ความบางที่มาพร้อมกับการปกป้อง รีวิว Logitech Ultrathin Keyboard Cover for iPad

Print Friendly, PDF & Email

 

นับตั้งแต่ ค.ศ. 2010 มาจนถึงตอนนี้ ก็ 2 ปีแล้วที่ Steve Jobs เขาเปิดตัว iPad มา จนถึงรุ่นนี้ ที่เรียกว่า The new iPad หรือรุ่นที่สามของสายการผลิต สิ่งที่ยังขาดหายไป (เพราะไม่สะดวกที่จะใส่เข้ามา) และผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยก็ยังถวิลหาอยู่ก็คือ Keyboard นั่นเอง เพราะไม่ว่าจะมี App เจ๋งแค่ไหนเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานต่างๆ บน iPad แต่จุดอ่อนสำคัญที่สุดของมันก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของการที่มันไม่มี Physical Keyboard หรือ Keyboard ที่สามารถพิมพ์ได้สะดวกแบบจริงๆ จังๆ ซะที

จะว่าไปแล้ว Keyboard สำหรับ iPad ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ มันมีมาตั้งนานแล้ว เพราะเจ้า iPad มันมี Bluetooth ดังนั้นก็เลยมีความพยายามในการนำ Bluetooth Wireless Keyboard มาใช้กับมันตั้งนานแล้ว เพียงแต่มันพกพาไม่สะดวกเท่าไหร่ … ก็นะ อุตส่าห์ซื้อ iPad ที่บาง และ เบา (กว่าโน้ตบุ๊กอยู่หลายขุม) มาใช้แล้ว (ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ) ทำไมจะต้องมาลำบากลำบนแบก Bluetooth Wireless Keyboard ตัวใหญ่ๆ อีกอ่ะ

หลังๆ มี Bluetooth Wireless Keyboard ขนาดที่เล็กลง แต่ก็ยังมีคนบ่นอุบอีกว่า มันลำบากที่จะต้องแบกไป 2 ชิ้น ก็เลยบังเกิดคนหัวใส ปิ๊งไอเดียว่า ไหนๆ iPad ซื้อมาแล้วก็ต้องการฝาปิด (Cover) หรือเคส (Case) อยู่แล้ว ทำไมไม่ทำเจ้า Bluetooth Wireless Keyboard มาใช้ซะเลยล่ะ เวลาไม่ได้ใช้งาน ก็ใช้มันทำหน้าที่เป็น Cover หรือ Case ไป … ใช่ครับ ไอเดียดี แต่ดีไซน์ยังไม่ค่อยจะเท่าไหร่กันนี่น่ะสิ

จนถึงเมื่อไม่นานมานี้ Bluetooth Wireless Keyboard สำหรับ iPad ที่ทำหน้าที่เป็นฝาปิดหรือเคสด้วยเนี่ย ถ้าไม่ใช่ใช้แล้วใหญ่เทอะทะจนเกินไป ก็จะทำให้หนา และเวลาหยิบฉวยมาใช้ก็ลำบาก อารมณ์ประมาณว่า เอาตัวเครื่องคว่ำหน้าลงไปใน Keyboard ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นฝาปิด พอจะใช้งานก็ต้องแกะออกมา … ซึ่งนั่นก็คือ Zaag Mate และ Logitech Keyboard รุ่นแรก

แต่ตอนนี้ Logitech พร้อมแล้วกับ Keyboard สำหรับ iPad ที่ออกแบบมาใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติเด่นที่มีใน iPad 2 และ The new iPad อย่างเต็มที่ … และด้วยดีไซน์สุดเฉี่ยว บางเฉียบ ทำให้การพกพาเจ้า Logitech Ultrathin Keyboard นี่ไปไหนมาไหนพร้อมเจ้า The new iPad จึงไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไป

 

แกะกล่องแรกสัมผัส

 

กล่องของ Logitech Ultrathin Keyboard Cover for iPad

 

ขนาดกล่องของ Logitech Ultrathin Keyboard มันทำให้ผมนึกถึงปีที่แล้ว ตอนที่ผมได้ The new iPad มาพร้อมกับเจ้า Smart Cover ครั้งแรกครับ … ความรู้สึกบอกกับผมว่า กล่องมันบางดีจริงๆ สำหรับการเป็น Bluetooth Wireless Keyboard เนี่ย … แกะกล่องออกมาแล้วพบว่า มีอุปกรณ์ให้มา 3 ชิ้นครับ คือ ตัว Logitech Ultrathin Keyboard เอง, สาย Micro USB เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ (ไม่เป็นไร เก็บไว้ก่อน เพราะสายแบบนี้ผมมีเยอะ อิอิ) และสุดท้ายคือ ผ้าเช็ดทำความสะอาด … เผื่อใครสงสัย ว่าทำไมต้องมีผ้าเช็ดทำความสะอวดด้วย นั่นก็เพราะว่า ตัวบอดี้ของเจ้า Logitech Ultrathin Keyboard เนี่ย ในส่วนที่เป็นด้านนอก แม้จะเป็นอลูมิเนียมดูแข็งแรง แต่ด้านในมันเป็นพลาสติกเงาแว้บเลยนะครับ (ต้องเป็นแบบนี้เพราะมันคือส่วนที่จะสัมผัสกับหน้าจอ iPad น่ะ)

 

ดูสิ มันบางขนาดไหนเนี่ย

 

เอามาพินิจพิเคราะห์โดยละเอียดแล้ว อืมมมม มันบางดีแท้จริงๆ นะเนี่ย ลองดูรูปได้ครับ … ด้านล่างของตัว Keyboard มันเป็นปุ่ม Bluetooth, สวิตช์เปิดปิด และพอร์ต Micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

 

ด้านล่างของตัว Keyboard มีทั้งปุ่ม Bluetooth, สวิตช์เปิดปิด, พอร์ต Micro USB

 

ดูที่ตัว Keyboard ดีๆ จะเห็นว่าด้านนึงจะเป็นแป้นพิมพ์ ขนาดอารมณ์ประมาณพอๆ กับพวกเน็ตบุ๊กครับ ดังนั้นใครที่คุ้นชินกับแป้นพิมพ์เล็กๆ แบบนี้ ไม่น่าจะยาก … เสียดายที่ไม่มีสกรีนภาษาไทยมาให้ แต่ถามว่ายุ่งยากไหม … ผมว่าไม่นะ เพราะว่าสามารถไปหาสติ๊กเกอร์แป้นพิมพ์ภาษาไทยมาปิดเองได้ เพราะเท่าที่ผมลองพิมพ์ดู แป้นมันก็เป็น Kedmanee มาตรฐานอ่ะครับ เพียงแต่ Layout ของปุ่มอาจจะมีตัวอักษรที่เราไม่ค่อยได้ใช้ (เช่น ฅ) ไปอยู่ในที่ที่เราไม่คุ้นมือ … นอกจากนี้ หากใครที่คุ้นเคยกับการพิมพ์แบบสัมผัส หรือ จดจำตำแหน่งแป้นพิมพ์ได้เกือบหมด (แบบผม) ไม่จำเป็นต้องสกรีนภาษาไทยให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะชินมืออยู่แล้ว

 

มองจากด้านบนดูว่า Logitech Ultrathin Keyboard Cover for iPad เป็นยังไง

 

อีกด้านนึงเรียบๆ ไม่มีอะไร เพราะว่าตรงนั้นมันเป็นส่วนของด้านหลังตัวเครื่อง เวลาเอาตัวเครื่องมาปักเสียบกับตัว Logitech Ultrathin Keyboard อ่ะ … ตรงกลางจะเห็นว่าเป็นร่อง อันนี้เอาไว้สำหรับเสียบเจ้า iPad ลงไป ซึ่งจะเสียบแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ครับ เพียงแต่เสียบแนวนอนมันจะอุ่นใจกว่า เพราะด้านในร่องเนี่ยก็มีแม่เหล็กอีกนะ (ผมรู้สึกได้ เพราะตอนเสียบลงไปมันเหมือนมีอะไรดูดติดหนึบอยู่) พอเสียบไปแล้ว แหม่ ดูดีขึ้นมาทีเดียวเชียวล่ะครับ

เกือบลืมไปว่ารีวิวที่เขียนอยู่นี่ ผมเขียนบน The new iPad ด้วย App ชื่อ Blogsy ครับ และใช้เจ้า Logitech Ultrathin Keyboard นี่แหละ พิมพ์เอายิกๆ เลย

 

บล็อกตอนนี้ เขียนโดย Blogsy for iPad + Logitech Ultrathin Keyboard นี่เลย

 

โดยส่วนตัวผมมองว่าเจ้านี่มันได้อารมณ์ Keyboard ของเครื่อง Mac อ่ะ เหอๆ ทั้งการที่ใช้ Caplock ในการเป็นปุ่มเปลี่ยนภาษาได้ และการกด Cmd + Spacebar เพื่อเปลี่ยนภาษาได้อีกเช่นกัน (อีกวิธีนึงคือการกด Fn และ 2) อ่ะ … แต่ว่าเจ้านี่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้สำหรับ iPad จริงๆ นะ เพราะมีปุ่มอย่าง Home (อยู่ตรงมุมบนซ้ายของแป้นพิมพ์) ที่กดแล้วก็เหมือนกับการกด Home บนตัวเครื่อง iPad ได้ หรือพวกปุ่มตัวเลข ที่ใช้งานคู่กับปุ่ม Fn ที่กดแล้วจะทำหน้าที่ต่างๆ ได้แก่

  • กด Fn และ 1 จะเป็นการ ค้นหา
  • กด Fn และ 2 จะเป็นการ เปลี่ยนภาษา
  • กด Fn และ 3 จะเป็นการ เรียก Visual Keyboard ขึ้นมา (ไม่รู้จะเรียกขึ้นมาทำไม)
  • กด Fn และ 4 จะเหมือนกับการแตะหน้าจอค้างไว้เพื่อเลือกข้อความ โดยจะเลือกไปทางซ้าย 1 คำ
  • กด Fn และ 5 จะเหมือนกับการแตะหน้าจอค้างไว้เพื่อเลือกข้อความ โดยจะเลือกไปทางขวา 1 คำ
  • กด Fn และ 6 จะเป็นการ Cut (ใช้ Cmd + x ก็ได้)
  • กด Fn และ 7 จะเป็นการ Copy (ใช้ Cmd + c ก็ได้)
  • กด Fn และ 8 จะเป็นการ Paste (ใช้ Cmd + v ก็ได้)
  • กด Fn และ 9 จะเป็นการ Play/Pause
  • กด Fn และ 0 จะเป็นการปิดเสียง
  • กด Fn และ – จะเป็นการลดเสียง
  • กด Fn และ = จะเป็นการเพิ่มเสียง
  • กด Fn และ delete จะเป็นการปิดล็อกหน้าจอ

 

ประสบการณ์ในการใช้งานแบบจริงจัง

อย่างที่บอกครับว่างวดนี้ผมพิมพ์บล็อกรีวิวนี้ด้วย Blogsy บน The new iPad และใช้ Logitech Ultrathin Keyboard จริงๆ เลย … ทำแบบนี้แล้ว ถึงจะได้สามารถรีวิวประสบการณ์ในการใช้งานได้จริงๆ จังๆ ยังไงล่ะ … ทีนี้ ผมจะขอลองพูดความเห็นของผมเกี่ยวกับเจ้านี่เป็นข้อๆ นะครับ เอาแบบ เล่าเท่าที่นึกออกเลย เกี่ยวกับประสบการณ์ในการใช้งาน

  • ประทับใจเรื่องความบางและเบามาก มันบางที่สุดและเบาที่สุดในบรรดา Bluetooth Wireless Keyboard ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Cover สำหรับ iPad เลย … เจ้านี่มันบานพับ (ภาษาอังกฤษเรียก Hinge) ที่มีแม่เหล็กอยู่ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากแม่เหล็กที่ติดอยู่กับตัว iPad 2 หรือ The new iPad ได้เลย ทำหน้าที่คล้ายๆ กับเป็น Smart Cover ไปโดยปริยาย … ใช้ระบบแม่เหล็กในการปิดและเปิดหน้าจอได้เหมือนกับ Smart Cover อีกด้วยนะ
  • เรื่องแป้นพิมพ์ อย่างที่บอกครับ สำหรับผมแล้ว ผมใช้มันได้สบายๆ ไม่ต่างไปจากการพิมพ์บนเน็ตบุ๊กเลย แต่สำหรับผู้ใช้งานอีกหลายๆ คน อาจจะรู้สึกว่าแป้นพิมพ์เล็กไปหน่อย และจุดสำคัญที่สุดคือ คนจะบ่นว่ามันไม่มีสกรีนแป้นภาษาไทยมาให้ แต่ก็อย่างที่บอก ผมแนะนำว่าไปหาสติ๊กเกอร์มาแปะเองก็ได้ครับ
  • ใช้งานสลับภาษาไทยกับอังกฤษไปมาได้อย่างไม่ขัดเขิน สังเกตดีๆ จะเห็นว่าผมพิมพ์ไทยปนอังกฤษมาตลอดทาง ถ้าเกิดว่ามันไม่เวิร์กจริงๆ ละก็ ผมบ่นอุบแน่นอน … แต่ถามว่ายังมีพิมพ์ติดๆ ขัดๆ บ้างไป ก็ยังมีบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะว่าขนาดของตัวแป้นที่เป็นชุดตัวเลขมันเล็กไป สำหรับภาษาอังกฤษอาจจะไม่ค่อยได้ไปกดตรงนั้นเท่าไหร่ แต่สำหรับภาษาไทย ตัวอักษรไทยอยู่ตรงนั้นไม่น้อยทีเดียว (และหลายๆ ตัว ก็เป็นตัวที่ใช้บ่อยซะด้วยสิ เช่น ค.ควาย ต.เต่า หรือ ช.ช้าง เป็นต้น)
  • การเปลี่ยนจากภาษาไทยไปอังกฤษ กด Caplock หรือ Fn กะเลข 2 สะดวกกว่า การกด Cmd กะ Spacebar นี่บางครั้งมันต้องกด 2 หน เพื่อเปลี่ยนจากไทยไปเป็นอังกฤษ ไม่รู้ทำไม (ผมอาจจะโง่เอง)
  • การใช้งานแบบไม่มีเมาส์ ไม่เดือดร้อนมากเท่าไหร่ หากไม่เน้นว่าต้องสลับไปมาระหว่าง App หรือ ต้องการ Cut/Copy & Paste เยอะๆ แต่จริงๆ และหากใครไม่สะดวก ก็สามารถกด Cmd กับ 4 หรือ 5 เพื่อ Highlight ข้อความได้ จะได้ไม่ต้องไปสัมผัสหน้าจอ
  • เออ … เกือบลืม เรื่องการติดตั้ง … เจ้านี่ติดตั้งง่ายมากครับ แค่เปิดตัว Keyboard แล้วก็เปิด Bluetooth ของ iPad ไว้ พอมองเห็น Logitech Ultrathin Keyboard ปุ๊บ ก็ Pair ได้เลย ง่ายๆ แป๊บเดียวเสร็จ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานไหม … ทาง Logitech เขาอ้างมาว่าถ้าใช้งานเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโม จะสามารถใช้ได้นานถึง 6 เดือนกันเลยทีเดียว … และเนื่องจากผมไม่สะดวกที่จะใช้เวลานานขนาดนั้นในการรีวิว ก็คงต้องเชื่อตามที่ทางเขาว่ามาครับ … เสียดายว่ามันไม่มีตัวบอกระดับแบตเตอรี่ให้ดูกันชัดๆ แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยห่วงครับ เพราะเจ้านี่ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย Micro USB ตามปกติ ดังนั้นแบตจะหมดเรอะ ก็เอา Power Bank ที่เราไว้ใช้ชาร์จมือถือเรานั่นแหละ ชาร์จ Logitech Ultrathin Keyboard ได้เลย
  • ไม่ถูกใจตรงที่ไม่มีที่เหน็บ Stylus อ่ะ (ผมใช้ adonit Jot Pro ด้ามโปรด) แง่งๆ (แต่ได้ข่าวว่าหลายคนไม่ได้ซื้อ Stylus มาใช้เลยไม่มีปัญหา … แง่งๆ)

บทสรุปของการรีวิว

ถ้าคิดว่าจะซื้อ iPad 2 หรือ The new iPad มาเพื่อใช้ในการทำงานแบบจริงจัง (จริงใจ ไม่จิงโจ้) แล้วละก็ ผมว่า Logitech Ultrathin Keyboard นี่คือ Must-have ที่คุณควรจะมีเลยละครับ เชื่อผมเหอะ การพิมพ์บน Virtual Keyboard เนี่ย ถ้าพิมพ์ไม่ยาวมาก ก็พอไหว หรือถ้าจะพิมพ์ยาวๆ จริงๆ ก็ขอนานๆ ทีก็พอได้อยู่ แต่ถ้าต้องพิมพ์ยาวๆ และบ่อยๆ ละก็ เดี๋ยวพาลจะเป็น Repetitive Stress Injury เอานะครับ

พิมพ์มาจนถึงตรงนี้ ต้องขอบอกว่า เจ้า Logitech Ultrathin Keyboard นี่เหมาะสำหรับการซื้อหามาเป็น Gadget คู่ใจ iPad 2/The new iPad ของเราเพื่อทำให้มันกลายเป็น Productivity Tool จริงๆ ใช้งานได้เหมือนเน็ตบุ๊กย่อมๆ เลยละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. ชัชวาล says:

    ราคา 99$ พรุ่งนี้ผมไป USA น่าจะได้หามาลองใช้ (ฝากผมหิ้ว iPhone 5 ไหมครับ?….แต่ผมไม่มีเต้นท์ไปกางนอนเข้าคิวนะครับ เหอๆๆ )

    • kafaak says:

      ฮาฮา … ที่สหรัฐกลัวว่าจะยังไม่มีตัว Unlocked ขายน่ะสิครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: