เชื่อว่ารอกันอยู่ กาฝากรีวิว iPhone 5 มาแล้วจ้า ตอนที่ 3

เอาล่ะ ได้เวลาปิดฉากการรีวิว iPhone 5 จริงๆ ซะทีนะครับ … แน่นอนว่าการปิดฉากนี่ ก็คือการรีวิวในส่วนของการเล่นไฟล์มัลติมีเดีย การเล่นเกม และการถ่ายรูปเป็นหลักครับ … ในส่วนของการเล่นไฟล์มัลติมีเดียเนี่ย การมีหน้าจอความละเอียด 1136×640 พิกเซล อัตราส่วนการแสดงผล 16:9 นี่จะมีผลต่อประสบการณ์ในการรับชมมากขนาดไหนนะ, แล้วการเล่นเกมล่ะ ฮาร์ดแวร์ที่อัพเกรดมาขนาดนี้ จะทำให้เล่นเกมได้สนุกแค่ไหน และสุดท้าย เรื่องของกล้องครับ ผมพูดถึงปัญหาของกล้องไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังอยากจะให้ดูคุณภาพของภาพในการถ่ายตามปกติด้วยว่าเป็นยังไง

 

การรับชมไฟล์มัลติมีเดียบน iPhone 5

อันดับแรก พอรู้ว่า iPhone 5 มีอัตราการแสดงผลเป็น 16:9 แล้ว ผมก็คิดว่า ทีนี้ล่ะ จะได้ดูวิดีโอ 1080p (1920×1080 พิกเซล) ได้แบบเต็มจอ ไม่ต้องมีแถบดำกับเขาซะที … แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ปรากฏว่ามันก็ยังมีแถบดำอยู่ด้านบนกับด้านล่างเหมือนเดิมอ้ะ (แอบเซ็ง) ทั้งๆ ที่อัตราส่วนการแสดงผลนั้น หากซูมจริงๆ มันก็น่าจะพอดีกับหน้าจอ แต่กลับกลายเป็นว่า หากเปิดแบบ Full Screen แล้ว ก็จะสูญเสียภาพไปบางส่วน

 

ลองดู Trailer เรื่อง Prometheus บน iPhone 5

 

— Update เพิ่มเติม —

ลองดูไฟล์วิดีโออื่นแล้ว พบว่ามันเป็นเฉพาะวิดีโอที่โหลดมาจาก iTunes อ่ะ แต่ถ้าเปิดไฟล์ 1080p บน YouTube ก็เห็นแบบเต็มตาดี … ตรงนี้เลยเข้าใจว่า ไฟล์วิดีโอบน iTunes แม้จะเป็น 1080p แต่มันไม่ใช่ 16:9 แหงๆ

— จบการอัพเดต

เรื่องความกระตุก ไม่ใช่ประเด็นแน่นอน สเปกแรงซะขนาดนี้อ่ะนะ ดูหนัง 1080p ได้ชัดตั้งกะสมัย iPhone 4S แล้ว … จุดสำคัญจริงๆ อีกอย่างคือคุณภาพเสียงต่างหากล่ะครับ ว่าเป็นยังไง … เช่นเคย ให้ @mrkui น้องชายของผมรีวิวให้ครับ

“iPhone 5 กับ iPhone 4s เสียงเหมือนแต่ไม่เหมือนกัน! งงไหม? เพราะรูปแบบของช่องลำโพงที่ต่างกัน ทำให้เสียงของ iPhone 5 มีความ focus มากกว่า พวกเสียงที่หากฟัง Stereo แล้วอยู่ตรงกลางๆ จะได้ยินชัดและเคลียร์กว่า แต่ที่ผมรู้สึกได้คือเสียงจะแคบลงมานี้ดดดดส์นึง เอาเป็นว่าเหมือนกันดีกว่า เพราะพอฟังผ่านหูฟัง เสียงเหมือนกันเปี๊ยบ ภาคขยายเสียงขยายได้เท่ากันเป๊ะ”

และโดยส่วนตัวของผม ลำโพงของ iPhone 5 นั้น เสียงดังจริงจังมากทีเดียว

 

หูฟัง EarPod

อันนี้ไม่รีวิวไม่ได้เลยครับ มีคนถามมาตลอดว่าเป็นยังไง เพราะดู Apple จะเชียร์สุดๆ ว่าเจ๋ง … ก่อนอื่นต้องเทียบให้ดูก่อนว่าหูฟังอันเก่า (ที่เป็นแบบนี้มานาน) กับ EarPod มันหน้าตาต่างกันขนาดไหน หน้าตามันจะแปลกๆ ไปกว่าเดิมหน่อย คือ แทนที่จะกลมๆ เหมือนหูฟังทั่วๆ ไป เจ้านี่กลับมีรูปร่างกลมๆ ออกรีๆ และมีช่องลำโพง 2 จุด

 

ซ้าย: หูฟังเดิมของ Apple ขวา: หูฟัง EarPod

 

จุดเด่นของเจ้านี่คือ ใส่หูฟังแล้วไม่เจ็บเลย มันเข้ากับหูของคนได้ดีมาก เรียกว่าถูกหลักการยศาสตร์เลย ตามสไตล์ของ Apple จริงๆ

 

ลองเอามาใส่หูดู … มันสวมใส่สบายมาก ไม่เจ็บเลย

 

คุณภาพของเสียงเจ้า EarPod ล่ะ?!?

“หูฟังที่แถมมาน่าประทับใจ เสียงดัง ชัดเจน หนา แสดงย่านเสียงออกมาได้น่าพอใจ เบสไม่บวมไม่เบลอ อาจจะติดแหลมไปสักหน่อย แต่ก็เป็นย่านแหลมที่ฟังเพราะ แต่มิติความลึกของเสียงก็ได้ระดับหนึ่ง ไม่ได้เด่นอะไร น่าจะสูญเสียมิติไปจากการ Boost ย่านให้ออกมาชัดดังและเต็มขึ้น สรุปคือเป็นหูฟังแถมที่ตอบสนองการได้ดี แต่ไม่ได้ดีมากจนโดดเด่นอะไร”

โดยส่วนตัว คุณภาพเสียงนั้นพัฒนาได้ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆ เสียงแหลมกับเบสนี่ชัดเจนดีมากครับ … นี่คือความเห็นของผม ซึ่งเป็นคนหูธรรมดาๆ แนวประมาณแค่เสียงดังฟังชัดก็โอเคแล้ว

 

การเล่นเกมบน iPhone 5

สเปกแรงขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องเล่นเกมไม่เจ๋ง เกมดังๆ กราฟิกสวยๆ อย่าง Asphalt 7: Heat หรือ Horn นี่เล่นได้เนียนมากๆ ไหลลื่นเลย … แต่มันมีข้อเสียตรงที่ หากเกมยังไม่รองรับอัตราส่วนหน้าจอใหม่ … ถ้าเป็นพวกเกมภาษาที่ผู้เล่นไม่ต้องตอบสนองต่อตัวละครไวๆ หรือ เกมขับรถที่เน้นใช้ Accelerometer  ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกมอย่าง Street Fighter X Tekken หรือ FIFA อะไรแบบนี้ การมีแถบดำจะทำให้เรากดผิดกดพลาดได้บ่อยๆ ครับ

 

เล่น Street Fighter X Tekken จะเห็นแถบสีดำที่ด้านซ้ายและขวา

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองเล่นเกม Asphalt 7: Heat กับ Street Fighter X Tekken ให้ดูซะหน่อยดีกว่า

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=ks6GNgMjK24[/tube]

 

การถ่ายรูป และ ถ่ายวิดีโอด้วย iPhone 5

เริ่มจาก Camera App ก่อน … หลักๆ แล้ว User interface ก็ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมครับ ยังเรียบง่าย และก็ไม่มีลูกเล่นอะไรมากมายเหมือนเดิม … ใครอยากได้ลูกเล่นในการถ่ายภาพให้มากขึ้น ก็ต้องไปหา App มาติดตั้งเพิ่มเติมเอาเอง … และจุดเด่นของ iPhone ก็ยังคงเป็นเรื่องของการทำ Auto Focus (AF) และ Auto Exposure (AE) ได้จากการ Tap ที่หน้าจอครับ และถ้า Tap ค้างไว้ ก็จะสามารถล็อก AF/AE ได้ด้วย

 

User Interface ของ iOS6 ที่ยังไม่แตกต่างจากเดิมมาก

 

ใน iOS6 นั้นมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้กล้องของ iPhone 5 (และ iPhone 4S) สามารถถ่ายภาพพาโนรามาได้ โดยวิธีการถ่ายจะเป็นการกดชัตเตอร์ แล้วค่อยๆ หมุนตัวไปรอบๆ ครึ่งวงกลม โดยพยายามเลี้ยงให้ลูกศรอยู่ตรงกลาง

 

โหมดถ่ายภาพพาโนรามาของ iOS6 ใช้ง่ายกว่าที่คิด

 

การถ่ายภาพพาโนรามาถือว่าทำได้ไม่ยากเลยครับ (ง่ายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ) และได้ภาพออกมาค่อนข้างดีทีเดียว และที่สำคัญที่สุดคือ เจ้านี่ถ่ายภาพพาโนรามาแบบเต็มพิกเซลเลย อย่างภาพด้านล่างนี่ ขนาด 10784 x 2340 พิกเซล ขนาดไฟล์ 16.8MB เลยนะครับ

 

ภาพพาโนรามาถ่ายด้วย iPhone 5 ขนาดไฟล์ใหญ่มาก คลิกแล้ว อดใจรอดาวน์โหลด

 

คุณภาพของภาพถ่าย … ดูจากตัวอย่างภาพที่ผมเอามาฝากนี่ก็แล้วกันนะครับ

 

 

ขอตั้งข้อสังเกตว่า จุดเด่นจริงจังของกล้อง iPhone 5 ก็ยังคงเป็นเรื่องของคุณภาพของภาพถ่ายในกรณีที่ถ่ายในสภาพแสงน้อยครับ ยังทำได้ดีอยู่ทีเดียว … ถ้าไม่ติดที่ปัญหาเรื่อง Flare สีม่วงละก็ คงจะแหล่มเป็นแน่แท้ไปแล้วล่ะ

คุณภาพของวิดีโอ เดี๋ยวค่อยมาพูดถึงนะ … พอดีช่วงนี้ป่วยเป็นลำไส้อักเสบครับ ไม่สามารถไปทดสอบวิดีโอได้ดังที่ควร (ปัจจุบันก็ยังคงนั่งๆ นอนๆ พงาบๆ อยู่เลย) ดังนั้นขอติดไว้ก่อน แล้วจะมาอัพเดตเพิ่มให้อีกทีนึง

 

โดยสรุปเกี่ยวกับ iPhone 5

ด้วยความเห็นส่วนตัวล้วนๆ … แม้ว่าเจ้า iPhone 5 นี่จะเป็น Major Upgrade มาจากตัว iPhone 4/4S แต่น่าเสียดายที่มันปราศจาก “นวัตกรรม” ใหม่ๆ เหมือนเช่นตอนที่เป็น iPhone รุ่นแรก (ที่เป็นจอ Capacitive Multitouch) หรือ iPhone 4 (ที่นำเสนอ Retina Display และกล้อง iSight) … ดังนั้น ถึงจะเรียกว่าเป็น Major Upgrade ก็เป็นเพราะการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ และ ดีไซน์ที่ทำให้บางและเบาลง และมีอัตราส่วนการแสดงผลหน้าจอใหม่ (ซึ่งส่วนหนึ่งผมเดาว่าเป็นเพราะต้องตามเทรนด์ที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนอยากได้หน้าจอใหญ่ๆ … และนั่นทำให้ Apple สูญเสียบทบาทของผู้กำหนดเทรนด์ไปส่วนหนึ่ง)

อย่างไรก็ดี เรื่องยอดขายนั้นก็ไม่น่าห่วงนะครับ ถล่มทลายเหมือนเดิม และเชื่อว่าทุกคนก็ยังรอการมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอยู่ … และถ้าให้ถามความเห็นส่วนตัวของผม ผมก็คงต้องตอบว่า iPhone 5 เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีตัวหนึ่งละครับ และแม้ว่าปัญหาต่างๆ ที่เป็นข่าวกันอยู่ (ถลอกง่าย และ กล้องถ่ายติด Flare สีม่วง) เป็นจริง มันก็ยังเป็นอะไรที่พอจะหาทางออกได้ (เช่น ติดฟิล์มกันรอยทั่วตัว และ เวลาถ่ายภาพในบริเวณที่มีแหล่งกำเนิดแสง ต้องระวังเรื่องแสงสะท้อน เป็นต้น … อ้อ! ไม่แน่นะ เพราะมีปัญหาเรื่องแสงสะท้อน อาจจะมี Third Party ทำ Lens Hood มาให้เป็น Option เสริมก็ได้ ใครจะรู้ จริงไหมล่ะ)

ที่เหลือจริงๆ ก็ต้องอยู่ที่ว่า เมื่อทราบถึงปัญหาที่มีแล้ว … เรารับมันได้หรือเปล่านั่นแหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. TeamKiller says:

    วีดีโอหนังบางเรื่องจะ Crop จาก 16:9 ไปอีกทีนะครับ เรียกง่ายๆ คือ 21:9 จะดูยาวๆ กว่าปกติ แต่บางเรื่องก็ไม่ครอปทิ่งจะมาเต็มๆ แนวตั้ง 1080

    แต่บางทีก็ 1920 x800 พิกเซล crop ให้ภาพดูกว้างขึ้น(บางเรื่องก็ถ่ายกว้างมากจริงก็แล้วแต่ ด้วย )

Leave a Reply

%d bloggers like this: