให้ความ Smooth แสดงย่านต่างๆได้ชัดเจนดี เทียบกับ iPad 2 แล้ว LG Optimus Vu จะเบลอกว่านิดๆ ทำให้ฟังดูนวลๆ ส่วน iPad 2 จะให้เสียงที่แยกย่านออกจากกันชัดเจนกว่า แต่ก็ถือว่าคุณภาพโดยรวมไม่ได้ต่างกันไม่มากมาย เมื่อเปิดระดับเสียงให้ดังสุด เสียงจะเบากว่ามือถือทั่วไปที่ผมเคยใช้ แต่ก็ดังพอนะครับ ก็ถือว่าปลอดภัยต่อหูของเราดี เพราะเปิดสุดก็ยังไม่ดังจนเกินไป … ทุกครั้งที่เอาหูฟังออก แล้วเสียบกลับเข้าใหม่ระบบก็จะปรับให้ระดับเสียงเริ่มที่ประมาณ 75% นับว่าเป็นระบบที่ดีเพราะป้องกันการลืมลดระดับเสียง แล้วเสียงลั่นใส่หูซึ่งอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้”

 

ทีนี้มาดูการเล่นเกมบน LG Optimus Vu กันบ้าง

ปีก่อนนี้ ถ้าให้ผมรีวิวเกมบน Android Smartphone ที่ใช้ CPU nVidia Tegra ละก็ ผมคงจะบอกว่ากราฟิกมันสวยมาก แต่คงจะมีเกมให้เลือกเล่นไม่เยอะ แต่สมัยนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ใครที่ใช้ CPU nVidia Tegra 3 นี่ ออกจะได้เปรียบ Android Smartphone ที่ใช้ CPU อื่นๆ พอสมควรเลย เพราะเกมจำนวนไม่น้อย (เช่น Horn และ Wildblood) ทำออกมาสำหรับ nVidia Tegra โดยเฉพาะเลยอ่ะ แถมเกมที่ทำออกมาสำหรับ CPU แบบนี้ กราฟิกจะสวยกว่าเยอะด้วย

ลองดูการเล่นเกม Asphalt 7: Heat บน LG Optimus Vu ดูนะครับ (วิดีโอกำลังอัพอยู่ อัพเสร็จจะมาอัพเดตบล็อกให้นะ)

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=GC8HClXckV0[/tube]

 

นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมแน่ใจเกี่ยวกับเกมบน Android ครับ คือ เหตุผลที่ Gameloft ทำเกมมาเฉพาะเครื่อง ก็เพราะว่าเกมจะได้เล่นได้ไหลลื่น เนียนๆ บน Android Device แต่พอเป็นเกมอย่าง Asphalt 7: Heat ที่ถูกออกแบบมากะให้เล่นบน Device ที่หลากหลายได้ ก็เลยทำให้เล่นๆ แล้วมีกระตุกอยู่บ้างใจบางจังหวะ แถมคุณภาพของกราฟิกก็ไม่สามารถดึงศักยภาพของ GPU อย่าง nVidia Tegra 3 ได้ (น่าเสียดาย)

 

การถ่ายรูปและวิดีโอ ด้วย LG Optimus Vu

ได้เวลามาดูการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย LG Optimus Vu กันบ้างครับ … ในแง่ของ Camera App นั้น มีการปรับปรุงดีขึ้นจากเดิมเยอะมากครับ แต่คงเพราะเป็นบริษัทเกาหลีเหมือนกันละมั้ง ผมเห็น User Interface แล้ว คุ้นๆ ว่ามันเหมือนกับของค่ายร่วมชาติอยู่ (หุหุ)

 

User Interface ของ LG Optimus Vu

 

ในแง่ของ Camera App นี่ถือว่า ทำออกมาได้ดีแล้วแหละ … การใช้งานก็ลื่นขึ้น คล่องขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียวครับ … ทีนี้มาดูคุณภาพของรูปกันบ้างดีกว่าครับ

 

 

โดยภาพรวม คุณภาพของรูปถือว่าทำออกมาได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนจริงๆ แต่ยังขาดอีกพอสมควร ก่อนที่จะไปเทียบชั้นกับเพื่อนร่วมประเทศ หรือ iPhone ครับ … แต่ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่ดีแล้ว สำหรับ LG โดยเฉพาะการที่รองรับฟีเจอร์ Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้งโฟกัส และ Exposure ของภาพด้วย (ค่ายเพื่อนร่วมประเทศยังไม่ยอมทำซะที)

ทีนี้มาดูในแง่ของวิดีโอกันบ้าง ปรากฏว่ามันกลับกันเลยอ่ะ … แม้ว่าจะถ่ายความละเอียดระดับ 1080p ได้ และโหมดถ่ายภาพนิ่งจะมีคุณสมบัติการปรับ Focus และ Exposure แบบ Tap-to-Focus แล้ว แต่ในโหมดถ่ายวิดีโอ กลับไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลย ซึ่งโดยส่วนตัว ผมว่าอย่างน้อยๆ ควรปรับ Focus ได้นะ … และที่ดูแย่อีกอย่างคือ ระบบ Auto Focus ของเครื่อง มันพยายามจะปรับโฟกัสบ่อยๆ แล้วทำให้ภาพมันดูแปลกๆ ไปครับ … คุณภาพของวิดีโอ ก็ดูเอาตามด้านล่างนี่ครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=YWbUghyDJtQ[/tube]

 

โดยสรุปเกี่ยวกับ LG Optimus Vu

ถ้าจะถามผมว่า LG Optimus Vu นี่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบไหนที่สุด ผมมองว่าน่าจะเป็นใช้ในฐานะอุปกรณ์ท่องเว็บ และการพิมพ์จดโน้ตครับ ขนาดของมันจะเหมาะกับการพิมพ์สองมือเต็มที่ได้อย่างถนัดถนี่เลยละครับ แล้วก็เจ้า LG Optimus Vu นี่มีแถม Capacitive Stylus มาให้ด้วย เอาไว้เขียนจดโน้ตได้ แต่ว่าเท่าที่ลอง มันเหมาะกับฟีเจอร์ Quick Memo ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องมากกว่า มันจะเป็นปุ่มกลมๆ เล็กๆ ตรงด้านบนของตัวเครื่อง ที่พอกดแล้วจะจับภาพหน้าจอ แล้วเปิดโปรแกรม Quick Memo ขึ้นมาครับ จากนั้นก็ขีดๆ เขียนๆ ได้สบายๆ … แต่นอกจากนั้นแล้ว Capacitive Stylus ที่ LG ให้มา มันก็เหมือนๆ กับ Capacitive Stylus ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไป

จุดเด่นอีกอย่างของ LG Optimus Vu คือ สเปกระดับไฮเอนด์ที่สนนราคา 18,900 บาท หรือก็คือ ราคาต่ำกว่าระดับไฮเอนด์ทั่วไปพอสมควรครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: