รีวิว Kaspersky Internet Security 2013 บน Windows 8

ตอนนี้จริงๆ เป็นส่วนหนึ่งของ Windows 8 Walkthrough ของผม เพียงแต่ว่าเพราะมันจะเน้นไปที่การรีวิวโปรแกรม Kasperksy Internet Security 2013 บน Windows 8 เป็นหลัก ก็เลยไม่ขอใช้ชื่อ “วันเบาๆ เล่าเรื่อง Windows 8” นะครับ … เผื่อใครที่ยังไม่รู้ว่า ทำไมเราถึงต้องติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสอีก ทั้งๆ ที่ Windows 8 นั้นก็มาพร้อมกับ Windows Defender ที่เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสอยู่แล้ว แนะนำให้ไปอ่าน “วันเบาๆ เล่าเรื่อง Windows 8 ตอนที่ 3” ก่อนนะครับ … เอาล่ะ ทีนี้ลองมาดูกันว่า แล้ว Kaspersky Internet Security 2013 นี่เป็นยังไงบ้าง โดยเฉพาะเมื่อรันบน Windows 8

 

การดาวน์โหลดและการติดตั้ง

บางคนแวะไปดูเว็บ kaspersky.com แล้วต้องอึ้งกับราคา เพราะเจ้า Kaspersky Internet Security 2013 (ชื่อยาวแฮะ จากนี้ขอเรียกย่อๆ ว่า KIS2013 นะ) นี่สนนราคาบนเว็บ $59.95 เลยทีเดียว (ประมาณเกือบ 1,900 บาท) แต่ผมแนะนำว่า สำหรับคนไทยอย่างเรา ไปที่เว็บ antivirus365.net ซึ่งเป็น Official eStore ของ Kaspersky สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงประเทศไทย) ดีกว่านะครับ สนนราคาจะลงมาเหลือ 790 บาท (สำหรับ 1PC) ถูกกว่ากันเกินครึ่งอ่ะ

แต่สำหรับคนที่ยังไม่ชัวร์ว่าจะซื้อดีไหม … ดาวน์โหลดตัวทดลอง (Trial Version) มาลองก่อนก็ได้นิ … ผมเองก็เลือกแบบนั้นเหมือนกันครับ … ขนาดของไฟล์ 157MB เลยทีเดียว แต่เน็ตบ้านสมัยนี้ไม่ทุยเหมือนก่อนแล้ว ผมใช้ airnet นี่ ดาวน์โหลดประมาณ 2 นาทีครับ (จะแรงไปไหน)

 

ติดตั้ง KIS2013 ก่อน

 

ติดตั้งเสร็จแล้ว ก็ต้อง Reboot เครื่องครับ … แต่ก่อนหน้านั้น สังเกตด้านบนดีๆ จะเห็นว่า เขามีให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Kaspersky Now ที่เป็นโปรแกรมในเวอร์ชัน Metro UI (หรือที่ Microsoft พยายามจะให้ใช้ชื่อ Modern UI แทนแล้ว) ด้วย อ้ะ! จัดซะหน่อย เขาว่าเจ้านี่มีไว้เพื่อแสดงสถานะของโปรแกรมบน Metro UI และเป็นทางลัดไปยังโปรแกมส่วนต่างๆ ด้วย

 

คลิกตรงลูกศรด้านบนขวา จะเป็น Windows Store เพื่อดาวน์โหลด Kaspersky Now

โปรแกรม Kaspersky Now บน Windows Store

 

ติดตั้ง KIS2013 เรียบร้อย … Windows Defender ปิดตัวเอง … แต่ว่า …

เป็นไปตามที่ Microsoft เขาว่าไว้นั่นแหละครับ พอติดตั้ง Antivirus ของ Third Party เสร็จ Windows Defender จะปิดตัวเอง แบบนี้ระบบปฏิบัติการจะได้ไม่เอ๋อๆ สับสนเพราะดันมี Antivirus 2 ตัวในเครื่องเดียว … แต่พอ Windows Defender ปิดตัวเองลง อ้าว ไหงกลายเป็นว่าทั้ง Windows Defender กับ KIS2013 ปิดทั้งคู่เลย … อ้าว?!?

 

อ้าว! ไหงมันกลายเป็นปิดทั้งคู่อ้ะ?

 

ตรงนี้เดาว่าคงเพราะตัวติดตั้ง KIS2013 มันไม่ได้อัพเดตในส่วนของ Virus Database ครับ ซึ่งตรงนี้จะทำให้ Windows พิจารณาว่าจะเปิด Windows Defender ไหม เงื่อนไขคือ หากพบว่า Antivirus ไม่ได้อัพเดตแล้ว Windows 8 จะนับถอยหลัง 15 วัน จากนั้นจะเริ่มแสดงข้อความสอบถาม ว่าจะกลับไปใช้ Windows Defender ไหม

 

Windows 8 จะให้เราเลือกว่าจะเปิดอะไร Windows Defender หรือ Third Party Antivirus

 

แต่งานนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมรู้ว่าทำไม Virus Database มันไม่อัพเดต … ดังนั้นผมจึงเลือก Turn on and update Kaspersky Internet Security ครับ ก็คือ เปิดใช้ KIS2013 แล้วก็อัพเดต Virus Database เลย

 

ติดตั้งเรียบร้อย User Interface ของ KIS2013 เรียบง่ายดี

 

ติดตั้งเรียบร้อย มันก็จะทำการติดตั้งปลั๊กอินต่างๆ บน Browser ที่เรามีด้วย ก็จะมี URL Advisor สำหรับคอยตรวจสอบ URL ที่เราจะเปิด, Safe Money สำหรับการตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์, Virtual Keyboard ไว้สำหรับใช้พิมพ์พวก Username และ Password เพื่อหลีกเลี่ยงโปรแกรมพวก Key logger และ Anti-Banner สำหรับกันพวกแบนเนอร์ต่างๆ

 

ปลั๊กอินต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในเบราว์เซอร์

 

แต่จุดเด่นจริงๆ ของ KIS2013 ที่ผมว่าน่าสนใจจริงๆ มีด้วยกัน 2 จุดครับ คือ การใช้ Crowdsourcing ในการช่วยป้องกัน Malware, Automatic Exploit Prevention และ ฟีเจอร์ Safe Money ครับ

 

Cloud Protection

ตอนที่ติดตั้ง จะมีการถามเรื่องการเข้าร่วม Kaspersky Security Network ด้วย ว่าจะเข้าไหม … มันคือการยอมให้ Kaspersky ได้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เราเจอไปวิเคราะห์ เพื่อที่จะได้นำไปหาทางป้องกัน และ กำจัดภัยคุกคามนั้น … ข้อดีคือ หากเราเข้าร่วม ตัว KIS2013 ที่เราติดตั้ง ก็จะได้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวด้วย นั่นหมายความว่าพวกภัยคุกคามใหม่ๆ ได้ทันท่วงที

 

KIS2013 เริ่มใช้ Crowdsourcing ในการป้องกัน Malware

 

Automatic Exploit Prevention

ผมชอบการเลือกใช้คำของ Kaspersky จริงๆ … เราจะคุ้นแต่คำว่า Protection ในหมู่ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส แต่นั่นคือการป้องกัน และหมายความว่ามันเกิดขึ้นแล้ว … แต่คำว่า Prevention หมายถึง การป้องกันเชิงรุก แบบที่ทำให้มันไม่เกิดขึ้น … อันนี้คือฟีเจอร์ที่เข้ามาปกป้องเราจากภัยคุกคามที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ที่รู้จักกันในนาม Zero-day Exploit หรือ ช่องโหว่ที่ถูกค้นพบโดยพวกผู้ไม่หวังดี และถูกนำมาใช้เล่นงานผู้ใช้งาน ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวนี้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการไม่เคยรู้มาก่อน … และนี่เองที่ทำให้การโจมตีแบบ Zero-day จึงประสบความสำเร็จมาก เพราะอาศัยช่องโหว่หลบเลี่ยงการป้องกันไปนั่นเอง

สิ่งที่ Automatic Exploit Prevention ทำก็ตือ

  • การควบคุมไฟล์จำพวก Executable (.exe) เวลารัน
  • การควบคุมพฤติกรรมน่าสงสัยบางอย่าง เช่น การไปเขียนตัวเองลงในหน่วยความจำระบบที่โปรเซสอื่น
  • ตรวจสอบว่าเวลาโปรแกรมรันขึ้นมานั้นรันโดยผู้ใช้งาน หรือ โดย Exploit
  • ติดตามแหล่งที่มาของโค้ดที่ไม่หวังดี เช่นพวกเบราว์เซอร์ที่ดาวน์โหลดไฟล์ Malware มา

 

Safe Money

การทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่กลายเป็นเรื่องปกติเอามากๆ แล้วในยุคปัจจุบัน ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากการเดินไป 7-Eleven หน้าปากซอยแล้วซื้อขนมจีบซาลาเปาเลย แต่คำถามคือ เว็บไซต์ที่คุณทำธุรกรรมนั้นปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ไหม?

 

Safe Money ให้คุณสามารถเพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ สำหรับเว็บไซต์ธุรกรรมออนไลน์ได้

 

ฟีเจอร์ Safe Money นี่จะให้เราสามารถเพิ่มรายการของเว็บไซต์ที่เรามักจะไปทำธุรกรรมออนไลน์เข้าไปในระบบ เพื่อเป็นการบอกกับ KIS2013 ว่า ให้เฝ้าจับตาเว็บไซต์เหล่านี้เป็นพิเศษ จะได้มั่นใจว่าปลอดภัย

 

การใช้งาน Kaspersky Internet Security 2013

เรื่องการปกป้องที่หลากหลายกว่าที่ผมพูดถึงไปในข้างต้น ซึ่งทำให้คนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรมากนัก ได้มั่นใจได้ว่าแม้ตนเองจะมีพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย(แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์)ไปบ้าง ก็ยังพอปลอดภัยจากโลกออนไลน์ได้ นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ควรเลือกที่จะเสียเงินซักนิดนึง เพื่อติดตั้ง Third Party Antivirus Software นี่แหละครับ

อีกเหตุผลนึงคือ พวก Third Party Antivirus Software ยี่ห้อดังๆ ดีๆ หลายยี่ห้อ จะใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณคุ้มค่าครับ คือ ไม่ไปรบกวนระบบหลักมากมายนัก ลองเทียบการทำ Full Scan ด้วย Kaspersky Internet Security 2013 นี่ได้ (แต่ผมยังแปลกใจว่าทำไมใช้ Disk แค่ 3.6MB/s กลับนับเป็น 100% เลย ทั้งๆ ที่ Bandwidth ของฮาร์ดดิสก์มันมีมากกว่านี้เยอะ) สังเกตว่า CPU และ RAM ที่ใช้ ไม่เยอะเท่าไหร่ครับ

 

ในการสแกนแบบเต็มพิกัด KIS2013 กินทรัพยากรไม่มากเท่าไหร่

 

ค่า Default ที่ตัว KIS2013 ตัวทดลองที่ผมติดตั้ง มันปรับแบบเหมาะสมที่สุดสำหรับคนทั่วไปแล้ว ฟีเจอร์ต่างๆ ถูกเรียกใช้งานเลย เพียงแต่บางฟีเจอร์ เช่น Safe Money ก็ต้องไปตั้งเพิ่มหน่อย เช่น การเพิ่มเว็บที่ต้องการจะเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่ขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไร … เสียดายที่ว่าเจ้านี่ไม่มีคำอธิบายเป็นภาษาไทยอ่ะ ก็เลยทำให้คนทั่วไปที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงจะลำบากหน่อย เพราะเวลาที่ไม่เข้าใจอะไรตรงไหน กด Help แล้วมีแต่ภาษาอังกฤษเรียงเป็นตับเลยอ่ะ

 

โดยสรุปเกี่ยวกับ Kaspersky Internet Security 2013

ตอนนี้ถ้าเกิดมีใครถามผมว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสตัวไหน ผมคงแนะนำ 2 ตัวเป็นหลัก ตัวนึงคือ BitDefender และอีกตัว คือเจ้า Kaspersky Internet Security นี่แหละครับ (ใครงบน้อย และมั่นใจว่าพฤติกรรมออนไลน์ของตัวเองไม่เสียง เลือก Kaspersky Antivirus ก็ได้นะ ถูกกว่ากัน 200 บาท/ปี … แต่มันก็ไม่ได้แพงมากนะ) … แต่โดยส่วนตัว ผมเลือกใช้ Kaspersky Internet Security ครับ เหตุผลหลักของผมคือ สนนราคาของ Kaspersky Internet Security สบายกระเป๋าผมกว่านิดหน่อย ในขณะที่ประสิทธิภาพไม่ได้ยิ่งหย่อนไปจาก BitDefender มาก

แต่ถ้าจะซื้อ KIS2013 แบบออนไลน์ แนะนำว่าอย่าไปที่ kaspersky.com นะครับ ไปซื้อที่ antivirus365.net จะถูกกว่าเยอะมากทีเดียว

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. ตอนแรกลงไปได้แล้วแต่ลบทิ้งคิดว่าใช้ไม่ได้ ตอนนี้ลงกลับไปไม่ได้อีก มันไม่ยอมแล้วครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: