วันเบาๆ เล่าเรื่อง Windows 8 ตอนที่ 3

มัวแต่ไปเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ๆ ได้เวลามาเขียนเล่าเรื่อง Windows 8 แบบชิลๆ กันต่อครับ … อย่างที่ผมบอก ผมเขียนเล่าแบบชิลๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ใครที่ชอบแบบรวบรัด เร็วทันใจ รบกวนไปหาอ่านจากบล็อกอื่น แต่สำหรับมือใหม่หัดใช้ มีเวลารอเลือกใช้ Windows 8 อีกนาน (กว่ามันจะวางจำหน่ายก็ตั้งนู่น 26 ตุลาคม 2555 อ้ะ) แนะนำว่า ค่อยๆ อ่านบล็อกของผมไปดีกว่า เชื่อเหอะ ผมไปช้า แต่เจาะเน้นๆ เป็นจุดๆ ครับ … และในวันนี้ ผมจะขอมาคุยกันเรื่องของ Security บน Windows 8 ในระดับที่ผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ ควรทราบกัน

 

Windows 8 งวดนี้มาพร้อมกับ Antivirus พื้นฐานเลย

ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows มาตั้งแต่สมัยมันยังไม่เรียกว่าระบบปฏิบัติการเลยครับ (Windows 3.11) จนมาถึงปัจจุบันล่าสุด Windows 7 มันถือเป็นธรรมเนียมมาก ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows แล้ว จะต้องติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย ผมเคยทดสอบนะว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows (ของแท้นะ) จะอยู่รอดปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตได้นานแค่ไหน … สมัยนั้นเป็น Windows XP นะครับ ผมลอง Restore เครื่องไปที่ Windows XP แบบใหม่ๆ ซิงๆ เลย แล้วไม่ทำอะไรซักอย่าง ไม่ลงโปรแกรมป้องกันไวรัส ไม่ติดตั้ง Service Pack อะไรทั้งสิ้น (ตอนนั้นเป็น Service Pack 3 แล้ว) แล้วต่ออินเทอร์เน็ตเลย

ทายซิ นานแค่ไหนกว่าจะติดไวรัส? เชื่อไหมว่าไม่ถึง 10 นาทีครับ!!! เผอิญว่าในเครือข่าย ISP ที่ผมใช้อยู่ มีอีกหลายเครื่อง ติด Internet Worm อยู่ แล้วมันก็สแกนเครือข่ายเพื่อหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีช่องโหว่ แล้วไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัส แล้วทำการติดตั้งตัวมันเองลงไปเลย

แม้ว่าเดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตจะมีความเร็วสูงขึ้น การดาวน์โหลดและติดตั้ง Patch ต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการทำได้ง่ายขึ้น และตัวระบบปฏิบัติการเองก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้น แต่โปรแกรมป้องกันไวรัสก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกอย่าง Windows อยู่ดี และดูเหมือนว่า Microsoft จะเข้าใจถึงตรงนี้ครับ ก่อนหน้านี้ก็มีการปล่อย Microsoft Security Essentials ซึ่งเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสแจกฟรีที่ Microsoft เป็นผู้พัฒนามาให้ดาวน์โหลดอยู่แล้ว แต่ใน Windows 8 คราวนี้เลยเอา Windows Defender ติดมาให้ด้วยเลย

บน Windows 7 นั้น มี Windows Defender มาให้อยู่แล้ว แต่มันจะตรวจจับแค่ Spyware เท่านั้น หากต้องการป้องกันไวรัสด้วย ต้องดาวน์โหลด Microsoft Security Essentials ติดตั้งด้วย … แต่สำหรับ Windows 8 นั้น เจ้า Windows Defender จะทำหน้าที่ทั้งป้องกัน Spyware และ Malware ไปพร้อมๆ กันเลยครับ

ซึ่งตรงนี้ทาง Microsoft เผยว่า สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว แค่ Windows Defender ที่แถมมาให้ฟรีๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการป้องกันขั้นพื้นฐาน ที่เหลือก็คือ พฤติกรรมของผู้ใช้งานต้องไม่ไปทำอะไรเสี่ยงๆ เอาเอง (เช่น ไม่ไปดาวน์โหลดโปรแกรมเถื่อน หรือ โปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก เป็นต้น) เพียงแต่เจ้านี่จะไม่มีฟีเจอร์อะไรหวือหวามากนัก

 

Windows Defender … User Interface ง่ายๆ ฟีเจอร์ไม่หวือหวา

 

สังเกตดีๆ จะเห็นว่า Windows Defender นั้น ไม่หวือหวาจริงจังครับ … แต่ที่มีคนตั้งข้อสังเกตก็คือ เขาว่าเจ้านี่เวลาใช้สแกนแล้ว มันเขมือบ CPU Time และ RAM พอสมควรเลยทีเดียว เลยต้องขอลองหน่อย ด้วยการสั่งให้ Windows Defender ทำ Full Scan ดูครับ ก็พบว่า เจ้านี่เขมือบ CPU Time ไปราวๆ 1 ใน 4 แล้วก็สอย RAM ไป 90-100MB (ขึ้นๆ ลงๆ)

 

ลอง Full Scan ดู เขมือบ CPU ไปราวๆ 1 ใน 4 และ RAM ประมาณ 90-100MB

 

กินทรัพยากรระดับนี้ กับคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ที่ RAM ขั้นต่ำๆ ก็ให้มา 4GB แล้ว ผมถือว่า ถ้าเอาไปใช้ทำงานทั่วไป ท่องเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์งานเอกสาร ละก็ CPU Time มันยังเหลือเฟืออยู่ครับ จึงไม่แปลกใจที่ Microsoft บอกว่า มันเพียงพอสำหรับคนทั่วๆ ไปจริงๆ แต่ถ้าคุณคิดว่าจะทำการตัดต่อวิดีโอ ทำเพลง หรือเล่นเกมไปด้วยละก็ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ไม่ควรให้โปรแกรมป้องกันไวรัสมาสแกนอะไรกันตอนนี้

 

Windows Defender เจอ Malware แล้วทำดำเนินการล้าง หรือ ลบไปเลย

 

Windows Defender จะทำงานแบบ Real-time ครับ จึงหมดห่วงเรื่องการป้องกันไปได้เปลาะหนึ่ง หากมันตรวจเจอ Malware ละก็ มันก็จะพยายาม Clean ซะ แต่ถ้าไม่ได้ มันก็จะลบทิ้งเลย แต่หากลบก็ไม่ได้อีก ก็จะทำการกักบริเวณ (Quarantine) เอาไว้แทนครับ

 

ไฟล์ไวรัสตัวอย่างที่ Windows Defender ตรวจพบ

 

ผมลองสร้างไฟล์ไวรัสปลอมๆ ขึ้นมา โดยอ้างอิง EICAR Standard Anti-virus Test File เพื่อดูว่า Windows Defender จะตรวจเจอแบบ Real-time ไหม แล้วถ้าตรวจเจอมันจะทำยังไง (แต่ผมไม่บ้าเอาไวรัสจริงๆ มาลองบนคอมพิวเตอร์ทำงานของผมแน่ๆ ฮาฮา) ก็พบว่ามันทำงานได้แบบ Real-time จริงๆ ครับ

 

เรื่องการทำงานคงไม่เถียง ว่าแต่อัตราความสามารถในการตรวจจับ Malware ล่ะ?

เนื่องจากผมไม่ได้ห้องทดลองที่จะมาลองให้โปรแกรมป้องกันไวรัสต่างๆ มาแข่งกันว่าใครจับ Malware ได้มากกว่ากัน ดังนั้นผมต้องอาศัยข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง av-test.org ครับ ซึ่งผมเลือกดูคะแนนของ Microsoft Security Essentials 4.0 สำหรับ Windows 7 ที่ถือได้ว่าน่าจะเป็นเวอร์ชันใกล้เคียงกับ Windows Defender บน Windows 8 ที่ผมใช้อยู่ ณ ขณะนี้แล้วแหละ

 

คะแนนของ Microsoft Security Essentials 4.0 ถือว่าต่ำมากทีเดียว

 

คะแนนที่ทดสอบล่าสุดคือ เดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา แม้ว่าคะแนนในส่วนของการ Repair และ Usability จะค่อนข้างสูง แต่คะแนนในส่วนของ Protection หรือการป้องกันเนี่ย Microsoft Security Essentials 4.0 ทำได้ค่อนข้างต่ำเลยครับ เรียกว่าผมเองก็ชักจะหวั่นๆ เหมือนกันว่า มันจะเอาอยู่แน่เร้อ

ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องที่ดีกว่า แต่ยังฟรีอยู่ … ซึ่งจริงๆ ผมมองว่า ค่าไลเซ่นส์ของ Antivirus ต่อปีนั้นไม่แพงนะครับ ขนาด Kaspersky เวอร์ชัน Internet Security ที่เป็นการป้องกันแบบเต็มพิกัด ก็ยังแค่ปีละ 790 บาท/เครื่อง เท่านั้นเอง และการต่ออายุราคาก็ถูกลงไปอีก ถ้าไม่ลำบาก ก็น่าจะใช้เวอร์ชันเสียเงินมากกว่า … เว้นแต่ที่บ้านจะมีคอมฯ หลายๆ เครื่อง จะให้จ่ายเยอะๆ คงไม่ไหว (แต่จริงๆ อย่าง Kaspersky Internet Security 2013 นี่ ถ้าเป็นแบบ 3-PC จะราคาแค่ 1590 บาท ซึ่งแพงกว่าซื้อ 2-PC แค่ 10 บาทเองนะเออ … คำแนะนำของผมคือ รวมหุ้นกับเพื่อนๆ แล้วซื้อ 3-PC หรือ 5-PC จะคุ้มกว่าเยอะครับ)

 

Avast! 7.0 Free Edition หรือ AVG Antivirus Free Edition 2012 คะแนนต่างๆ ดีกว่าเยอะ

 

เอาน่ะ แต่ถ้าไม่อยากเสียเงิน ดูคะแนนของ Avast Free Antivirus 7.0 กับ AVG Anti-virus Free Edition 2012 แล้ว ก็ไม่ใช่ขี้ๆ นะพี่น้อง … เดี๋ยวตอนหน้า ลองมาดูผมใช้งาน Kaspersky Internet Security 2013 กับ Windows 8 กันบ้างครับ (ดาวน์โหลดตัว 30-day Trial มาลอง) แล้วมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กับผมกันว่า ทำไมเราถึงควรติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสแบบเสียเงิน มากกว่าจะใช้ Windows Defender ของ Windows 8 กัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

14 Responses

  1. Sarauwd says:

    บทความน่าสนใจมากๆ ครับ
    ผมก็เพิ่มหัดใช้ window 8 ครับ ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่
    ชอบเลย ติดตามอยู่นะครับ
    ขอบคุณที่มีบทความดีดีอย่างนี้มาให้อ่านครับ

  2. meomeo says:

    หน้าตา ดีไซน์ ไม่ใหวจะเคีลยร์จริงๆ คงแป๊กตามสเต็ป winme winvista

  3. ต้นน้ำ says:

    พี่คะ หนูเพิ่งซื้อโนตบุคมาตอนปีใหม่ค่ะ เอเซอร์ V5touch ซึ่งเป็นวินโดว8มากับตัวเครื่องเลยค่ะ และตัวสแกนไวรัส คือ McAfee ค่ะ ใช้มาได้2เดือน มันโชวว่า หมดอายุให้ซื้อเพิ่ม เลยถามกับทางร้าน บานาน่าที่หนุไปซื้อมา เค้าบอกว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มอะค่ะ เพราะวินโดว8มีสแกนไวรัสมาในตัว หนูก้งงค่ะ ละก้กลับมาบ้าน และทุกๆวันมันก็โชวว่าหมดอายุ ให้ซื้อ คอมพิวเตอร์อยู่ในความเสี่ยง และพอเชื่อมต่อกับไวไฟ ตัวเครื่องคอมเตือนเองเลยค่ะ ว่า ตัวสแกนไวรัสหมดอายุแล้ว ถ้าจะไปถามที่ร้านเค้าก้คงจะตอบมาแบบเดิมค่ะ พี่พอจะบอกหนูได้ไหมคะว่า โปรมสแกนในตัวที่มีมาในเครื่อง กับตัว McAfee ตัวนี้มันใช่ตัวเดียวกันไหมคะ? แล้วหนูจะเชคจากตรงไหนคะถึงจะรู้ว่ามีไวรัสอยู่ในคอม แล้วจำเปนต้องวื้อเพิ่มเหมือนที่มันเตือนไหมคะ

    • kafaak says:

      ต้องอธิบายแบบนี้ครับ
      McAfee ที่แถมมากะเครื่อง เป็น trial ลงใช้ 60 วัน เพราะฉะนั้น ใช้ 2 เดือน หมดอายุ ต้องซื้อเพิ่ม
      แต่ที่ร้านเขาบอกว่า Windows 8 มี Antivirus อยู่แล้ว เป็นเรื่องจริงครับ แต่มันชื่อ Windows Defender ครับ (คนละตัวกะ McAfee)

      น้องต้อง Uninstall เจ้า McAfee ออกก่อน (ไปที่ Control Panel > Programs > Uninstall Program) พอ Uninstall แล้ว Restart เครื่องรอบนึง แล้วเปิดใช้งาน Windows Defender โดยเปิด Start Menu ใหม่ (ไอ้ที่พอ Restart เครื่องแล้วมันโผล่มาเลยน่ะ) แล้วพิมพ์ Windows Defender ลงไป

      เปิดโปรแกรมขึ้นมา มันน่าจะโชว์สถานะเครื่องเราว่า At risk (เพราะเราถอน Antivirus ไปแล้ว) ให้เราคลิกปุ่ม Turn On ครับ จากนั้น คลิกที่ Settings แล้วทำเครื่องหมายถูกตรง Real-time protection ด้วย (ถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร)

  4. dadphing says:

    ถ้าหากใช้ วินโดว์8ไม่แท้ แลวถาลงแอนต้ไวรัส(พอดีซื้อ Kespersky 1 Pc/year ทางบานาน่าก้ออยากขายมากเลยไม่บอกว่า วิน8 ก้อมีDefenderอยู่) พอดีเสียดายที่ซื้อมาแล้ว อยากขอคำแนะนำว่าจะลงเพิ่มดีไหม และจะมีผลอะไรต่อเครื่องไหม พอดีตอนลงแล้วจอของLenovo Z500 ปรับแสงไม่ได้ ก้อเลยไปให้ร้านบานาน่าอีกสาขานึงที่ไม่ได้ซือด้วย แต่ก้อบริการฟรี เด็กที่ร้านบอกไม่ต้องลงแอนตี้เพิ่มก้อได้ เพราะมันอาจจะไปจับ ตัวแครก ของ วิน8 ไม่แท้ อาจมีปัญหาต่อเครื่อง ผมเลยยังไม่กล้าลง อยากขอคำปรึกษาครับ

    • kafaak says:

      ผมแนะนำว่า ไปหา Windows 8 ตัวแท้มาใช้เถอะครับ
      แล้วจะเลือกใช้ Windows Defender หรือจะใช้ Kaspersky แท้ก็ได้ (อันหลังจะมีฟีเจอร์ในการตรวจจับ และป้องกันมากกว่า)

  5. WiiWachaya says:

    ขอโทษนะค่ะ คือตอนนี้มีปัญหาน่ะค่ะ โปรแกรม Windows Defender มันขึ้น Status : At risk น่ะค่ะ
    แต่มันไม่มีให้กด Turn On มันขึ้นเป็นปุ่มสีแดงว่า Start Now แล้วก็มีตัวหนังสือแดงอยู่ข้างรูปจอคอมสีแดงในจอเป็นรูปกากบาท มีความว่า “Your PC isn’t being monitored because the app’s service stopped. You should restart it now.” แบบนี้อ่าค่ะ มันเป็นอะไรเหรอค่ะ
    ต้องแก้ไขหรือต้องทำยังไง ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ
    ร้อนใจอ่าค่ะ เปิดเกมส์โปรดไม่ได้ทั้งที่ก่อนหน้าเปิดได้

    • kafaak says:

      การเปิดเกมได้หรือไม่ได้ ไม่น่าจะอยู่ที่ Windows Defender นะครับ โดยเฉพาะหากมันถูกปิดอยู่ … แน่ใจเหรอครับว่าที่เปิดเกมไม่ได้เพราะ Windows Defender นี่
      และการที่เปิดไม่ได้ อาจเป็นเพราะคุณไปลงโปรแกรม Antivirus อื่นอยู่แล้วหรือเปล่า (ลองเช็คดูว่ามีพวก Norton, McAfee, Avast ฯลฯ) อะไรลงไปแล้วหรือเปล่านะครับ

      ว่าแต่ เกมที่เปิดไม่ได้ เกมอะไร?

      • WiiWachaya says:

        มีโปรแกรม McAfee โผล่ขึ้นมาค่ะ มาได้ยังไงไม่รู้ _ _” เกมส์ AuditionPVS ค่ะ

      • WiiWachaya says:

        แล้วที่มันขึ้นว่า “Your PC isn’t being monitored because the app’s service stopped. You should restart it now.” ล้ะค่ะ ต้องแก้ไขยังไง

        • kafaak says:

          ถอนการติดตั้ง McAfee ครับ (ไปที่ Control Panel แล้วไป Add/Remove Programs เลย) มันอาจติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่องเลยครับ ฉะนั้นไปถอนการติดตั้งออก แล้วไปเปิดใช้ Windows Defender ธรรมดาๆ ดีกว่า

  6. โบ๊ท says:

    พี่ครับผมซื้อacerวินโด8.1Pro ตอนปีไหม่ ประมาณ 6 เดือนเเล้ว มันขึ้นว่า สิทธิการใช้วินโดของคุณจะหมดอยายุ ต้องทำยังไงครับ

    • @kafaak says:

      สิทธิในการใช้ Windows ไม่ควรหมดอายุครับ
      แต่พิจารณาจากช่วงเวลานี้ เป็นไปได้ไหมที่อ่านผิดครับ เพราะ 29 ก.ค. นี้ Microsoft จะหยุดการให้อัพเกรดฟรีเป็น Windows 10 ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: