นำทางทุกทิศทั่วไทย ไปกับ Smart G-Book

 

ผมเคยรีวิวเปรียบเทียบพวกแผนที่นำทางที่แถมมากับ Smartphone ไปบ้าง (มีช่วงนึงที่แบรนด์ต่างๆ ชอบแถมพวกนี้กันแบบจริงจังมาก … หลังๆ เริ่มซาไปแล้ว) แต่เรื่องการรีวิวซอฟต์แวร์พวก GPS Navigator นี่ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกครับ คือเรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทางบริษัท Toyota เขาพัฒนาซอฟต์แวร์นำทางชื่อว่า Smart G-Book TH Lite ขึ้นมา แต่ไม่ได้ตั้งใจให้แค่เฉพาะลูกค้า Toyota ใช้เท่านั้นนะครับ แต่ใครต่อใครก็สามารถใช้งานได้ด้วย เพียงแต่แม้ว่าชื่อจะเป็น Lite (ที่ปกติ App ที่ชื่อประมาณนี้จะเป็น App ฟรีให้ทดลองใช้ แล้วถ้าถูกใจก็ซื้อเวอร์ชันเต็ม) แต่อันนี้เป็นเวอร์ชันเต็มที่ใช้งานได้จริงจัง โดยสามารถทดลองใช้งานได้ 30 วัน (เฉพาะเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการ iOS เท่านั้น) และหากพอใจ ก็สามารถซื้อหามาใช้ได้เลย ในราคาที่ก็ไม่ได้แพงมากมายนักเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์นำทางตัวอื่นๆ

เอาล่ะ ไม่รู้จะเกริ่นนำอะไรกันมากมาย ผมว่าเริ่มรีวิวกันก่อนเลยดีกว่า … เนื่องจากผมค่อนข้างจะเป็นหนุ่ม Android ดังนั้น ผมจะขอใช้ระบบปฏิบัติการ Android เป็นหลักนะครับ โดยใช้ Samsung Galaxy Note นี่แหละ (จอมันใหญ่ดี ผมว่าเหมาะกับการนำมาใช้เป็น Navigator)

 

ดาวน์โหลด Smart G-Book มาติดตั้ง

แน่นอนว่าก่อนอื่นก็ต้องไปดาวน์โหลด App มาจาก Google Play ก่อนครับโดยดาวน์โหลด smart G-BOOK TH Lite มาเลย อย่าเพิ่งตกใจว่าโปรแกรมแผนที่อะไร ทำไมขนาดเล็กจัง (ดาวน์โหลดแค่ 5MB เท่านั้นเอง) เพราะของจริงน่ะ มันคือส่วนของแผนที่ ที่เราจะต้องดาวน์โหลดอีกภายหลัง ขนาดราวๆ 350MB ครับ

เนื่องจากเวอร์ชันบน Android ไม่มีโหมดทดลองใช้งาน 30 วัน ผมเลยต้องใช้รหัสลงทะเบียนที่ได้จากทาง Toyota ไปใช้ลงทะเบียนครับ ไม่งั้นเดี๋ยวอดรีวิวให้ได้อ่านกันพอดี … แนะนำว่าถ้าไม่อยากหงุดหงิด เวลาลงทะเบียนและติดตั้งโปรแกรม ควรจะต่อ WiFi ใช้เน็ตบ้าน อย่าไปใช้ 3G ล่ะ … ขั้นตอนการลงทะเบียนและรับรหัสใช้งานเพื่อเข้าใช้โปรแกรมนี่แอบวุ่นวายนิดนึงครับ โดยส่วนตัวผมอยากแนะนำผู้พัฒนาว่า ลองนำ Flow การลงทะเบียนปัจจุบันมากาง แล้วลองพยายามทำให้กระชับขึ้น และสะดวกกับผู้ใช้งานมากขึ้นดีกว่า (เช่น จำเป็นไหมที่ต้องมีรหัสสมาชิก และ รหัสผ่าน … จะใช้แต่ Activation Code เพื่อยืนยันสิทธิ์อย่างเดียวได้ไหม)

พอลงทะเบียนเสร็จ ก็จะเข้าหน้าจอหลักของโปรแกรมครับ แต่ยังใช้งานไม่ได้นะ พอแตะที่ไอคอน Navigator แล้ว มันจะให้เราดาวน์โหลดแผนที่มาติดตั้ง … ก็ 350MB ที่ผมบอกไปในตอนแรกนั่นแหละ ติดตั้งเสร็จก็พร้อมใช้งาน

 

เริ่มใช้งาน Smart G-Book ครั้งแรก

Smart G-Book รองรับการใช้งานทั้งแนวตั้งและแนวนอน … ใครชอบแนวไหนตามสะดวกเลย แต่สำหรับผม ผมว่าการนำทางนี่ แนวนอนมันน่าใช้กว่า (เวลาเก็บ Screenshot มารีวิวก็สะดวกกว่าด้วย อิอิ) … เหลือบมอง User Interface แล้ว โห! อื้อเลยครับขอบอก ไอคอนเพียบ แต่ขอแตะไปที่ Navigator ก่อนนะ อยากเห็นแผนที่ของมัน

สวยงามดีครับแผนที่ แต่ว่าเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ เลย … พยายามค้นหาใน Settings ต่างๆ แล้ว ไม่เจอปุ่มสำหรับเปลี่ยนภาษาด้วย … หาไปหามา ปรากฏว่าการเปลี่ยนภาษาของโปรแกรม ต้องไปเปลี่ยนภาษาของเครื่องเลยครับ เพราะมันอ้างอิงตามภาษาของเครื่อง … อันนี้ถือว่าอำนวยความสะดวกคนไทยได้กลุ่มใหญ่ระดับนึงล่ะ แต่ลำบากสำหรับผู้ใช้งานหลายคนที่ชอบโปรแกรมภาษาไทย แต่ชอบ User Interface ของระบบปฏิบัติการที่เป็นภาษาอังกฤษ (แบบผม) จะลำบาก

 

แผนที่ Smart G-Book ภาษาอังกฤษ

 

เอาล่ะ เพื่อการรีวิว ผมยอมเปลี่ยนภาษาของเครื่องเป็นภาษาไทยก็ได้ … เพราะถ้าไม่เปลี่ยน แผนที่เป็นภาษาอังกฤษน่ะไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn มันจะเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยน่ะสิ

โอเค … วิธีให้ Smart G-Book นำทาง นั้นมีด้วยกัน 4 ช่องทางหลักๆ

  • อย่างแรกคือ การค้นหาจากสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งจะพิจารณาจากพิกัดที่เราอยู่ ณ ขณะนี้
  • อย่างที่สองคือ การค้นหาจากสถานที่ที่ชื่นชอบ ซึ่งเราบันทึกเอาไว้ตอนท่องไปมาในแผนที่ หรือกรณีที่เราเคยไปที่นั่นมาก่อน ก็ทำ Favorite เอาไว้ได้
  • อย่างที่สามคือ จาก G-Memory ซึ่งจะทำงานคล้ายๆ กับ Favorite แต่ว่าจะเป็นการเซฟเข้าในฐานข้อมูลของผู้ให้บริการแทน
  • อย่างสุดท้าย คือการใช้บริการโอปะเรเตอร์ครับ คุยกับตัวคนเป็นๆ ให้เขาช่วยค้นหาสถานที่ให้ แล้วเขาจะส่งที่อยู่กลับมาให้เราใน Inbox แล้วก็นำทางจากตรงนั้นได้

ในแง่ของการค้นหาสถานที่ ผมว่า Smart G-Book ทำได้ดีทีเดียวครับ สถานที่ที่ผมชอบไป และแม่ผมชอบไป มีครบถ้วนดี ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำลำพญา ฯลฯ ขั้นตอนการหาก็ไม่ยาก แค่กลับไปที่ Main Menu แล้วก็ใช้ฟังก์ชั่น Spot Search ในการค้นหาได้เลย

ผมตั้งข้อสังเกตอยู่อย่างนึงว่า Smart G-Book นี่มีแผนที่ 2 ชุดครับ ชุดนึงในหมวด Navigator เอาไว้นำทาง … พื้นที่ส่วนใหญ่ ซูมดูได้สูงสุดแค่ระดับสเกล 50 เมตรเท่านั้น มีแค่บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่ยอมให้ผมซูมละเอียดได้ระดับสเกล 10 เมตรเลย … อันนี้ไม่เหมาะสำหรับการค้นหาสถานที่อย่างแรง เพราะมันไม่มีฟังก์ชั่นให้พิมพ์ชื่อสถานที่แล้วค้นหาเลย และมันซูมได้ไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่แผนที่ชุดนี้ เราสามารถเก็บรายการสถานที่เข้า Favorite ได้ครับ (ซึ่งมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้ค่อนข้างดี หรืออันไหนไม่เข้าหมวดหมู่ ก็เรียกมันว่า “POI ของฉัน” ซะเลย

 

แผนที่ชุดนำทาง

 

แผนที่อีกชุด อยู่ในหมวด Spot Search อันนี้ละเอียดมาก ซูมได้สุดๆ ไปเลยครับ และมีชื่อสถานที่ต่างๆ เยอะแยะไปหมด แต่ในหมวดนี้เราไม่สามารถเก็บรายการสถานที่เข้า Favorite ได้ครับ ต้องบันทึกลง G-Memory เท่านั้น

 

แผนที่ชุด Spot Search

 

การมี Favorite 2 แบบ และแผนที่ 2 ชุด ผมว่าทำผู้ใช้งานงงเอาง่ายๆ นะ และคู่มือของ Smart G-Book ที่ผมได้มาพร้อมกับรหัสลงทะเบียนเนี่ย ก็ไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ละเอียดเท่าไหร่ ผมเองก็นั่งมึนกับมันอยู่พักใหญ่ๆ

 

การบันทึก Favorite บน Smart G-Book

รีวิวไปแล้ว รู้สึกว่า ผมควรจะเขียนอธิบายเอาไว้ในบล็อกซักหน่อย เผื่อใครงง อย่างน้อยจะได้มีที่พึ่งพิง (จริงๆ นะ) มาดูกันว่าแต่ละวิธีนั้น บันทึกกันยังไง

 

ในหน้าจอ Navigator เราสามารถบันทึก Favorite ได้แบบนี้

  • วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่เราไปถึงสถานที่นั้นแล้ว แล้วอยากเก็บพิกัดเอาไว้เพื่อจะได้มาอีกในวันหลัง

แตะที่ปุ่ม Favorite

  • ก่อนอื่น ก็ต้องไปให้ถึงสถานที่นั้นก่อน จากนั้นแตะที่ไอคอนรูปแฟ้มที่มีดาวอยู่ตรงกลาง … ไอคอนจะอยู่ด้านล่างขวามือของหน้าจอ อยู่เหนือไอคอนรูปธง
  • แตะเสร็จ เลือกว่าจะบันทึกเข้าหมวดหมู่ไหน ถ้านึกไม่ออก เลือกเป็น POI ของฉันหรือไม่ก็ อื่นๆ ไป
  • กรณีเลือกเป็น POI ของฉัน ต้องเลือกต่อว่าอยากเก็บไว้ในสล็อตไหน จากนั้นตั้งชื่อสถานที่ แล้วแตะไอคอนสีเขียวที่มีดาวอยู่ตรงกลางเพื่อบันทึก … แต่ถ้าเป็นการเลือกเข้าหมวดหมู่อื่น ก็แค่เปลี่ยนชื่อสถานที่ แล้วแตะที่ไอคอนสีเขียวที่มีดาวอยู่ตรงกลาง ก็เรียบร้อย

 

ในหน้าจอ Spot Search เราสามารถบันทึก Favorite ได้แบบนี้

 

ปักหมุดบนแผนที่ใน Spot Search

 

  • วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่เราวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ประมาณว่าอยากไปที่ไหน ก็ไประบุพิกัดเอาไว้ก่อนออกเดินทาง เพื่อว่าเวลาออกเดินทางแล้ว จะได้แค่สั่งให้นำทางก็พอ
  • ในหน้า Spot Search ก็พิมพ์ชื่อสถานที่ที่ต้องการจะไป หรือจะไล่ค้นหาเอาจากแผนที่ก็ได้ (ถ้าฟิตพอ)
  • ถ้าค้นหาเอา และสถานที่นั้นมีอยู่ในแผนที่ เราจะเห็นหมุดสีน้ำเงิน … แต่ถ้าเราค้นหาเอาเองจากแผนที่ก็ต้องแตะที่ไอคอนปักหมุดซึ่งอยู่ด้านล่างขวามือ ข้างๆ ไอคอนรูปคน เพื่อปักหมุดสถานที่
  • แตะที่ตัวหมุด เราจะเห็นรายละเอียดของสถานที่นั้น ถ้าเป็นหมุดสีน้ำเงิน (หมายถึงสถานที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว) เราจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหมุดสีแดง (เราปักเอง) เราจะสามารถตั้งชื่อสถานที่ และระบุเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อสถานที่นั้นๆ ได้

บันทึกข้อมูลลง G-Memory

  • จากนั้นเราจะสามารถบันทึกเข้า G-Memory ได้ด้วยการแตะปุ่ม “บันทึกลง G-Memory”

 

การเริ่มนำทางหลากหลายรูปแบบ

ไหนๆ ก็คุยเรื่องการบันทึกลง Favorite แล้ว … ขอรีวิวเรื่องขั้นตอนการเริ่มนำทางเลยดีกว่า เพราะมันมีหลายรูปแบบจริงๆ ครับ

 

วิธีง่ายที่สุดคือ ล็อกเป้าแล้วนำทางเลย

วิธีนี้ใช้ตอนอยู่ในโหมด Navigator … ตรงกลางหน้าจอจะมี Cross Hair ไว้ล็อกเป้าให้ … เลื่อนหน้าจอให้ตรงเป้าที่ต้องการ (หรือใกล้เคียงก็พอ) แล้วแตะไอคอนรูปธงเลย แค่นี้มันก็คำนวณเส้นทาง และนำทางให้เราได้แล้ว ที่เหลือก็แค่แตะปุ่ม Go เท่านั้นเอง

 

วิธีง่ายรองลงมาคือ ค้นหาสถานที่จาก POI ที่มีในฐานข้อมูล

 

แตะที่ไอคอนนี้เพื่อเลือก POI

 

ในมุมนึง วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่มีเป้าหมายแบบจำเพาะเจาะจงมากๆ … เน้นที่ใกล้พิกัดที่เราอยู่ เช่น เรากำลังหิวอยากหาร้านอาหารใกล้ๆ หรือ รถกำลังจะน้ำมันหมดต้องรีบหาปั๊มที่ใกล้ที่สุดด่วน … ถ้าต้องการแบบนี้ แตะที่ไอคอนแว่นขยายแล้วเลือกสถานที่ที่ต้องการ แตะที่ชื่อสถานที่ แล้วก็แตะที่ปุ่มธงก็พร้อมนำทางได้เลย

 

ถ้ากดสูตรลับ(?!?)ติด จะได้ไอคอนพิเศษ (ฮา)

 

อีกมุมนึง เหมือนจะเป็นสูตรลับ(?!?) เมื่อหาสถานที่ใกล้เคียงได้แล้ว ลองกดให้นำทาง แต่ว่าให้กดยกเลิกการนำทางเลย แล้วกลับมาดูที่หน้าจอใหม่ ปรากฏว่ามีไอคอนรูปธงและแว่นขยาย นี่เป็นตัวเลือกพิเศษ ให้สามารถค้นหาสถานที่จากแหล่งต่างๆ ได้มากกว่าแค่ใกล้ตัว และที่สำคัญ กดหาจาก G-Memory ได้ด้วย และยังเลือกจุดหมายปลายทางจากรูปแบบอื่นๆ ได้อีกเพียบ

 

ถ้าเลือก POI จากไอคอนรูปธงที่มีแว่นขยาย จะสามารถเลือกจาก G-Memory ได้ด้วย

 

เลือกจาก G-Memory ก็ได้

ออกจากหน้าจอแผนที่ เข้าไปที่ Main Menu แล้วเลือกไปที่ G-Memory จากนั้นก็เลือกสถานที่ที่ได้บันทึกเอาไว้ก็ได้เช่นกัน เลือกเสร็จแล้ว แตะที่ปุ่ม “ระบุจุดหมายปลายทางใน Navigator” ก็เรียบร้อย

 

กำหนดจุดหมายปลายทางจาก G-Memory

 

หรือจะใช้บริการ Operator Service ช่วยหาจุดหมายปลายทางแล้วส่งพิกัดมาให้ก็ได้

 

Operator Service

 

ที่เหนือกว่า GPS Navigator ค่ายอื่นก็คือ Smart G-Book มีบริการ Operator คอยช่วยเราค้นหาสถานที่ที่เราต้องการ แล้วส่งพิกัดมาให้เราเพื่อใช้นำทางก็ได้ครับ แค่แต่ไปที่ไอคอน Operator Service แล้วจากนั้นระบบจะทำการหาพิกัดปัจจุบันของเราส่งไปให้ Operator แล้วต่อโทรศัพท์ให้คุยกันเลย (เสียเวลารอสายประมาณ 1 นาที … ตอนที่ผมลองคือ 18:45 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 2555) บอก Operator ไปเลยว่าอยากไปไหน รอซักครู่ เขาจะกลับมาพร้อมที่อยู่ของสถานที่นั้น และจัดส่งพิกัดให้เราครับ

 

Operator ส่งพิกัดข้อมูลมาให้แล้ว 🙂

 

พิกัดที่ถูกส่งมา จะถูกเก็บไว้ใน Inbox ของระบบครับ สามารถกลับเข้าไปดูในภายหลังได้ … แต่ถ้าอันไหนเราคิดว่าคงได้ไปบ่อยๆ แล้วละก็ แนะนำให้เซฟเข้า G-Memory หรือเมื่อเราเดินทางไปถึง ก็บันทึกเป็น POI ของเราไปเลยจะดีที่สุดครับ

 

บันทึกพิกัดที่ Operator Service ส่งมาให้ G-Memory ก็ได้ หรือจะเริ่มนำทางเลยก็ได้

 

ถ้าพร้อมจะให้เริ่มนำทาง ก็แตะปุ่ม “ระบุจะจุดหมายปลายทางใน Navigator” ก็พร้อมเริ่มเลยครับ

 

หน้าจอการนำทาง

เมื่อเริ่มนำทาง ก็จะเข้ามาที่แผนที่ชุดนำทางครับ อย่างที่ผมบอก ส่วนใหญ่จะแสดงรายละเอียดได้ที่ระดับสเกล 50 เมตร … ที่หน้าจอนำทางนี้ พอเราจะเริ่มนำทาง ก็แตะปุ่ม Go เลยก็เป็นอันเริ่ม

 

หน้าจอนำทาง

 

ไอคอนบนหน้าจอ ที่อยู่เหนือ Go นั้น อันบนสุด เป็นการตั้งรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทาง เช่น เลือกเส้นทางแนะนำ, เลี่ยงทางด่วน, เลือกทางหลัก เป็นต้น ส่วนไอคอนอันที่เป็นลูกศรทางแยกมีเลข 5 เนี่ย คือการเปิดแผนที่นำทาง แล้วแสดงให้เห็นเลยว่า เส้นทางแต่ละแบบ (แนะนำ, เลี่ยงทางด่วน, ทางหลัก, สั้นที่สุด, เส้นทางอื่น) นั้นเป็นยังไงบ้าง เผื่อเราจะได้เลือกได้ถูก

 

เปิดโหมดนำทางแบบแสดงให้เห็นว่าเส้นทางแต่ละแบบ เป็นเส้นทางแบบไหนบ้าง

 

Smart G-Book นี่ผมถือว่าเป็น GPS Navigator ที่พูดน้อยที่สุดแล้ว เน้นพูดแนะนำเส้นทางเราเฉพาะจุดที่จำเป็นจริงๆ ครับ ภาษาไทยนี่ พูดได้ชัดเจนดี และเสียงดังฟังชัดดี (อย่างไรก็ดี ขึ้นอยู่กับลำโพงของ Smartphone ของคุณๆ ด้วยนะ) … ลองให้มันนำทางดู (เจ้านี่มีโหมด Demo ด้วย ลองให้มันนำทางไปเล่นๆ ก็ได้ ไม่ต้องไปขับกันจริงๆ) โดยเลือกสถานที่ที่แม่ของผมรู้จัก (ตลาดน้ำคลองลัดมะยม) แล้วให้มันนำทางไป โดยให้คุณแม่ฟังด้วย ก็พบว่า Smart G-Book เลือกเส้นทางได้ OK ทีเดียว

สำหรับคนที่อาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่คุ้นชินกับการใช้โปรแกรมอะไรพวกนี้แน่ๆ … Operator Service นี่น่าจะช่วยให้สะดวกในการค้นหาจุดหมายปลายทางแน่ๆ เลย … แต่ถ้าผมว่าคำอธิบายโปรแกรมไม่ผิดเนี่ย บริการ Operator Service จำกัดอยู่ที่ 50 ครั้ง/ปี เท่านั้น ซึ่งผมถือว่าน้อยไปหน่อยนะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะให้ซัก 30 ครั้งต่อเดือนนะ ถ้าทำได้ละก็ นี่คือฟีเจอร์ที่เป็นจุดขายอย่างนึงเลยทีเดียวล่ะ

 

G-Road และ G-Life

 

G-Road และ G-Life

 

G-Road และ G-Life เป็นบริการอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน Smart G-Book ในกรณีฉุกเฉิน … โดย

  • G-Road จะอำนวยความสะดวกในกรณีที่เราต้องการความช่วยเหลือด้านรถยนต์ เช่น รถเสียต้องการหาคนมาช่วยซ่อมด่วน หรือ ต้องการหาคนมาช่วยลากรถ
  • G-Life จะอำนวยความสะดวกในกรณีที่เราต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์

อย่างไรก็ดี บริการทั้งสองอย่าง เราต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการที่ได้รับนะครับ … โปรแกรม Smart G-Book แค่อำนวยความสะดวกในเรื่องการติดต่อเท่านั้นนะครับพี่น้องครับ

 

Traffic  Information

นอกจากนี้ Smart G-Book ยังมีฟีเจอร์ที่ร่วมกับ ITIC เพื่อดึงข้อมูลการจราจรมาแสดงบนแผนที่ให้เราดูด้วยครับ … แต่กรณีนี้ต้องมีอินเทอร์เน็ตด้วยนะครับ ไม่งั้นเขาก็ส่งข้อมูลมาเข้าเครื่องของเราไม่ได้

 

แผนที่แสดงสภาพการจราจร

 

นอกจากนี้ แผนที่ยังมีการเชื่อมโยงกับข้อมูลกล้องวงจรปิด ให้เราสามารถแตะที่รูปกล้องวงจรปิด เพื่อดูสภาพการจราจรจริงๆ ผ่านทางกล้องวงจรปิดได้ด้วย … เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางครับ แต่เสียดายอยู่เรื่องนึงคือ ข้อมูลสภาพการจราจรเนี่ย น่าจะสามารถเข้ามาแสดงบนแผนที่นำทางได้ (แผนที่อีกชุดนึง) เวลาที่นำทางอยู่ เราจะได้เห็นสภาพการจราจรแบบ Real-time อ่ะ

 

บทสรุปของ Smart G-Book

Smart G-Book ถือว่าเป็นโปรแกรม GPS Navigator ที่ครบเครื่องเอาการทีเดียวครับ เท่าที่ผมลองค้นหาสถานที่ที่ผมชอบไปและผมอยากไป ก็พบว่ามันรู้จักทุกที่เลยทีเดียวละครับ ฐานข้อมูลนี่ถือว่าละเอียดไม่น้อยเลย และครอบคลุมทั้งประเทศไทยด้วย ระบบการนำทางของมันก็ถือว่าทำได้ดีครับ … แต่ผมก็ยังมีข้อชมและข้อติมาให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ

ข้อชม

  • ฐานข้อมูลสถานที่ค่อนข้างเยอะดี
  • ระบบ Operator Service ที่ให้ได้คุยกับคนเป็นๆ เพื่อให้เขาช่วยค้นหาสถานที่
  • ระบบ G-Road และ G-Life ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
  • ระบบแผนที่สภาพการจราจรมีการเชื่อมโยงกับข้อมูลกล้องวงจรปิดให้ดูด้วย
  • ระบบนำทางพูดน้อยดี (ตรงนี้ความชอบส่วนตัว … บางคนอาจมองว่าเป็นข้อเสีย เพราะมองว่านำทางไม่ละเอียด … แต่เท่าที่ผมลองให้นำทางดู มันก็เหมาะสมดีแล้ว)

ข้อติ

  • User Interface ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้งานซักเท่าไหร่
  • แผนที่ 2 ชุด … ทำเอาสับสนง่ายๆ
  • การเปลี่ยนภาษาของระบบ ต้องไปอ้างอิงกับภาษาของอุปกรณ์ (กรณีเวอร์ชัน Android)
  • เปิดโปรแกรมแล้ว แม้จะ Switch ไปยังโปรแกรมอื่น มันจะยังคงเรียกใช้ GPS ต่อไป ทำให้เปลืองแบตเตอรี่ (กรณีเวอร์ชัน Android … รู้สึกจะเป็นบั๊ก) ถ้าจะปิดไม่ใช้งาน ต้องไปใช้ Task Manager ปิดมันเลย (หรือในกรณี Android 4.0 ก็เปิด Recent Apps ขึ้นมา แล้วดีดมันออกจากรายการไป)
  • ระบบ Operator Service ถ้าเป็นไปตาม Description ของโปรแกรม ใช้ได้แค่ปีละ 50 ครั้ง มันน้อยเกินไป
  • ใช้ระบบ Activation Code กับ รหัสล็อกอิน แต่พอติดตั้งที่เครื่องไหนแล้ว ย้ายเครื่องอีกไม่ได้ (เศร้า) … จริงๆ ควรให้ย้ายเครื่องได้ แต่ล็อกอินได้ครั้งละ 1 Account จะดีกว่า

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: