ตำนานหิ่งห้อย บทที่ 1 เรียนรู้เรื่องโบรกเกอร์

Image courtesy of worradmu / FreeDigitalPhotos.net

 

มีคนถามผมมาว่า ผมได้ค่าขนมจากการทดลองใช้ Streaming for Android มากขนาดเปิดพอร์ตได้เลยเหรอ … ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า การเปิดพอร์ตนั้นไม่ได้ต้องใช้เงินมากอย่างที่คิดนะครับ สอบถามเพื่อนๆ ของผม เขาแนะนำว่าเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบ Cash Balance เนี่ย มีเงินซัก 5,000 บาท ก็เปิดพอร์ตได้แล้ว … ใช่ครับ ผมได้ค่าขนมสำหรับงานนี้มา 5,000 บาทนั่นแหละ (แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้ค่าขนมมาหรอกนะ) … และเพื่อไม่ให้ตำนานหิ่งห้อยเงียบหายไป ผมก็เลยถือโอกาสไปหาทางเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนล่ะครับ

 

ก่อนอื่นต้องรู้จักเลือกโบรกเกอร์ก่อน … ว่าแต่ โบรกเกอร์คืออะไร(วะ)?!?

คือ ในฐานะไอทีต๊อกต๋อย ผมนี่โคตรโง่เรื่องพวกนี้เลยครับ ดังนั้น ก่อนจะเป็นหิ่งห้อย ก็ต้องทำการบ้านเยอะหน่อย … แรกสุดเลย ต้องรู้จักกับคำว่าโบรกเกอร์ก่อน เพราะเขาคือคนที่เราจะต้องติดต่ออ่ะ (เพื่อนๆ ผมชอบพูดประจำ ต้องไปเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ก่อน อะไรแบบนี้)

Thailand Securities Institute (TSI) เขาให้คำจำกัดความของโบรกเกอร์เอาไว้ว่างี้ครับ

บริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ (Broker) คือ บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเข้าเป็น  “บริษัทสมาชิก” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้าสู่ระบบซื้อขาย ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้โดยตรง

อ้อ … ที่แท้เวลาเราซื้อขายหุ้น เราไม่ได้ทำเองนะครับ เราจะทำผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งจะให้บริการเราตั้งแต่เริ่มยันจบ และยังให้คำแนะนำ คำปรึกษา ช่วยเราแก้ปัญหาอีกด้วย ดังนั้น การเลือกโบรกเกอร์ที่ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญครับ

ที่เว็บไซต์ของ Thailand Securities Institute นั้นมีคำแนะนำเรื่องคุณสมบัติของโบรกเกอร์ที่ดี และเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดีอีกด้วย แนะนำว่าไปอ่านเพิ่มเติม เพื่อหาความรู้เอาไว้ครับ

 

ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหุ้น ไม่ได้มีแค่ค่าหุ้นนะจ๊ะ

จริงๆ ควรจะพูดถึงเรื่องนี้ทีหลัง ตอนที่ซื้อขายหุ้นจริงๆ แล้ว … แต่เอาเหอะ ไว้ค่อยไปย้ำอีกทีก็ได้ … ที่ต้องเอามาพูดถึงก่อนเลยก็เพราะ มันเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับการเลือกโบรกเกอร์ด้วยน่ะครับ นั่นก็เพราะตามที่ผมได้จั่วหัวไว้นั่นแหละ … ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหุ้น มันไม่ได้มีแค่ค่าหุ้นนะครับ มันมีสิ่งที่เรียกว่า ค่าคอมมิชชั่น ด้วย ซึ่งโบรกเกอร์แต่ละรายก็คิดค่าคอมมิชชั่นแตกต่างกันไป บางรายมีคิดขั้นต่ำเอาไว้ด้วยนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น Maybank Kim Eng นี่ก็แล้วกัน

 

อัตราค่านายหน้า การซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป ของ Maybank Kim Eng

 ที่มาของข้อมูล: Maybank Kim Eng

 

อย่างในฐานะไอทีต๊อกต๋อยแบบผม คงซื้อต่ำกว่า 5 ล้านบาทแน่ๆ (ซื้อหลักหมื่นบาทได้ก็บุญแล้วครับผม … ตั้งใจเปิดพอร์ต 5,000 อ่ะ) ฉะนั้นผมต้องเสียอะไรบ้าง? ก็มี อัตราค่านายหน้า (ค่าคอมมิชชั่นนั่นแล), SET Trading Fee, TSD Clearing Fee และ ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล … ถ้าผมกะจะเปิด Cash Balance ละก็ ผมก็ต้องโดนเรียกเก็บเงิน 0.1578% ของเงินที่ผมทำการซื้อขายไป

นั่นหมายความว่า สมมติผมซื้อหุ้นอะไรซักตัวตอนนี้ หุ้นละ 5 บาท เป็นจำนวน 5,000 หุ้น ก็คิดเป็นเงิน 25,000 บาท ผมก็จะต้องโดนเรียกเก็บ 0.1578% เป็นเงิน 39.45 บาทครับ … แต่ปัญหาก็คือ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ (รวมถึง Maybank Kim Eng) เขาจะคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวันเอาไว้ที่ 50 บาท นั่นหมายความว่า ผมจะต้องถูกเรียกเก็บเป็นเงิน 50 บาทแทนครับ ดังนั้นถ้าเกิดจะซื้อขายให้คุ้มค่าเงินที่ถูกเรียกเก็บจริงๆ ก็จะต้องซื้อขายหุ้นเป็นเงิน 31,686 บาทครับ

แต่ก็มีโบรกเกอร์บางราย ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมขั้นต่ำนะครับ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS เป็นต้น

 

โปรโมชั่นของ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

 

ดูๆ ไปแล้ว โบรกเกอร์ก็เหมือนกับบริษัทบัตรเครดิตอ่ะ … มีหลายแบรนด์ให้เลือก แต่ละแบรนด์ก็ให้บริการพื้นฐานคล้ายๆ กัน แต่ว่าจะมีโปรโมชั่นแตกต่างกันนิดหน่อย เพื่อเรียกลูกค้า เช่น สะสมแต้ม ฟรีค่าธรรมเนียม อะไรแบบเนี้ย (ในกรณีของบัตรเครดิตนะ) … เพียงแต่ของพรีเมี่ยมที่แถมนี่มันเงื่อนไขโหดดีนะ … แค่ Gift Voucher 500 บาทนี่ ต้องเทรดหุ้นเป็นเงินตั้งล้านในเวลา 3 เดือนแน่ (หูยยยยยย)

 

แล้วเลือกโบรกเกอร์ไหนดี?!?

เฮ้ย! มาถามอะไรผม … ผมเป็นโคตรมือใหม่ในเรื่องนี้ อยากเรียกตัวเองว่าแมงเม่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ทาง Settrade ไม่อยากให้ผมเรียกตัวเองแบบนั้น มันแรงเกินไป เดี๋ยวคนจะไม่กล้าเข้ามาเล่นหุ้น (นี่คนจะไม่กล้าเข้ามาเล่นหุ้นเพราะผมบ่นว่าตัวเองเป็นแมงเม่าเลยเรอะ?!?) … ผมเป็นแค่หิ่งห้อยตัวน้อยๆ ใต้แสงจันทร์เท่านั้นครับ ดังนั้น คุณควรจะไปถามเอาจากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ถ้านึกไม่ออกว่าที่ไหน ก็ไปที่ Google แล้วค้นหาว่า “เลือกโบรกเกอร์ไหนดี” ก็จะได้ข้อมูลมาเพียบเลย

 

เลือกโบรเกอร์ไหนดี … Google มีคำตอบไหม?!?

 

ถ้าจะให้ตีวงให้แคบหน่อย … ลองดูเว็บ Pantip.com โต๊ะสินธรสิครับ เด็ดขาดดี ไม่ต้องซ้ำ (ไม่ใช่ก้านคอ!! และไม่ใช่มวยไทย!!!) … แต่เท่าที่ผมลองหาข้อมูลมา หากคิดจะเริ่มต้นเป็นหิ่งห้อยน้อยใต้แสงจันทร์แบบผม เลือกโบรกเกอร์ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะดี เพราะเงินจะไม่จมไปกับค่านายหน้ามาก (ลองคิดนะ ซื้อขายทีละไม่กี่พัน โดนค่านายหน้าไปทีละ 50 บาทอ่ะ)

 

ผมได้ตัวเลือกของผมแล้ว … บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โอเค! โดยส่วนตัว ผมตัด(สิน)ใจได้แล้วว่าจะเลือกโบรกเกอร์ที่ไหน … ผมมีบัญชีธนาคารกรุงเทพอยู่ และเปิด iBanking ไว้ด้วย ซึ่งมันมีแท็บ Investment ให้ผมทำเรื่องของเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้เลย ก็ถือว่าโอเคนะ … จริงๆ ผมมีตัวเลือกสำรองไว้ นั่นคือ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เพราะมีสาขาที่อยู่ใกล้บ้านด้วย สะดวกดี … แต่ก็ นะ … ปกติไอ้พวกนี้มันปิดก่อนที่ผมจะเลิกงานซะอีก การมีสาขาใกล้บ้านก็อาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับผมมากมายเท่าไหร่

เอาล่ะ … เตรียมตัวทำเรื่องขอเปิดบัญชีได้แล้ว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

15 Responses

  1. Prasarn M. says:

    ยินดีต้อนรับหิ่งห้อยน้อย

    • kafaak says:

      ขอบคุณที่มาต้อนรับฮะ เหอๆ
      แต่ผมยังไม่ได้เปิดพอร์ต ผมแค่กำลังยื่นเรื่อง

      • Prasarn M. says:

        ใช้เวลาไม่นานครับ แถมตอนนั้นผมไม่ต้องลงเงินเลยสักกะบาทเดียว

        แต่พอเริ่มสนใจหุ้นแล้วนี่นะสิ ทำไมเงินในพอร์ตเรา ไม่พอที่จะซื้อสักที

        ปล. ผมลงทุนแบบเก็บกินเงินปันผลครับ ปีนี้รวมแล้วได้ 4.98% ของเงินลงทุนทั้งหมด มากกว่าเอาไปฝากธนาคารอีก

    • ไพน์ says:

      กำลังเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

  2. wisit_wit says:

    สรุปเปิดบัญชีเรียบร้อยหรือยังครับ ติดขัดขั้นตอนไหน
    จะเริ่มจากตรงไหนดี

    • kafaak says:

      ยังครับ เหลือแต่ส่งเอกสารให้เขา แต่ผมยังไม่ว่างไปเตรียมเลย -_-” (ยังพยายามหาทางให้เงินในบัญชีมีแสนนึงก่อน)

      • Prasarn M. says:

        เปิดแบบ cash balance ตามที่คุณ Wisit (ความเห็นข้างล่าง) ว่าไว้ ไม่เห็นต้องมีเงินในบัญชี 1 แสนเลยครับ

        ตอนผมเปิดพอร์ต มีแค่ 5,000 เอง ( ^;^)

        • kafaak says:

          คือ เปิดพอร์ต 5 พันฮะ แต่เอกสารที่มันขอนี่สิ -_-” บอกขอดู Statement แบงก์ มีเงินแสนนึงในนั้น เฮือก

          • Prasarn M. says:

            น่าแปลก หรือเขามองว่าคุณกาฝากจะซื้อขายหุ้นแบบหักบัญชี Cash เพราะเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถือ จึงต้องโชว์ bank statement หลักแสน

            ส่วนผมเป็นพวก low profile ใส่เสื้อยืดคอกลมยี่ห้อเป็ดก๊าบๆ เลยให้เปิดพอร์ตแบบ Cash balance ต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อนซื้อขายเท่านั้น

            ตอนผมจะซื้อขายครั้งแรก ผมก็โอนเข้าพอร์ตไป 5 พันครับ

          • kafaak says:

            ผมอาจจะคิดมากไปเอง เพราะนี่กรอกข้อมูลทางเว็บหมดเลย -_-” มันบอกให้ส่งอะไร ก็คิดว่าต้องส่งแบบนั้น (ผมอยากเปิดแบบ Cash Balance ครับ … โอนเข้าบัญชีก่อน ค่อยว่ากัน จะได้เล่นแบบมีลิมิต)

  3. Wisit says:

    เท่าที่ตามอ่านเห็นว่าเปิดกับทาง บล.บัวหลวง แล้ว
    เอางี้ครับผมจะเล่าให้ฟังในฐานะมาร์ฯคนนึงเรื่องประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มีอยู่หลายประเภท คือ
    1.บัญชีเงินสด cash : หมายถึง บัญชีที่ซื้อ/ขายในวันที่ (T) และต้องชำระเงินในวันที่ (T+3) โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของลูกค้าซึ่งทำเรื่องชำระค่าซื้ออัตโนมัติไว้ล่วงหน้าแล้ว บัญชีประเภทนี้ทางโบรกเกอร์มีความเสี่ยงกรณีลูกค้าซื้อแล้วไม่สามารถชำระค่าซื้อได้
    2.บัญชี cash balance : หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าต้องวางเงินทั้งจำนวนก่อนซื้อ (วางเงิน 10,000 บาทก็มีวงเงินในการซื้อเท่ากับ 10,000 บาท) หลังจากซื้อในวันที่(T) ต้องชำระเงินในวันที่ (T+3) โดยหักจากเงินที่ลูกค้าโอนมาก่อนการซื้อ บัญชีประเภทนี้ทางโบรกเกอร์มีความเสี่ยงน้อยมาก
    3.บัญชีมาร์จิ้น Margin : หมายถึงบัญชีกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ อันนี้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ

    (เอาไว้มาต่อ)

    • kafaak says:

      ยังไม่ถึงกับเปิด แค่ทำเรื่องขอเปิด ยังไม่ได้ส่งเอกสารเลย -_-” แอบวุ่นวายตอนส่งเอกสารนะเนี่ย

  4. wisit says:

    เท่าที่ทราบการเปิดบัญชีประเภท cash balance ไม่น่าจะต้องใช้เอกสาร
    อะไรมากมายเพนาะอย่างมี่บอกไงครับว่าต้องโอนเงินเข้ามาก่อนถึงจะซื้อได้
    ความเสี่ยงของโบรกฯแทบไม่มีเลย ทำไมต้องขอ statement ธนาคารให้
    วุ่ยวาย

  5. หุ้น says:

    หุ้นทีว่าได้10%15%หักค่าทำเนียมหรือยัง
    หักค่าทำเนียมทุกๆวันหรือหักเฉพาะวันชื่อขายครับ

    • @kafaak says:

      ผมไม่แน่ใจกับคำถามที่ว่า “หุ้นที่ว่าได้ 10% 15% หักค่าธรรมเนียมหรือยัง” นะครับ เลยไม่รู้จะตอบยังไง (และขอแนะนำว่าสะกดให้ถูกต้องหน่อยดีกว่านะครับ)
      แต่ค่าธรรมเนียม หักเฉพาะเมื่อมีการซื้อขายครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: