เชื่อว่ารอกันอยู่ กาฝากรีวิว iPhone 5 มาแล้วจ้า ตอนที่ 2

โอเค มาถึงตอนที่ 2 ของการรีวิว iPhone 5 จนได้ … ในตอนนี้ เราจะมาพูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยเมื่อครั้งยังเป็น iPhone 4S และอะไรที่ยังไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมนะครับ เอาแบบละเอียดเลย เผื่อจะได้ตัดสินใจกันได้ว่า ระหว่างไปซื้อ iPhone 4S ที่ราคาถูกลงไปหลายแล้ว กับ กัดฟันจัดเต็ม iPhone 5 มันซะเลย แบบไหนจะดีกว่ากัน … ลองดูกันนะครับว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น มีอะไรที่จะมาเป็นปัจจัยทำให้แฟนานุแฟนผู้อ่านบล็อกของผม เกิดความอยากได้ iPhone 5 กันบ้าง

 

ผอมเพรียวกว่าเดิม น้ำหนักที่เบากว่าเดิม

ต้องบอกก่อนว่า iPhone 4/4S ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนที่เทอะทะแต่อย่างใดนะครับ ด้วยความที่ขนาดหน้าจอแค่ 3.5 นิ้ว ก็เลยทำให้ขนาดไม่ใหญ่มาก และน้ำหนักก็ไม่ถึงกับเรียกว่าสาหัส … แต่ iPhone 5 เนี่ย แม้ว่าจะมีความยาวที่มากขึ้น แต่ว่ากลับบางลงและเบาลงกว่าเดิมอีกโขทีเดียว

 

iPhone 5 เทียบกับ iPhone 4S

 

การพกพา iPhone 5 ไปไหนมาไหน ก็ค่อนข้างจะสะดวกเอาการ ใส่กระเป๋ากางเกงนี่ ไม่รู้สึกเลยว่ามันตุงกระเป๋า จะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แม้ตัวเครื่องมันจะยาวขึ้น แต่มันก็ยังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อได้โดยไม่โผล่หัวออกมานอกกระเป๋าเสื้อครับ ความบางและเบาก็ทำให้กระเป๋าเสื้อเราไม่ตุง และเสื้อเราก็จะไม่ย้อยลงด้วย

 

iPhone 5 ในกระเป๋าเสื้อ

 

รู้สึกได้เลยว่าน้ำหนักมันต้องซักไม่เกิน 120 กรัมนี่แหละ ถึงจะทำให้กระเป๋าเสื้อไม่ย้อย … อีกจุดนึงที่ผมสังเกต คือ ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ และแม้จะลองก้มตัวลงผูกเชือกรองเท้า มันก็ไม่หล่นจากกระเป๋าเสื้อนะ (แต่ขอออกตัวก่อนว่าผมเองก็กลัวๆ กล้าๆ นะ มือก็เกร็ง พร้อมที่จะมาจับกระเป๋าเสื้อหากเกิดมันจะหล่น … ดังนั้น อย่าไปลองเสี่ยงดีที่สุด อย่าให้เกิดน่ะดีที่สุดแล้ว)

 

เนื่องจากเบา และ ไม่โผล่ออกมานอกกระเป๋ามาก ก็หล่นจากกระเป๋ายากหน่อย

 

ฮาร์ดแวร์แรงกว่าเดิม

หลายๆ คน คาดหวังให้ iPhone 5 เป็น Quad-core CPU เพราะเป็น Android เขาไประดับนั้นกันแล้ว … แต่จนแล้วจนรอด เจ้านี่ก็มาพร้อมกับ CPU Dual-core เหมือน iPhone 4S ครับ เพียงแต่ว่า iPhone 4S เนี่ยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาแค่ 800MHz เท่านั้น แต่เจ้า iPhone 5 นี่ 1.02GHz เลย ดังนั้นในแง่ของประสิทธิภาพของ CPU ย่อมดีกว่าแน่นอน …ในส่วนของ GPU แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดซักทีเดียวว่าเป็นรุ่นไหน แต่ว่าก็อัพเกรดเป็น Triple-core CPU แล้วนะเออ (ของ iPhone 4S เป็นแค่ Dual-core)

ตอนที่แล้วผมลองวัดประสิทธิภาพเทียบกับ The new iPad 4G แล้ว … แต่ในตอนนี้ผมขอเทียบกับ iPhone 4S บ้างนะครับ อันนี้เพื่อคนที่อยากจะพิจารณาว่าจะซื้อ iPhone 4S หรือ iPhone 5 ดี โดยเฉพาะ … เช่นเคย ทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench ครับ

 

ผลการทดสอบด้วย Geekbench เทียบ iPhone 4S vs iPhone 5

 

แบตเตอรี่ที่ขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่แบตเตอรี่อึดขึ้นอย่างมานัยสำคัญ

iFixIt แงะ iPhone 5 แล้ว และแสดงให้เห็นว่าเจ้านี่มีแบตเตอรี่เพิ่มมาเป็น 1,434mAh (จากเดิม iPhone 4S มี 1,432mAh) บางเว็บบอกแบตเตอรี่จุขึ้น … เอิ่ม 2mAh นี่แทบไม่มีความแตกต่างเลยนะพี่น้อง … ดังนั้นขอบอกว่า iPhone 5 ไม่ได้มีแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญอะไรเลย

แต่ด้วยอานิสงส์ของความเป็น Apple ที่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เต็มที่ โดยเฉพาะในงวดนี้ที่ Apple ออกแบบ CPU A6 เอง ไม่ได้ตามสถาปัตยกรรม ARM Cortex A9 หรือ A15 แต่อย่างใด เลยยิ่งทำให้ Apple สามารถออกแบบให้ทำงานสอดคล้องกับซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของตนได้อย่างเนียน การบริหารจัดการพลังงานของระบบเลยทำได้ดีมาก และส่งผลให้แม้แบตเตอรี่จะไม่ได้เพิ่มอะไร แต่ความอึดของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้

แต่จนแล้วจนรอด ถ้าจะใช้งานทั้งวันเข้าจริงๆ ก็ต้องพึ่งพา Power Bank ละนะครับ

 

หน้าจอแสดงผลที่อัตราการแสดงผลเปลี่ยนแปลงไป

เทียบกับ iPhone 4S แล้ว iPhone 5 มีอัตราการแสดงผลเปลี่ยนไปแบบชัดเจนมาก คือ จาก 3:2 เป็น 16:9 … ซึ่งทำให้ App ต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการอัพเดต  จะต้องมีแถบสีดำๆ อยู่ด้านบน-ล่าง ในกรณีใช้งานแนวตั้ง หรืออยู่ซ้าย-ขวา ในกรณีใช้งานแนวนอน … ดูอย่าง Instagram ก็ได้ครับ ก่อนที่จะมีการอัพเดตนั้น จะเห็นว่าต้องรำคาญตากับแถบสีดำบน-ล่าง

ข้อดีของการที่ปรับอัตราการแสดงผลใหม่นี้ก็คือ มันทำให้แสดงผลข้อมูลออกมาได้มากขึ้น … อย่างที่เห็นนี่ สามารถแสดงรูปและ Comment ทั้งหมดได้ในหน้าจอเดียว ไม่ต้องเลื่อนเลย

 

ซ้าย: Instagram แบบที่ยังไม่รองรับ 16:9 ขวา: Instagram แบบที่อัพเดตให้รองรับ 16:9 แล้ว

 

สำหรับ App ทั่วๆ ไปแล้ว การมีแถบดำมันก็แค่รำคาญตาไปบ้าง แต่สำหรับเกม “บางเกม” แล้ว การมีแถบดำนี่ ทำให้เล่นยากขึ้นเยอะครับ … เช่น Street Fighter X Tekken เนี่ย จะเผลอพลาดไปแตะโดนแถบดำ แล้วทำให้การควบคุมตัวละครพลาดไปได้เยอะมากทีเดียว

 

การมีแถบดำในเกม Street Fighter X Tekken นี่ทำให้เล่นยากขึ้นเอาการ

 

 

กล้องของ iPhone 5 ถ่ายกลางคืนได้ดีกว่า iPhone 4S แต่กลับได้ปัญหาอื่นมาแทน

ตอนแรกที่ผมดูสเปกของกล้อง iPhone 4S กับ iPhone 5 นี่แทบจะเป็นตัวเดียวกันเลย f2.4 เหมือนกันอีกต่างหาก … แต่ปรากฏว่า ตัว iPhone 5 นั้นได้รับการปรับปรุงให้สามารถถ่ายกลางคืนได้ดีขึ้น

แต่ปรากฏว่ามีรายงานจากผู้ใช้งานบ่นเข้ามาว่า กล้องของ iPhone 5 นั้น มีปัญหาเวลาถ่ายภาพใกล้ๆ กับบริเวณที่มีแหล่งกำเนิดแสงอยู่ใกล้ๆ มันจะเกิด Flare สีม่วง ซึ่งอาจจะทำให้ภาพที่ถ่ายดูแย่ไปเลยก็ได้ … ว่ากันว่าปัญหานี้ อาจจะเกิดจากการที่ Apple เลือกมาใช้กระจกแซฟไฟร์เป็นกระจกเลนส์กล้องนี่แหละ … แต่สาเหตุจริงๆ จะเป็นยังไงนั้น ก็คงต้องรอติดตามข่าวต่อไป

 

ถ่ายท้องฟ้า โดยให้ดวงอาทิตย์ไปอยู่ติดขอบๆ หน่อย จะเห็นว่ามีแถบ Flare สีม่วง

 

ถามว่าปัญหานี้มันร้ายแรงมากไหม? ในการถ่ายภาพทั่วๆ ไป จะไม่ส่งผลอะไรหรอกครับ … และต่อให้เป็นการถ่ายกลางแดดจ้าจริงๆ การเกิด Flare ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว … ปัญหาที่ผู้ใช้งานแจ้งมานั้น เป็นกรณีที่ไม่ได้ถ่ายไปที่แหล่งกำเนิดแสงตรงๆ แต่ว่าแหล่งกำเนิดแสงมันอยู่ออกนอกกรอบไปหน่อย แล้ว Flare มันดันโผล่เข้ามาในกล้อง

 

การถ่ายในที่แสงจ้าจริงๆ การมี Flare ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

 

สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ iPhone 4S มาก่อน ก็อาจจะไม่ทันสังเกตถึงปัญหานี้ (ถ้าไม่มีใครบอก) แต่ถ้าเกิดมี iPhone 4S มาถ่ายเทียบกันด้วยละก็ จะเห็นปัญหาชัดเจนมากครับ ดูรูปด้านล่างได้ … แต่ตรงนี้ต้องขอบอกว่า จากการที่ผมทดสอบการถ่ายรูปจริงๆ แล้ว พบว่า มันจะเกิดขึ้นกับบางมุมตกกระทบของแสงเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับที่มีคนชี้ว่า ต้นเหตุของปัญหาคือกระจกแซฟไฟร์ที่ Apple เลือกใช้ครับ

 

 

เทียบกล้อง iPhone 5 กับ iPhone 4S เวลาถ่ายแหล่งกำเนิดแสง

 

ถามว่า แล้วจะซื้อ iPhone 5 ดีไหม?!?

ในหลายๆ แง่ iPhone 5 ก็ดีกว่า iPhone 4S จริงๆ นะครับ ไม่ว่าจะเรื่องสเปกฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจริงจัง หน้าจอแสดงผลที่เพิ่มเนื้อที่ในการแสดงผลมากขึ้น และการที่เป็นหน้าจอ Widescreen จริงๆ ก็ทำให้เวลาดูหนังนี่ เต็มอารมณ์มากขึ้น … สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อ iPhone ซักเครื่อง ผมคงยังเลือกที่จะเสนอแนวทางแบบเดิมๆ ที่ผมเคยเสนอเป็นประจำครับ คือ

  • หากคุณใช้ iPhone 3G, iPhon 3GS, iPhone 4 แล้วคิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนซะทีแล้ว การเลือกซื้อ iPhone 5 ก็ถือว่าเหมาะสมดี (ภายใต้เงื่อนไขว่า คุณยอมรับได้กับปัญหาดังที่ผู้ใช้งานเขารายงานเข้ามา ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วล่ะว่ามันเป็นจริงตามนั้น)
  • หากคุณใช้ iPhone 4S อยู่ ผมว่าคุณก็ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ รอตัว iPhone 5S (ชื่อนี้รึเปล่า?!?) ที่เป็น Minor Change ที่จะแก้ปัญหาจุกจิกกวนใจที่พบใน iPhone 5 ไปแล้วดีกว่าครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

7 Responses

  1. kzymanz says:

    เดี๋ยวคงได้เห็น Lens Hood ทำออกมาขายแน่ๆ ^0^

  2. khai says:

    จะมีเปรียบเทียบกับ galaxy S3 หรือ note 2 ไม๊ครับ

    • kafaak says:

      จะมีเทียบกับ Galaxy SIII ให้ครับ น่าจะสัปดาห์หน้า (สัปดาห์นี้ป่วยสนิท แค่เขียนรีวิวให้จบก็จะตายแล้ว)

    • wisit_wit says:

      อืม..อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเทียบกับ Note2 จะเป้นยังไง รออ่านนะครับ

      • kafaak says:

        Galaxy Note 2 คงไม่ได้เอามาเทียบนะครับ เพราะผมขอผ่านเรื่องการรีวิว Galaxy Note 2 เป็นคนแรกๆ ไป (ให้โอกาสคนอื่นๆ ได้เครื่องไปรีวิวก่อนบ้างอะไรบ้าง และช่วงนี้งานผมเยอะ แถมป่วยอีก) กว่าจะได้ Galaxy Note 2 มารีวิว ก็ต้องคืน iPhone 5 ไปแล้ว เลยไม่ขอเปรียบเทียบดีกว่า

  3. Ims says:

    อื้ม น่ารอ 5s นะนี่

Leave a Reply

%d bloggers like this: